“การเข้าเรียนในสถาบันเฟยเทียนนั้น ไม่มีการกำหนดชั้นปี เราสามารถเรียนได้จนถึงอายุ 25 ปี ใครเข้าก่อนเป็ศิษย์พี่ ใครเข้าทีหลังเป็ศิษย์น้อง เราอยู่กันแบบครอบครัว”
การเดินชมสถานที่ภายในสถาบันเริ่มต้นขึ้นเมื่อ 3 ชั่วโมงก่อนพร้อมกับมีการกล่าวอธิบายหลายสิ่งหลายอย่างจากรุ่นพี่ที่เดินนำหน้าตงฟางไป ตอนนี้กลุ่มคนนับร้อยที่แยกออกจากกลุ่มคนนับหมื่นล้วนแล้วแยกย้ายเดินไปยังทิศทางที่ต่างกันเพื่อชมพื้นที่รอบๆสถาบันเฟยเทียน
โดยจุดที่พวกเขายืนอยู่สูงจากพื้นเป็อย่างมาก หากจะเดินทางกลับเมืองหลงไห่ต้องใช้เวลาราวครึ่งวัน ถึงอย่างนั้นคำพูดของรุ่นพี่ที่บอกว่าพวกเขาอยู่กันแบบครอบครัวนั้น ทำเอาตงฟางทำหน้าเหวอ เพราะครอบครัวที่กำลังพูดถึงมันคงจะหนักหน่วงอย่างแน่นอน
แต่สำหรับใครหลายๆคนที่เดินตามเขารวมไปถึงลู่จิว พวกมันต่างแสดงสีหน้าดีใจ เมื่อคิดว่าตัวเองกลายเป็ครอบครัวเดียวกันกับรุ่นพี่ ทำเอาตงฟางถึงขั้นกุมขมับ
“เอาล่ะ ที่นี่คือบ้านพักศิษย์ใหม่ พรุ่งนี้เป็ต้นไปจะต้องทำงานแล้ว หวังว่าทุกคนจะโชคดี”
ศิษย์พี่ผู้นำทางมาตลอดหลายชั่วโมงเดินจากไปด้วยรอยยิ้ม ปล่อยให้ศิษย์น้องนับร้อยที่เดินตามหลังไว้หน้าบ้านพักของพวกเขาที่เป็เพียงแค่รูเล็กๆถูกเจาะด้วยอาวุธบางอย่างลงไปในพื้นผิวของูเา มันเป็รูเล็กมากๆขนาดพอดีตัวหากพวกเขานอน
“ตงฟาง เราได้ห้องพักส่วนตัวด้วย แบบนี้ก็ดีเลยสิจะได้ไม่ต้องมีใครก่อกวน”
“เออ ดีใจด้วยเพื่อน”
ตงฟางส่งยิ้มให้เพื่อนของเขาพลางมองจ้องสถานที่เรียกว่าบ้านพัก หากมองจากระยะไกลมันเหมือนรังผึ้งไม่มีผิด มีรูเล็กๆให้ศิษย์เป็หมื่นได้ซุกหัวนอน คนที่อยู่ห้องบนสุดมีบันไดให้ไต่ขึ้นไป สำหรับเครื่องนอนมีเพียงผ้าห่มและหมอนอย่างละชิ้น
“โอเค อย่างน้อยก็มีที่ซุกหัวนอน”
จากการเดินสำรวจสถาบันเฟยเทียน ทำให้ตงฟางรู้ถึงการมีอยู่ของระดับขั้นของศิษย์ในสถาบันเฟยเทียนพร้อมกับสถานที่อยู่ของศิษย์แต่ละกลุ่ม โดยแบ่งออกเป็ 4 กลุ่มใหญ่ด้วยกัน
