“อยากจะพูดอะไรกับผมไหม ถ้าไม่ผมจะไปแล้ว”
แอนเดอร์สันไม่มีความเกรงกลัวเลยสักนิด ต่อให้อีกฝ่ายจะมีพลังเวทย์เกินร้อยปีเขายังมีการ์ดป้องกันระดับ 4 ที่สามารถป้องกันการโจมตีของนักเวทย์ 400 ปีได้ ตั้งแต่เขาก้าวขึ้นมาบนรถลีมูซีนเวลาก็ได้ผ่านไป 5 นาทีแล้วที่พี่ 10 ของเขานั่งเล่นโทรศัพท์โดยไม่สนใจเขาที่เรียกขึ้นมาบนรถเลยสักนิด
“เป็นเรื่องจริงสินะที่แกปกติแล้ว”
“ถ้าจะมายืนยันแค่นี้ก็ขอตัวก่อน”
แอนเดอร์สันยื่นมือไปยังประตูรถเพื่อจะเปิดลงไป พี่ชายของเขาไม่มีการยื้อใดๆ เขาจึงเปิดประตูลงจากรถ นึกว่าจะได้ฟังเรื่องราวที่น่าสนใจบางอย่าง พี่ของเขากลับพูดประโยคเดียวเท่านั้นเขาจึงต้องลงจากรถ อีกอย่างระบบก็ไม่ได้แจ้งเตือนถึงอันตรายเขาจึงไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นี่ ทันใดนั้นกระจกรถก็เลื่อนลงอีกทีเพื่อจะพูดบางอย่างกับแอนเดอร์สัน
“เรื่องตระกูลเฟียร์ฉันไม่เกี่ยว”
แอนเดอร์สันหันมองพี่ชายของเขาที่กำลังมองเบาะหน้าไม่ได้มองเขาเลยสักนิด แอนเดอร์สันจึงฉีกยิ้มกับคำพูดของพี่ชาย ตอนนี้ตระกูลเฟียร์ถูกเล่นงานทั้งถูกลอบโจมตีและถูกตัดเส้นทางการค้าขาย ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมดนี้จะเป็นฝีมือใครไปไม่ได้นอกจากพี่ชายของเขา แอนเดอร์สันกลับไม่คิดจะจัดการเป็นรายคนอยู่แล้ว ใครก็ตามที่มีศักดิ์เป็นพี่ชายจะถูกเขาดึงลงมาให้จมดินในสักวัน ต่อให้จะมีพี่ชายของเขาสักคนออกมาประกาศว่าไม่ใช่ผู้อยู่เบื้องหลังก็ตาม เขายังคงยืนยันว่าจะฉุดลงมาให้จมดินเช่นเดิม
ทันใดนั้นเขากลับฉีกยิ้มกว้างส่งไปให้พี่ชาย สำหรับเขาเรื่องราวของตระกูลเฟียร์แอนเดอร์สันไม่สนใจเลยว่าใครเป็นคนทำ เนื่องจากว่าทุกกระบวนการล้วนมีพี่ของเขาหลายคนเกี่ยวข้อง การจะมีพี่ชายเพียงคนเดียวลงมือเป็นไปไม่ได้ จากที่เขาคิดการทำให้ตระกูลเฟียร์สร้างยาไม่ได้ คงเป็นฝีมือพี่ชายของเขาสักคน ส่วนเรื่องที่ทำให้ค้าขายไม่ได้คงจะเป็นพี่ชายอีกคน การที่เขาคิดแบบนี้ก็เพราะพี่ของเขาแต่ละคนเป็นพวกชอบยื่นมือเข้ามาแทรกเพื่อให้มือตัวเองสะอาด อะไรก็ตามที่ทำให้ศัตรูอ่อนแอลงได้และตัวเองไม่ใช่ต้นเรื่องพี่ของเขามักจะทำเสมอ
