หานอวิ๋นซีออกจากห้องนอนด้วยความโกรธเมื่อกลับมาถึงตำหนักหยุนเซี่ยนก็เกือบจะชนเข้ากับแม่นมจ้าวที่กำลังเดินเข้ามาหานาง
“หวังเฟยท่าน...เป็นอะไรหรือไม่เพคะ?” แม่นมจ้าวถามด้วยความเป็นห่วงแน่นอนว่านางรู้ว่าเจ้านายเพิ่งมาจากทางฝั่งท่านอ๋อง
หานอวิ๋นซีที่เต็มไปด้วยความโกรธกำลังจะขึ้นไปชั้นบนโดยไม่พูดอะไรแต่แม่นมจ้าวกลับรีบหยุดนางไว้ “ฉินหวังเฟย มีจดหมายถึงท่านเพคะ!”
ในตอนนี้หานอวิ๋นซีจึงหยุดลง
จดหมาย?
ใครเขียนถึงนาง? ในโลกนี้ ดูเหมือนนางจะไม่มีเพื่อนที่ติดต่อกันทางจดหมายเลย
“ฉินหวังเฟยจดหมายจากเพื่อนคนไหนหรือเพคะ?” แม่นมจ้าวถามอย่างสงสัยจดหมายฉบับนี้มีเด็กคนหนึ่งนำมาส่ง บนซองมีเพียงแค่คำว่า “ถึงฉินหวังเฟย”นอกจากนั้นก็ไม่มีอะไรเลย
แม่นมจ้าวเป็นหญิงชราที่อยากรู้อยากเห็นมากแต่สุดท้ายแล้วก็ไม่ได้มีความกล้าที่จะถามเรื่องส่วนตัวมากขนาดนั้น
เมื่อเห็นความอยากรู้อยากเห็นของแม่นมจ้าวหานอวิ๋นซีก็คว้ามันอย่างลวกๆ และขึ้นไปชั้นบนโดยไม่พูดอะไรสักคำ
สรุปแล้วเป็นจดหมายของใครกัน?
หานอวิ๋นซีสงสัยอย่างมากแต่ใครจะรู้ว่าทันทีที่นางเปิดมันกลับพบว่าเป็นกู้เป่ยเยวี่ยที่นัดหมายนางให้ไปพบที่โรงน้ำชาหมิงเซียงในบ่ายวันพรุ่งนี้
ชายผู้นั้นออกจากวังได้สักทีสินะ!
ด้วยนิสัยของชายผู้นั้นแล้วถ้าไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร หากต้องการนัดพบนาง ก็สามารถใช้วิธีนี้ได้แต่การที่เขานัดพบนางนั้นมีอะไรส่วนตัวด้วยหรือ?
เอาเถอะพรุ่งนี้ก็คงรู้เอง เวลานี้หานอวิ๋นซีไม่ได้คิดมากมายขนาดนั้นนางเดินไปที่หน้าต่างและมองไปทางห้องนอนที่สว่างไสว หัวใจของนางถูกปิดกั้นอีกครั้ง
ให้ตายเถอะหลงเฟยเยี่ยทำไมเขาถึงดุร้ายนัก? รอเขามาตั้งสามวันทันทีที่มาก็ดุใส่อีก เห็นได้ชัดว่าเป็นสิ่งที่เขาสัญญาไว้เอง ให้นางถามคำถามหลายๆข้อเพื่อความชัดเจนหน่อยไม่ได้หรือไร?
ตอนนี้ตระกูลหานไม่เป็นอะไรก็จริงเขาควรทำให้แน่ใจว่าตระกูลหานจะยังไม่เป็นไรต่อไป มิฉะนั้นไม่ช้าก็เร็วนางจะกลับมาอีกแน่
คืนทั้งคืนหานอวิ๋นซีนอนไม่หลับ
วันรุ่งขึ้นนางตื่นขึ้นตั้งแต่เช้าตรู่ นั่งชงชาอยู่ที่ลานบ้านและในไม่ช้าก็เห็นหลงเฟยเยี่ยกำลังจะออกไปข้างนอก
“อะแฮ่ม!”
