หลายวันผ่านไปนับั้แ่งานกาล่าอันหรูหราจบลง แต่สำหรับบางคน ความรู้สึกที่เกิดขึ้นในค่ำคืนนั้นกลับยังคงชัดเจนราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน
ภายในสตูดิโออาร์ตที่คุ้นเคย นารานั่งอยู่หน้าผ้าใบผืนใหม่ แต่ครั้งนี้มันไม่ได้ว่างเปล่าอีกต่อไป ปลายดินสอของเธอกำลังตวัดเส้นสายร่างภาพของผู้หญิงคนหนึ่งอย่างคล่องแคล่ว... ผู้หญิงที่มีดวงตาคมกริบ ใบหน้าสวยคม และท่าทางที่สุขุมเยือกเย็นราวดวงจันทร์ในคืนวันเพ็ญ
“คุณลลิน...”
นาราพึมพำชื่อนั้นออกมาเบาๆ ขณะที่เธอกำลังพยายามเก็บรายละเอียดของภาพร่างนั้นจากความทรงจำ เธอไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมภาพของนางแบบสาวคนนั้นถึงได้ติดอยู่ในความคิดของเธอไม่จางหาย การได้พูดคุยเื่ศิลปะกับคนที่เข้าใจอย่างลึกซึ้งในวันนั้น ได้ปลุกแรงบันดาลใจที่เหือดหายไปนานของเธอกลับคืนมาอย่างน่าประหลาด
แต่พร้อมกันนั้น ความรู้สึกผิดก็เริ่มเกาะกุมหัวใจของเธอเช่นกัน ( •́ ̯•̀ )
“เรากำลังคิดถึงคนอื่น... ทั้งๆ ที่เราก็มีพี่เอวาอยู่แล้ว”
ความคิดนั้นทำให้เธอต้องวางดินสอลง เอวาคือแสงสว่าง คือทุกอย่างของเธอ แต่ทำไม... ทำไมหัวใจของเธอกลับสั่นไหวเมื่อนึกถึงสายตาอันสงบนิ่งของลลินกันนะ
ในเวลาเดียวกัน ณ อีกฟากหนึ่งของเมือง ในเพนต์เฮาส์ที่มองเห็นวิวแม่น้ำเ้าพระยา ลลินกำลังนั่งอยู่หน้าจอแล็ปท็อป นิ้วเรียวของเธอเลื่อนดูผลงานศิลปะของศิลปิน Abstract Expressionism คนแล้วคนเล่า แต่ในใจของเธอกลับไม่ได้จดจ่ออยู่กับภาพวาดเ่าั้เลย
เธอนึกถึงบทสนทนาในคืนนั้น นึกถึงดวงตาที่เปล่งประกายด้วยความหลงใหลในศิลปะของนารา นึกถึงความจริงใจและความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีขี้อายนั้น
“เป็คนที่น่าสนใจจริงๆ”
ลลินเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว เธอปิดหน้าจอแล็ปท็อปแล้วเอนหลังพิงโซฟา ความรู้สึกบางอย่างที่เธอไม่เคยััมาก่อนกำลังก่อตัวขึ้นช้าๆ มันเป็ความรู้สึกที่อยากจะรู้จัก... อยากจะเข้าใกล้ศิลปินสาวขี้อายคนนั้นให้มากขึ้น
ความคิดถึงแฟนสาวของตัวเองอย่างเชอรีนแวบเข้ามา ลลินรู้สึกผิดเล็กน้อย แต่เธอก็สลัดมันทิ้งไปไม่ได้ เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดเข้าไปในแอปพลิเคชันอินสตาแกรม พิมพ์ชื่อ ‘Nara’ ลงไปในช่องค้นหาอย่างลังเล
และเธอก็พบ... บัญชีอินสตาแกรมที่น่าจะเป็ของนารา ซึ่งตั้งเป็สาธารณะ ในนั้นเต็มไปด้วยภาพผลงานศิลปะของเธอที่เต็มไปด้วยเอกลักษณ์และอารมณ์ที่ลึกซึ้ง ลลินไล่ดูภาพเ่าั้อย่างเพลิดเพลิน และความรู้สึกที่อยากจะพูดคุยกับนาราอีกครั้งก็ยิ่งชัดเจนขึ้น
นางแบบสาวตัดสินใจทำในสิ่งที่เธอไม่เคยทำมาก่อน เธอแตะที่ปุ่ม ‘ส่งข้อความ’ พิมพ์ข้อความสั้นๆ ลงไปอย่างรวดเร็วก่อนที่ตัวเองจะเปลี่ยนใจ
