บทที่ 22 ผู้ใดล่วงล้ำตำหนักข้า ล้วนต้องตาย!
"คิกคิก... พี่สาวอย่าเพิ่งคุยโวโอ้อวดไป เดี๋ยวจะสำลักคำพูดตายเอานะเ้าคะ!"
หรานหร่านหัวเราะร่าอย่างไม่ยี่หระ ดวงตาโค้งหยีเป็รูปพระจันทร์เสี้ยว
"ฮึ!"
หญิงชุดขาวแค่นเสียงเ็า "เด็กแก่แดด!"
สิ้นคำ ร่างของนางก็กลายสภาพเป็หมอกดำม้วนตัวปกคลุมตัวเองไว้ภายในอย่างรวดเร็ว ดวงตาของหรานหร่านเป็ประกายวิบวับ ปลายนิ้วเล็ก ๆ เคาะเบา ๆ ลงบนกระบี่เหรียญทอง เอ่ยเสียงเจื้อยแจ้ว "กินผีร้ายตนนี้เข้าไป เ้าคงจะอิ่มน่าดู!"
กระบี่เหรียญทองคล้ายจะรับรู้ สั่นไหวตอบรับ
เพียงครู่เดียว หมอกดำก็จางหายไป ทว่าภาพตรงหน้ากลับแปรเปลี่ยน จากเดิมที่เป็ป่ารกร้าง กลับปรากฏตำหนักโบราณหลังหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า โดยมีเ้าก้อนแป้งน้อยยืนอยู่ภายนอก
ส่วนหญิงชุดขาวผู้นั้นได้อันตรธานหายไปแล้ว หรานหร่านหรี่ตามองตำหนักตรงหน้า ั์ตาสุกใสเป็ประกาย ตำหนักหลังนี้คือ 'อาณาเขต' ที่ผีร้ายตนนี้บำเพ็ญเพียรจนสร้างขึ้นมาได้ คล้ายกับม่านพลังอาคม
ภูตผีที่สามารถบำเพ็ญตบะได้ถึงขั้นนี้ ย่อมมีอิทธิฤทธิ์ไม่ธรรมดา
แต่หรานหร่านหาได้เกรงกลัวไม่ นางล้วงลูกกวาดออกจากกระเป๋าโยนเข้าปาก เคี้ยวตุ้ย ๆ อย่างสบายอารมณ์ ก่อนจะก้าวเท้าป้อม ๆ เดินตรงดิ่งไปที่ประตูตำหนัก แล้วผลักเปิดออกอย่างไม่ลังเล
แอ๊ด
สิ้นเสียงประตูไม้ลั่น ทันทีที่เท้าเล็ก ๆ ก้าวข้ามธรณีประตู ภาพเบื้องหน้าก็พลันเปลี่ยนไปอีกครั้ง สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือสวนดอกไม้ขนาดย่อม รายล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่ ทว่าภายในสวนกลับเต็มไปด้วยพรรณไม้นานาชนิดที่ล้วนหาได้ยากและมีราคาแพง
ดอกไม้นานาพันธุ์แข่งกันเบ่งบาน อวดสีสันสวยงามตระการตา ชวนให้ผู้พบเห็นรู้สึกเบิกบานใจยิ่งนัก ฉับพลัน ลมกรรโชกแรงพัดวูบ ไอเย็นะเืเสียดแทงเข้าไปถึงกระดูก จนหรานหร่านต้องห่อไหล่สั่นสะท้าน ฝีเท้าหยุดชะงักลง
ฟึ่บ!
ทันใดนั้น ดอกไม้ดอกหนึ่งในสวนก็พุ่งเข้าโจมตีเ้าก้อนแป้งน้อย เกสรของมันอ้ากว้างราวกับปากปีศาจ หมายจะกลืนกินผู้บุกรุกให้สิ้นซาก
"ชิ!"
