ตอนที่ 10 รุม
"อย่าไปกลัว มันมีแค่คนเดียว รุมมันเลย"
เด็กที่เป็หัวโจกแม้จะใอยู่บ้าง แต่พยายามเก็บอาการเอาไว้ ไม่แสดงอาการตื่นตระหนกออกมา แล้วจัดการสั่งคนที่เหลือให้เข้าโจมตีพร้อมกัน
ทุกคนรีบทำการผสานร่างสัตว์อสูรอย่างพร้อมเพียง โดยมี ร่างสัตว์อสูร วานรเหลือง กิ้งก่าสามสี จิ้งเหลนหางยาว แร็กคูนหูกลม ส่วนผู้ฝึกหัดอสูรขั้น 6 เป็รูปแบบ แรดขาว
"ไม่เลว เข้ามากันเลย"
เอี้ยก้วยที่เห็นเช่นนั้นก็ไม่ได้รู้สึกหวั่นเกรงสักนิดเดียว เนื่องจากมองดูการผสานร่างที่ใช้ระยะเวลานานแล้ว ทำให้รู้เลยว่าเป็เพียงแค่เด็กน้อยที่เพิ่งก้าวเข้ามาสู่เส้นทางจอมยุทธอสูรได้ไม่นาน แล้วเมื่อวัดระดับพลังลมปราณที่เหลืออยู่ของแต่ละคน คงทนสภาพการผสานร่างสัตว์อสูรได้เพียงระยะ่เวลาสั้นเท่านั้น
ตอนนี้เด็กทั้งสี่ต่างพุ่งเข้าโจมตีใส่เอี้ยก้วยอย่างไม่ห้าวหาญ แม้ทั้งสี่จะเป็ผู้ฝึกหัดอสูรขั้นสูงกว่า แต่ด้วยการรีบเร่งเพิ่มระดับพลังปราณเร็วเกินไป ทำให้รากฐานไม่มั่นคง บวกกับความสามารถและประสบการณ์การต่อสู้ที่แตกต่างกันมาก ทำให้ไม่มีใครสามารถกดดันเอี้ยก้วยได้แม้แต่คนเดียว
"หนอย ทำไมมันถึงไวแบบนี้นะ"
"แน่จริงอย่าหลบสิวะ"
"นี้ขนาดพวกเรารุมล้อมยังจับตัวมันไม่ได้อีกหรอเนี่ย"
เอี้ยก้วยที่มีความเร็วของเสือลมกรดที่จัดได้เป็ความเร็วอันดับหนึ่งในห้าของสัตว์ทองแดงเลยก็ว่าได้ จึงไม่มีทางที่สัตว์ทองแดงชนิดอื่นจะตามจับได้ทัน ถ้าไม่ใช่สัตว์ที่มีจุดเด่นเื่ความเร็วเหมือนกันก็ไม่มีทางแพ้อย่างเด็ดขาด
ตอนนี้ด้วยสภาพของแต่ละคน ที่ไล่จับเอี้ยก้วยมาสักพักเริ่มจะคงสภาพร่างอสูรไว้ได้ไม่นาน เพราะแต่ละคนพึ่งใช้พลังกับจิ้งจอกมายาไปก่อนหน้านี้ แล้วตอนนี้ต้องมาไล่จับเอี้ยก้วยอีกจึงเริ่มเกิดการโรยแรงออกมาอย่างเห็นได้ชัด
เอี้ยก้วยที่คอยเอาแต่หลบหลีกการโจมตีก่อนหน้านี้ จัดการเดินเข้าหาเด็กทั้งสี่ที่ทยอยล้มลงเพราะความเหนื่อยจากการใช้พลังปราณไปมากทีละก้าว
"หว่า อย้าเข้ามานะ ข้ากลัวแล้วไว้ชีวิตข้าด้วย"
ฉึก
เอี้ยก้วยไม่สนเสียงร้องของสุนัขใกล้ตาย ทำการลงมือฆ่าโดยไม่ลังเล
