เกอจวิ้นเลิกคิ้วขึ้นรอยยิ้มที่มุมปากกลับยิ่งลึกล้ำขึ้น จนดวงตาเรียวหรี่ลงเป็นเส้นเดียวกันขณะเดียวกันเขาก็หยิบจดหมายฉบับหนึ่งออกจากอก แล้วส่งให้กู้ชิงเฉิงอย่างนอบน้อม
กู้ชิงเฉิงรีบแกะจดหมายออกแล้วกวาดสายตาอ่านอย่างรวดเร็ว“ตระกูลอวี๋นี่ช่างไม่รู้จักจบสิ้นจริงๆบีบให้หยวนจิ่วต้องลงมือเองเลยหรือ”
“อืม หยวนจิ่วก็ทำเพื่อปกป้องอันหยวนถัง” เกอจวิ้นพยักหน้าดวงตาและคิ้วของเขาล้วนเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
ในขณะนั้นมีสิ่งหนึ่งร่วงหล่นออกมาจากซองจดหมายทำให้โม่อวี้เฉินซึ่งเดิมทีตั้งใจจะลงมือสังหาร ต้องชะงักไปครู่หนึ่ง
กู้ชิงเฉิงก้มลงเก็บขึ้นมาแล้วพบว่าเป็นจดหมายอีกฉบับ “นี่คืออะไร?”
“ในตอนนั้น เพื่อที่กู้ตงหลิงจะใส่ร้ายคนตระกูลไป๋นางได้เขียนจดหมายฉบับหนึ่งถึงองค์ชายสามแห่งแคว้นหลิน เพื่อขอความร่วมมือ”เสียงของเกอจวิ้นไม่ดังไม่เบาแต่คำพูดที่กล่าวออกมานั้นทำให้ผู้คนได้ยินอย่างชัดเจนแม้แต่โม่อวี้เฉินก็ยังได้ยินอย่างชัดเจน
เขาเองก็เคยส่งคนออกไปตามหาจดหมายฉบับนี้เช่นกันจดหมายที่สามารถนำความตายมาสู่กู้ตงหลิงได้แต่ไม่คาดคิดว่ามันจะตกอยู่ในมือของเกอจวิ้นแล้ว
กู้ชิงเฉิงถือจดหมายนั้นพลางรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยจากนั้นก็มองไปที่เกอจวิ้น แล้วกล่าวขอบคุณอย่างจริงจัง“ขอบคุณคุณชายเกอ”
“ชิงเฉิง ท่านไม่จำเป็นต้องเกรงใจข้าถึงเพียงนี้” ใบหน้าของเกอจวิ้นดูไม่เป็นธรรมชาติเล็กน้อยเขาเงยหน้าขึ้นพลางยิ้ม “เซวียนเอ๋อร์เล่า? ข้าสามารถไปดูเขาได้หรือไม่?”
“ไม่ได้”
“ได้สิ” โม่อวี้เฉินและกู้ชิงเฉิงตอบพร้อมกัน
“ตอนนี้เซวียนเอ๋อร์ไม่เหมาะที่จะออกมาข้างนอก เขาควรพักผ่อนให้ดี” โม่อวี้เฉินกล่าวอย่างเผด็จการเล็กน้อย พลางเลิกคิ้วมองกู้ชิงเฉิงสตรีผู้นี้ช่างไม่ไว้หน้าเขาเลย
กู้ชิงเฉิงเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าทั้งสองไม่ถูกกันทั้งยังมีเรื่องความแค้นที่ฝังลึกราวกับทะเลเลือด
แต่กระนั้นนางก็รู้สึกขอบคุณเกอจวิ้นอย่างมากที่นำหลักฐานที่เป็นประโยชน์ต่อพวกเขามาให้ในเวลาสำคัญซึ่งสามารถโค่นล้มกู้ตงหลิงได้อย่างแน่นอนในคราเดียวและทำให้คนตระกูลกู้ทั้งหมดต้องตายอย่างไร้ที่ฝัง
เกอจวิ้นมองโม่อวี้เฉินครู่หนึ่งจากนั้นก็มองกู้ชิงเฉิง แล้วลุกขึ้นยืน “เช่นนั้นข้าก็คงไม่รบกวนแล้วชิงเฉิง หากมีเรื่องใดในภายหน้า ก็มาหาข้าได้ที่จวนของข้า”