เช่นในตอนนี้ที่พี่ 10 ของเขาออกมาบอกว่าตัวเองไม่ได้เป็นคนทำให้ตระกูลเฟียร์เป็นแบบนี้ นั่นหมายความว่าจะต้องมีพี่คนอื่นเป็นคนเริ่มต้นที่ทำให้ตระกูลเฟียร์ตกต่ำ ส่วนพี่ 10 ของเขาก็เป็นพวกฉวยโอกาสยื่นมือเข้ามาแทรกเท่านั้น เพื่อให้ตระกูลเฟียร์จนมุมมากกว่าเดิม พอการสืบสวนเริ่มขึ้นเขาเพียงแค่นั่งดูคนที่เป็นผู้เริ่มทุกๆอย่างถูกจัดการเท่านั้น
“นายไม่เชื่อสินะ ไม่เป็นไร งั้นฉันจะสอนบางอย่างและเป็นสิ่งที่พี่ชายอย่างฉันจะสอนให้กับนายได้เป็นครั้งสุดท้ายก็แล้วกัน” โรแลนหันมองน้องชายตนเองที่กำลังฉีกยิ้มด้วยความแค้น
“อีก 2 เดือนจะถึงวันเกิดผู้นำตระกูลสกอร์เปี้ยนส์แล้ว นายคงรู้นะว่าต้องทำอะไรแอนเดอร์สัน”
กระจกค่อยๆเลื่อนปิดก่อนที่รถจะวิ่งจากไปปล่อยให้แอนเดอร์สันยืนอยู่เพียงคนเดียวเท่านั้น จากคำพูดของพี่ชายทำให้แอนเดอร์สันรู้ว่าเขาต้องรีบอีกครั้งแล้ว
เนื่องจากว่างานวันเกิดของผู้นำตระกูลสกอร์เปี้ยนส์คือสงครามของเหล่าทายาท มันเป็นทั้งงานวันเกิดและเป็นทั้งงานหาพรรคพวก ถ้าเขาต้องการสร้างกลุ่มอำนาจของตนขึ้นมาจะต้องทำวันนี้ให้ดีที่สุด ซึ่งสิ่งที่จะทำให้ทุกคนเห็นความสามารถของเขาคือ ของขวัญ ยิ่งของที่มอบให้ผู้นำตระกูลสกอร์เปี้ยนส์น่าสนใจและหายากมากเท่าไหร่ ผู้คนที่มาร่วมงานก็ยิ่งให้ค่าเขามากเท่านั้น
จากความทรงจำแอนเดอร์สันพบว่าตัวของเขาที่เกิดมามีปัญหาด้านความคิด ไม่เคยมอบอะไรที่ล้ำค่าให้พ่อของตัวเองเลยนอกจากช็อกโกแลตที่ตัวเองชอบ อย่างไรก็ตามปีนี้มันจะต่างออกไป เขาไม่สามารถให้ช็อกโกแลตได้เพราะต้องการสร้างกลุ่มอำนาจเหมือนพี่ชายคนอื่นๆ ตอนนี้เขาพอจะมีเรื่องราวให้ทุกคนในงานวันเกิดพูดถึงแล้ว นั่นคือเรื่องการเป็นอันดับ 1 ในการทดสอบของเขา ที่เหลือมีเพียงแค่การหาของขวัญที่เหมาะกับพ่อเพียงเท่านั้น
“นายน้อย รถของเราจอดอยู่ฝั่งทางนั้นครับ”
พ่อบ้านตระกูลเฟียร์เดินเข้ามารับแอนเดอร์สัน เนื่องจากเขายืนเหม่อลอยไม่ได้มองรถเลยสักคัน แอนเดอร์สันที่รู้ว่าตัวเองมีเรื่องสำคัญจะต้องทำจึงรีบเดินขึ้นรถมุ่งหน้าสู่ตระกูลเฟียร์ในทันที
—----------------------
“นายน้อย เขาเป็นยังไงบ้างเหรอครับ”
โรแลนมองถนนข้างทาง การเจอน้อง 10 ทำให้เขารู้สึกแปลกใจไม่มากเท่าไหร่ จากแววตาและท่าทางรวมไปถึงรอยยิ้มที่เขาสัมผัสได้ล้วนต่างจากน้องชายที่เขาเคยพบเจอ