*‘สวัสดีค่ะคุณนารา พี่ลลินนะคะ ไม่แน่ใจว่าจำได้รึเปล่า พอดีวันนี้พี่มีงานแถวๆ มหาวิทยาลัยของคุณพอดี ไม่ทราบว่าพอจะว่างมาดื่มกาแฟ คุยเื่ศิลปะกันต่อสักหน่อยไหมคะ’*
เธอจ้องมองข้อความนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกดส่งออกไปในที่สุด หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่ทราบสาเหตุ
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ทำให้นาราที่กำลังจมอยู่กับความคิดของตัวเองสะดุ้งเล็กน้อย เธอหยิบมันขึ้นมาดูด้วยความแปลกใจ ก่อนที่ดวงตาของเธอจะเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นชื่อผู้ส่ง
*‘Lalin K.’*
หัวใจของเธอแทบจะหยุดเต้น (*꒪꒫꒪)!
นาราอ่านข้อความนั้นซ้ำไปซ้ำมาสองสามรอบเพื่อให้แน่ใจว่าเธอไม่ได้ตาฝาด คุณลลิน... นางแบบชื่อดังคนนั้น... กำลังชวนเธอไปดื่มกาแฟ!
นิ้วของเธอสั่นเล็กน้อยขณะที่พยายามจะพิมพ์ข้อความตอบกลับ
*‘สะ... สวัสดีค่ะคุณลลิน จำได้แน่นอนค่ะ ว่างค่ะ! ว่างมากๆ เลยค่ะ!’*
เธอรีบกดลบข้อความนั้นทันที มันดูตื่นเต้นเกินไป (>д<)
เธอสูดหายใจลึกๆ พยายามตั้งสติแล้วพิมพ์ใหม่อีกครั้ง
*‘สวัสดีค่ะคุณลลิน จำได้ค่ะ พอดีเลยค่ะ วันนี้หนูไม่มีเรียน่บ่ายพอดี สะดวกที่ไหนดีคะ’*
เธอกดส่งข้อความนั้นออกไป พร้อมกับหัวใจที่เต้นรัวไม่เป็จังหวะ
ทั้งสองนัดเจอกันที่คาเฟ่สไตล์ลอฟท์เล็กๆ ใกล้กับมหาวิทยาลัย บรรยากาศในร้านเงียบสงบ อบอวลไปด้วยกลิ่นกาแฟคั่วสดใหม่และเสียงเพลงบรรเลงเบาๆ เหมาะกับการพูดคุยอย่างยิ่ง
นารามารออยู่ก่อนเวลาเล็กน้อย เธอเลือกโต๊ะในมุมที่ค่อนข้างเป็ส่วนตัว มือของเธอชื้นเหงื่อด้วยความประหม่า
ไม่นานนัก ร่างสูงสง่าของลลินก็เดินเข้ามาในร้าน เธอสวมเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวเรียบๆ กับกางเกงยีนส์ แต่ออร่าของซูเปอร์โมเดลก็ยังคงเปล่งประกายออกมาจนทำให้ทุกคนในร้านต้องเหลียวมอง
“ขอโทษที่ให้รอนะคะ” ลลินเอ่ยทักทายพร้อมรอยยิ้มบางๆ
“มะ... ไม่เป็ไรค่ะ หนูเพิ่งมาถึงเหมือนกัน” นาราตอบเสียงตะกุกตะกัก
ลลินนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม บรรยากาศที่น่าอึดอัดเข้าครอบงำอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่ลลินจะเป็ฝ่ายทำลายความเงียบ
“สั่งอะไรหรือยังคะ”
“ยังเลยค่ะ รอคุณลลินก่อน”
หลังจากสั่งเครื่องดื่มเสร็จ บทสนทนาของพวกเธอก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง และเช่นเดียวกับในคืนนั้น มันเริ่มต้นจากเื่ศิลปะ
“พี่กลับไปดูงานของ Pollock มาหลังจากที่ได้คุยกับคุณนาราในวันนั้น” ลลินเริ่มต้น “พี่เพิ่งเข้าใจว่าทำไมคุณถึงได้หลงใหลในพลังของมันขนาดนั้น”