เขาเห็นได้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างกู้ชิงเฉิงกับโม่อวี้เฉินนั้นดีกว่าที่คิดไว้มากนักในใจรู้สึกอย่างไรก็ไม่อาจทราบได้ เขากำหมัดแน่น ก่อนตัดสินใจจากไปเพราะไม่ต้องการให้กู้ชิงเฉิงลำบากใจมากเกินไป แต่ก่อนจากไปเขามองโม่อวี้เฉินอย่างท้าทาย
“เขา…กลับมายังเมืองหลวงได้อย่างไร?” หลังจากเกอจวิ้นจากไปกู้ชิงเฉิงมองจดหมายฉบับนั้น พลางไม่สามารถคลายอารมณ์ลงได้เป็นเวลานานนักจนรู้สึกไม่เข้าใจ
เกอจวิ้นควรจะซุ่มซ่อนกำลังที่เมืองอี๋สุ่ยเพื่อที่จะบุกเข้าเมืองหลวงในคราวเดียว แต่ในตอนนี้ ทุกสิ่งกลับไม่เหมือนเดิมเขาคิดจะกลับไปที่จวนซือจื่อ เช่นนั้นเนื้อเรื่องในหนังสือก็เปลี่ยนไปอีกครั้งกระนั้นหรือ?
นางส่ายศีรษะเบาๆเพราะรู้สึกว่าตนเองคิดง่ายเกินไป แม้เกอจวิ้นจะกลับเมืองหลวงเขาก็ยังสามารถบังคับให้ฮ่องเต้สละราชสมบัติได้อยู่ดีนางมองจดหมายที่อยู่ในมืออีกครั้งพลังของเกอจวิ้นผู้นี้ดูเหมือนจะแข็งแกร่งกว่าที่นางเคยรู้มาเสียอีก
สวีอิ่นชิงมีอำนาจมากแต่ก็ยังไม่สามารถยื่นมือเข้าไปในราชวงศ์แคว้นหลินได้ แต่เกอจวิ้นเพียงแค่ลงมือก็ได้จดหมายมาฉบับหนึ่งแล้ว คนผู้นี้ต้องระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง
“เขาไม่กลัวที่จะเปิดเผยพลังที่แท้จริงของตัวเองเลย” ในใจโม่อวี้เฉินก็ระมัดระวังมากขึ้นเกอจวิ้นผู้นี้ไม่ซื่อสัตย์ เขารู้มาตลอด แต่ก็ไม่เคยใส่ใจมากนักดูเหมือนว่าในตอนนี้จะประมาทไม่ได้แล้ว
“เขาปฏิบัติต่อเซวียนเอ๋อร์ดีมากมาโดยตลอด” กู้ชิงเฉิงเองก็เข้าใจดีว่าเกอจวิ้นทำเช่นนี้โดยยอมเสี่ยงอันตรายบางอย่างและยังได้เปิดเผยพลังที่แท้จริงของตนต่อหน้าโม่อวี้เฉินอีกด้วย
“เขาทำดีกับเจ้ามากกว่ากระมัง” โม่อวี้เฉินไม่พอใจอย่างยิ่งเขาไม่เชื่อว่าเกอจวิ้นผู้นี้จะชอบบุตรชายของผู้อื่น นอกจากจะมีจุดประสงค์บางอย่างแต่ก่อนหน้านี้เกอจวิ้นไม่รู้ถึงฐานะของกู้ชิงเฉิง จึงยากที่จะเข้าใจได้จริงๆ
กู้ชิงเฉิงเหลือบมองโม่อวี้เฉินอย่างหน่ายใจ“ข้าเป็นผู้มีพระคุณช่วยชีวิตเขาเอาไว้” นางรับรู้ถึงความหึงหวงในถ้อยคำของโม่อวี้เฉินทำให้ความรู้สึกของนางซับซ้อนยิ่งนัก
“ข้าไม่เคยรู้มาก่อนว่า เกอจวิ้นก็เป็นคนรู้จักบุญคุณข้าเองก็เป็นผู้มีพระคุณช่วยชีวิตเขามาเช่นกัน หากไม่ใช่เพราะข้าเขาก็คงไม่มีชีวิตมาถึงวันนี้” โม่อวี้เฉินรู้สึกไม่พอใจพร้อมกับเลิกคิ้วมองจดหมายในมือของกู้ชิงเฉิง
“จดหมายฉบับนี้ควรส่งไปให้ตระกูลไป๋” กู้ชิงเฉิงครุ่นคิดพลางเอ่ยออกมานางไม่ได้สนใจน้ำเสียงไม่พอใจของโม่อวี้เฉินแม้แต่น้อย
ทว่าโม่อวี้เฉินกลับไม่ยอมแพ้“เจ้ากำลังรู้สึกผิดอยู่ใช่หรือไม่?”
