“เ้ารู้ไหมว่าข้าคือใคร?”
คนที่เพิ่งประมือกับเอี้ยนเฟยซาเอ่ยถาม ชายหนุ่มส่ายหัวคราหนึ่งเป็คำตอบ คนที่มีวรยุทธ์ระดับนี้เขาเพิ่งเคยพบเจอไม่กี่คน และคนแรกที่ประมือด้วยก็คือคนผู้นี้ที่ยืนอยู่เบื้องหน้า คนหนุ่มที่เพิ่งออกท่องยุทธภพเช่นเขา ไม่มีทางที่จะรู้จักยอดฝีมือพวกนี้ได้
“ข้าเพิ่งออกท่องยุทธภพ ไม่มีทางรู้จักพวกเ้าที่ไร้ศักดิ์ศรีกำลังจะใช้พวกมากรุมจอมยุทธ์น้อยที่วิทยายุทธ์ด้อยกว่าผู้หนึ่ง ช่างน่าอัปยศเสียจริง”
เสียงหัวเราะดังลั่นจากคนชุดดำทั้งสาม พวกมันหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง คล้ายคนที่ได้พบเจอกับเื่ที่น่าหัวร่อที่สุดบนโลกใบนี้ พวกมันหัวเราะจนตัวขดตัวงอ เอี้ยนเฟยซาทำได้แค่ยืนงงในดงยอดฝีมือเหล่านี้ เขาเริ่มไม่มั่นใจแล้วว่าคนพวกนี้เป็ยอดฝีมือหรือแท้จริงแล้วเป็เพียงกลุ่มคนบ้าที่ออกอาละวาดเท่านั้น
“เ้าหนูพูดจาได้น่าขันนัก เ้ารู้หรือไม่ว่าที่ผ่านมาพวกข้าต้องเจอกับอะไรมาบ้าง ถูกรุมล้อมสังหารมาแล้วกี่รอบ หลั่งเืเพราะคมดาบของฝ่ายศัตรูที่มากกว่ามาตลอด เ้ายังจะให้พวกเราเคารพกฏเกณฑ์ศักดิ์ศรีบ้าบอแบบนั้นอีกเหรอ?”
“แต่ข้ายังไม่เคยอยู่ในกลุ่มคนที่รุมทำร้ายพวกท่าน”
“แต่เ้ากำลังถือสิ่งที่พวกเรา้า”
เอี้ยนเฟยซาหมดคำพูดที่จะกล่าวโต้แย้ง เพราะดาบเล่มนี้ไม่ยอมหลุดออกจากมือเลย มันยังคงดึงดูดกับร่างกายของเขาอย่างแแ่ หากจะให้นำมันออกไป เขาก็จนปัญญา ตอนนี้คนชุดดำหนวดขาวเดินมาข้างหน้าหนึ่ง กล่าวว่า
“ก่อนที่จะทอดกายเป็ซากศพ ข้าจะให้เ้าได้รับรู้นามของพวกเราที่กำลังจะส่งเ้าลงนรก ข้าเจี่ยจงเฉิง คนสูงยาวเรียกว่าเจี่ยอิงสง คนอ้วนเตี้ยเรียกว่าเจี่ยถ้าฉือ รับมือ..”
