รอยยิ้มบนใบหน้าของต่งเสี่ยวเสี่ยวชะงักทันทีเมื่อมองไปยังกลุ่มคนที่อยู่ตรงหน้า เธอก็หัวเราะแห้งๆ อย่างกระอักกระอ่วน
เธอจูงมือเด็กทั้งสามก้าวถอยหลังเล็กน้อยแล้วยกมือขึ้นปัดผมที่ปรกใบหู "พวกป้าๆ มาที่นี่มีธุระอะไรหรือเปล่าคะ?"
"สหายต่ง"
"พวกเราแค่อยากเอาไข่มาให้ฉินซู่น่ะ"
"ใช่แล้วขาของฉินซู่เจ็บอยู่ไม่ใช่เหรอ? ก่อนหน้านี้พวกเราก็ไม่ได้แวะมาเยี่ยมเลย"
"ที่บ้านเรายุ่งมากก็เลยไม่มีเวลาว่าง เธอเอาไข่พวกนี้กลับไป ตุ๋นให้เด็กๆ กับฉินซู่กินนะ"
ทุกคนยื่นตะกร้าเข้ามาต่งเสี่ยวเสี่ยวเห็นว่าข้างในตะกร้ามีทั้งไข่ไก่ ไส้กรอกรมควันซึ่งล้วนเป็นของดีที่แต่ละบ้านพอจะหามาให้ได้
ปกติแล้วพวกเขาจะเอาออกมาทานกันเฉพาะช่วงปีใหม่หรือเทศกาลสำคัญเท่านั้น
ตอนนี้กลับยอมเอาออกมาให้คนอื่น?
ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าจำไม่ผิด ป้าๆที่อยู่ตรงหน้าพวกนี้ แต่ละคนขึ้นชื่อเรื่องความขี้งกที่สุดประจำหมู่บ้าน
เรียกกันว่า งกสุดขีด เลยล่ะ!
แล้วทำไมอยู่ๆ ก็ใจป้ำขึ้นมา?
"ไม่ต้องหรอกค่ะ" ต่งเสี่ยวเสี่ยวรู้เจตนาของพวกหล่อนดีอยู่แล้ว จึงพาเด็กสามคนออกจากบ้านพร้อมกับลงกลอนประตู แล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า "ที่บ้านยังมีไข่อยู่อีกหลายฟองฉันขอรับไว้แค่น้ำใจนะคะ"
พูดจบเธอก็ปิดประตูใส่หน้าทุกคน พวกป้าๆทำได้แค่ถอยร่นออกไป
"ย่าหวังครับ" ฉินไห่หยางทำจมูกฟุดฟิด "ย่าได้กลิ่นเหม็นๆไหมครับ ย่าไม่รู้สึกเหม็นเลยเหรอครับ?
คำพูดของเด็ก มักเป็นคำพูดที่ไร้เดียงสา
พอฉินไห่หยางพูดออกมาแบบนั้นทุกคนก็ได้กลิ่นเหม็นจริงๆ
หวังชุ่ยหลันได้ยินแบบนั้นก็รีบเปิดตะกร้าของตัวเองออกกลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงก็โชยออกมาปะทะจมูกทันที
ป้าๆ ที่อยู่รอบๆ นั้นรีบเอามือปิดจมูกกันบางคนก็พูดจาเหน็บแนม "ไข่เน่าแล้วยังกล้าเอาออกมาให้คนอื่นอีกเหรอ แย่จริงๆ!"
