บทที่ 4 ลาก่อนสามีในชาติก่อน
นอกหอพักบนถนนมีผู้คนไม่มากนัก ตอนนี้ทุกคนกำลังทุ่มเทหยาดเหงื่อแรงกายกับหน้าที่การงานของตัวเองเพื่อหาเช้ากินค่ำ ไม่ให้ตำแหน่งของตัวเองถูกแย่งไป ทุกคนต่างดิ้นรนอย่างหนัก!
เมื่อมาถึงแผนกรับสมัครของฐานทัพ ผู้คนก็เริ่มมุงกันมากขึ้น แต่ที่ช่องของทีมสำรวจกลับเงียบเหงาไร้ผู้คน
จางเพ่ยหรงรีบวิ่งไปที่ช่องทางนั้นทันที แล้วพูดว่า “ลูกสาวฉันจะมาสมัครค่ะ!”
เ้าหน้าที่ดีใจเป็ล้นพ้น เขาเงยหน้าขึ้นมามองไปยังเจียงปี้ฉุนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ซึ่งมีใบหน้าบวมเป่งอย่างเห็นได้ชัด โดยไม่สนใจจิ่งเหมียนที่ตัวเล็กและผอมแห้งเลย
“ได้เลยครับ รีบกรอกใบสมัครเลย!” พูดจบก็ยื่นใบสมัครให้เจียงปี้ฉุน
“คุณเข้าใจผิดแล้ว คนนี้ต่างหาก!” เจียงปี้ฉุนใช้มือข้างหนึ่งปิดปากที่มีเืท่วม ส่วนอีกข้างชี้ไปที่จิ่งเหมียนด้วยความโกรธ
“เธอเหรอ?” เ้าหน้าที่มองอยู่สองวินาทีแล้วส่ายหัว “ไม่ได้หรอก”
“ทำไมล่ะ?!” จางเพ่ยหรงทุบโต๊ะ ดูตระหนกยิ่งกว่าเจียงปี้ฉุนเสียอีก!
“เธอผอมเกินไป ขึ้นไปก็ตายแน่ ๆ แม้แต่เป็เหยื่อล่อซอมบี้ก็ทนได้ไม่ถึงสองนาทีหรอก”
เ้าหน้าที่มองไปทางจางเพ่ยหรงด้วยสายตาไม่ค่อยพอใจนัก เธอเพิ่งพูดไปเมื่อครู่ใช่ไหมว่านี่เป็ลูกสาวของเธอ แต่เด็กสาวคนนี้ผอมจนเห็นจนเห็นกระดูกแล้ว เพื่อให้ได้เงินถึงกับขายลูกเลยเหรอ
จิ่งเหมียนยักไหล่และยกมือ เธอรู้อยู่แล้วว่าจะเป็แบบนี้
“คุณก็เห็นแล้วว่าฉันไม่ได้ถูกเลือก งั้นเราก็แยกย้ายกันไปเถอะ”
จิ่งเหมียนหันหลังให้อย่างไม่ไยดีและกำลังจะเดินจากไป แต่ถูกจางเพ่ยหรงคว้าแขนไว้ด้วยแรงที่น่าใ! จิ่งเหมียนที่มีร่างเล็ก ๆ พยายามดิ้นให้หลุดแต่ก็ทำไม่ได้!
“ไม่มีกฎที่บอกว่าคนผอมไม่สามารถเข้าร่วมทีมสำรวจได้!”
