เฉกเช่นเดียวกันกับเ้าชายภูวดลที่รู้สึกเป็ห่วงพี่สาวยิ่งนัก เขาอยากจะเข้าไปเผชิญหน้ากับไอ้หมอนั่น ไอ้คนที่บุกเข้าไปหาพี่สาวของเขาในหอสมุดใหญ่ แต่ก็ถูกศารทูลห้ามปรามเอาไว้ เนื่องจากว่ามันไม่ใช่กิจอันใดของเ้าชาย เพราะเหตุการณ์นี้พระมหากษัตริย์สิงหล พระองค์จะเป็คนสืบสวนสอบสวนด้วยตัวเอง
ถึงจะเป็ผู้กระทำความผิด แต่วารุตก็ไม่ได้ถูกล่ามโซ่ตีตรวนหรือถูกกระทำการทรมานแต่อย่างใด เขานั่งอยู่ในพระราชตำหนักโล่งกว้างไม่มีที่อุปกรณ์ใดๆ ตกแต่ง เป็ห้องโล้นๆ ว่างเปล่า แม้แต่หมอนสักใบก็ไม่มี ทหารคนหนึ่งเดินเข้ามาบอกเขาว่าพระมหากษัตริย์สิงหลจะเข้ามาหาเขาอีกในไม่ช้านี้
แสงอาทิตย์สลัวๆ ทะลุผ่านช่องหน้าต่างเล็กๆ เข้ามา ดวงตะวันจวนเจียนจะลับขอบฟ้าลงไปทุกที ขณะที่วารุตนั่งอย่างซังกะตายอยู่กลางห้องกับบรรยากาศที่แสนจะน่าเบื่อ
เขาก้มหน้าก้มตาพลางใช้นิ้วเขี่ยพรมที่ัันุ่มนิ่มอย่างยอมรับสภาพ เขารู้ตัวดีว่าตัวเองกระทำผิดที่ลักลอบเข้ามาในพระราชวังโดยพลการ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้มีเจตนาร้ายต่อองค์ราชธิดาของแคว้นเลย
ที่เข้ามาถึงหอสมุดใหญ่แห่งนี้ ก็เพียงเพราะ้าที่จะหาหนังสือเเค่เล่มเดียวเพียงเท่านั้น ไม่มีเหตุผลอื่นนอกเหนือจากนี้ ไม่ได้มาลักทรัพย์ ไม่ได้มาขโมยของหรือจะกระทำการใดๆ ที่เป็อันตรายต่อเ้าหญิง มิได้มีเจตนาร้ายเช่นนั้นแอบแฝง
เขาคงจะกราบทูลตามนี้ ถ้าหากองค์มหากษัตริย์เข้ามา วารุตนั่งครุ่นคิดหาข้อแก้ต่างให้ตัวเอง นั่งอยู่ในห้องมืดๆ ที่แสงสว่างแทบไม่เหลือ เขานั่งเฝ้ารออย่างเหม่อลอย
ในที่สุดประตูบานนี้ก็เปิดออก ทหารห้าหกกรูคนเข้ามาติดตั้งห้อยตะเกียงตามหัวมุมต่างๆ ทั่วทุกมุมห้อง ทำให้ห้องที่วารุตนั่งอยู่ตอนนี้กลับมาสว่างไสวอีกครั้งราวกับตอนกลางวัน
เมื่อเหล่าทหารอำนวยความสะดวกทุกอย่างพร้อม กษัตริย์สิงหลก็ย่างเท้าก้าวเข้ามาข้างใน
พระองค์ตัวสูง มีกล้ามเนื้อมัดใหญ่และดูน่าเกรงขาม
ทันทีที่ฝ่าาเสด็จเข้ามาในห้อง กษัตริย์สิงหลก็กวาดสายตามองวารุตไล่ไปั้แ่หัวจรดเท้า พระองค์เพ่งมองเขาแทบจะไม่กะพริบตา
ถึงกระนั้นวารุตก็หาได้มีอาการหวาดกลัวไม่ เขาจ้องมองกลับด้วยสายตาอันกล้าหาญอย่างไร้เดียงสา เพราะเขารู้ซึ้งถึงเจตนาที่แท้จริงของตัวเอง
กษัตริย์สิงหลคิ้วขมวดทำท่าทางเหมือนกำลังไตร่ตรองอะไรอยู่สักอย่าง สายตาพระองค์ก็พลางจ้องมองวารุตอย่างพินิจพิเคราะห์
บุคคลทั้งคู่ประชันสายตากันในบรรยากาศเงียบเชียบอยู่ชั่วครู่หนึ่งท้ายที่สุดก็มีเสียงเอ่ยขึ้นมา
“เ้าจะนั่งอยู่ตรงนี้อีกนานไหม เหตุใดเ้าจึงยังไม่กลับบ้าน”
วารุตนั่งนิ่งตัวแข็งทื่อ เขาไม่มั่นใจในสิ่งที่ตัวเองได้ยิน รู้สึกมึนงงไปชั่วขณะ
ไหนล่ะคำถามที่ว่า
‘ทำไมเ้าถึงลักลอบเข้ามาในพระราชวัง’
