ตอนที่ 11
ยังไม่ตรวจอักษร
เช้าวันรุ่งขึ้นเทพจันทราตื่นขึ้นเพราะแสงจากตะวันที่ส่องเข้ามาด้านในทำให้เทพจันทราไม่อาจจะนอนต่อได้ไม่รู้ว่าเทพแห่งแสงอาทิตย์กลั่นแกล้งเขาหรือเปล่าถึงได้ส่องเข้ามาที่เปลือกตาเขาพอดิบพอดีราวกับจงใจ
แต่คงไม่หรอกมั้ง
เทพจันทรานอนคิดอะไรเรื่อยเปื่อยจนกระทั่งนึกขึ้นได้ว่ามีมนุษย์ผู้ชายหนึ่งคนนอนจะตายอยู่ในห้องเ้าตัวรีบลุกพรวดขึ้นมาทันทีพร้อมกับรีบเดินไปที่ห้องที่ตนเอามนุษย์ไปนอนไว้เมื่อเปิดประตูเข้าไปเห็นว่ามนุษย์นอนนิ่งเป็ผักเน่าไม่ยอมตื่นขึ้นมาก็คิดว่ามีบางอย่างผิดพลาดหรือไม่จึงได้เลือกที่จะเดินเข้าไปใกล้มองสำรวจอยู่พักหนึ่งก็ไม่พบว่ามีอะไรผิดปกติ
จนเทพจันทราคิดว่าลองเอามืออังที่หน้าผากของชายหนุ่มดูหน่อยเผื่อว่าจะมีไข้แต่แล้วเทพจันทราก็ต้องสะดุ้งเพราะอยู่ดีๆมนุษย์คิดว่านอนตายเป็ผักเน่าก็คว้าหมับเข้าที่ข้อมือของตัวเองดีนะที่ไม่เผลอซัดฝ่ามือกลับไปไม่งั้นเ้ามนุษย์ได้เดี้ยงของจริงแน่
“ใคร!”
แหนะนอกจากจะถือวิสาสะจับมือชาวบ้านแล้วยังมีหน้ามาถามกลับอีกมนุษย์ไร้มารยาท
เทพจันทราหน้ายู่ลงเล็กน้อยอย่างไม่สบอารมณ์แต่ก็ไม่ได้ลงไม้ลงมือกับมนุษย์หรอกนะแค่สะบัดมือออกก็เท่านั้นแต่สะบัดอีท่าไหนก็ไม่รู้ของเทพจันทราทำเอามนุษย์ที่มีสภาพไม่ต่างจากผักเน่าปลิวกลิ้งตกเตียงอีกด้านจนต้องร้องโอดโอยออกมาเพราะแผลบนร่างกายยังไม่ทันหายดีเทพจันทราก็มีทีท่าว่าจะสร้างแผลให้เ้ามนุษย์เพิ่มเสียแล้ว
เทพจันทราที่เห็นแบบนั้นก็รีบไปช่วยพยุงมนุษย์ด้วยท่าทางร้อนรนไม่รู้ว่าเป็เพราะตกเตียงเมื่อครู่หรือไม่ที่ทำให้ชายหนุ่มได้สติกลับมานิดหน่อยพอรู้ว่าตัวเองเป็ใครโดนอะไรมาถึงเป็แบบนี้
ย้อนกลับไปเมื่อวานขณะที่หลี่เทียนเฟิงกำลังจะกลับจากงานเลี้ยงที่โรงแรมมีชื่อของเมืองBก็ดันถูกซุ่มยิงก่อนที่ขาของหลี่เทียนเฟิงจะทันได้ก้าวเข้าไปในรถเลยด้วยซ้ำทำให้พวกการ์ดต้องเอาตัวเข้ามาบังคนเป็เ้านายเอาไว้ให้พ้นจากห่าะุที่ระดมยิ่งเข้ามาทางฝั่งหลี่เทียนเฟิงเองก็ไม่น้อยหน้าหาโอกาสยิงสวนไปด้วยเช่นกัน
เท่ากับว่าตอนนี้ทั้งสองฝั่งเองก็มีคนาเ็ทำให้หลี่เทียนเฟิงสามารถหลบออกมาได้แต่แล้วก็หนีออกมาได้ไม่นานพวกมันก็ตามมาดักที่ด้านหน้าพวกเขาเสียก่อน
“เหอะ หมดทางหนีแล้วละครับคุณหลี่เทียนเฟิง”
หลี่เทียนเฟิงที่ได้ยินแบบนั้นก็ส่งยิ้มเหยียดตอบกลับไปเล็กน้อยจังหวะนั้นก็มีฝ่ายกำลังเสริมที่หลี่เทียนเฟิงเตรียมเอาไว้โผล่มาด้านหลังพร้อมกับยิ่งเพื่อเคลียร์พื้นที่ให้เรียบร้อยทว่าระหว่างที่หลี่เทียนเฟิงกำลังวางใจที่เหตุการณ์อยู่ในความควบคุมของจนเองอยู่นั้นก็มีมือดียิงเข้าที่ไหล่ขวาของเ้าตัวโดยไม่ทันตั้งตัว
“คุ้มกันนาย!”