นาราตาเป็ประกายขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินเื่ที่เธอสนใจ “จริงเหรอคะ! มันสุดยอดไปเลยใช่ไหมคะ วิธีที่เขาสะบัดสีลงบนผ้าใบ มันเหมือนกับการปลดปล่อยอารมณ์ออกมาโดยตรงเลย”
ศิลปินสาวขี้อายหายไปแล้ว กลายเป็นาราผู้หลงใหลในศิลปะที่สามารถพูดถึงสิ่งที่เธอรักได้อย่างไม่ติดขัด ลลินมองภาพนั้นด้วยความทึ่งและเอ็นดู เธอชอบที่ได้เห็นนาราในเวอร์ชันนี้
พวกเธอคุยกันเื่ศิลปะอย่างออกรส ั้แ่เทคนิคการใช้สี ไปจนถึงปรัชญาที่ซ่อนอยู่ในภาพวาดแต่ละชิ้น ลลินไม่เพียงแต่เป็ผู้ฟังที่ดี แต่เธอยังมีมุมมองที่น่าสนใจและเฉียบคม ทำให้นารารู้สึกเหมือนได้เจอคนที่พูดภาษาเดียวกันอย่างแท้จริง
“คุณนาราล่ะคะ มีศิลปินในดวงใจคนอื่นอีกไหม”
“ก็มี Yayoi Kusama ค่ะ หนูชอบวิธีที่เธอใช้ลายจุดในการสำรวจเื่ของอนันต์และความหลงใหล มันทั้งสวยงามและน่าขนลุกในเวลาเดียวกัน”
“พี่ก็ชอบงานของเธอเหมือนกันค่ะ โดยเฉพาะห้องกระจกของเธอ มันเหมือนเราได้หลุดเข้าไปในอีกมิติหนึ่งเลย”
บทสนทนาที่ไหลลื่นทำให้เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งกาแฟในแก้วของพวกเธอหมดลง
“พี่ไม่คิดเลยว่าจะได้คุยเื่ศิลปะสนุกขนาดนี้กับใคร” ลลินพูดออกมาตามตรง “ปกติในวงการของพี่ ส่วนใหญ่จะคุยกันแค่เื่งานกับเื่แฟชั่น”
นารายิ้มเขินๆ “หนูก็เหมือนกันค่ะ ปกติไม่ค่อยมีใครเข้าใจเื่ที่หนูสนใจเท่าไหร่”
“พี่เข้าใจค่ะ” ลลินพูดพลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนารา “พี่รู้สึกว่า... เรามีความคิดหลายๆ อย่างที่คล้ายกัน”
สายตาคู่นั้นทำให้หัวใจของนาราสั่นไหวอย่างรุนแรง เธอรีบหลบสายตาด้วยความประหม่า ยกแก้วน้ำที่ว่างเปล่าขึ้นมาจิบแก้เก้อ
ลลินเห็นท่าทีนั้นก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ เธอเอื้อมมือไปข้างหน้า ใช้นิ้วโป้งเช็ดฟองนมที่ติดอยู่บนริมฝีปากของนาราออกอย่างแ่เบา
“เลอะหมดแล้วค่ะ” ദ്ദി( ¯꒳¯ )
ััที่ไม่คาดคิดนั้นทำให้นาราสะดุ้งเฮือก ร่างกายของเธอแข็งทื่อไปชั่วขณะ ความร้อนวิ่งพล่านขึ้นมาบนใบหน้าจนแดงก่ำไปหมด >///<
“ขะ... ขอบคุณค่ะ”
บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองเปลี่ยนไปในทันที ความเงียบที่โรยตัวลงมาครั้งนี้ไม่ได้น่าอึดอัด แต่กลับเต็มไปด้วยแรงดึงดูดทางอารมณ์ที่คุกรุ่นอยู่ใต้พื้นผิว
ลลินค่อยๆ ดึงมือกลับ แต่สายตาของเธอยังคงจับจ้องอยู่ที่นารา เธอรู้สึกว่ายิ่งได้รู้จักศิลปินสาวคนนี้มากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งถูกดึงดูดเข้าไปในโลกของเธอมากขึ้นเท่านั้น
โทรศัพท์ของลลินสั่นขึ้นมาขัดจังหวะ เธอหยิบมันขึ้นมาดูก่อนจะถอนหายใจเบาๆ “พี่คงต้องไปแล้วค่ะ มีนัดต่อ”
นารารู้สึกเสียดายอย่างบอกไม่ถูก “ค่ะ...”