‘เ้ามีเจตนาร้ายต่อองค์หญิง ลูกสาวข้าหรือไม่’
‘เ้าเข้ามาในหอสมุดนี้ทำไม’
ชุดคำถามเหล่านี้ที่ วารุตตระเตรียมคำตอบเอาไว้ ต้องหยุดชะงัก เพราะกษัตริย์สิงหลถามเขาว่าเหตุใดเขาถึงยังไม่กลับบ้านซะอย่างงั้น มันทำให้ วารุตทำอะไรไม่ถูก
ในระหว่างที่นั่งนิ่งๆ หัวใจของวารุตก็เต้นตึกตัก กับสถานการณ์และบรรยากาศที่คาดไม่ถึง จู่ ๆ ก็มีทหารนายหนึ่งเปิดประตูเข้ามา ในมือของเขาถือหนังสือหนึ่งเล่มและได้ยื่นถวายหนังสือเล่มนั้นให้แก่กษัตริย์สิงหล
“นี่ ขอรับฝ่าา”
เมื่อเสร็จสิ้นกิจทหารนายนั้นก็เดินกลับออกจากห้องไป ปล่อยให้วารุตเผชิญหน้าอยู่กับความรู้สึกอึ้งตะลึงงัน ดวงตาของเขาเปล่งประกาย หัวใจที่เต้นถี่เร็วอยู่แล้วมันก็ทวีคูณมากขึ้นไปอีก เมื่อหนังสือสัตว์ซาตานเล่มสุดท้ายที่เขาตามหา ตอนนี้มันอยู่ในมือของกษัตริย์สิงหล ซึ่งอยู่ต่อหน้าของเขานี้เอง
และดูเหมือนว่าฝ่าาจะล่วงรู้ถึงความ้านี้ของเขาอีกด้วย แม้ว่าวารุตจะยังไม่ได้บอกอะไรต่อพระองค์เลยก็ตาม เหตุการณ์บานปลายมันเริ่มชักจะไปกันใหญ่ เพราะจู่ ๆ หนังสือเล่มนี้ก็ถูกยื่นมาอยู่เบื้องหน้าเขา
“ที่เ้าเข้ามาถึงที่นี่ เพราะเ้า้าหนังสือเล่มนี้อย่างนั้นหรือ”
เสียงคมเข้มของกษัตริย์สิงหลตรัสถามวารุตอย่างตรงไปตรงมา
แต่วารุตยังคงนั่งนิ่งตัวแข็งทื่อ มันไม่เหมือนกับตอนที่เขาคาดการณ์เอาไว้ในตอนแรก เขารู้สึกมึนงงถึงขั้นพูดไม่ออก แต่ก็ยังเอื้อมมือไปรับหนังสือเล่มนั้นจากกษัตริย์สิงหลอย่างไม่รู้ตัว พลางคิดอยู่ในใจว่า เหตุไฉนเื่ราวมันถึงได้จบลงแบบนี้ได้
กลายเป็เขาที่ได้หนังสือสัตว์ซาตานเล่มสุดท้ายมาอย่างง่ายดาย มันง่ายกว่าการหลบหลีกสายตาของเหล่าทหารลักลอบเข้ามา และง่ายกว่าการที่ต้องอดทนกับกลิ่นเหล้าเหม็นหึ่งของคุณลุงคนนั้นที่กอดคอเขาเข้ามาพระราชวังซะอีก และสิ่งที่ดีที่สุดนั้นก็คือเขากลับไม่ถูกคาดโทษใดๆ เลย
หากจะว่าด้วยเื่ของเหตุผล ก็คงจะต้องย้อนกลับไปในตอนหัวค่ำก่อนที่กษัตริย์สิงหลจะได้เข้ามาหาวารุต
ใน่เวลานั้น ทันทีที่ฝ่าาได้รับรายงานว่า มีผู้บุกรุกเข้าไปหาองค์หญิงกรรณิการ์ในหอสมุดใหญ่ กษัตริย์สิงหลก็หูตาแดงก่ำอารมณ์โกรธเดือดพล่านทะลุถึงขีดสุด เมื่อได้ยินข่าวพระองค์รีบตรงบึงที่จะไปเจอกับไอ้จอมโฉดชั่วคนนั้น
แต่ทว่ากลับถูกเมฆามาขวางทางเอาไว้ และขอเวลาพูดคุย
กษัตริย์สิงหลกำกำปั้นแน่น ดูเหมือนว่าการขอของคุณตาเมฆาในครั้งนี้จะไม่เป็ผล เพราะพระองค์เดินเหวี่ยงสะบัดผ่านคุณตาไป
คุณตาเมฆาจึงเอ่ยขึ้นตามแผ่นหลังของฝ่าาไปว่า
“เด็กคนนั้นเขาชื่อว่าวารุตขอรับ คนที่บุกเข้าไปในหอหนังสือ เขาชื่อว่าวารุต” เมฆาเอ่ยหวังว่ากษัตริย์สิงหลจะชะลอฟัง และมันก็ได้ผลพระองค์หยุดชะงักแล้วหันหน้ากลับมา
“เขาเป็คนเดียวกันกับเมื่อสามเดือนก่อน เด็กที่เคยเผชิญหน้ากับกองโจร์ทมิฬ”