นางจงใจไอสองสามครั้งหลงเฟยเยี่ยก็หยุดและหันกลับมามองนาง
“ท่านอ๋องมาดื่มชาสักถ้วยหรือไม่?” นางถามอย่างใจเย็นราวกับว่าความทุกข์ยากของเมื่อคืนนี้ไม่เคยเกิดขึ้น
อย่างไรก็ตามหลงเฟยเยี่ยปฏิเสธ “ไม่จำเป็น”
หลังจากที่เขาพูดจบก็สวมเสื้อคลุมและรีบออกไปราวกับมีเรื่องด่วน
หานอวิ๋นซียังคงรักษาสีหน้าผ่อนคลายและพึงพอใจไว้เมื่อร่างของหลงเฟยเยี่ยหายไป ดวงตาของนางค่อยๆ หรี่ลง
ชายผู้นี้!
นางยอมประนีประนอมโดยสมัครใจแต่ชายผู้นี้ต้องการอะไรอีก? นั่งคุยกับนางดีๆหน่อยไม่ได้เลยหรือไร? หากเรื่องของตระกูลหานเป็นเรื่องยากที่จะจัดการจริงๆ นางก็สามารถเข้าใจได้แล้วก็สามารถหาทางออกร่วมกันได้ไม่ใช่หรือไร?
นางรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับคนทรยศยังมีเรื่องอะไรที่จะต้องปิดบังนางอีก? ถ้าเขารีบออกไปเช่นนั้นมันยังใช่คดีคนทรยศหรือไม่?
หานอวิ๋นซีที่มีจิตใจที่แข็งแกร่งมาโดยตลอดเดาว่าคงมีเพียงหลงเฟยเยี่ยเท่านั้นที่สามารถทำให้นางโกรธได้
ในขณะที่กำลังหงุดหงิดก็เห็นฉู่ซีเฟิงเดินผ่านมา หานอวิ๋นซีจึงรีบเรียกเขาไว้ทันที “ฉู่ซีเฟิงเจ้ามานี่สิ”
ฉู่ซีเฟิงมาตรงหน้าทันที“หวังเฟย มีคำสั่งอันใดหรือพ่ะย่ะค่ะ”
“ช่วงนี้ท่านอ๋องอยู่ที่กูหยวนหรืออยู่ที่วังหรือ? แล้วเรื่องคนทรยศ คืบหน้าไปถึงไหนแล้ว?” หานอวิ๋นซีถามอย่างจริงจัง
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมาฉู่ซีเฟิงก็อยู่ในภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกแม้ว่าเขาจะเป็นองครักษ์ส่วนตัวของฉินอ๋องแต่เขาก็ไม่ได้รู้ทุกอย่างเกี่ยวกับท่านอ๋อน และแม้ว่าเขาจะรู้เขาก็ไม่สามารถพูดออกมาสุ่มสี่สุ่มห้าได้!
