กลางคืนของหมู่บ้านซื่อหานเงียบสงบผิดปกติ แสงจันทร์สาดส่องผ่านม่านเมฆสลัว ทอแสงเงาทับเงาต้นไผ่ที่ไหวเอนอยู่รอบขอบป่าเื้ัหมู่บ้าน
ในลานฝึกเก่าที่เต็มไปด้วยรอยเท้าและหญ้าแห้ง หลิงเซียวกำลังฝึกเคลื่อนไหวเงียบ ๆ
เขาไม่เพียงหมุนคุไนติดโซ่ไปรอบตัว แต่ยังเริ่ม “ควบคุมแรงกระทบ” จากพลังปราณในจุดตันเถียนอก เพื่อส่งแรงสะท้อนกลับเข้าข้อศอก – เทคนิคที่เคยใช้กับหุ่นจักรกลในโลกก่อน
“ถ้าข้าควบคุมแรงกระแทกได้…การโจมตีจะไม่เสียพลังเลยแม้แต่น้อย”
เพียงเขาหยุดฝึก เสียงฝีเท้าเบา ๆ ก็เดินเข้ามาจากด้านข้าง
“เ้าฝึกกลางคืนอีกแล้วหรือ?”
เสียงนั้นเป็ของ ซูหลาน — ลูกสาวของหมอยาประจำหมู่บ้าน เธอถือโคมไฟเดินเข้ามาอย่างแ่เบา ใบหน้ายามจันทร์สะท้อนผิวขาวซีดของเธอให้ยิ่งดูอ่อนโยน
“ข้าคิดว่าเ้าจะพักหลังกลับมาจากป่าเสียอีก”
หลิงเซียวพยักหน้าเล็กน้อย “พักได้ แต่ฝันไม่ได้…ข้าต้องเดินต่อ”
ซูหลานยิ้มเจื่อน ๆ ก่อนจะนั่งลงข้างลานฝึก เอามือประคองคางแล้วจ้องมองเขาเงียบ ๆ
ผ่านไปครู่ใหญ่ เธอก็เอ่ยขึ้นเบา ๆ
“เ้ารู้หรือยังว่า…โลกนี้มีขั้นพลังปราณิญญาทั้งหมดกี่ขั้น?”
หลิงเซียวเลิกคิ้วเล็กน้อย “ข้ายังไม่รู้ละเอียดนัก บอกข้าทีสิ”
เธอพยักหน้า
“ปราณิญญามีทั้งหมดสิบสองขั้น…แต่ไม่ใช่ทุกคนจะไปถึงได้หรอกนะ เ้าอยากรู้ไหมว่ามีอะไรบ้าง?”
“แน่นอน”
ซูหลานสูดลมหายใจนิดหนึ่ง แล้วพูดราวกับท่องจำ
“ขั้นที่หนึ่ง – ผู้ฝึกปราณ เป็เพียงผู้เริ่มต้น สร้างจุดตันเถียนแรก
ขั้นที่สอง – นักสู้ปราณ เริ่มสร้างเกราะอก ปกป้องศูนย์กลางพลัง
ขั้นที่สาม – ทหารปราณ มีเกราะแขนทั้งสอง
ขั้นที่สี่ – ผู้เชี่ยวชาญปราณ สร้างเกราะขา เสริมแรงโจมตีและตั้งรับ
ขั้นที่ห้า – ปรมาจารย์ปราณ สร้างเกราะเท้า ใช้เคลื่อนที่ฉับไว
ขั้นที่หก – จอมยุทธ์ปราณ สร้างเกราะมือ เสริมแรงบีบ จับ อาวุธ
ขั้นที่เจ็ด – นักรบปราณิญญา เริ่มสร้างอาวุธขั้นที่สองจากพลัง
ขั้นที่แปด – ปรมาจารย์ปราณิญญา สร้างเกราะต้นขา เสริมแรงปะทะ
ขั้นที่เก้า – จอมยุทธ์ สร้างปีกแห่งปราณ บินได้ระยะสั้น
ขั้นที่สิบ – พรมยุทธ์ มีเกราะไหล่สองข้าง
ขั้นที่สิบเอ็ด – เทพยุทธ์ สร้างเกราะหัว รับแรงจิตได้
ขั้นสุดท้าย – มหาเทพยุทธ์ สร้างอาวุธสุดท้ายที่รวมทุกสิ่ง”
เธอเว้นจังหวะแล้วหันมายิ้มบาง ๆ “จำได้หมดไหม?”
หลิงเซียวหลับตาครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยด้วยเสียงเรียบ
“จำได้…และเข้าใจมากขึ้น…ทุกขั้นของพลังปราณในโลกนี้ไม่ใช่เพียงการรวบรวมพลัง แต่เป็การสร้าง ‘ร่างา’ ของตัวเองทีละชิ้น”
“อื้ม…ใช่แล้ว” ซูหลานพยักหน้า “และทุกขั้นจะต้องใช้กระดูกของสัตว์วิเศษในการหลอมเกราะหรืออาวุธ เพราะปราณเพียงอย่างเดียวไม่พอ”
หลิงเซียวก้มหน้า คำพูดนั้นกระตุ้นบางอย่างในความคิดเขาทันที
“สัตว์วิเศษ…หมายความว่า…”
“ใช่ ถ้าเ้าฝึกด้วยกระดูกอสูรธรรมดา เ้าจะติดขัดในระดับกลาง แต่ถ้าเป็กระดูกที่มีอายุยืนยาว เ้าจะไปได้ไกลกว่า”
“ยิ่งอายุของกระดูกมาก…เกราะหรืออาวุธก็ยิ่งแข็งแกร่งมาก”
“เ้าเข้าใจเร็วกว่าคนอื่นอีกนะ” เธอยิ้ม
หลิงเซียวพึมพำ “เพราะข้าเคยสร้างสิ่งที่ซับซ้อนกว่านี้มากในโลกก่อน”
ซูหลานขมวดคิ้ว “อะไรนะ?”
“ไม่มีอะไร…” เขาส่ายหน้าเบา ๆ
เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเธอจะเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
“อีกสองวัน จะมีพิธีประลองรอบเล็กของเขตหมู่บ้าน”
“หืม?”
“ใครที่มีอันดับสูง จะได้สิทธิ์ไปฝึกต่อที่เมืองสำนักในฤดูหนาวปีนี้…ข้าแค่คิดว่า…เ้าอาจลองดู”
หลิงเซียวไม่ได้ตอบทันที
เขาแหงนหน้ามองจันทร์ แล้วกระซิบเบา ๆ
“ดี…ข้าจะไป”
เพราะการประลอง…คือเวที
เวทีที่เขาจะประกาศให้โลกรู้ว่า
เด็กฝึกปราณไม่ได้คนนั้น ได้กลับมาแล้ว