พูดจบก็พุ่งตัวเข้าใส่ทันที ใช้ฝ่ามือโจมตีออกมาอย่างต่อเนื่อง แต่ละฝ่ามือที่จู่โจมใส่เอี้ยนเฟยซาขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ตามระยะทาง บรรยากาศรอบข้างกลายเป็อบอ้าวชวนอึดอัด เสียงหัวเราะจากเจี่ยอิงสงและเจี่ยเถ้าฉือดังขึ้นโดยพร้อมเพรียง คล้ายจงใจทำลายสมาธิของเอี้ยนเฟยซา
เอี้ยนเฟยซาที่ตั้งท่าพร้อมอยู่ก่อนแล้วแต่ก็ยังคงตกตะลึงในการจู่โจมครั้งนี้ของศัตรู ฝ่ามือที่ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ นั้นเขาไม่อาจจำแนกได้ว่าอันไหนจริงอันไหนเท็จ ่เวลาที่คับขันเช่นนี้เขายังไม่รู้ว่าจะรับมืออย่างไร ทันใดนั้นก็ปรากฏภาพคนใช้ดาบขึ้นในสมองอีกครั้ง เป็ภาพที่คนร่างสูงสง่าฟาดฟันดาบไปเบื้องหน้าสามครั้ง แล้วก็วกดาบกลับมาทิ่มแทงไปด้านหลัง จากนั้นก็กวาดดาบไปทางขวามืออย่างรวดเร็ว
เอี้ยนเฟยซาไม่รอช้าทำตามกระบวนท่าที่เห็นในสมอง เขาฟาดฟันดาบไปเบื้องหน้าสามครั้งตามตำแหน่งที่จดจำได้ เขารู้สึกได้ถึงพลังจากตัวดาบปะทะฝ่ามือสามครา ฝ่ามือนั้นรุนแรงจนทำให้ง่ามมือของเขาฉีกขาด แต่ก็ยังฝืนใจแทงดาบไปด้านหลังสุดแรง ปลายดาบปะทะกับวัตถุที่เป็เหล็กดังเคร้งคราหนึ่ง เป็มีดสั้นที่อยู่ในมือของเจี่ยอิงสงนั่นเอง การปะทะครั้งนี้ส่งผลให้เจี่ยอิงสงต้องถอยร่างกลับไปทางเดิม ส่วนเขาเองก็ถูกแรงปะทะจนมือไม้ปั่นป่วน ถึงกระนั้นก็ยังฝืนใจกวาดดาบไปทางขวามือสุดแรง ดาบฟันใส่หอกสั้นคู่หนึ่งอย่างจัง ร่างอ้วนกลมของเจี่ยถ้าฉือล้มกลิ้งไม่เป็ท่า
เอี้ยนเฟยซาเองก็ไม่ได้มีสภาพที่ดีกว่าคู่ต่อสู้ ถูกพลังของเจี่ยถ้าสือกระแทกจนอวัยวะภายในปั่นป่วน เซถลาเกือบล้มลง พึงทราบว่าพลังฝีมือของเขายังด้อยกว่าคู่ต่อสู้ทั้งสาม ที่ยังต้านทานได้จนถึงตอนนี้ก็เพียงเพราะท่าพิสดารที่ปรากฏขึ้นในสมองและพลังลมปราณมหาศาลที่แฝงอยู่ในดาบ หาไม่แล้วคงถูกเจี่ยจงเฉิงฟาดตายั้แ่ฝ่ามือแรกแล้ว
ยังไม่ทันที่เอี้ยนเฟยซาจะยืนอย่างมั่นคง เจี่ยอิงสงก็ะโเข้ามาทางด้านหลังพร้อมกับทิ่มแทงมีดสั้นใส่กลางหลังของเขา ภาพในสมองก็ปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง เอี้ยนเฟยซาทำตามภาพที่เห็นในสมองคือฟันดาบกลับหลังโดยไม่หันมอง เสียงร้องอุทานของเจี่ยอิงสงดังขึ้น มันย่อมตื่นใที่ชายหนุ่มใช้กระบวนท่านี้ ความจริงมันสามารถทิ่มแทงมีดสั้นใส่กลางหลังของคู่ต่อสู้ได้ แต่นั่นก็ต้องแลกกับการถูกดาบฟันใส่คอครั้งหนึ่ง ซึ่งนั่นอาจจะหมายถึงความตายเช่นกัน