หรานหร่านขยับมือว่องไว เหรียญทองแดงปรากฏขึ้นที่ปลายนิ้ว นางสะบัดข้อมือเบา ๆ เหรียญนั้นก็พุ่งออกไปกระแทกดอกไม้ประหลาดจนถอยกรูด ทว่า การกระทำของนางกลับเหมือนเป็การราดน้ำมันลงกองเพลิง ดอกไม้ในสวนต่างพากันโกรธเกรี้ยว ยืดก้านยาวเหยียดเลื้อยเข้าหาหรานหร่านราวกับงูพิษ หมายจะรัดรึงร่างเล็ก ๆ ให้แหลกลาญ
หรานหร่านยังคงยิ้มแป้น แก้มยุ้ยน่าหยิก นางกางขาออกเล็กน้อย ใช้เท้าขวาวาดวงกลมบนพื้นอย่างเชื่องช้า คล้ายกำลังเขียนยันต์ด้วยปลายเท้า เมื่อวาดเสร็จ แสงสีเหลืองนวลตาที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าก็แผ่ซ่านออกมาจากวงกลมนั้น
"ทำลาย!"
เ้าก้อนแป้งน้อยกระทืบเท้าซ้ายลงพื้น ตวาดเสียงใส
ตูม!
พลังมหาศาลปะทุขึ้นจากวงกลมที่นางวาด พุ่งกระจายออกไปรอบทิศ ดอกไม้ปีศาจที่กำลังพุ่งเข้ามา ถูกพลังนั้นกระแทกจนหักสะบั้นกลางอากาศ
ฟึ่บ!
เพียงพริบตา พวกมันก็กลายเป็ผุยผง ปลิวหายไปกับสายลม
"อึก..."
พร้อมกันนั้น เสียงร้องอู้อี้ด้วยความเ็ปของหญิงชุดขาวก็ดังแว่วมา
"พี่สาว ยอมเสียดี ๆ เถิด หรานหร่านอาจจะพิจารณาไว้ชีวิตท่านนะเ้าคะ!"
"เหอะ!" หญิงชุดขาวแค่นหัวเราะ เสียงร้องไห้โหยหวนของภูตผีดังสะท้อนก้องกลางอากาศ "ไม่เจียมตัว!"
หรานหร่านพองแก้มป่อง เอามือลูบพุงกลม ๆ ของตัวเองอย่างน่าสงสาร
นางหิวแล้วนะ!
รีบ ๆ ออกมาให้จัดการ จะได้รีบกลับบ้านไปกินข้าวไม่ได้หรือ?
"เฮ้อ..."
หรานหร่านถอนหายใจเฮือกใหญ่ แล้วจำใจก้าวเดินต่อไปข้างหน้า เดินลัดเลาะไปมาอยู่เกือบหนึ่งเค่อ ก็มาถึงโถงกลางของตำหนัก ดวงตากลมโตดำขลับกวาดมองไปรอบ ๆ โถงอย่างรวดเร็ว จากนั้นนางก็ตวัดนิ้ววาดค่ายกลกลางอากาศ สะบัดมือน้อย ๆ ส่งค่ายกลเ่าั้ไปแปะตามทิศต่าง ๆ ของโถง แล้วเลือนหายไป
"ฮืออ..."
ปัง! ปัง!
ทันใดนั้น ลมพายุพัดกรรโชกแรง ส่งเสียงหวีดหวิวราวกับภูตผีกรีดร้อง ต้นไม้ใหญ่นอกหน้าต่างโยกไหวรุนแรง บานหน้าต่างกระแทกเปิดปิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว หรานหร่านหรี่ตาลง กำยันต์ในมือแน่น ยืนนิ่งรอคอยจังหวะ
ฟิ้ว!