การปิดปากเงียบเป็นพื้นฐานของวิชาชีพที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้คนในตอนนี้
“ทูลหวังเฟยกระหม่อมเองก็ไม่ทราบเรื่องนี้แน่ชัดพ่ะย่ะค่ะ” ฉู่ซีเฟิงตอบอย่างจริงจัง
“หรือจะพิจารณาคดีอยู่ที่กูหยวนกันนะ? หานรั่วเสวี่ยเองก็อยู่ในการพิจารณาคดีด้วยใช่หรือไม่? เรื่องวางยาพิษ ข้าไม่คิดว่านางจะรู้เรื่องนี้” หานอวิ๋นซีถามอีกครั้ง
“หวังเฟยกระหม่อมไม่ทราบจริงๆ พ่ะย่ะค่ะ ไม่เช่นนั้นรอให้ท่านอ๋องกลับมาท่านค่อยถามจะดีกว่า กระหม่อมยังมี…”
ฉู่ซีเฟิงที่อยากจะหนีแต่หานอวิ๋นซีกลับพูดอย่างเกียจคร้านขึ้นมาว่า“หรือว่าท่านอ๋องจะไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้ ข้ากำลังจะเข้าวังอยู่พอดีเช่นนั้นไปดูสักหน่อยดีกว่า”
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมาฉู่ซีเฟิงก็หยุดด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วน “ฉินหวังเฟย วันนี้ท่านอ๋องไม่เข้าวังพ่ะย่ะค่ะท่านอย่าไปเลยจะดีกว่า”
“เขาอยู่ที่กูหยวนหรือ?” หานอวิ๋นซีถามต่อ
ฉู่ซีเฟิงมองไปทางอื่นและรีบแก้ตัว“ฉินหวังเฟย วันนี้เป็นวันที่การเดิมพันสิ้นสุดลงท่านไม่ไปดูสถานการณ์ของจวนแม่ทัพสักหน่อยหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
เรื่องนี้จำเป็นต้องให้ฉู่ซีเฟิงเตือนด้วยอย่างนั้นหรือ? แน่นอนว่าหานอวิ๋นซีรู้ว่าวันนี้เป็นวันอะไร
“เจ้ายังไม่ได้ตอบคำถามของข้าเลย”หานอวิ๋นซียังคงกดดัน
“ฉินหวังเฟยกระหม่อมไม่ทราบอะไรเลยจริงๆ พ่ะย่ะค่ะ!” ฉู่ซีเฟิงไม่สามารถต้านทานได้ ก่อนที่จะพูดจบเขาก็หายตัวไปแล้ว
แน่นอนหานอวิ๋นซีรู้ว่าฉู่ซีเฟิงนั้นปากแข็ง แต่สิ่งที่นางถามก็ไม่ใช่ความลับอะไรจำเป็นต้องปิดบังกันขนาดนั้นเลยหรือ?
หานอวิ๋นซีรู้สึกอยู่เสมอว่ามีบางอย่างผิดปกติแต่นางก็คิดไม่ออกอยู่ดี
หลังมื้อเช้านางพักผ่อนครู่หนึ่งก่อนจะออกไป ในตอนที่ผ่านจวนแม่ทัพใหญ่นางเห็นผู้คนล้อมรอบประตูจวนแม่ทัพซ้อนกันเป็นวงกลมขนาดใหญ่สามวงทั้งภายในและภายนอก พูดคุยกันและส่งเสียงดัง
ประตูของจวนแม่ทัพปิดแน่นแม้แต่ประตูด้านข้างที่ปกติจะเปิดให้เข้าและออกก็ปิดเช่นกัน
หานอวิ๋นซีหายใจเข้าลึกๆแม้ว่านางจะรู้ว่าในวันนี้มู่หลิวเยวี่ยจะถูก “ทุกสายตาจับจ้อง”แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะขนาดนี้!
อย่างไรก็ตามนางคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้อีกครั้งด้วยนิสัยเอาแต่ใจและหยิ่งยโสของมู่หลิวเยวี่ยน่าจะเคยทำให้ใครหลายคนขุ่นเคืองและมีคนจำนวนมากที่ได้ทีขี่แพะไล่ ต้องใช้โอกาสนี้ในการจุดไฟและซ้ำเติมอย่างแน่นอน
เรื่องต่างๆเกิดขึ้นมามากมาย ฝูงชนทั้งหมดต่างมาที่หน้าประตูเพื่อรอดูว่ามู่หลิวเยวี่ยจะออกมาหรือไม่? เป็นไปได้หรือไม่ว่าแม่ทัพต้องการปกป้องมู่หลิวเยวี่ยแบบนี้จริงๆ?