ทั้งสองลุกขึ้นยืนพร้อมกัน ลลินจ่ายเงินค่าเครื่องดื่มก่อนที่พวกเธอจะเดินออกมาหน้าร้านด้วยกัน
“ขอบคุณมากนะคะสำหรับวันนี้” นาราพูดขึ้น “หนูสนุกมากเลยค่ะ”
“พี่ก็เหมือนกันค่ะ” ลลินตอบ “พี่ดีใจจริงๆ ที่ได้คุยกับนาราอีก...”
เธอหยุดพูดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะก้าวเข้ามาใกล้นาราอีกเล็กน้อย โน้มตัวลงมากระซิบที่ข้างหูของเธอด้วยน้ำเสียงที่แ่เบาแต่ชัดเจน
“...บางทีครั้งหน้า เราอาจจะไม่ต้องคุยกันแค่เื่ศิลปะก็ได้นะคะ” (⑉• •⑉)♡
ลลินเดินจากไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมจางๆ และคำพูดสุดท้ายที่ยังคงก้องอยู่ในหัวใจของนารา
“...บางทีครั้งหน้า เราอาจจะไม่ต้องคุยกันแค่เื่ศิลปะก็ได้นะคะ”
นารายืนนิ่งอยู่หน้าร้านกาแฟ หัวใจของเธอเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ใบหน้าของเธอร้อนผ่าว คำพูดนั้น... สายตานั้น... มันหมายความว่าอย่างไรกันนะ ˃ ᵕ ˂
ศิลปินสาวขี้อายกลับมายังสตูดิโอของเธออีกครั้ง แต่เธอกลับไม่สามารถจับดินสอหรือพู่กันขึ้นมาทำงานต่อได้เลย ในหัวของเธอมีแต่ภาพของลลินและบทสนทนาที่เพิ่งผ่านพ้นไป เธอรู้สึกสับสนอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
อีกฟากหนึ่งของเื่ราว ในห้องบรรยายของคณะนิเทศศาสตร์ เชอรีนกำลังนั่งเท้าคางฟังเลกเชอร์อย่างเบื่อหน่าย ในใจของเธอไม่ได้อยู่กับเนื้อหาที่อาจารย์กำลังสอนเลยแม้แต่น้อย แต่กลับล่องลอยไปถึงใบหน้าที่สดใสและรอยยิ้มที่ทำให้โลกสว่างไสวของเอวา
“น่ารักชะมัดเลย...”