หนึ่งศิษย์ทั่วไป คนกลุ่มนี้เป็เหมือนชนชั้นแรงงานทาส บ้านพักของพวกเขาเป็เพียงรูเล็กๆบนูเาเท่านั้น หน้าที่ของพวกเขาคือการใช้แรงทำงานต่างๆภายในสถาบัน ยกตัวอย่างเช่นซักผ้า ทำความสะอาด จัดหาอาหาร หากมีเวลาว่างถึงจะได้ฝึก
สองศิษย์สายนอก คนกลุ่มนี้จะได้สิทธิพิเศษสูงกว่าศิษย์ทั่วไปเขตพื้นที่ของพวกเขาอยู่สูงขึ้นไป มีบ้านให้เป็หลัง มีเตียงนอน หน้าที่ของพวกเขาไม่มีอะไรมาก มีเพียงแค่ศึกษาทักษะตำราต่างๆตามที่พวกเขา้า
สามศิษย์สายใน คนกลุ่มนี้นับได้ว่าเป็ขุมกำลังของสถาบัน พวกเขาล้วนเป็ผู้แข็งแกร่ง มีบ้านหลังใหญ่ สถานที่ของพวกเขาอยู่สูงขึ้นไปจากศิษย์สายนอก หน้าที่ของพวกเขามีเพียงแค่การทำตัวให้แข็งแกร่งขึ้นไปเรื่อยๆเท่านั้น
สี่ศิษย์สายตรง ภายในสถาบันมีจำนวนศิษย์สายตรงเพียงไม่กี่สิบคนเท่านั้น พวกเขาล้วนแล้วเป็ศิษย์ที่ได้รับการฝึกและสืบทอดพลังของเหล่าอาจารย์ สถานที่พักของพวกเขาก็อยู่สูงกว่าศิษย์คนอื่นๆ
โดยทุกๆเขตที่อยู่สูงขึ้นไปบนูเาล้วนมีพลังิญญาที่หนาแน่นตามขึ้นไปด้วยเช่นกัน ด้วยการอยู่ในพื้นที่เต็มไปด้วยพลังิญญา ทำให้ใครต่าง้าเปลี่ยนสถานะศิษย์เพื่อให้ได้ขึ้นไปบนยอดเขา
สถาบันเฟยเทียนไม่ได้มีเพียงแค่ 4 เขตเท่านั้น ยังมีพื้นที่หวงห้ามอีกมากมาย แล้วยังมีเกาะลอยฟ้าแยกตัวออกไปจากูเาอีก ซึ่งพวกมันล้วนแล้วต้องใช้ความสามารถในการเข้าใช้งาน
“ต้องเริ่มวางแผนก่อน หากจะอยู่อย่างสบาย”
ตงฟางเริ่มหลับตาวางแผนการใช้ชีวิตในสถาบัน หากเขาไม่ทำอะไรสักอย่าง เขาจะไม่สามารถทำตามจุดประสงค์หลักที่เขาเดินทางมายังสถานที่แห่งนี้ได้
โดยแผนแรกเขาคิดเอาไว้คือการปลดปล่อยตัวเองออกจากการเป็ศิษย์ทั่วไป การใช้ชีวิตในสถาบันเฟยเทียน หากเขายังเป็ศิษย์ทั่วไปเขาจะต้องทำงานจนเกือบจะค่ำถึงมีเวลาส่วนตัวฝึกฝน ตงฟางจึงต้องวางแผนปลดตัวเองออกจากการเป็ศิษย์ทั่วไปก่อน
ขั้นตอนวิธีการปลดตัวเองออกจากการเป็ศิษย์ทั่วไปนั้นง่ายมาก จากการเล่าของรุ่นพี่เมื่อครู่นี้ ทำให้เขารู้ว่าทุกๆ 1 เดือนสถาบันจะจัดการประลองขึ้น การประลองครั้งนี้เป็การต่อสู้ระหว่างศิษย์ที่้าเลื่อนระดับศิษย์