คำถามนี้ทำให้กู้ชิงเฉิงรู้สึกสับสนนางไม่อยากจะโต้เถียงกับเขา เพราะมันไม่จำเป็น นางกำจดหมายไว้ในมือแล้วหันหลังเดินจากไป ความรู้สึกของนางซับซ้อนยิ่งนัก การจับคู่ไขกระดูกไม่สำเร็จการรักษาอาการป่วยของกู้จิ่งเซวียนจากนี้ไปจึงยากลำบากยิ่งนัก นางต้องคิดหาวิธีอย่างถี่ถ้วน
“กู้ชิงเฉิง เจ้าอย่าเพิ่งไป” โม่อวี้เฉินรู้สึกไม่สบายใจนักตลอดเวลาที่ผ่านมาที่เขาได้พบกับกู้ชิงเฉิง นางไม่เคยแสดงท่าทีดีๆให้เขาเห็นได้กี่ครั้งนัก ทว่ากลับแสดงท่าทีอ่อนโยนต่อเกอจวิ้นนี่มันหมายความว่าอย่างไรกัน
โม่อวี้เฉินก้าวเท้าเดินเข้าไปหาพลางคว้ามือของกู้ชิงเฉิงไว้ “เกอจวิ้นเป็นคนที่เก่งกาจในการใช้ประโยชน์จากผู้อื่นเจ้าควรจะอยู่ให้ห่างจากเขาเอาไว้”
“คำกล่าวนี้ องค์รัชทายาทเองก็ไม่ได้แตกต่างกระมัง?” กู้ชิงเฉิงรู้สึกหงุดหงิดเรื่องการรักษาอาการป่วยของกู้จิ่งเซวียนทำให้นางรู้สึกหมดหนทาง นางไม่อาจยอมแพ้ได้เช่นนั้นแล้วจึงมีเพียงหนทางเดียวที่ต้องเลือกหากรีบเร่งให้ทันท่วงทีก็ยังคงมีหวังทว่านางกลับไม่อาจก้าวข้ามผ่านอุปสรรคในใจของตนเองได้ ยิ่งไปกว่านั้นนางยังตั้งใจจะหลีกเลี่ยงโม่อวี้เฉินอีกด้วย
“ข้า...” โม่อวี้เฉินอ้าปากแต่ก็พูดไม่ออกเขานั้นเก่งกาจในการวางแผนจริงๆ เพราะใครๆก็ตกอยู่ภายใต้การคำนวณของเขาได้ทั้งนั้น
“เอาเถิด เราอย่าได้เอ่ยถึงเกอจวิ้นอีกเลยเขาไม่สมควรได้รับความใส่ใจจากข้าถึงเพียงนี้” โม่อวี้เฉินกล่าวอย่างตัดพ้อ
“อาการป่วยของเซวียนเอ๋อร์ยังมีหนทางอื่นอีกหรือไม่? ขอเพียงเจ้าบอกออกมาข้าย่อมทำตามทุกประการ” อารมณ์ของเขาก็ไม่ดีนัก
“หากไร้หนทางจริงๆ ข้าก็จะไปเชิญมือเทวะ” โม่อวี้เฉินกล่าวเสริม“ต่อให้จะต้องยอมยกแผ่นดินต้าฉินให้ ข้าก็จะยอม”
“มือเทวะ...” กู้ชิงเฉิงย่อมรู้ถึงการมีอยู่ของบุคคลผู้นี้แต่นางกลับส่ายหน้า “เขาก็ไม่มีหนทางเช่นกัน”
ในยุคสมัยนี้ผู้ที่ป่วยด้วยโรคเลือด [1] ล้วนต้องจบชีวิตมือเทวะแม้จะมีชื่อเสียงในฐานะหมอเทวดา แต่ก็ไร้หนทางสำหรับโรคเลือดเช่นกันกู้ชิงเฉิงไม่ได้เย่อหยิ่ง เพราะโรคเลือดเป็นโรคที่ยากจะรักษาได้แม้กระทั่งในอีกหลายพันปีให้หลังก็ตาม
