ตอนที่ 19 เราหย่ากันเถอะพี่โซ่
แก้มนั่งมองแสงไฟระยิบระยับบนผิวน้ำอยู่นานจนเบียร์กระป๋องสุดท้ายหมดเกลี้ยง ความขมในปากค่อย ๆ จางลงพร้อมกับความมึนเบา ๆ ที่เริ่มไหลเวียน
ความเจ็บในอกยังอยู่ แต่ตอนนี้มันไม่บีบตีเหมือนตอนแรกแล้ว เธอหันไปมองภีมที่นั่งเงียบ ๆ ข้างกัน มือเขายังกำกระป๋องครึ่งสุดท้ายอยู่
“พี่ภีม…” เสียงเธอเบา ๆ ราบเรียบ “ช่วยไปส่งแก้มกลับบ้านหน่อยได้ไหมคะ”
ภีมไม่พูดอะไร แค่พยักหน้าแล้วลุกขึ้นทันที มือใหญ่ยื่นมาช่วยพยุงเธอโดยไม่ต้องถาม เขาเก็บกระป๋องเปล่าใส่ถุงให้เรียบร้อยก่อนจะเดินนำไปที่รถ
ระหว่างทางกลับ
ไฟถนนสีส้มสลัวสาดเข้ามาในรถเป็จังหวะ ภีมเหลือบมองเธอเป็ระยะ แก้มนั่งมองออกไปนอกกระจก ไฟจากร้านอาหารข้างทางวิ่งผ่านใบหน้าเธอเป็เส้น ๆ บางจังหวะเธอก็ยิ้มตอบเขา
แต่พอเงียบลง สายตาก็ลอยไปไกลอีกครั้ง เหมือนคนที่พยายามดึงตัวเองกลับมาอยู่กับปัจจุบัน แต่ใจยังลอยไปกับภาพในห้องทำงานโรงสีเมื่อบ่าย
รถเลี้ยวเข้าซอยบ้าน แสงไฟหน้าบ้านที่ตั้งเวลาเปิดอัตโนมัติสาดส่องลงมาบนพื้นหญ้าอย่างอบอุ่น ภีมจอดรถสนิท แล้วรีบลงมาเปิดประตูให้ก่อนที่แก้มจะได้ดึงที่จับเอง
เขายืนรอเธอลงจากรถ เดินตามหลังช้า ๆ จนถึงประตูรั้วเหล็กสีขาวที่เปิดแง้มไว้ แก้มหยุดยืน หันกลับมาหาเขา มือทั้งสองข้างประสานกันแน่น
“ขอบคุณนะคะพี่ภีม” เสียงเธอแหบเล็กน้อย แต่จริงใจ “ขอบคุณที่… อยู่ด้วยกันเมื่อกี้”
ภีมยกมือขึ้นลูบหัวเธอเบา ๆ ฝ่ามือใหญ่อุ่นวางทาบลงบนผมของเธอ ลูบช้า ๆ สองสามครั้ง
“อือ… เข้าบ้านเถอะ” เขาพูดเสียงนุ่ม “อย่าคิดมากนะ ทุกอย่างมันมีทางออกเสมอ แก้มเก่งอยู่แล้ว พี่รู้”
แก้มพยักหน้าเล็กน้อย ยกมุมปากขึ้นเป็รอยยิ้มฝืน ๆ แต่ตายังแดงก่ำและเศร้าสร้อยเหมือนเดิม
ภีมยืนมองจนแน่ใจว่าเธอเดินเข้าประตูบ้านไปแล้ว ถึงเดินกลับไปที่รถ สตาร์ทเครื่องช้า ๆ ก่อนยกมือโบกให้เธออีกครั้งผ่านกระจกมองหลัง
แก้มยืนมองไฟท้ายรถคันนั้นค่อย ๆ หายไปในความมืดของซอย ก่อนจะหายใจเข้าลึก ในอกยังหนักอึ้ง แต่มีมุมเล็ก ๆ ที่อุ่นขึ้นนิดหน่อย เพราะรู้ว่ายังมีคนที่เธอพึ่งพาได้เสมอ อยู่ตรงนี้
แก้มยืนอยู่นิ่ง ๆ หน้าประตูรั้วเหล็กสีขาวที่เปิดแง้มไว้ แสงไฟหน้าบ้านสีเหลืองนวลสาดลงมากระทบใบหน้าเธอจนดูซีดเซียว เธอสูดหายใจเข้าลึก ๆ หนึ่งครั้ง ราวกับจะรวบรวมแรงที่เหลืออยู่น้อยนิด ก่อนยกมือขึ้นจับลูกบิดเสียงล็อกปลดดัง “คลิก” เบา ๆ แล้วเธอก็ผลักบานประตูเข้าไป