หานอวิ๋นซีตั้งหน้าตั้งตารออย่างมากนางหยุดครู่หนึ่งแล้วค่อยหันหลังเดินออกไปนางไม่ทันสังเกตว่ามีเสลี่ยงจอดอยู่อีกด้านหนึ่งของฝูงชนอาจจะเป็นองค์หญิงฉางผิงที่ไม่เผยหน้าออกมาและนั่งอยู่ในนั้นเป็นเวลานาน
ทันทีที่องค์หญิงฉางผิงได้รับจดหมายของมู่หลิวเยวี่ยก็รีบมาที่เมืองหลวงทันทีแต่น่าเสียดายที่การเดินทางนั้นยาวนานเกินไปจึงเพิ่งจะมาถึงในเช้าวันนี้เดิมทีนางวางแผนที่จะกลับมากับมู่หลิวเยวี่ยเพื่อจัดการกับหานอวิ๋นซีแต่ใครจะรู้ว่ามู่หลิวเยวี่ยแพ้!
ในเวลานี้นางเปิดม่านมุมหนึ่งขึ้น มองความโกลาหลตรงหน้านางด้วยสีหน้าไม่แน่ใจ
นางและมู่หลิวเยวี่ยเล่นด้วยกันตั้งแต่ยังเด็กอาจพูดได้ว่าเป็นเพื่อนซี้ในหมู่สหายนางจะยอมให้มู่หลิวเยวี่ยถูกรังแกแบบนี้ได้อย่างไร? ยิ่งไปกว่านั้นคนที่รังแกมู่หลิวเยวี่ยไม่ใช่ใครอื่นนอกจากหานอวิ๋นซี คนที่นางเกลียดที่สุด
“องค์หญิงคุณหนูหลิวเยวี่ยน่าสงสารเหลือเกินเพคะ หลี่ซื่อเป็นคนของตระกูลหานบางทีหานอวิ๋นซีอาจจะรู้เรื่องนี้นานแล้ว! นางเลยจงใจเดิมพันกับคุณหนูหลิวเยวี่ย”ซวงหงสาวรับใช้คาดเดาพร้อมพูดด้วยเสียงเบา ปกติแล้วมู่หลิวเยวี่ยมีประโยชน์มากมายแน่นอนว่าต้องพูดแทนนาง
“ฮ่าฮ่าหลิวเยวี่ยงี่เง่าผู้นี้ถูกหลอกแล้ว! ไม่รู้ว่าศาลต้าหลี่จะดำเนินคดีนี้อย่างไรแต่เท่าที่ข้าดูแล้ว ทุกคนในตระกูลหาน รวมถึงหานอวิ๋นซีล้วนเป็นผู้ต้องสงสัย!”องค์หญิงฉางผิงพูดอย่างโกรธเคือง
ซวงหงรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งและรีบพูดว่า“องค์หญิง วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการเดิมพัน หากฉินหวังเฟยมีเรื่องน่าสงสัยเช่นนั้นการเดิมพันก็จะสามารถขยายเวลาได้ใช่หรือไม่เพคะ?”
คำพูดของซวงหงปลุกคนที่อยู่ในความฝันให้ตื่นขึ้นองค์หญิงฉางผิงรีบหมุนตัวไปสั่งคนขับรถม้าให้รีบไปที่วัง
นางต้องไปขอร้องเสด็จแม่ถ้าไม่ได้ นางก็จะไปหาเสด็จพ่อของนางโดยตรงเพื่อขอร้องบางทีเรื่องนี้อาจจะยังมีเรื่องสนุก!
องค์หญิงฉางผิงรีบกลับเข้าวังโดยเร็วและตรงไปหาฮองเฮาทันที
“เสด็จแม่ท่านต้องช่วยหลิวเยวี่ยนะเพคะ อีกอย่าง หากหานอวิ๋นน่าสงสัยจริงๆ ท่านจะปล่อยนางไปโดยเปล่าประโยชน์ไม่ได้นะเพคะ!นี่เป็นโอกาสที่ดี!”