เธอเผลอพึมพำออกมาเบาๆ พลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแอบดูใต้โต๊ะ เปิดเข้าไปในอินสตาแกรมของเอวาอีกครั้งเป็รอบที่ร้อยของวัน รูปภาพของซูเปอร์โมเดลสาวในสถานที่ต่างๆ ทั่วโลก ทั้งบนรันเวย์ ทั้งในชีวิตประจำวัน ล้วนแต่เต็มไปด้วยพลังงานบวกที่แผ่ออกมาจนทะลุหน้าจอ
เชอรีนไล่ดูกดหัวใจให้ทุกรูปภาพอย่างไม่รู้เบื่อ เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็แฟนคลับตัวยงของเอวาไปแล้วเรียบร้อย
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนข้อความส่วนตัวดังขึ้น ทำให้เชอรีนสะดุ้งเล็กน้อย เธอรีบเปิดเข้าไปดูด้วยหัวใจที่เต้นระรัว และเมื่อเห็นชื่อผู้ส่ง... เธอก็แทบจะกรี๊ดออกมา
*‘Ava S.’*
*‘น้องเชอรีน! ว่างมั้ยคะ? พี่เอวาอยากไปคาเฟ่แมวที่คุยกันไว้วันนั้นมากๆ เลย! ٩(。˃ ᵕ ˂ )و’*
เชอรีนแทบจะสำลักความสุข เธอรีบพิมพ์ข้อความตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว นิ้วของเธอแทบจะพันกันด้วยความตื่นเต้น
*‘ว่างค่าาา! ว่างมากเลยค่ะพี่เอวา! ไปวันนี้เลยไหมคะ!?’*
เธอรู้สึกว่าตัวเองดูตื่นเต้นเกินไปอีกแล้ว จึงรีบลบแล้วพิมพ์ใหม่
*‘สวัสดีค่ะพี่เอวา เชอว่างพอดีเลยค่ะ จะไปกันวันนี้เลยเหรอคะ’*
ข้อความตอบกลับจากเอวาก็เด้งขึ้นมาทันที
*‘แน่นอนสิคะ! เดี๋ยวพี่ส่งโลเคชั่นให้นะคะ เจอกันหลังเลิกเรียนเลยเนอะ! ( ˘ ³˘)♡’*
เชอรีนเก็บโทรศัพท์ลงด้วยรอยยิ้มที่กว้างจนแก้มแทบปริ เธอไม่สามารถจดจ่อกับบทเรียนได้อีกต่อไปแล้ว ในหัวของเธอมีแต่ภาพของคาเฟ่แมวและใบหน้าที่สดใสของเอวาเท่านั้น
ณ คาเฟ่แมวสุดชิคใจกลางสยาม บรรยากาศภายในร้านเต็มไปด้วยความน่ารักและอบอุ่น เหล่าแมวหลากหลายสายพันธุ์เดินเล่นกันอย่างอิสระ บ้างก็นอนขดตัวอยู่บนเบาะนุ่มๆ บ้างก็ปีนป่ายอยู่บนคอนโดแมวสูงใหญ่
เชอรีนมาถึงก่อนเวลาเล็กน้อย เธอเลือกโต๊ะริมหน้าต่างแล้วสั่งเครื่องดื่มรอ ขณะที่สายตาก็มองหาเ้าเหมียวตัวโปรดไปด้วย
ไม่นานนัก เอวาก็เดินเข้ามาในร้าน เธออยู่ในชุดสบายๆ เป็เสื้อยืดสีขาวกับกางเกงยีนส์ขาสั้น แต่ถึงอย่างนั้นออร่าของซูเปอร์โมเดลก็ยังคงเจิดจ้าจนทำให้ทุกคนในร้านต้องหันมอง
“น้องเชอรีน! รอนานไหมคะ”
“ไม่นานเลยค่ะ เชอก็เพิ่งมาถึง”
ทั้งสองนั่งลงด้วยกัน และบทสนทนาที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะก็เริ่มต้นขึ้นทันทีราวกับว่าพวกเธอเป็เพื่อนสนิทกันมานานนับปี