ภายในบ้านยังสว่างเหมือนเดิม ไฟทุกดวงถูกเปิดทิ้งไว้หมด ราวกับคนในบ้านกำลังตื่นตระหนกจนลืมปิด แก้มมองไปที่โคมไฟเพดานอันคุ้นเคย แล้วถอนหายใจยาวจนหน้าอกสะท้อน หายใจออกช้า ๆ เหมือนจะปล่อยความหนักอึ้งออกมาพร้อมลมหายใจนั้น
เธอก้าวเท้าเข้าไป ก่อนที่เท้าจะได้แตะพื้นกระเบื้องอ่อนเพียงก้าวเดียว เสียงของโซ่ก็ดังลั่นมาจากห้องรับแขกทางซ้าย
“ใช่ ๆ มึงดูตามทางด้วยนะ ถ้าเจอก็โทรกลับหากูเลย”
น้ำเสียงเขาร้อนรนจนแทบแตก แก้มฟังแล้วยกมุมปากขึ้นเยาะในใจ คิดในใจว่า “ตอนนี้เพิ่งจะเป็ห่วงเหรอ”
เธอผลักบานประตูเข้าไปเต็มตัว
โซ่ที่ยืนพิงขอบโซฟา โทรศัพท์แนบหูอยู่ หันขวับทันทีที่ได้ยินเสียงบานประตู สายตาเขาขยายกว้างในเสี้ยววินาทีนั้น จากตื่นตระหนกกลายเป็โล่งอกทันทีเมื่อเห็นว่าเป็เธอ โทรศัพท์ในมือหลุดร่วงลงบนโซฟานุ่มโดยไม่สนใจแล้ว
“แก้ม…”
เขาเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงจนแทบเป็กระซิบ เดินตรงเข้ามาหาเธอด้วยก้าวยาว ๆ สองสามก้าว มือข้างหนึ่งยื่นออกมาเหมือนจะจับมือ แต่แก้มถอยหลังหนึ่งก้าวทันทีจนหลังชนบานประตูที่เพิ่งปิดลง
สีหน้าเธอเ็า ดวงตาแดงก่ำแต่ไม่ยอมให้มีน้ำตาแม้สักหยด
“กูขอโทษแก้ม” เขาพูดซ้ำคำเดิม มือยังค้างอยู่กลางอากาศ
“เลิกขอโทษสักที” แก้มตัดบททันควัน เสียงเธอแหบพร่าแต่หนักแน่นจนโซ่ชะงัก “แก้มเบื่อจะฟังคำขอโทษจากปากพี่แล้ว”
เธอไม่รอให้เขาพูดอะไรต่อ เดินสวนเขาไปทันที แก้มเดินตรงไปที่บันได ฝ่าเท้าส่งเสียง “ตึก ตึก ตึก” บนขั้นบันไดดังก้องในบ้านที่เงียบกริบ
เสียงฝ่าเท้าของโซ่ดังถี่รัวขึ้นบันไดแทบไม่ทันห่างจากแก้มเลย เขาวิ่งตามขึ้นมาด้วยขาที่สั่นเล็กน้อย ประตูห้องนอนที่แก้มผลักเข้าไปยังไม่ทันปิดดี เขาก็ยื่นมือดันบานประตูตามเข้าไปทันที
แก้มไม่สนใจ เดินตรงไปที่มุมห้องแล้วมือล้วงเข้าไปใต้เตียง คว้ากระเป๋าเดินทางใบใหญ่สีเทาเข้มออกมา เสียงล้อกระเป๋ากรีดพื้นไม้ดังแกร๊ก ๆ เธอวางกระเป๋าลงตรงกลางห้อง ปิดฝาเปิดออก แล้วเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าบานใหญ่สีขาว
มือเธอคว้าชุดต่าง ๆ ทีละชุด ทีละตัว ไม่เลือก ไม่พับให้เรียบร้อยเหมือนทุกครั้ง แค่ยัดเข้าไปในกระเป๋าให้เต็ม ไม่สนว่าเสื้อผ้าจะยับ เสื้อตัวโปรดที่เขาเคยซื้อให้ เธอก็โยนเข้าไปโดยไม่มอง
โซ่ยืนอึ้งอยู่หน้าประตูแค่เสี้ยววินาที ก่อนจะรีบพุ่งเข้าไปทันที มือใหญ่คว้าข้อมือขวาของแก้มที่กำลังหยิบกางเกงยีนส์ตัวต่อไปไว้แน่น