เจี่ยอิงสงใช้ท่าร่างอันพิสดารพุ่งหลบไปด้านข้าง คนชาญฉลาดเช่นมันย่อมไม่เสี่ยงชีวิตในขณะที่กำลังมีเปรียบอย่างแน่นอน เอี้ยนเฟยซายังไม่ทันที่จะวกดาบกลับมาอยู่ในท่าต่อสู้ ก็แลเห็นเงาดำมาถึงตรงหน้าแล้ว ฝ่ามือของคู่ต่อสู้ประทับใส่กลางอกอย่างหนักหน่วง นี่เป็ฝ่ามือโลกันต์ที่เลื่องชื่อมานมนาน เสียงกระดูกหักดังลั่นทั่วลานผงาดฟ้า ร่างของชายหนุ่มลอยละลิ่วไปไกลหกวา
เอี้ยนเฟยซารู้สึกเ็ปจนชาด้าน ปากพ่นโลหิตคำโตออกมาหลายครั้ง เขาแน่ใจว่าตอนที่ตกถึงพื้น หัวใจของตัวเองก็คงหยุดเต้นตลอดกาล ดวงตาของจอมยุทธ์หนุ่มกำลังปิดลง ความตายกำลังคืบคลานเข้ามาแล้ว
เอี้ยนเฟยซาตกลงในอ้อมอกของใครบางคน ปรากฏพลังลมปราณสายหนึ่งชำแรกเข้าสู่ชีพจรของเขาอย่างรวดเร็ว มันเป็พลังลมปราณแนวทางเดียวกับที่แฝงอยู่ในดาบ มือข้างซ้ายของคนที่มาช่วยเหลือทาบอยู่กับหน้าอกของเขา ส่งพลังลมปราณเข้ามาอย่างไม่ขาดสายเพื่อไม่ให้หัวใจหยุดเต้น
ผู้มากลับเป็ทาสราชันย์
เจี่ยถ้าฉือที่รู้สึกอับอายจากการโดนดาบฟาดฟันจนล้มกลิ้งพุ่งเข้ามาด้วยความโกรธ หอกสั้นในมือทั้งสองข้างล้วนทิ่มแทงใส่ทรวงอกของทาสราชันย์ด้วยท่วงท่าอันพิสดาร มันเห็นว่าคนที่มาใหม่นี้มีวรยุทธ์สูงส่ง แต่กลับต้องถ่ายทอดพลังรักษาคนเจ็บไม่อาจปล่อยมือ ย่อมไม่สามารถตอบโต้ใส่ตนเองที่กำลังพุ่งเข้ามาโจมตีอย่างกะทันหันได้
ทาสราชันย์กวาดหน้าไปหาเจี่ยถ้าฉือพร้อมกับส่งเสียงคำรามออกมา เสียงคำรามที่ดังจนแผ่นดินะเื แมกไม้สั่นไหว คลื่นเสียงมุ่งตรงมาด้านหน้าพุ่งใส่เ้าของหอกคู่จนใจสั่นสะท้าน มันไม่กะจิตกะใจจะสู้ต่อเพราะระย่นย่อต่อฝีมือของศัตรู จึงดีดตัวขึ้นฟ้าเพื่อหลบหนี ร่างอ้วนท้วนลอยขึ้นอยู่เหนือศรีษะของฝ่ายตรงข้าม
เจี่ยถ้าฉือมั่นใจว่าตนเองรอดปลอดภัยแน่นอน ในขณะที่กำลังจะร่อนลงไปทางซ้ายเพื่อหลบหนี ก็ปรากฏพลังกลุ่มหนึ่งคุกคามมาจากใต้ฝ่าเท้า เมื่อก้มลงมองดูต้องใสุดขีด เพราะเงาหมัดใหญ่ั์ได้ครอบคลุมทางหลบหนีไว้หมดแล้ว ร่างของทาสราชันย์ปรากฏแก่สายตา คนผู้นี้ยังโอบอุ้มเอี้ยนเฟยซาไว้แนบอกตลอดเวลา แต่มืออีกข้างหนึ่งก็ต่อยหมัดใส่มันได้อีก