เท่านั้นแหละก็เกิดเหตุการณ์ชุลมุนขึ้นทำให้ตอนนี้หลี่เทียนเฟิงถูกพาตัวหลบไปอีกทาง
“นายเป็อะไรมากไหมครับ”
“ไม่ เรียบวิ่งเถอะโทรเรียกกำลังเสริมมาให้ไวที่สุดดูท่าพวกมันคงซุ่มกำลังคนไว้อีกมาก”
“ครับ!”
จากนั้นพวกเขาก็หลับหนีมาเรื่อยๆจนกระทั่งมีะุอีกนัดยิงเข้าที่สะบักเอวของหลี่เทียนเฟิงทำให้เ้าตัวเจ็บหนักกว่าเดิม
“อึก!”
“นาย!”
“ไม่เป็ไร หนีต่อเถอะ”
“ผมจะยิงกันไว้เองครับนายรีบหนีก่อนเถอะครับ”
หลี่เทียนเฟิงมองหน้าคนสนิทอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าแล้วเลือกเดินไปอีกทางพบว่ามีที่พอที่จะสามารถแอบได้ก็รีบเดินไปหลบตรงนั้นเพื่อพักเอาแรงรอผ่านไปสักชั่วโมงค่อยโทรหาพวกอู๋ชิงให้มารับ
เมื่อคิดได้อย่างนั้นเ้าตัวก็พยายามพยุงตัวเองไปแอบตรงข้างถังใบใหญ่ก่อนจะทรุดตัวนั่งลงอย่างหมดแรงเพราะพิษาแทำให้หลี่เทียนเฟิงไม่อาจจะขยับได้มากกว่านี้ประจวบเหมาะกับตอนที่เ้าตัวกำลังสะลึมสะลือจวนเจียนจะสลบไปก็ได้ยินเสียงคนผู้หนึ่งเอ่ยเรียกพร้อมกับเขย่าร่างกายของเขาอย่างแรง
อาจจะเพราะเขาใส่เสื้อผ้าสีดำทำให้คนผู้นี้ไม่เห็นว่าเขามีาเ็แต่ก็ไม่น่าโง่จนดูไม่ออกขนาดนั้นไหม
หลี่เทียนเฟิงได้แต่สงสัยเพราะไม่มีเรี่ยวแรงที่จะไปตอบคนตรงหน้าได้เพียงไม่นานเ้าตัวก็สลบไป
กลับมาที่ปัจจุบันตอนนี้หลี่เทียนเฟินมีสติแล้วเห็นว่าคนที่ทำร้านเอ้ยคนที่ช่วยเหลือเขาเมื่อคืนเป็ใครก็ยิ่งรู้สึกราวกับนี้เป็พรหมลิขิตหรืออะไรสักอย่างเพราะมันทำให้คนที่เขากำลังสนใจอยู่เป็คนช่วยเหลือเขาเอาไว้
ดังนั้นตอนนี้จึงเป็สถานการณ์แปลกประหลาดสถานการณ์หนึ่งคือเทพจันทราที่กำลังถูกจ้องด้วยสายตาร้อนแรง? ตรงหน้ายิ่งทำให้เทพจันทราทำตัวไม่ถูกอยู่บ้างจึงได้แต่ทำตาปริบๆส่งให้ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ประหนึ่งพวกเทพาบน์
“เออ เป็ไงบ้าง”
เป็เทพจันทราที่ทนสถานการณ์เงียบประหลาดๆนี่ไม่ไหวจึงได้เลือกที่จะเอ่ยปากก่อน
“อืม เจ็บ”
“ปะ ปวดไหม”
“นิดหน่อย”
“งะ งั้นกินยานะ”
“ยังไม่กินข้าว”
“....”