“มึงทำอะไรแก้ม” เสียงเขาสั่นจนแทบแตก “มึงจะไปไหน”
แก้มสะบัดข้อมือออกทันที แรงจนโซ่เซถอยหลังหนึ่งก้าว
“แก้มจะไปอยู่บ้านแม่สักพัก” เสียงเธอเย็นจนน่ากลัว ตาไม่มองหน้าเขาเลยสักครั้ง
“ไม่เอาแบบนี้สิแก้ม” เขายื่นมือมาจะกอด แต่เธอเบี่ยงตัวหลบจนเขาจับอากาศ “กูไม่ให้มึงไปไหนทั้งนั้น”
แก้มหยุดมือ หันหน้ามามองเขาตรง ๆ เป็ครั้งแรกั้แ่เข้าห้อง ดวงตาแดงก่ำ แต่เต็มไปด้วยความโกรธที่กักเก็บมานานจนล้นออกมาเป็เปลวไฟ
“ไม่อยากให้ไป” เธอพูดช้า ๆ ทุกคำหนักแน่น “แต่พี่ก็ยังไม่เลิกทำตัวเหี้ยแบบนี้นะ พี่เคยคิดถึงใจแก้มบ้างไหม เคยคิดบ้างไหมว่าตอนที่พี่แอบไปเย็ดกับคนอื่น แก้มกำลังนั่งรอพี่อยู่ที่บ้าน”
โซ่หน้าซีดเผือด ปากขยับแต่พูดไม่ออก มือที่ยื่นออกมาค้างอยู่กลางอากาศ
“กูขอโทษแก้ม” เขาพูดเสียงสั่น มือพยายามยื่นมาจับไหล่เธออีกครั้ง “กูสัญญา ต่อจากนี้กูจะเลิกหมดเลย กูจะเลิกสันดานเดิมแล้ว อย่าไปเลยแก้ม… กูขอร้อง อย่าไป”
น้ำตาเขาคลอเต็มดวงตาแล้ว ใบหน้าเดิมที่เคยยิ้มเก่ง ตอนนี้บิดเบี้ยวด้วยความกลัวจนน่าสงสาร
แต่แก้มไม่หลบตา ไม่ยอมอ่อนข้อแม้แต่นิด เธอแค่ยืนนิ่ง มองหน้าเขาด้วยสายตาที่เ็าจนโซ่รู้สึกเหมือนถูกแช่แข็งทั้งตัว
“คำสัญญาพี่มันเคยศักดิ์สิทธิ์ตรงไหนบ้าง” เธอพูดเบา ๆ แต่ทุกคำแทงลึก “แก้มฟังมาเป็สิบ ๆ ครั้งแล้ว”
แล้วเธอก็หันกลับไปเก็บของต่อ ไม่พูดอะไรอีก โซ่ยืนตัวสั่นอยู่ตรงนั้น มือที่ยื่นออกไปค่อย ๆ ตกลงข้างลำตัวอย่างหมดแรง เหมือนคนที่เพิ่งรู้ตัวว่าครั้งนี้… เขาอาจจะเสียเธอไปจริง ๆ
เวลาผ่านไป
ห้องนอนยังเงียบกริบ มีเพียงเสียงผ้าที่เสียดสีกันขณะแก้มยัดเสื้อผ้าชุดแล้วชุดเล่าเข้าไปในกระเป๋า มือยังสั่นเล็กน้อย แต่ทุกการเคลื่อนไหวกลับดูเด็ดเดี่ยวจนน่ากลัว
โซ่ยืนตัวเกร็งอยู่ข้างเตียง มือกำแน่น ใบหน้าเหมือนคนที่เพิ่งถูกตบหน้าด้วยความจริงเต็มแรง
แก้มหยุดมือชั่วขณะ หายใจเข้าลึก ๆ แล้วพูดออกมาเสียงเรียบ แต่หนักแน่นจนโซ่สะดุ้งเฮือก
“เราหย่ากันเถอะพี่โซ่”
เธอไม่มองหน้าเขา ตาเหม่อไปที่เสื้อผ้าในมือ “แก้มเหนื่อยแล้ว”
คำนั้นหลุดออกมาเหมือนมีดที่แทงตรงกลางอกโซ่ เขาเบิกตากว้างจนตาแทบถลน น้ำตาที่คลอมาั้แ่เมื่อครู่ไหลลงแก้มทันทีโดยไม่สนใจความเป็ลูกผู้ชายอีกต่อไป
“ไม่…” เสียงเขาสั่นจนแทบแตก “ไม่แก้ม กูไม่หย่า”
เขาก้าวเข้ามาใกล้ คุกเข่าลงข้างกระเป๋า มือทั้งสองข้างคว้าขอบกระเป๋าไว้แน่นเหมือนมันคือสิ่งสุดท้ายที่ยังเชื่อมเขากับเธออยู่