เจี่ยถ้าฉือสมกับเป็ยอดยุทธ์ผู้หนึ่ง มันตีลังกาพลิกร่างจากหัวอยู่บนเท้าอยู่ล่างเป็หัวอยู่ล่างเท้าอยู่บน ทิ่มแทงหอกสั้นทั้งสองในมือออกมาด้วยท่าแทงที่พิสดาร แต่ถึงอย่างไรมันก็เสียเปรียบที่ลอยตัวอยู่ พลังของการจู่โจมไม่รุนแรงรวดเร็วเท่าศัตรู แต่มันยังมั่นใจในวิชาหอกคู่ของตนเองอย่างเต็มเปี่ยมว่าจะสามารถต้านรับหมัดที่จู่โจมมาได้ จากนั้นพี่น้องอีกสองคนน่าจะเข้ามาคลี่คลายสถานการณ์ให้ ในขณะที่มันมั่นใจว่าทิ่มแทงใส่ใจกลางของหมัดอย่างแน่นอนก็ต้องร้องอุทานออกมาอย่างลืมตัว มันทิ่มแทงใส่ความว่างเปล่า หมัดนั้นเป็เพียงภาพลวง ภาพลวงที่เกิดจากการที่สูญเสียงสมาธิจากเสียงคำรามนั้น ต้องลอบร้องคำ ‘จบสิ้นกัน’ ในใจ
เสียงหมัดกระแทกใส่ศีรษะของเจี่ยถ้าสือดังสนั่น กระดูกทั่วทั้งร่างแตกหักไม่มีชิ้นดี นี่เป็อานุภาพของหมัดชำระมลทิน เป็เพลงหมัดที่คิดค้นโดยาายุทธจักรหวงหยางหลิว เมื่อใช้ออกด้วยยอดฝีมือเฉกเช่นทาสราชันย์ผู้มีผู้วิทยายุทธ์ใกล้เคียงกับเจ็ดยอดยุทธ์แดนเทพ ความตายก็มาเยือนเจี่ยถ้าสือในทันที
ร่างอวนท้วมของเจี่ยถ้าสือหล่นลงมาดุจดินเหลวกองหนึ่ง คนสิ้นลมหายไปแล้ว เหลือเพียงซากศพทุเรศทุรังซากหนึ่ง ยอดฝีมือผู้หนึ่งกลับจบสิ้นชีวิตอย่างง่ายดายถึงเพียงนี้ ชื่อเสียงที่เคยสั่งสมมานับร้อยปี ล้วนจบสิ้นลงภายในวันเดียว
เจี่ยจงเฉิงกับเจี่ยอิงสงกลับพร้อมใจกันพุ่งร่างจากไปคนละทิศทาง พวกมันไม่สนใจไยดีความเป็ความตายของพวกพ้อง กลับหลบหนีรวดเร็วถึงเพียงนี้ แต่นั่นไม่ได้ทำให้ทาสราชันย์รู้สึกประหลาดใจแต่อย่างใด เขาย่อมรู้จักนิสัยคนพวกนี้ดี เพราะเขารู้ว่ายอดฝีมือพวกนี้มาจากไหน
พรรคมาร
คนเหล่านี้เป็คนของพรรคมาร ทาสราชันย์จดจำเจี่ยจงเฉิงผู้ใช้หมัดโลกันต์ได้ เขาเคยพบเจอคนผู้นี้เมื่อยี่สิบปีก่อนครั้นออกเดินทางกำจัดเศษเดนมารร้ายกับาายุทธจักร ไม่นึกว่าบัดนี้พรรคมารจะโอหังถึงขนาดกล้ามาเหยียบย่างตำหนักราชันย์ เื่นี้ต้องมีเื้ัอย่างแน่นอน
ทาสราชันย์ผิวปากคราหนึ่ง โชงิก็วิ่งเข้ามา เขาใช้วิชาตัวโดดขึ้นหลังม้าอย่างรวดเร็ว ในอ้อมกอดยังมีร่างที่ไร้สติของเอี้ยนเฟยซาอยู่ แต่มือข้างหนึ่งของมันยังกำดาบไว้แน่น
มือข้างหนึ่งของทาสราชันย์ยังคงทาบอยู่ตรงหน้าอกของชายหนุ่มที่สลบไสล ั้แ่มาถึงเขายังไม่หยุดถ่ายทอดพลังลมปราณเข้าไปในร่างของคนในอ้อมกอด แม้ในยามต่อสู้ก็ตาม
“อดทนไว้ก่อนเ้าหนุ่ม ข้าจะพาเ้าไปคนผู้หนึ่ง มีเพียงเขาเท่านั้นที่จะช่วยเหลือเ้าได้”
ม้าสีขาวที่งามสง่าบรรทุกจอมยุทธ์สองคนลงจากเข้าด้วยความรีบเร่ง ความเป็ความตายของเอี้ยนเฟยซาเท่ากับอยู่ในมือของทาสราชันย์และบุคคลที่พวกเขากำลังเดินทางไปหา