ซึ่งการต่อสู้กันนั้น ไม่ใช่การต่อสู้ระหว่างศิษย์ระดับเดียวกัน ต่อให้ศิษย์ทั่วไปจะต่อสู้กันแล้วชนะ ผู้ชนะก็ไม่สามารถกลายเป็ศิษย์สายนอกได้ มีทางเดียวที่ทำให้กลายเป็ศิษย์สายนอกได้คือการที่ศิษย์ทั่วไปต้องเอาชนะศิษย์สายนอกเพียงเท่านั้น หากศิษย์สายนอกอยากเป็ศิษย์สายในพวกเขาต้องเอาชนะศิษย์สายในเช่นเดียวกัน มันเป็วิธีการที่ง่ายมากหากทำเพียงแค่ฟังจากปากที่เล่ามา
สำหรับตงฟางเขากลับคิดว่ามันเป็เื่หนักพอสมควร เพราะในบ้านพักรอบๆ ไม่ได้มีเพียงแค่ศิษย์ทั่วไปที่พึ่งเข้ามาใหม่ มันมีศิษย์เก่าที่อยู่มาหลายปีด้วยเช่นกัน จากใบหน้าของพวกเขาบ่งบอกอายุว่าเยอะกว่า 15 ปีไปนั้น ทำให้ตงฟางรู้ว่าการต่อสู้เพื่อให้กลายเป็ศิษย์สายนอกมันยากมากๆ
จากระดับพลังที่เขาได้สอบถาม จนรู้ว่าศิษย์สายนอกมีพลังในระดับก่อตั้งิญญาขึ้นไป ด้วยระดับพลังมากขนาดนี้เป็ไปไม่ได้ที่ศิษย์ทั่วไปที่มาจากครอบครัวยากจนจะท้าสู้แล้วเอาชนะได้
เป็อย่างที่ขอทานกังเล่าให้เขาฟัง หากไม่มีโชควาสนาเจอขุมทรัพก็ยากที่จะกลายเป็ผู้แข็งแกร่งในสถาบันเฟยเทียน
แล้วการต่อสู้เปลี่ยนระดับศิษย์ไม่ใช่ว่าจะท้าประลองแล้วเริ่มต้นต่อสู้ในวันครบรอบ 1 เดือนได้เลย ผู้ที่ถูกท้าประลองมีสิทธิปฎิเสธเช่นเดียวกัน เนื่องจากว่าหากศิษย์สายนอกแพ้ศิษย์ทั่วไป พวกเขาจะต้องกลายเป็ศิษย์ทั่วไปแทน ดังนั้นจึงทำให้การเปลี่ยนระดับของศิษย์ยากเพิ่มขึ้นไปอีก
“ตงฟางทำอะไร ทำไมหน้าเครียดๆ” ลู่จิวคลานออกมาจากห้องนอนหลังจากคลานเข้าไปสำรวจ
“กำลังคิดว่าจะทำยังไงให้เป็ศิษย์สายนอกได้เร็วๆ แล้วจะต้องทำยังไงให้เรามีเงินซื้อของมาใช้”
สำหรับสินค้าที่จำเป็ต้องซื้อในสถาบันเฟยเทียนมีครบทุกอย่าง ข้าว น้ำ เสื้อผ้า ถึงอย่างนั้นมันกลับมีของจำเป็ในการใช้ชีวิตเพิ่มขึ้นมาอีก นั่นก็คือ อาวุธ ชุดเกราะ ยาต่างๆ รวมไปถึงยันต์ ทุกอย่างล้วนจำเป็มากเพราะทุกคนในสถาบันฝากชีวิตไว้กับของเหล่านี้
ทุกคนจำเป็ต้องเดินทางลงจากูเาเพื่อล่าอย่างแน่นอน การล่าเป็วิธีเดียวที่ทำให้พวกเขามีเงินใช้จ่ายเพื่อซื้อสิ่งที่ช่วยเพิ่มพลังให้กับพวกเขา ตงฟางจึงมองหาเส้นทางทำเงินที่ยั่งยืน