เ้าหน้าที่ไม่เคยเห็นใครอยากส่งลูกตัวเองไปตายขนาดนี้มาก่อน “คุณอย่าพูดเลย จริง ๆ แล้วมันมีกฎอยู่นะ”
เขาชี้ไปยังประกาศคุณสมบัติของผู้สมัครที่มุมห้อง “ผู้หญิงที่มีน้ำหนักต่ำกว่า 35 กิโลกรัมห้ามสมัคร เพราะไม่มีความสามารถในการต่อสู้แนวหน้าเลย ถ้าคุณยังไม่เชื่อ ผมสามารถพาเธอไปชั่งน้ำหนักได้”
ดังนั้นจิ่งเหมียนจึงไปยืนบนเครื่องชั่งน้ำหนัก เข็มชี้ต่ำกว่า 35 จริง ๆ
เ้าหน้าที่ส่ายหัว อายุสิบแปดแล้ว แต่น้ำหนักยังไม่ถึง 35 กิโลกรัม สาวน้อยผอมแห้งเหมือนก้านไม้ไผ่ รู้สึกว่าถ้าเตะเธอสักทีเธอคงแตกเป็ชิ้น ๆ แน่
ด้วยพละกำลังแบบนี้ ไม่ต้องพูดถึงการเข้าร่วมทีมสำรวจเลย แม้แต่การเข้าร่วมทีมสนับสนุนก็คงตามไม่ทันอยู่ดี
“พอแล้ว กลับกันเถอะ”
จางเพ่ยหรงเดินออกจากห้องตรวจร่างกายอย่างหมดอาลัยตายอยาก ดวงตาค่อย ๆ แดงก่ำ เธอะโใส่จิ่งเหมียนอย่างบ้าคลั่งโดยไม่สนใจว่าเป็สถานที่สาธารณะ “แกไร้ประโยชน์ขนาดนี้ได้ยังไง! ช่วยอะไรก็ไม่ได้เลย! แล้วที่ฉันทำไปทั้งหมดเมื่อกี้มันมีประโยชน์อะไร! ฉันให้กำเนิดแกที่เป็ตัวถ่วงทำไมนะ! ทำไมฉันต้องแต่งงานกับจิ่งอวิ๋นด้วย ฉันไม่น่าคลอดแกออกมาเลย!”
ท่าทางบ้าคลั่งนั้นทำให้แม้แต่เจียงปี้ฉุนยังต้องถอยหลังไปสองก้าว
จิ่งเหมียนได้ยินแล้วก็ตัวสั่นเล็กน้อย...
ความรู้สึกด้านชาในใจยิ่งมากขึ้นไปอีก “คุณมีสิทธิ์อะไรมาว่าพ่อ! ถ้าไม่ใช่เพราะเขา คุณคงตายไปนานแล้ว! คุณรอย้ายไปอยู่สลัมได้เลย! ได้ยินว่า่นี้มีซอมบี้แอบเข้าไปในสลัมบ่อย ๆ คุณระวังอย่าตายตอนกลางคืนล่ะ!”
“นังสารเลว! ฉันจะตีแกให้ตาย นังลูกไม่รักดี ยังกล้าสาปแช่งฉันอีก!” จางเพ่ยหรงโมโหจัด วิ่งเข้าไปหาแล้วยกมือตบเข้าที่ใบหน้าของหญิงสาวในทันที!
โชคดีที่จิ่งเหมียนเบี่ยงตัวหลบทัน ไม่อย่างนั้นถ้าโดนตบเข้าไปทีคงฟันหลุดแน่ ๆ
ทันใดนั้นหน้าประตูแผนกลงทะเบียนก็เกิดเสียงอึกทึกขึ้น ผู้คนแห่กันไปรุมล้อมจนคับคั่ง ฟันเฟืองแห่งเส้นทางชีวิตในอดีตชาติเริ่มขยับเคลื่อนไหว
“คุณชายอันมาแล้ว!”
จิ่งเหมียนได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปในทันที ความทรงจำในชาติก่อนผุดขึ้นมา เธอไม่อาจอยู่ที่นี่ต่อไปได้อีกแล้ว!
“ฉันไม่อยากเสียเวลากับพวกคุณสองแม่ลูกหรอกนะ คุณเกลียดที่มีฉันเป็ลูกสาว ฉันก็เกลียดที่มีคุณเป็แม่เหมือนกัน! ต่อไปนี้เราก็เป็คนแปลกหน้าก็แล้วกัน!”
หลังจากจิ่งเหมียนพูดอย่างชัดเจนแล้ว เธอก็มองหน้าเจียงปี้ฉุนอย่างดุดัน จากนั้นก็ไม่สนใจเสียงด่าทอเอะอะโวยวายของจางเพ่ยหรง เธอหันหลังวิ่งฝ่าฝูงชนไปจนลับตา
เธอไปหลบอยู่หลังเคาน์เตอร์แห่งหนึ่ง รอจังหวะแอบหลบออกไปจากแผนกลงทะเบียนอีกครั้ง เธอไม่อยากเจอหน้าอันหลิงอวี่เลย!