“เสด็จแม่นี่เป็นโอกาสของเราที่จะแก้แค้น! ท่านได้ยินหรือไม่!”
องค์หญิงฉางผิงเรียกได้ว่าเป็นเด็กที่เอาแต่ใจคว้าแขนเสื้อของฮองเฮาอย่างสุดกำลัง โดยไม่ได้คำนึงถึงมารยาทใดๆ
“พอได้แล้ว!นางเป็นผู้ช่วยชีวิตพี่ชายของเจ้านะ!” ฮองเฮาพูดอย่างไม่พอใจ
แน่นอนว่าองค์หญิงฉางผิงรู้เรื่องนี้แต่นางไม่ได้ใส่ใจ ในความเห็นของนางการที่หานอวิ๋นซีสามารถช่วยชีวิตเสด็จพี่ของนางได้ นั่นเป็นเกียรติของหานอวิ๋นซีต้องรู้ว่าเสด็จพี่จะเป็นฮ่องเต้แห่งอาณาจักรเทียนหนิงในภายภาคหน้า
“เสด็จแม่หรือท่านถือว่านางเป็นผู้มีพระคุณจริงๆ!”
หากหานอวิ๋นซีสามารถทำเพื่อไท่เฮาได้แน่นอนว่าฮองเฮาจะถือว่านางเป็นผู้มีพระคุณแต่ครั้งก่อนที่ไท่เฮาแสดงความปรารถนาที่จะร่วมมือ หานอวิ๋นซีก็ไม่ได้สนใจมัน ตอนนี้ไท่เฮาก็ยังคงคอยดูทัศนคติของสตรีผู้นั้น ดังนั้นหากนางลงมือทำอะไรไปก็คงจะไม่ดี
ฉางผิงเป็นคนที่ไม่สามารถเก็บความลับได้โดยปกติแล้วไท่เฮาจะไม่พูดเรื่องที่ดึงหานอวิ๋นซีมาเป็นพวกมากนักและแน่นอนว่าฮองเฮาเองก็ไม่พูดเช่นกัน
“ฉางผิงวังหลังไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองและคดีของหลี่ซื่อไม่ใช่สิ่งที่เจ้าและข้าสามารถวิจารณ์ได้ดังนั้นโปรดอย่าเข้าไปยุ่งเรื่องนี้ นอกจากนี้มู่หลิวเยวี่ยเป็นเด็กฉลาดเจ้าอย่าไปยุ่งกับนางให้มากนักเลย!” ฮองเฮาเตือนอย่างจริงจัง
องค์หญิงฉางผิงทนฟังไม่ได้กระทืบเท้าวิ่งออกไปทันที
นางจะไปหาเสด็จพ่อ!
ใครจะรู้ว่าเมื่อองค์หญิงฉางผิงมาถึงห้องตำราของฮ่องเต้กลับถูกเซวียกงหยุดเอาไว้ “องค์หญิงฝ่าบาทกำลังพบแขก หากมีเรื่องอันใด โปรดมาภายหลังเถิดพ่ะย่ะค่ะ”
“มาวันอื่นก็ไม่ทันแล้ว!หลีกทางไป!” แม้แต่ไท่จื่อยังต้องเคารพเซวียกงกงผู้นี้แต่องค์หญิงฉางผิงนั้นกลับหยิ่งผยองอย่างมาก
เซวียกงกงเองก็เคยชินไปแล้วดังนั้นจึงขวางทางไว้และพูดด้วยเสียงทุ้มต่ำว่า “องค์หญิงนั่นเป็นแขกผู้มีเกียรติจากซีโจว...”
เซวียกงกงพูดพลางเบาเสียงลง “เย่ไท่จื่อแห่งราชวงศ์ซีโจวพ่ะย่ะค่ะ”
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมาองค์หญิงฉางผิงก็ตกใจและโพล่งออกมาว่า “น้องสาวของเขาก็มาด้วยใช่หรือไม่? มาเพราะเรื่องงานอภิเษกหรือ?”