“เปลี่ยนไปมาก ทุกอย่างแสดงออกมาทางสีหน้าทั้งหมด ไม่ได้เก็บซ่อนไว้ใต้ใบหน้าโง่ๆอีกต่อไป”
“เราจะจัดการกับเขาไหม”
“ยัง ยังไม่รีบ ปล่อยให้พี่ชายคนอื่นๆของฉันจัดการไปก่อนน่าจะดีกว่า ยังไงเราที่เป็นตระกูลหลักก็ได้เปรียบ ยังไม่จำเป็นต้องทำให้มือเปื้อน”
สหพันธ์โคเวียมีการแบ่งอำนาจอยู่ 4 อับดันด้วยกัน หนึ่งอำนาจของตระกูลระดับเล็ก ภายในตระกูลมีคนตั้งแต่หลักร้อยไปถึงหลักพันต้นๆและเป็นกลุ่มอำนาจที่อ่อนแอที่สุดใน 4 อันดับ
อันดับ 2 ตระกูลระดับกลาง มีจำนวนสมาชิกตระกูลตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักหมื่นต้นๆ
อันดับ 3 เป็นตระกูลระดับสูง ภายในตระกูลมีสมาชิกหลักหมื่นคน
สำหรับอันดับ 4 ตระกูลหลักของสหพันธ์ มีพื้นฐานของจำนวนคนไม่ต่างจากตระกูลใหญ่ สมาชิกภายในตระกูลมีหลักหมื่นเช่นกัน แต่สิ่งที่ตระกูลหลักต่างจากตระกูลใหญ่นั้นคือ ความสามารถในการต่อสู้ที่เหนือกว่าตระกูลใหญ่ ต่อให้จำนวนคนเท่ากันแต่ประสิทธิภาพของแต่ละคนในตระกูลต่างกันมาก ไม่เพียงเท่านั้นตระกูลหลักยังมีความสามารถมากกว่าในการยุ่งเกี่ยวกับการตัดสินใจของสหพันธ์ หากตระกูลหลักทั้ง 10 ภายในสหพันธ์โคเวียร่วมมือกันเพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยกับสหพันธ์ เรื่องนั้นที่ถูกเสนอจะถูกลบทิ้งในทันที
—----------------
“แอนเดอร์สัน มาพอดีเลย มามา มากินอะไรก่อน”
ลุงนอธเรียกแอนเดอร์สันให้มาร่วมโต๊ะอาหาร เขาจึงเดินไปนั่งยังเก้าอี้ที่จัดเอาไว้ให้พลางมองสำรวจผู้อาวุโสของตระกูลที่เหมือนจะเพิ่มจำนวนขึ้นมามากกว่าวันแรกที่เขาถูกเรียกมายังที่นี่ แอนเดอร์สันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมผู้อาวุโสทุกคนจึงอยู่ที่นี่ แต่วันนี้เขารู้เพียงแค่ว่าตัวเองจะลองทำในสิ่งที่ไม่เคยมีใครทำกับสวนพฤกษา
“ลุงนอธครับ ผมว่าจะปรับปรุงสวนพฤกษา”
ท่ามกลางบรรยากาศสบายๆของมื้ออาหารเที่ยง แอนเดอร์สันได้พูดในสิ่งที่เขาต้องการทำให้ลุงของเขาฟัง เสียงตักอาหารที่ดังเบาๆ ากผู้อาวุโสรอบข้างต่างหยุดเพื่อฟังสิ่งที่แอนเดอร์สันต้องการพูด
“ปรับปรุง หลานจะปรับปรุงมันยังไง”