ในชาติก่อน เธอก็ไม่ได้ถูกเลือกเข้าทีมสำรวจเช่นกัน เพราะตัวผอมบางเกินไป แต่กลับถูกอันหลิงอวี่ ลูกชายของผู้ดูแลเขตอันติ้งเลือกไป!
เขาบอกว่า ถึงแม้เธอจะผอมจนเหลือแต่กระดูก แต่ก็เห็นได้ชัดว่ามีโครงกระดูกที่สวยงาม ถ้าพากลับไปเลี้ยงดูให้ดีต้องกลายเป็สาวสวยแน่ ๆ และจะแต่งเธอไปเป็ภรรยาคนที่ห้า! ทั้งยังจะให้คะแนนสะสมแก่ตระกูลเจียงหนึ่งแสนแต้ม ถือเป็สินสอดในการแต่งงานกับเธอ
เื่ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันแบบนี้ จางเพ่ยหรงไม่สนใจเลยว่าอีกฝ่ายจะคิดอย่างไร ใบหน้าพลันเปื้อนยิ้มและผลักเธอออกไป ตระกูลเจียงถึงได้อาศัยอยู่ในเขตอันติ้งต่อไป
ตอนนั้นเจียงปี้ฉุนยังแต่งตัววาบหวิวเดินไปมาต่อหน้าอันหลิงอวี่ แต่น่าเสียดายที่อันหลิงอวี่ไม่ได้สนใจเธอ
จิ่งเหมียนนั่งยองอยู่หลังเคาน์เตอร์ แอบมองชายหนุ่มที่ถูกผู้คนห้อมล้อมอยู่ ในใจรู้สึกยากจะอธิบาย
ในชาติที่แล้ว เธอก็เคยได้รับความรักใคร่เอ็นดูจากอันหลิงอวี่มาก่อน
แม้กระทั่งในใจลึก ๆ เธอยังเคยคิดว่าเขารักเธอจริง ๆ และเธอก็เป็คนที่ได้รับความโปรดปรานมากที่สุด ถึงแม้ภายหลังเขาจะแต่งงานกับผู้หญิงอีกสามคนก็ตาม
แม้เวลาที่เขาอยู่กับเธอจะไม่ได้มากที่สุด แต่เพียงแค่เธอเอ่ยปาก ไม่ว่าเขาจะยุ่งแค่ไหนก็จะหาเวลามาอยู่กับเธอ เขาให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของเธอเป็พิเศษ บนเตียงก็ทะนุถนอมเธอ ในชีวิตประจำวันก็จดจำสิ่งที่เธอชอบได้ แม้กระทั่งข้อเรียกร้องที่ไร้เหตุผลบางอย่างที่จางเพ่ยหรงให้เธอพูดเขาก็ยังตกลง
เงินค่าขนมของเธอได้มากกว่าคนอื่น ๆ เขาไม่เคยพาเธอไปสถานที่ที่มีแสงสีและเหล้าเลย แต่มักจะพาเธอไปงานเลี้ยงที่เป็ทางการ ทำให้ผู้หญิงคนอื่น ๆ อิจฉาเป็พิเศษ
ครั้งหนึ่งในงานเลี้ยง เพื่อนสนิทของเขาตกหลุมรักเธอ และประกาศว่าจะเล่นเกมสลับคู่กับเขา
อันหลิงอวี่ต่อยเขา และพูดว่า “ฉันบอกแล้วว่าผู้หญิงที่พาไปที่คลับ นายจะนอนกับใครก็ได้ แต่อย่าแม้แต่จะคิดเื่แบบนั้นกับเธอ”
เห็นได้ชัดว่า อันหลิงอวี่โกรธจริง ๆ หลังจากนั้นก็ไม่มีใครกล้าเย้าแหย่เธออีก แม้แต่ผู้หญิงสองสามคนที่มองเธออย่างไม่พอใจและมาหาเื่ก็ถูกอันหลิงอวี่ขวางไว้ได้ทันเวลา
จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ผิดปกติ ก่อนที่ซอมบี้จะระบาดจนพวกเขาต้องแยกจากกันในครั้งนั้น เธอก็ได้รับการดูแลเป็อย่างดีมาโดยตลอด
เพียงแต่ไม่รู้ว่าชาติก่อน เมื่อเธอถูกเจียงปี้ฉุนเตะออกจากลิฟต์และตายที่อาคารที่พักของตระกูลอัน อันหลิงอวี่จะคิดอย่างไร