ต้องกินก่อนกินยาหรือ งะง้นข้าต้องไปหาข้าวให้มนุษย์คนนี้เหรอ
คิดได้อย่างนั้นเทพจันทราก็ลุกพรวดขึ้นมาก่อนจะเอ่ยปากว่าจะลงไปหาอะไรให้กินเสร็จสรรพเ้าตัวก็รีบเดินออกนอกห้องทันทีในใจก็พร่ำคิดว่าช่างเป็มนุษย์ที่ประหลาดนักแรงกดดันแตกต่างจากมนุษย์ที่เขาพบเจอมาดูก็พอรู้ว่าไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาแต่ก็ไม่ใช่เผ่ามารหรือปีศาจแน่นอนเพราะััไม่ได้ถึงพลังด้านลบเ่าั้
ว่าแต่เขาเป็ใครกันนะหรือว่าเป็เทพที่ลงมาผ่านเคราะห์
เทพจันทราเดินไปคิดไปด้วยใบหน้าที่งดงามเป็ทุนเดิมอยู่แล้วยามที่อีกฝ่ายแสดงสีหน้าที่นอกเหนือจากใบหน้าเรียบนิ่งยิ่งทำให้รู้สึกดึงดูดและตอนนี้เทพจันทราก็เริ่มมีชื่อเสียงแล้วด้วยการที่เ้าตัวรีบร้อนเดินออกมาด้านนอกโดยที่ลืมปิดแมสทำให้ใครหลายๆคนพอจดจำเ้าตัวได้อยู่บ้าง
ยิ่งโฆษณาที่ฉายออกไปได้ไม่นานทำให้ตอนนี้พอมีรูปเ้าตัวแปะไปยังสถานที่ต่างๆยิ่งเป็ที่จดจำยิ่งกว่าเดิมเสียอีกแต่เทพจันทราก็หาได้สนใจไม่หรือเรียกว่าเ้าตัวไม่รู้ตัวมากกว่าจนกระทั่งมีมนุษย์ผู้หญิงใจกล้าเดินเข้ามาใกล้เพื่อขอถ่ายรูปและขอลายเซ็น
“ขะขอโทษนะคะใช่คุณเยว่อิงที่เป็พรีเซนเตอร์ให้กับ...หรือเปล่าคะ”
“... อืม”
“กรี๊ด หนูเป็แฟนคลับพี่ค่ะ หนูขอลายเซ็นได้ไหมคะ”
เทพจันทราทำตัวไม่ถูกอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรยอมให้ถ่ายรูปและเซ็นชื่อลงบนสมุดแต่โดยดีเป็อย่างนี้อยู่สองสามคนจนเทพจันทราต้องใช้มนต์ทำให้คนพวกนั้นเมินตนเองไปสะหากว่าช้ากว่านี้มนุษย์ที่อยู่บนห้องจะหิวตายเสียก่อน
หลังจากที่เทพจันทรากลับมาจากการไปหาซื้อของมาให้มนุษย์กินก็ผ่านไปราวๆเกือบสองชั่วโมงเพราะเ้าตัวไม่รู้ว่าต้องซื้ออะไรกลับไปให้คนป่วยกินดีจนต้องเดินไปถามลุงข้างทางเอาตอนนี้เทพจันทราก็กำลังเทโจ๊กใส่ชามเพื่อที่จะยกไปให้มนุษย์ผักเน่าที่ห้องทว่าเมื่อเดินเข้ามาก็พบว่ามนุษย์ผักเน่ากำลังนั่งหน้าบอกบุญไม่รับอยู่บนเตียง
“นาน”
“เออ เราหาร้านที่พอจะให้คุณกินไม่ได้น่ะ”
ชายหนุ่มที่มีสมญานามว่ามนุษย์ผักเน่าของเทพจันทราไม่ได้ตอบโต้อะไรเพียงแค่พยักหน้าเข้าใจแต่ก่อนที่เ้าตัวจะรับชามโจ๊กมากินก็นึกขึ้นได้ว่าต้องมารยาสักหน่อย
“แขนผมเจ็บคุณช่วยป้อนผมหน่อยได้ไหม”
“....”