“ดูตัวนั้นสิคะพี่เอวา พันธุ์สก็อตติชโฟลด์หูพับ น่ารักมากเลย” เชอรีนชี้ไปที่แมวตัวอ้วนกลมที่กำลังนอนกลิ้งไปมา
“จริงด้วยค่ะ!” เอวาหัวเราะ “เหมือนก้อนโมจิเลย น่าฟัดชะมัด”
ทั้งสองสั่งขนมเค้กและเครื่องดื่มมาทาน พลางเล่นกับบรรดาเ้าเหมียวที่เดินเข้ามาทักทายอย่างเป็มิตร เอวาหยิบไม้ตกแมวขึ้นมาล่อแมวตัวหนึ่งอย่างสนุกสนาน ขณะที่เชอรีนก็ใช้มือถือถ่ายรูปและวิดีโอเก็บไว้ไม่หยุด
“พี่เอวาดูมีความสุขจังเลยนะคะ เวลาอยู่กับแมว”
“แน่นอนสิคะ พี่รักแมวมากเลย ที่ห้องก็เลี้ยงไว้ตัวนึงเหมือนกัน ชื่อซันนี่”
“น่ารักจังเลยค่ะ เชอก็อยากเลี้ยงบ้าง แต่ที่รักของเชอ (ลลิน) เขาไม่ค่อยชอบสัตว์เท่าไหร่” เชอรีนพูดพลางทำหน้าเศร้าเล็กน้อย
“เหรอคะ น่าเสียดายจัง” เอวาพูดพลางลูบหัวแมวเปอร์เซียที่เข้ามาคลอเคลีย “แต่ไม่เป็ไรนะคะ วันนี้มาเล่นกับแมวที่นี่ให้เต็มที่เลย เดี๋ยวพี่ถ่ายรูปคู่กับน้องแมวให้สวยๆ เลยค่ะ”
เอวาหยิบมือถือของเธอขึ้นมา แล้วเริ่มถ่ายรูปให้เชอรีนกับบรรดาแมวเหมียวในอิริยาบถต่างๆ เธอจัดท่าทางและมุมกล้องให้อย่างมืออาชีพ ทำให้รูปที่ออกมาดูสวยและเป็ธรรมชาติมาก
“ว้าว! พี่เอวาถ่ายรูปเก่งจังเลยค่ะ” เชอรีนชมอย่างทึ่งๆ เมื่อเห็นรูปตัวเองในจอ “สวยกว่าที่เพื่อนถ่ายให้อีก”
“ก็พี่เป็นางแบบนี่คะ เื่มุมกล้องน่ะถนัดอยู่แล้ว” เอวายิ้มอย่างภาคภูมิใจ “แต่ที่รูปสวยน่ะ... เพราะนางแบบน่ารักต่างหากค่ะ”
คำชมนั้นทำให้เชอรีนหน้าแดงอีกครั้ง “พี่เอวาก็... พูดแบบนี้อีกแล้ว (,,˃ ᵕ ˂,,)”
“ก็มันจริงนี่นา” เอวาหัวเราะ “มาค่ะ มาเซลฟี่กันดีกว่า”
เธอขยับเข้ามานั่งข้างๆ เชอรีนจนไหล่ชิดกัน ก่อนจะยกมือถือขึ้นมาถ่ายเซลฟี่ ทั้งสองทำหน้าตลกๆ ใส่กล้องหลายรูป เสียงหัวเราะคิกคักของพวกเธอดังไปทั่วบริเวณนั้น สร้างรอยยิ้มให้กับลูกค้าคนอื่นๆ ในร้าน
ความใกล้ชิดนั้นทำให้หัวใจของเชอรีนเต้นไม่เป็ส่ำ กลิ่นหอมอ่อนๆ เหมือนดอกเดซี่ยามเช้าจากตัวของเอวาทำให้เธอรู้สึกราวกับกำลังตกอยู่ในภวังค์
หลังจากเล่นกับแมวจนพอใจแล้ว ทั้งสองก็นั่งคุยกันต่อเื่สัพเพเหระ เชอรีนเล่าเื่การเรียนที่มหาวิทยาลัย ส่วนเอวาก็เล่าเื่ตลกๆ ระหว่างการเดินทางไปทำงานในต่างประเทศ
“...แล้วตอนนั้นนะคะ พี่ต้องไปถ่ายแบบที่ซานโตรินี แล้วตากล้องดันทำกล้องตกน้ำทะเลไปทั้งตัวเลยค่ะ!