“จะเป็นไปได้อย่างไร...” โม่อวี้เฉินกัดฟันแน่นในที่สุดเขาก็สัมผัสได้ถึงความสิ้นหวัง “อย่างไรก็ต้องลองดูสักตั้ง”
“เซวียนเอ๋อร์ป่วยเป็นโรคเลือด” กู้ชิงเฉิงส่ายหน้า“อย่าได้ทำให้มือเทวะต้องลำบากเลยอีกทั้งอย่าทำให้ตัวท่านเองต้องลำบากด้วย ข้า...ขอเวลาให้ข้าสักครู่” นางต้องเตรียมใจไว้ก่อน
ยามนี้นางมองโม่อวี้เฉินอย่างลึกซึ้งใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติ งดงามเกินบรรยาย นี่คือระดับเทพบุตรอย่างแท้จริงกู้ชิงเฉิงเองก็ยากจะต้านทานได้ ทว่านางก็ยังคงมีกำแพงในใจ
โม่อวี้เฉินไม่พูดจาใบหน้าของเขาเปลี่ยนจากเขียวเป็นขาว และกำมือของกู้ชิงเฉิงแน่นขึ้นเล็กน้อยในใจเขาไม่ยอมแพ้ แต่ก็ไม่มีทางอื่น
กู้ชิงเฉิงไม่รู้สึกเจ็บปวดใดๆในใจของนางขัดแย้งกันอย่างมาก ทว่านางก็รู้ดีว่าไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว
“ช่างเถิด ส่งจดหมายฉบับนี้ไปให้ตระกูลไป๋ก่อนเถอะ” กู้ชิงเฉิงดึงมือกลับมาพลางกล่าวเสียงต่ำ “เช่นนั้นแล้วตระกูลไป๋ย่อมไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องของตระกูลกู้อีกทั้งยังจะมอบความเสียหายร้ายแรงให้แก่ตระกูลกู้ด้วย”
“เจ้า...จะทำลายจวนตระกูลกู้ทั้งหมดเลยหรือ?” โม่อวี้เฉินได้ยินดังนั้นก็รู้สึกประหลาดใจนักไม่ว่าจะอย่างไร กู้ชิงเฉิงก็ยังมีสายเลือดของตระกูลกู้
“ไม่ทำลายแล้วจะเก็บไว้กินหรือไร” กู้ชิงเฉิงกล่าวอย่างไม่พอใจการที่นางกลับมาก็เพื่อทำลายกู้ตงหลิงและตระกูลกู้
เชิงอรรถ
[1]โรคเลือด หรือ โรคเกี่ยวกับเลือดคือภาวะที่ทำให้เลือดบางส่วนไม่สามารถทำหน้าที่ได้ผู้ป่วยอาจมีภาวะการแข็งตัวของเลือดผิดปกติหรือภาวะเลือดออกผิดปกติ มีหลายประเภทขึ้นอยู่กับความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับ ส่วนประกอบของเลือด เช่น โรคโลหิตจางโรคธาลัสซีเมีย มะเร็งเม็ดเลือดขาว โรคมะเร็งไขกระดูก เป็นต้น