หลังจากที่ฟื้นคืนสติ คุณหนูฮายอนก็ถูกสั่งให้ย้ายเรือนพัก มาอยู่ที่เรือนยงฮวาซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าเดิม และอยู่ใกล้ห้องพักหลักของตัวเรือน ซึ่งอยู่ใกล้กับท่านแม่ทัพซออีกด้วย ในทุกๆวันเถ้าแก่เนี๊ยฮงและแม่ทัพซอจะแวะมาดูแลนางครั้งหนึ่ง เพื่อพูดคุยกับนาง ดูแลอาหารการกิน และความเป็อยู่ด้วย
เมื่อเผชิญหน้ากับท่านยายและท่านพ่อที่มีท่าทีอ่อนโยนเช่นนี้ หัวใจของจองอิมก็รู้สึกอบอุ่นขึ้น ความอ้างว้างโดดเดี่ยวในอดีตก็ได้มลายหายไปในทันที ในที่สุดนางก็สามารถรับรู้ได้ถึงความอบอุ่นของครอบครัวอีกครั้ง
“ท่านแม่ทัพ คนของเมืองแพ็กเจมาถึงแล้วขอรับ” ขณะที่ทุกคนกำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนานนั้น ผู้เป็พ่อบ้านก็ได้เดินเข้ามาและเอ่ยรายงานด้วยสีหน้าตึงเครียดเล็กน้อย การที่คนของเมืองแพ็กเจเดินทางมาถึงก็ทำให้บรรยากาศในตระกูลซอตกอยู่ในสภาวะตึงเครียด
'โถ่ ฮายอน ลูกพ่อ...คงถึงเวลาที่จะต้องทำตามสัญญาแล้วสินะ' แม่ทัพซอคิดอย่างกังวลยิ่งหนัก
มีเพียงฮายอน เท่านั้นที่ยังไม่เข้าใจ สถานการณ์ตรงหน้าในขณะนี้ นางรู้เพียงว่านี้ไม่ใช่สถานการณ์ที่ดี สำหรับทุกคนเป็แน่ ไม่อย่างนั้นทุกคน คงไม่มีสีหน้ากังวลใจ เช่นนี้
---
เมืองแพ็กเจและเมืองชิลลานั้นมีอาณาเขตติดกัน หนึ่งร้อยปีมานี้ เมืองทั้งสองได้มีสัมพันธ์อันดีต่อกันมาตลอด เมืองแพ็กเจปัจจุบันมีใต้เท้าอีเป็เ้าเมืองดูแลเมือง ส่วนเมืองชิลลานั้นมี แม่ทัพซอ เป็ผู้ดูแล
เมื่อครั้งอดีตทั้งสองเมืองเคยสู้รบกันอย่างหนัก ชาวบ้านต่างเดือดร้อน อดยากข้นแค้นเป็อันมาก จนในปีหนึ่งพระเ้ามุนมู ทรงเห็นว่าหากเป็เช่นนี้ต่อไป แผ่นดินคงลุกเป็ไฟ ประชาชนจะต้องเดือดร้อนอย่างหนักเป็แน่ จึงได้ตัดสินใจส่งแม่ทัพผู้เก่งกาจจากสองตระกูลไปปกครองดูแลทั้งสองอาณาจักรโดยให้ตระกูลซอดูแลเมืองชิลลา และตระกลูชา ซึ่งเป็ตระกูลของพระมเหสีองค์ปัจจุบันดูแลเมืองแพ็กเจ
ต่อมาทั้งเมืองแพ็กเจและเมืองชิลลาได้ทำสัญญาเป็พันธมิตรกัน โดยข้อแม้ก็คือการที่เมืองชิลลาและเมืองแพ็กเจจะต้องส่งคนไปอภิเษกเกี่ยวดองกัน ซึ่งก็คือ การทำสัญญาหมั้นหมาย ระหว่างทั้งสองเมือง นั้นเอง
และในปีนั้นได้กำหนดให้คุณหนูรองตระกูลชาแห่งเมืองแพ็กเจต้องแต่งงานกับคุณชายใหญ่ตระกูลซอแห่งเมืองชิลลา แต่คาดไม่ถึงว่าคุณชายใหญ่จะมีความดื้อรั้น ไม่ยินยอมต่อข้อตกลง อีกทั้งยังได้ขัดราชโองการขององค์จักรพรรดิ และไปแต่งงานกับคุณหนูสามแห่งตระกูลคิมที่มีอำนาจเทียบเท่ากับตระกูลซอในตอนนั้น ส่วนคุณหนูรองตระกูลชา จึงได้แต่งงานกับคุณชายใหญ่ตระกูลอีแทน
เนื่องจากตระกูลคิมและตระกูลซอเป็ขุมอำนาจสำคัญขององค์จักรพรรดิ ณ ตอนนั้น ทำให้องค์จักรพรรดิมิกล้าที่จะออกราชโองการลงโทษ ทั้งสองตระกูล พระองค์จึงทำได้เพียงวางเฉยเท่านั้น
จากนั้นคุณหนูสามแห่งตระกูลคิมก็ได้ให้กำเนิดบุตรชาย ซึ่งคือแม่ทัพซอมูยองในปัจจุบัน และไม่กี่ปีต่อมานางก็ได้เสียชีวิตลงด้วยอาการป่วย ส่วนคุณชายใหญ่แห่งตระกูลซอเองก็ได้เสียชีวิตลงในสมรภูมิรบเช่นกัน ทางฝั่งคุณหนูรองตระกูลชา ก็ให้กำเนิดบุตรชายเช่นกัน ทำให้บุตรในรุ่นต่อไปก็ไม่อาจทำตามสัญญาที่ให้ไว้ซึ่งกันและกันได้
หลังจากเวลาล่วงเลยผ่านมาหลายปีอำนาจของตระกูลซอและตระกูลคิมนั้นลดน้อยลงไป จักรพรรดิองค์ปัจจุบันเห็นดังนั้น จึงคิดได้ว่าคงถึงเวลาแล้วที่ทั้งสองเมืองจะทำตามสัญญาที่เคยให้ไว้ จึงได้ออกราชโองการฉบับหนึ่งให้ธิดาที่พึ่งถือกำเนิดจากตระกูลซอนั้น เป็ตัวแทนในการอภิเษกกับบุตรชายตระกูลอีแห่งเมืองแพ็กเจ