“หลังจากที่ผมได้ศึกษารูปแบบวงเวทย์สวนพฤกษา และศึกษาเวทย์ประจำตระกูลทั้ง 2 เล่มปรากฎว่ามันเป็นเวทย์ไร้ระดับทั้งหมด อาศัยแค่ความเข้าใจไม่จำเป็นต้องใช้พลังเวทย์ในการศึกษา ทำให้ผมรู้ว่ามันมีความเกี่ยวข้องกัน ผมจึงวิเคราะห์และปรับแต่งวงเวทย์สวนพฤกษาด้วยเวทย์ตระกูลและใช้ความรู้เรื่องเวทมนตร์ที่ผมมีช่วยในการปรับแต่งวงเวทย์ทั้ง 2 ปรากฎว่าผมสามารถสร้างวงเวทย์ที่ไม่จำเป็นต้องใช้หัวใจลีลีวี่ได้”
ผู้อาวุโสทุกคนที่ได้ฟังเรื่องราวล้วนย่นคิ้วกันถ้วนหน้า ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่เคยศึกษาเวทย์ตระกูลและเวทย์สวนพฤกษา ทุกคนที่เป็นผู้อาวุโสล้วนแล้วศึกษาด้วยกันทั้งหมด เพียงแต่ว่าทุกคนไม่สามารถหาความเกี่ยวข้องกันของเวทย์ประจำตระกูลและเวทย์สวนพฤกษาได้ จึงไม่มีใครเชื่อว่าแอนเดอร์สันจะปรับแต่งวงเวทย์สวนพฤกษา
ด้วยเวลาที่ผ่านมาเพียง 3 วันที่แอนเดอร์สันศึกษาเวทย์ของตระกูล ยิ่งทำให้ทุกคนไม่อยากจะเชื่อ หากเขาสามารถเข้าใจได้จริง คงเป็นเพียงสัตว์ประหลาดที่เกิดในคราบมนุษย์เท่านั้น
“แอนเดอร์สัน หลานไม่ได้ล้อพวกเราเล่นใช่ไหม”
แอนเดอร์สันไม่ตอบลุงของเขา ทำเพียงวาดวงเวทย์กลางอากาศ ทุกคนจึงนั่งมองดูว่าวงเวทย์ที่แอนเดอร์สันวาดจะเป็นเหมือนวงเวทย์ที่พวกเขาเคยศึกษาหรือไม่ แอนเดอร์สันที่ศึกษาเวทย์สวนพฤกษาจนเข้าใจเขาก็เริ่มวาดวงเวทย์หลักทั้ง 4 พลางอธิบายการทำงานของพวกมันรวมไปถึงอธิบายการทำงานของเวทย์โดยรวมให้ลุงและผู้อาวุโสฟัง
ทุกคนที่เห็นการวาดลงเวทย์ของแอนเดอร์สันล้วนแล้วย่นคิ้วหนักกว่าเดิมมากขึ้นไปอีกเพราะแอนเดอร์สันอธิบายทุกอย่างได้ถูกทั้งหมด แต่แล้วแอนเดอร์สันกลับทำบางอย่างที่ต่างไปจากเดิม เขาได้วาดวงเวทย์ใหม่ซ้อนทับลงไปบนวงเวทย์หลักทั้ง 4 ไม่เพียงเท่านั้นใจกลางวงเวทย์สวนพฤกษาที่ไว้วางหัวใจลีลีวี่ได้ถูกเปลี่ยนวงเวทย์ใหม่ ซึ่งพวกเขาไม่มีใครเข้าใจเพราะเวทย์นี้แอนเดอร์สันสร้างขึ้นมาด้วยความเข้าใจเวทย์ของตัวเขาเอง
“วงเวทย์นี้หน้าที่ของมันคือการรับพลังจากวงแหวนทั้ง 3 ที่ได้รับพลังจากวงเวทย์หลักทั้ง 4 มันถูกปรับแต่งจากเวทย์ประจำตระกูลเฟียร์ทั้ง 2 บทและถูกผมปรับแต่งด้วยความรู้จากเวทย์พื้นฐานที่มีความสามารถในการกระจายพลัง หน้าที่ของมันคือจะกระจายพลังออกไปรอบๆ หลังจากรับพลังจากส่วนอื่นๆของวงเวทย์ ส่งผลให้สวนพฤกษากลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกครั้ง”