“มึงให้โอกาสกูได้ไหมแก้ม” เสียงเขาขาดเป็ห้วง ๆ “กูจะเปลี่ยนตัวเองให้มึงดูเลย กูสาบาน กูจะไม่ให้มีเื่ผู้หญิงอีก ขอเวลากูหน่อย… กูจะรีบจัดการทุกอย่าง กูจะตัดขาดหมดเลย แก้ม… กูขอร้อง”
เขายกมือขึ้นจะจับขาเธอ แต่แก้มถอยหลังเล็กน้อยจนเขาจับได้แค่เพียงอากาศ
“พี่จะทำอะไรก็ตามใจพี่เลย” เธอพูดเบา ๆ แต่เย็นเยียบ “แต่ตอนนี้… แก้มไม่อยากเห็นหน้าพี่”
เธอหันกลับไปปิดซิปกระเป๋า แล้วยกกระเป๋าลากออกจากห้องทันที ล้อกระทืบพื้นไม้ดังกร๊อกแกร๊ก
โซ่ลุกขึ้นตามแทบจะล้ม เขาเดินตามหลังเธอไม่ห่าง ไม่พูดอะไรอีกแล้ว แค่เดินตามต้อย ๆ เหมือนคนที่เสียสติไปครึ่งหนึ่ง
แก้มลากกระเป๋าไปจนถึงหน้าประตูรั้ว โซ่ยังตามมาเงียบ ๆ
“อย่างน้อย…” เสียงเขาแหบแห้งจนแทบไม่ได้ยิน “ให้กูไปส่งมึงที่บ้านแม่นะแก้ม”
เขายื่นมือไปจับด้ามกระเป๋า แก้มหยุดชะงัก มองหน้าเขาแวบหนึ่ง สายตาเธอยังคงนิ่ง ไม่มีแววอ่อนข้อ ไม่มีความโกรธ แม้กระทั่งความเศร้า… เหมือนว่างเปล่า
โซ่เห็นสายตานั้นแล้วใจหายวูบ เขารีบวิ่งไปเอารถที่จอดในโรงรถทันที เปิดประตูหลัง ยกกระเป๋าใส่ให้อย่างระวัง กลัวว่าแค่กระแทกแรงนิดเดียว แก้มจะเปลี่ยนใจไม่ขึ้นรถ
แก้มยืนรออยู่ตรงนั้น ไม่พูดอะไร ไม่มองหน้าเขา แค่ยืนนิ่งจนรถถอยมาจอดเทียบ เธอเปิดประตูฝั่งผู้โดยสารแล้วขึ้นไปนั่งทันที มือวางบนตักแน่น สายตาจ้องตรงไปข้างหน้า
โซ่ขึ้นรถด้วยมือที่ยังสั่น ปิดประตูเบา ๆ กว่าปกติ สตาร์ทรถแล้วขับออกจากบ้านช้า ๆ เหมือนกลัวว่าถ้าขับเร็ว แก้มจะเปลี่ยนใจะโลงจากรถเสียเดี๋ยวนั้น
ตลอดทาง
ทั้งคู่ไม่พูดอะไรกันเลยแม้แต่คำเดียวจนกระทั่งรถจอดสนิทหน้าบ้านแม่ของแก้ม
ไฟระเบียงชั้นสองยังสว่างเหมือนทุกครั้ง แก้มปลดเข็มขัดนิรภัยทันทีที่รถหยุดนิ่ง เธอเปิดประตูลงจากรถโดยไม่หันมามองโซ่แม้แต่แวบเดียว
โซ่รีบลงตามหลังแทบล้ม เขาดึงกระเป๋าเดินทางออกจากท้ายรถด้วยมือที่ยังสั่น เสียงล้อกระทืบพื้นปูนดังกร๊อกแกร๊กตามหลังฝ่าเท้าแก้ม เขาลากกระเป๋าเดินตามมาไม่ห่าง ใบหน้าเศร้าจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม
แก้มไม่หยุดเดิน ขึ้นบันไดไม้หน้าบ้านสามขั้นรวดเดียว มือดันประตูตาข่ายกันยุงเข้าไปแล้วหายเข้าไปในบ้านทันที
โซ่ยืนอยู่หน้าประตู ลากกระเป๋ามาวางลงข้างกำแพงบ้าน มือยังจับด้ามกระเป๋าแน่น เขายกหน้าเงยมองตามแผ่นหลังของแก้มที่กำลังหายไป