เทียนหนิงและซีโจวมีการอภิเษกเพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรีและมีการสมรสในทุกราชวงศ์มาตั้งแต่อดีตอย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้องค์หญิงแห่งเทียนหนิงได้อภิเษกกับองค์ชายแห่งซีโจวองค์หญิงฉางผิงได้ยินว่าคราวนี้องค์หญิงหรงเล่อแห่งซีโจวตั้งใจมาที่เทียนหนิงด้วยตนเองเพียงแต่ใครจะอภิเษกกับนางนั้น ยังไม่แน่ชัด
องค์หญิงหรงเล่อช่างเป็นคนที่เกินเอื้อมนางมีชาติกำเนิดสูงส่ง เป็นบุตรสาวของฮ่องเต้แห่งซีโจว เป็นน้องสาวแท้ๆ ของไท่จื่อและงดงามราวกับดอกไม้ เก่งทั้งบุ๋นและบู๊และได้ชื่อว่าเป็นสตรีผู้เดียวในแผ่นดินใหญ่หยุนคงที่เก่งทั้งบุ๋นและบู๊
ตอนนี้มีการคาดเดาสองอย่างในราชสำนักบางคนเดาว่าองค์หญิงหรงเล่อจะอภิเษกกับองค์ชายเทียนโม่และกลายเป็นฮองเฮาคนต่อไปของอาณาจักรเทียนหนิงแต่ก็มีบางคนที่เดาว่าองค์หญิงหรงเล่อจะอภิเษกกับฉินอ๋องผู้เป็นศิษย์พี่สำนักเดียวกับนางจวนฉินอ๋องก็จะมีนางสนมสองคน
ไม่ว่าองค์หญิงองค์นี้จะอภิเษกกับใครต่างถือว่าเป็นการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างซีโจวและเทียนหนิงต่อไป
แน่นอนว่าสำหรับองค์หญิงฉางผิงนางต้องการให้ตวนมู่เหยารีบอภิเษกกับฉินอ๋องที่เป็นเสด็จอาของนางหากสิ่งนี้เกิดขึ้น ชีวิตของหานอวิ๋นซีก็จะลำบากอย่างแน่นอน
การเป็นนางสนมของฉินอ๋องกับสตรีผู้โดดเด่นเช่นนี้เป็นเรื่องที่ต้องใช้ความกล้าหาญอย่างมาก!
“องค์หญิงหรงเล่อเองก็มาด้วยพ่ะย่ะค่ะตอนนี้ฉินอ๋องน่าจะไปกับนาง ส่วนมาที่นี่เพื่อเรื่องอภิเษกหรือไม่ กระหม่อมไม่ทราบแน่ชัดพ่ะย่ะค่ะ”เสวี่ยกงกงพูดด้วยรอยยิ้ม
“มาพร้อมกับเสด็จอาฉินอ๋องหรือ?” องค์หญิงฉางผิงรู้สึกประหลาดใจ ตั้งแต่เด็กจนโตนางเคยได้ยินว่าเสด็จอาฉินอ๋องไปกับสตรีผู้ใดเสียที่ไหนล่ะ?
เซวียกงกงพยักหน้าเรื่องนี้เขาเองก็ประหลาดใจเช่นกัน เมื่อวานนี้ฉินอ๋องและฮ่องเต้คุยกันเป็นการส่วนตัวดูเหมือนว่าจะหารือเกี่ยวกับเรื่องของหลี่ซื่อ เขาเลยไม่ทราบสถานการณ์ที่แน่ชัด
ใครจะรู้ว่าหลังจากที่องค์หญิงหรงเล่อมาเข้าเฝ้าฮ่องเต้ในวันนี้นางก็ถูกฉินอ๋องพาตัวไป จากมุมมองของเขาแล้ว ฉินอ๋องกับองค์หญิงหรงเล่อ ก็ดูเป็นไปได้!