ฉับพลัน กลุ่มควันดำที่หน้าต่างก็ก่อตัวเป็หมอกหนา ลอยวนเวียนไปรอบโถงเพียงครู่เดียว หมอกดำก็รวมตัวกันกลายเป็ร่างิญญาโปร่งแสง ผีสาวตนนี้ก็คือหญิงชุดขาวที่ถูกหรานหร่านเผาผมจนหัวล้านไปเมื่อครู่นั่นเอง
ยามนี้ ใบหน้าของนางขาวซีดเผือด ดวงตาดำมืดสนิทราวกับน้ำหมึก รอบกายแผ่ซ่านด้วยรังสีสีแดงฉาน กระบี่เหรียญทองในมือหรานหร่านสั่นไหวอย่างรุนแรง ถี่เร็วกว่าตอนอยู่หน้าประตูถึงสิบเท่า
นั่นหมายความว่า ไออาฆาตในตัวหญิงชุดขาวทวีความรุนแรงขึ้นกว่าเดิมถึงสิบเท่าตัว เห็นดังนั้น หรานหร่านก็เริ่มใจคอไม่ดี ใบหน้าจิ้มลิ้มเคร่งขรึมขึ้นทันตา
"ฮ่าฮ่าฮ่า... ฮ่าฮ่าฮ่า..."
เสียงหัวเราะแหลมสูงของหญิงชุดขาวเสียดแทงแก้วหู พยายามครอบงำจิตใจของหรานหร่าน
"ผู้ใดล่วงล้ำตำหนักข้า ล้วนต้องตาย!"
หญิงชุดขาวประกาศก้องด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น มือทั้งสองข้างแผ่ไอสีแดงออกมา ควบแน่นเป็กรงเล็บปีศาจขนาดมหึมา พุ่งเข้าใส่หรานหร่าน
ฟึ่บ!
หรานหร่านลืมตาโพลง ขนตายาวงอนกระพริบถี่ เท้าขยับว่องไว ร่างป้อม ๆ กลิ้งหลบการโจมตีไปด้านข้าง พร้อมกับซัดยันต์สีเหลืองสองแผ่นในมือขวาออกไปสุดแรง
ตูม!
เสียงะเิดังสนั่น ยันต์ทั้งสองแผ่นเปล่งแสงสีทองเจิดจ้า ทำลายกรงเล็บหมอกดำจนแตกกระจาย
"กรี๊ด!"
หญิงชุดขาวกรีดร้องโหยหวน หดมือกลับอย่างรวดเร็ว ร่างกายหมุนวนเป็พายุหมุน พุ่งหนีออกไปทางหน้าต่าง
"พี่สาว อย่าเพิ่งไปสิเ้าคะ"
เสียงใสแจ๋วของหรานหร่านดังไล่หลัง
ร่างเล็ก ๆ พุ่งทะยานราวกับลูกธนูหลุดจากคันศรเข้าไปขวางทางหมอกดำไว้
นางชูกระบี่เหรียญทองขึ้น เหรียญทั้งร้อยแปดกระจายตัวออก เปล่งแสงสีทองอร่าม หมุนวนล้อมกรอบกลุ่มหมอกดำไว้อย่างรวดเร็ว
ฉึก!
เพียงชั่วอึดใจ เหรียญเ่าั้ก็รวมตัวกันกลางอากาศ พุ่งเข้าตัดผ่ากลางลำตัวของหมอกดำ
"กรี๊ดด"
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังขึ้นอีกครั้ง หมอกดำคืนร่างเป็หญิงชุดขาว ร่วงลงไปกองกับพื้น เ้าก้อนแป้งน้อยไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายได้พักหายใจ ประสานมือร่ายเวท ปากพึมพำคาถาโบราณที่ฟังไม่ได้ศัพท์ สิ้นเสียงร่ายเวท แสงสีทองสว่างวาบไปทั่วโถง ตัวอักษรโบราณคล้ายอักษรจ้วน ลอยเด่นขึ้นกลางอากาศ ก่อนจะหายเข้าไปในร่างของหญิงชุดขาว
"อึก...."
หญิงชุดขาวดิ้นรนอย่างทรมาน ส่งเสียงครางในลำคอ
เคร้ง!
กระบี่เหรียญทองในมือหรานหร่านแตกตัวออกอีกครั้ง กลายเป็กระบี่เล่มเล็ก ๆ นับไม่ถ้วน พุ่งเข้าใส่หญิงชุดขาวดุจห่าฝน คมกระบี่นับร้อยทิ่มแทง ร่างของหญิงชุดขาวค่อย ๆ สลายกลายเป็ควันจางหายไปในอากาศ ไออาฆาตทั้งหมดถูกกระบี่เหรียญทองดูดกลืนจนสิ้นซาก