ฉั่วะ ฉึก สวบ
เอี้ยก้วยไล่ฆ่าเด็กที่เคยทำร้ายเด็กเอี้ยก้วยอย่างเืเย็นทีละคน จนเหลือเด็กที่เป็หัวโจกคนสุดท้าย กรงเล็บแปดเปื้อนเืแดงสดไหลรินตามทางราวกับเคียวของมัจจุราช
เด็กหัวโจกที่เป็ผู้ฝึกหัดอสูรขั้น 6 เริ่มรู้สึกถึงการคุกคามของชีวิตตัวเองเป็ครั้งแรกในชีวิต ตอนนี้เด็กชายคนสุดท้ายเริ่มมีน้ำเหลืองไหลออกมานอกกางเกงแปดเปื้อนขาทั้งสองข้างเรียบร้อย แม้อยากจะรีบวิ่งหนีจากไป แต่ขาทั้งสองข้างก็ไม่ยอมเชื่อฟังคำสั่ง
"ยกโทษให้ข้าด้วย ข้าไม่ได้ตั้งใจ ข้าผิดไปแล้ว ข้ามีเงินนะ แกนอสูรข้าก็มี ข้าจะยกให้เ้าหมดทุกอย่างเลย"
สวบ
เอี้ยก้วยสังหารโดยไม่คิดสนใจฟังข้อเสนออีกฝ่ายจนจบให้เสียเวลา
"เฮ้อ มีลมปราณน้อยแบบนี้ กว่าจะคงสภาพได้เล่นเอาเหนื่อยแทบแย่ เห็นทีต้องรีบเพิ่มระดับปราณซะแล้ว"
เอี้ยก้วยที่จัดการแก้แค้นแทนเด็กชายเอี้ยก้วยที่ตายไปก็จัดการคลายสภาพการกลายร่างเสือลมกรดทันที
แม้จะร่างเทวะจะทำให้มีระดับลมปราณหนาแน่นกว่าปกติทั่วไป แต่การใช้สัตว์อสูรที่มีระดับเหนือกกว่าตัวเองก็เป็การสิ้นเปลืองพลังอย่างมหาศาล แล้วไหนจะต้องรับมือการโจมตีอีกสี่คนที่เหลือเป็ระยะเวลานึงอีก แม้ฝั่งตรงข้ามจะมีลมปราณเหลือน้อย แต่ก็เป็ผู้ฝึกหัดอสูรขั้นห้า, หกที่เหนือกว่าตัวเองทั้งสิ้น ทำให้เอี้ยก้วยต้องใช้พลังลมปราณแปรสภาพเป็ร่างอสูรเพื่อรับมือการโจมตีนานพอสมควร
เอี้ยก้วยไม่ลืมจัดการเก็บกวาดทรัพย์สินที่ติดตัวจากศิษย์สำนักทมิฬทั้งห้าคนมาเป็ของตัวเองทั้งหมด
เมื่อเก็บกวาดกลุ่มเด็กอันธพาลจนเสร็จสิ้น เอี้ยก้วยเดินเข้าหาจิ้งจอกมายาจัดการควักแกนอสูรอย่างชำนาญ
ตอนนี้เอี้ยก้วยจัดการดูดซับจิตอสูรจากแกนอสูรจิ้งจอกมายาอย่างรวดเร็ว
เมื่อจิ้งจอกมายาเข้ามาในห้วงจิติญญาต้องพบจิตอสูรในตำนานทั้งสี่ จนเกิดอาการสั่นกลัวขึ้นมาทันที ซึ่งการแสดงอาการแบบนี้ไม่ผิดแผกไปจากที่คาดการณ์ไว้แล้ว
เอี้ยก้วยจัดการมอบหมายคำสั่งให้คอยระวังภัยจากสิ่งรอบข้างในห้วงจิติญญาเหมือนการทำหน้าที่ของเสือลมกรดในเวลานี้