ด้วยความสามารถของเขาในตอนนี้ มองเส้นทางหลอมยาเป็เส้นทางแรกเอาไว้แล้ว เหลือเพียงแค่การเปลี่ยนสถานะตัวเองให้กลายเป็ศิษย์สายนอก
“เอาล่ะ ตัดสินใจได้แล้ว”
ตงฟางคลานเข้าไปในห้องพักของตัวเอง วันนี้ดึกแล้วไว้วันพรุ่งนี้เขาถึงจะเริ่มแผนการ
“แกจะทำอะไรเหรอตงฟาง”
“นอนก่อน แล้วพรุ่งนี้จะบอก”
ลู่จิวปิดประตูห้องนอนข้างๆ จากนั้นก็หลับไป สำหรับตงฟาง เขาวางแผนเอาไว้ว่าพรุ่งนี้เช้าเขาจะเดินทางไปยังตึกทักษะเป็สถานที่แรก เพื่อดูทักษะที่เขาสามารถเรียนรู้ได้ จากนั้นจึงเริ่มเดินทางไปตึกสมุนไพรและยาเพื่อดูตำราทุกๆอย่าง เขาอยากรู้ว่าสมุนไพรในหัวสมองและวิธีการหลอมยาที่พ่อสอนมานั้น เป็ความรู้ระดับไหน
เนื่องจากว่าสมุนไพรและวิธีหลอมยา พ่อของเขาลบระดับมันออกทำให้เขารู้เพียงแค่ยาและสมุนไพรระดับ 1 และ 2 สำหรับระดับสูงกว่านี้พ่อของเขาลบระดับออก เพื่อให้เขาไม่คิดมากเื่ระดับของพวกมัน
หากตัวของเขาเห็นระดับสมุนไพรและการหลอมยา มันจะทำให้เขาเกิดอคติ พ่อของเขาจึงทำการลบระดับทิ้ง ทำเหมือนว่าพวกมันเป็สมุนไพรทั่วไป
สำหรับวิธีหลอมยาตงฟางรู้เพียงแค่ว่ายาชนิดนี้หลอมยากหรือหลอมง่าย เขาไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่ายาั้แ่ระดับ 3 ขึ้นไปเป็ยังไง รู้แค่ว่ามันหลอมยากเท่านั้นเอง
เปล้งเปล้งเปล้งเปล้ง
เสียงเคาะหม้อดังขึ้นใน่เช้าตรู่ทำเอาตงฟางสะดุ้งใกับเสียงปลุกจากเหล่ารุ่นพี่ เขาจึงรีบคลานออกมาจากห้องพักแล้วมองจ้องไปยังผู้ที่กำลังส่งเสียงเคาะหม้อปลุกทุกๆคนให้ตื่นนอน
“เอาล่ะ ตื่นกันหมดแล้วใช่ไหม พวกแกคงจะสงสัยใช่ไหมว่าทำไมฉันกับเพื่อนๆฉันถึงต้องมาปลุกพวกแกแบบนี้”
ชายสวมชุดสีน้ำตาลซีด ดูจากสภาพคงผ่านการซักมาไม่ต่ำกว่าร้อยครั้ง ตงฟางที่เห็นดังนั้นเขาก็รู้ได้เลยในทันทีว่าศิษย์ทั่วไป มีการแบ่งกลุ่มเพื่อกดขี่อย่างที่ศิษย์สายนอกเล่าให้ฟังกัน