” เอวาเล่าพลางหัวเราะลั่น “วันนั้นเลยต้องยกกองกันไปเลย สนุกมาก”
เชอรีนหัวเราะตาม “ชีวิตนางแบบนี่น่าสนุกจังเลยนะคะ ได้ไปเที่ยวหลายที่เลย”
“มันก็มีทั้งด้านที่สนุกแล้วก็ด้านที่เหนื่อยค่ะ” เอวาพูด “บางทีก็รู้สึกเหงาเหมือนกันนะ เวลาต้องไปทำงานคนเดียวไกลๆ”
แววตาของเอวาดูเศร้าลงเล็กน้อยเมื่อพูดถึงตรงนั้น ทำให้เชอรีนรู้สึกเห็นใจขึ้นมา
“ไม่เป็ไรนะคะ” เชอรีนเอื้อมมือไปจับมือของเอวาเบาๆ “ถ้าพี่เอวาเหงาเมื่อไหร่ ทักมาหาเชอได้เสมอนะคะ เชอจะอยู่เป็เพื่อนคุยเอง”
เอวาเงยหน้าขึ้นสบตากับเชอรีน ััอุ่นๆ จากมือนั้นทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นอย่างน่าประหลาด “ขอบคุณนะคะ... น้องเชอรีนใจดีที่สุดเลย”
ทั้งสองสบตากันนิ่งๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่เอวาจะสังเกตเห็นว่ามีวิปครีมติดอยู่ที่มุมปากของเชอรีน
“อุ๊ย” เธอหัวเราะ “เลอะอีกแล้วนะคะ”
เอวาไม่รอให้เชอรีนได้หยิบทิชชู เธอใช้นิ้วโป้งของตัวเองปาดวิปครีมนั้นออกอย่างแ่เบา ก่อนจะ... ยกนิ้วขึ้นมาดูดเลียชิมอย่างหน้าตาเฉย!
“หวานดีนะคะ” เธอยิ้มยั่ว
การกระทำนั้นทำให้เชอรีนช็อกไปชั่วขณะ ร่างกายของเธอแข็งทื่อ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาจนเหมือนจะมีควันลอยออกมาจากหู
“พะ... พี่เอวา!
”
เอวาหัวเราะร่วนเมื่อเห็นปฏิกิริยาที่น่ารักนั้น “ทำไมคะ เขินเหรอ”
เชอรีนไม่ตอบ เธอได้แต่ก้มหน้างุดๆ ซ่อนใบหน้าที่แดงก่ำของตัวเองเอาไว้
เมื่อถึงเวลาที่ต้องแยกย้ายกัน ทั้งสองคนเดินออกมาหน้าร้านด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย ความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนที่เพิ่งเริ่มต้น ดูเหมือนจะกำลังถูกฉาบไปด้วยสีสันของความรู้สึกที่พิเศษกว่านั้น
“วันนี้สนุกมากเลยนะคะ ขอบคุณที่ชวนมานะคะพี่เอวา”
“พี่ก็สนุกมากเหมือนกันค่ะ ไว้เรามาเที่ยวกันอีกนะ”
เอวากำลังจะเรียกรถเพื่อกลับบ้าน แต่แล้วเธอก็หยุดชะงัก หันกลับมาหาเชอรีนอีกครั้ง
“น้องเชอรีน”
“คะ?”
เอวาก้าวเข้ามาหาเชอรีนอย่างรวดเร็ว ก่อนจะดึงร่างบางเข้ามากอดแน่นๆ หนึ่งที เป็กอดที่อบอุ่นและเต็มไปด้วยความรู้สึกดีๆ
“ขอบคุณสำหรับวันนี้นะคะ”
เธอพูดจบก็ผละออก แต่ก่อนที่เชอรีนจะทันได้ตั้งตัว เอวาก็โน้มใบหน้าลงมา...
จุ๊บ!
ริมฝีปากอุ่นๆ ของเธอประทับลงบนมุมปากของเชอรีนอย่างรวดเร็วและแ่เบา แต่กลับสร้างแรงสั่นะเืมหาศาลในใจของเชอรีน
เอวายิ้มกว้าง ขยิบตาให้หนึ่งทีอย่างเ้าเล่ห์ ก่อนจะกระซิบประโยคสุดท้ายที่ทำให้เชอรีนยืนแข็งเป็หินไปอีกนาน
“ไว้วันหลัง... มาเล่นกับ ‘แมว’ ที่ห้องพี่บ้างก็ได้นะคะ” ٩(。˃ ᵕ ˂ )و