“ผู้นำตระกูล เรามีสมุนไพรเพียง 1 ชุดเท่านั้น มันจะไม่เสี่ยงเกินไปอย่างนั้นเหรอครับ ตอนนี้หัวใจลีลีวี่ก็อยู่ใกล้แค่เอื้อมแล้ว เราทำไมไม่รออีกสักนิดล่ะ”
หนึ่งในผู้อาวุโสเสนอแนวคิด เขายังไม่กล้าที่จะเชื่อแอนเดอร์สันที่ศึกษาเวทย์สวนพฤกษายังไม่ถึง 1 อาทิตย์ เขากลัวว่ามันจะทำให้ตระกูลแย่กว่าเดิมขึ้นไปอีก ทันใดนั้นผู้นำตระกูลกลับตอบคำถามด้วยการนำสมุนไพรทั้ง 4 ต้นที่ใช้วางเอาไว้ใจกลางวงเวทย์หลักทั้ง 4 ออกมาวางบนโต๊ะ ส่งผลให้ผู้อาวุโสหลายคนรู้คำตอบที่ผู้นำตระกูลต้องการทำ
“หลายคนคงกลัวว่าสมุนไพรจะเสียหาย แต่ฉันได้ให้แอนเดอร์สันนำสมุนไพรทั้ง 4 ต้นไปลองปลูกและใช้เวทย์สวนพฤกษาดูแล้วครั้งหนึ่ง แทนที่พวกมันจะได้รับความเสียหายเพราะวงเวทย์ไม่มีหัวใจลีลีวี่ พวกมันกลับยังปกติดีและไม่มีวี่แววว่าจะตายอีกด้วย”
ทุกคนย่นคิ้ว ไม่มีทางที่สมุนไพรทั้ง 4 จะยังมีชีวิตรอดหากได้ปลูกลงไปในวงเวทย์หลัก เมื่อรู้ว่าแอนเดอร์สันมีความพิเศษบางอย่างทุกคนจึงหันมองด้วยความสนใจ
“แอนเดอร์สัน หลานมีพรเจ้าแห่งพืชพรรณใช่ไหม” แอนเดอร์สันย่นคิ้วกับสิ่งที่เรียกว่าพร เขาไม่รู้ว่าพรที่ผู้อาวุโสถามเมื่อครู่คือสิ่งใด แต่เจ้าแห่งพืชพรรณที่พูดถึงกลับเป็นฉายาที่เขาได้รับจากการสุ่ม
“เขาคงไม่รู้ว่าพรคือสิ่งใด ถ้าอย่างนั้นลุงจะเล่าให้ฟังก็แล้วกัน พรคือความพิเศษที่ได้รับมาตั้งแต่เกิด ใครที่ได้รับพรจะเป็นผู้โชคดี ยกตัวอย่างเช่น พรเจ้าแห่งพืชพรรณ แม่ของหลานก็เป็นผู้ครอบครองมันเช่นกันทำให้เธอสามารถปลูกอะไรก็ได้ โดยที่พวกมันจะไม่มีทางล้มตายถ้าไม่มีคนทำลาย หรือจะเป็นพรแห่งดาบ ที่ทำให้ผู้ครอบครองสามารถฝึกดาบได้เร็วกว่าคนอื่นๆและทรงพลังกว่าคนที่ไม่ได้รับพร ”
แอนเดอร์สันตกใจมากเมื่อฉายาที่เขาได้รับน่ากลัวกว่าที่คาดการณ์เอาไว้ อย่างไรก็ตามตอนนี้เขาก็เหมือนผู้ที่โชคดีเหนือผู้โชคดีคนอื่นๆเพราะเขาได้รับฉายาถึง 2
“ถ้าอย่างนั้นผมก็มีสิ่งที่เรียกว่าพร”
“ดี งั้นเรามาเริ่มกันเถอะ” ผู้นำตระกูลเฟียร์ฉีกยิ้มกว้างพลางพาทุกคนไปยังสวนพฤกษา