“แต่ถ้าคุณไม่สะดวกใจ...”
ไม่สะดวกอยู่แล้ว ก็อยากบอกอย่างนั้นอยู่หรอกนะแต่ดูหน้ามนุษย์ผักเน่าสิอีกนิดส่วนประกอบบนหน้าก็จะไหลมารวมกันแล้วเห็นว่าเป็บุญกุศลหรอกจะป้อนให้ก็ได้ว่าแต่ต้องเป่าก่อนไหมนะหรือป้อนได้เลยจะไม่ร้อนใช่ไหม
“ได้ๆ รอแปป เดี๋ยวเราไปเอาของข้างนอกก่อน”
เทพจันทรารีบเดินออกมาเพื่อที่จะโทรหาหลิวซิงเพื่อสอบถามวิธีการดูแลคนป่วยทว่าระหว่างที่กำลังจะกดโทรออกก็นึกขึ้นได้ว่าบางทีเื่นี้ก็ไม่ควรบอกคนอื่นหรือเปล่าประเดี๋ยวจะกลายเป็เื่ใหญ่ยิ่งหลิวซิงด้วยแล้วรายนั้นชอบห่วงเขาอยู่ด้วย
เยว่อิงจึงกดออกจากหน้ารายการโทรออกเพื่อไปที่หน้าอินเทอร์เน็ตที่เอาไว้ใช้สำหรับสืบค้นข้อมูลค้นหาอยู่ครู่หนึ่งก็รู้ว่าต้องดูแลคนป่วยอย่างไรจึงเดินกลับเข้าไปในห้องดีนะที่วันนี้ไม่มีกำหนดการอะไรให้ต้องไปไหน
หลังจากที่เทพจันทราเดินเข้ามาแล้วจัดแจงยกเก้าอี้มานั่งใกล้เตียงจากนั้นก็ยกชามขึ้นมาถือไว้ใช้ช้อนค้นโจ๊กเล็กน้อยก่อนจะตักขึ้นมาเป่าเบาๆให้พอหายร้อนจากนั้นก็นำช้อนไปจ่อที่ริมฝีปากหนา
การกระทำทุกอย่างดูเป็ธรรมชาติราวกับว่าเทพจันทราเคยดูแลคนป่วยมาก่อนทำให้เ้าตัวลอบยิ้มภูมิใจกับตัวเองโดยเ้าตัวพยายามเก็บอาการสุดฤทธิ์
ด้านคนเจ็บก็อ้าปากรับโจ๊กที่คนงามป้อนอย่างเป็ธรรมชาติเช่นกันราวกับว่าคนทั้งคู่เคยทำเื่แบบนี้มาแล้วเป็ร้อยครั้ง
เทพจันทราจัดการป้อนข้าวชายหนุ่มจนหมดจากนั้นก็เดินออกไปเอาจานเก็บก่อนที่จะเข้ามาด้านในอีกครั้งจัดยาให้อีกฝ่ายราวกับมืออาชีพจากนั้นก็รอให้ชายหนุ่มกินยาเรียบร้อยแล้วก็พาตัวเองมานั่งที่ข้างเตียงอีกครั้งแล้วเริ่มพูดคุยเื่ราวที่เกิดขึ้น
ล่าสุดคุณคนนั้นอัพเกรดเป็จากตัวประกอบเป็ผักเน่าแล้วค่ะอัพให้มันดีขึ้นหรือแย่ลงคะเนี้ย โฮ๊ะ โฮ๊ะ โฮ๊ะ
ไรท์ : ผักเน่าชิ้นนี้ดีไหมคะท่านเทพ
เทพจันทรา : ผักเน่าจะดีได้ไงก็แค่แน่นๆ ถ้าหายแล้วก็คงจะดี เอ้ย!! ไม่ๆเ้าหลอกถามข้า!
(ผักเน่าที่ห้องข้ามีก้อนขนมปังตั้งหลายลูก)