แม่ของแก้มที่ได้ยินเสียงรถ จึงเดินออกจากห้องครัว ผ้ากันเปื้อนยังคาดอยู่เอว มือถือผ้าเช็ดจาน เมื่อเห็นลูกสาวเดินขึ้นชั้นสองแบบไม่พูดไม่จา แล้วเห็นโซ่ยืนตัวเกร็งอยู่หน้าประตู แม่ก็ขมวดคิ้วทันที
“มีอะไรกันโซ่”
โซ่กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ก้มหน้าลงเล็กน้อยเพื่อซ่อนตาแดง แล้วยกมือขึ้นไหว้แม่ด้วยสองมือสั่น ๆ
“ผมกับแก้ม… มีเื่ทะเลาะกันนิดหน่อยครับ” เสียงเขาแหบแห้งจนแทบไม่ใช่เสียงตัวเอง “ฝากแม่ช่วยดูแก้มด้วยนะครับ พรุ่งนี้ผมจะมาใหม่”
พูดจบเขาก้มศีรษะลงอีกครั้ง ไม่กล้าสบตาแม่นาน แม่แก้มอ้าปากจะถามต่อ แต่โซ่รีบหันหลังเดินกลับไปที่รถทันที เขาเปิดประตูรถ สตาร์ทเครื่องแล้วถอยออกจากบ้าน โดยไม่หันมามองแม้แต่ครั้งเดียว
แม่แก้มยืนงง ๆ อยู่หน้าประตู มือยังถือผ้าเช็ดจานค้างไว้ มองตามไฟท้ายรถที่หายไปในความมืด แล้วหันกลับมามองกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ที่ยังวางตั้งตระหง่านอยู่ข้างกำแพงบ้าน
เธอถอนหายใจยาวครั้งหนึ่ง ก่อนยกมือขึ้นกุมขมับ เธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่จากสีหน้าของทั้งคู่… คงไม่ใช่เื่เล็ก ๆ แน่
อีกด้าน
โซ่ขับรถกลับมาถึงบ้านในเวลาไม่ถึงสิบนาที แต่ความรู้สึกเหมือนผ่านไปหลายชั่วโมง
เขาเลี้ยวรถเข้าซุ้มประตูอัตโนมัติช้า ๆ ไฟหน้าสาดกระทบกำแพงบ้านที่เคยอบอุ่น ตอนนี้กลับดูเ็าและว่างเปล่า ไฟทุกดวงในบ้านยังเปิดทิ้งไว้เหมือนตอนที่แก้มเดินออกไป
เขาดับเครื่องยนต์แต่ไม่ลงจากรถทันที นั่งนิ่ง ๆ มือยังกำพวงมาลัยแน่น กระจกมองหลังสะท้อนใบหน้าตัวเองที่ตาแดงช้ำ เขาหัวเราะในลำคอเบา ๆ แต่ไม่มีอารมณ์ขันแม้แต่น้อย
“มึงมันโง่ชิบหายเลยว่ะโซ่”
เขาพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะเปิดประตูลงจากรถช้า ๆ
ในบ้านเงียบจนได้ยินเสียงลมหายใจตัวเองดังชัด
โซ่เดินตรงไปที่ตู้เหล้าบาร์ข้างโซฟา หยิบวิสกี้ขวดที่แพงที่สุดที่เคยเก็บไว้ฉลองวันครบรอบแต่งงานออกมา ไม่ต้องใช้แก้ว ไม่ต้องใส่น้ำแข็ง เขาเปิดฝาขวดแล้วยกดื่มจากปากขวดเลย คำใหญ่จนแสบคอ
แล้วทรุดตัวลงนั่งกับพื้น พิงขาโซฟา ขวดวางไว้ข้างตัว
เขาไม่รู้ว่าต้องทำยังไงต่อ
จากที่เคยมั่นใจเต็มร้อยว่าแก้มไม่มีทางรู้ ไม่มีทางจับได้ เพราะเขา “ระวัง” มาตลอด กลายเป็ว่าวันนี้ทุกอย่างพังทลายในพริบตา
แก้มไม่ได้แค่โกรธ
แก้ม “เลิก” แล้ว
คำว่า “หย่า” ที่หลุดออกจากปากเธอยังวนอยู่ในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า เหมือนมีดที่ปักคาอยู่กลางอก