โดยการแบ่งกลุ่มสะดวกเป็อย่างมาก ใครก็ตามที่กลายเป็หัวหน้า พวกเขาสามารถอู้งานได้ ด้วยการให้คนที่ตกเป็ลูกน้องทำแทนทั้งหมด ซักผ้า ทำความสะอาด ทำอาหาร ตงฟางที่เห็นท่าทีอวดดีของกลุ่มที่มาปลุกพวกเขาในตอนเช้าทำให้เขาฉีกยิ้มในทันที
“เข้าทางสิแบบนี้”
“เอาล่ะไอ้พวกไก่อ่อน วันนี้ฉันจะมาสอนการใช้ชีวิตเริ่มต้นให้พวกแก เริ่มั้แ่เอาผ้าพวกนี้ไปซักซะ”
ลู่จิวมองหน้าตงฟางพลางเลิกคิ้ว หน้าที่ของพวกเขาระบุเอาไว้ว่าวันนี้จะต้องไปทำความสะอาด พวกเขากลับต้องมานั่งซักผ้า
“ง่ายมากลู่จิว เราพึ่งเข้ามาสถาบัน ต้องตามน้ำไปก่อน ตอนนี้เรายังไม่รู้จักที่นี่ดีพอ”
“อ๋อ เข้าใจแล้ว รีบซักแล้วก็รีบไปทำความสะอาดก็พอสินะ”
“ใช่ เอาล่ะ แกช่วยฉันซักด้วยได้ไหม ฉันจะจ้าง 10 หินิญญาต่อวัน พรุ่งนี้พวกเราซักแกก็ซักให้ฉันด้วยเช่นกัน ราคาของมันเหมือนเดิม”
“ฮะ 10 หินิญญาเลยเหรอ”
“ใช่ ซักให้ก่อน ตอนนี้เราต้องตามน้ำไป”
“แล้วแกจะไปไหน”
“ฉันจะไปสำรวจก่อน หากเจอลู่ทางเอาตัวรอด ฉันจะมาพาแกไปด้วย แต่แกต้องทำหน้าที่แทนฉันทั้งหมด โดยไม่ให้ตกบกพร่อง”
“ตกลง เื่นี้สบายมาก ฉันซักมาั้แ่เกิดแล้วเสื้อผ้า”
ตงฟางค่อยๆเดินแยกออกจากกลุ่ม สถานที่เขา้าเดินมุ่งหน้าไปนั้นคือตึกทักษะ โดยตึกสำคัญๆของสถาบันเฟยเทียน ไม่ได้ตั้งอยู่บนูเา แต่มันตั้งอยู่บนเกาะลอยฟ้ามีสะพานเชื่อมต่อกับสถาบันเฟยเทียน ไม่ว่าจะเป็ตึกทักษะ ตึกสมุนไพรและยา ตึกยันต์ ตึกเล่นแร่แปรธาตุ
ศิษย์ทุกคนมีสิทธิเข้าใช้งานกันทุกคน เพียงแต่ว่ามันมีกฎอยู่หนึ่งอย่างที่ต้องทำร่วมกัน นั่นคือสิทธิการเข้าถึง แม้พวกเขาจะเข้าไปในสถานที่สำคัญเ่าั้ได้ พวกเขากลับถูกข้อจำกัดเื่ฐานะศิษย์จำกัดการเข้าใช้งาน
หากเป็เพียงแค่ศิษย์ทั่วไปพวกเขาเพียงแค่เข้าไปใช้งานชั้นแรกได้ ตอนนี้ตงฟางจึงหวังว่าชั้นแรกของตึกมากมาย จะมีเื่ราวใหม่ๆเปิดโลกกว้างให้กับเขา
“ตรงนั้นสินะ”
ห่างออกไปไกลสุดสายตา ตงฟางมองจ้องไปยังตึกทักษะตั้งอยู่บนเกาะลอยฟ้า เขาจึงก้าวขาเดินขึ้นไปบนสะพานไม้ มุ่งหน้าสู่ตึกทักษะทันที โดยการก้าวเดินไปช้าๆนี้ เขาต้องระวังเพราะหากพลาดตกลงไปจากสะพาน จุดจบของเขาคงไม่สวย