เขายกขวดขึ้นดื่มอีกคำ ขมจนหน้าบิด แต่ก็ยังเทเพิ่ม
เขาบอกเธอว่าจะเลิก จะตัดขาด จะจัดการทุกอย่าง แต่ลึก ๆ เขารู้ดีว่านิสัยมันฝังอยู่ในเืมานานเกินไป ความขี้เงี่ยน ความเ้าชู้ ความอยากได้อยากมี มันเป็ส่วนหนึ่งของเขาเหมือนอวัยวะที่ขาดไม่ได้
เขาเคยคิดว่ามัน “แค่สนุก” ไม่เคยคิดว่าวันนึงมันจะพาเขามาถึงจุดที่ต้องเลือกระหว่าง “ความสนุก” กับ “คนที่เขารักที่สุด”
เวลาผ่านไป
โซ่นั่งพิงขาโซฟาตัวเดิม ขวดวิสกี้ในมือเหลือไม่ถึงครึ่งแล้ว แสงโคมข้างโซฟาสาดลงมากระทบใบหน้าเขาที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำตาและเหงื่อ ผมยุ่งเหยิง มือข้างหนึ่งกำขวดแน่นจนเส้นเืปูด อีกข้างกุมหน้าผากไว้แน่นเหมือนจะกดความเ็ปในหัวให้หยุด
บ้านเงียบจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นตุ้บ ๆ
แล้วจู่ ๆ เสียงสั่นของโทรศัพท์ก็ดังขึ้นบนโต๊ะกลางห้อง
เสียงเรียกเข้าที่เขาเคยตั้งให้เบลโดยเฉพาะ เสียงเพลงเซ็กซี่เบา ๆ ที่เขาเคยหัวเราะกับมันว่า “แค่ได้ยินก็เงี่ยนแล้วว่ะ” ตอนนี้กลับดังขึ้นเหมือนเสียงสัญญาณเตือนภัย
โซ่ชะงัก มือที่ยกขวดขึ้นค้างอยู่กลางอากาศ เขาหันไปมองหน้าจอที่สว่างขึ้นท่ามกลางความมืดของห้อง
“วิดีโอคอลจาก… ลูกค้า”
ชื่อที่เขาเมมไว้ั้แ่แรก เพื่อไม่ให้แก้มสงสัยเวลามีสายเข้า หรือเวลามีแชทเด้ง ชื่อที่เขาเคยภูมิใจว่าฉลาด ตอนนี้กลับดูน่าสมเพชที่สุดในชีวิต
โซ่จ้องหน้าจอนิ่ง ๆ ใจหนึ่งบอกว่า “กดทิ้งซะ อย่าไปรับเลย”
อีกใจหนึ่งยังกระซิบว่า “รับเถอะ แค่ดูหน่อยก็ได้…”
เขาหลับตาลงแน่น นึกถึงหน้าแก้มตอนพูดคำว่า “หย่า” นึกถึงสายตาที่เ็า ไม่เหลือเยื่อใยแม้แต่นิด
แล้วเขากดรับ หน้าจอสว่างขึ้นทันที
โซ่สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ หนึ่งครั้ง เขาต้องจบมันให้ได้ เริ่มจากเบล…เป็คนแรก
โปรดติดตามตอนต่อไป.
คนอย่างบักโซ่เนี่ยนะจะเป็คนดี ไม่อยากจะเชื่อ
สนใจ E-book กดได้เลยจ้า
จำนวน 40 ตอน (100,000+ คำ)
ลิงค์ E-book Meb ⬇️ ????✅️
https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6ODoiMTQwOTUzODgiO3M6NzoiYm9va19pZCI7czo2OiI0MTIyNjEiO30
ลิงค์ E-book ธัญวลัย ⬇️ ????????
https://www.tunwalai.com/ebook/detail?ebookId=88157
ลิงค์ E-book ARN book ⬇️ ????????
https://arnbook.com/book-detail/57461
ลิงค์ E-book Pinto ⬇️????????
https://pintobook.com/sl/a6rpx9flxl
sds