พวกเธอพูดกันพลางเดินไปหาต่งเสี่ยวเสี่ยวแต่ต่งเสี่ยวเสี่ยวจูงมือเด็กทั้งสามคนเร่งฝีเท้าหนีไปอย่างรวดเร็วไม่นานเธอก็หลุดออกจากสายตาของคนพวกนั้น
พวกป้าๆ มองตามต่งเสี่ยวเสี่ยวที่เดินจากไปแล้วตัดสินใจว่าอีกสองสามวัน พวกเธอค่อยมาใหม่
ปกติแล้วหัวหน้าหน่วยผลิตจะไม่ค่อยสุงสิงกับชาวบ้านสักเท่าไหร่แต่พวกเขาเคยได้ยินมาว่าหัวหน้าหวังคนนี้สนิทกับฉินซู่พอสมควรเรื่องครั้งนี้ก็พิสูจน์ให้เห็นได้แล้ว
ที่พวกเธอประจบประแจงต่งเสี่ยวเสี่ยวก็เพราะอยากให้ฉินซู่ช่วยพูดให้พวกเธอบ้าง
ต่งเสี่ยวเสี่ยวเดินออกมาไกลพอสมควรพอมองไปข้างหลังไม่เห็นใครตามมา เธอก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
ฉินไห่เยว่เห็นท่าทางของต่งเสี่ยวเสี่ยวก็อดไม่ได้ที่จะถามด้วยความสงสัย "แม่คะพวกเขาเอาของมาให้พวกเรา ทำไมพวกเราถึงรับไว้ไม่ได้เหรอคะ?"
ได้ยินแบบนั้นต่งเสี่ยวเสี่ยวก็อุ้มฉินไห่เยว่ขึ้นมา
เธอเดินไปพูดไปว่า"ในโลกนี้ไม่มีของที่เราได้รับมาเปล่าๆ หรอกนะลูกคนอื่นเอาของมาให้เรา ก็เพราะอยากให้เราทำอะไรให้เขา"
"เพื่อป้องกันไม่ให้พวกเขามาขอให้เราทำอะไรให้แต่เราอาจจะทำไม่ได้ ทางที่ดีก็อย่ารับของของคนอื่นเลยดีกว่า"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวยกเหตุผลง่ายๆสองสามอย่างมาอธิบายให้ฟัง ฉินไห่เยว่กับเฉินเฉินก็เข้าใจได้ในทันที
ส่วนฉินไห่หยางกลับยกนิ้วขึ้น แล้วพูดว่า"เรื่องนี้ผมเคยได้ยินคนที่โรงเรียนพูดครับ ว่ารับสินบนเขามาจะพูดอะไรก็ไม่ออก"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวยิ้ม แล้วลูบศีรษะเขาเธอคิดในใจว่าจะต้องส่งพวกเขาไปโรงเรียนให้ได้
เด็กๆ โตขนาดนี้แล้วก็ควรจะได้ไปโรงเรียนดีๆ ได้รับการศึกษาสิ
"ค่ะ แม่คะ หนูเข้าใจแล้ว!"ฉินไห่เยว่ยื่นมือโอบรอบคอของต่งเสี่ยวเสี่ยว ซบอยู่ในอ้อมกอดของเธอ"แม่คะ หนูมีความสุขมากที่มีแม่!"
ฉินไห่หยางมองดูสีหน้าที่มีความสุขของฉินไห่เยว่ความรู้สึกขุ่นเคืองใจเล็กน้อยในใจก็หายไปจนหมดสิ้น
พวกเขาขึ้นเขากันอีกครั้ง เพื่อเก็บสมุนไพรเพิ่มอีกหน่อยก็จะพอใช้ผลิตยาเม็ด และแปรรูปยาได้แล้ว
ช่วงสองสามวันนี้ต่งเสี่ยวเสี่ยวต้องเอาสมุนไพรทั้งหมดออกมาตากแดดให้แห้งเพื่อเอาไปแปรรูปส่วนเรื่องยาเม็ด เธอก็จะให้ฉินซู่กับลูกๆ ช่วยทำกันที่บ้าน
อีกสองสามวันเธอจะต้องไปทำงานแล้ว
แต้มแรงงานมีความสำคัญมากกับผู้คนในยุคนี้
"แม่ดูนี่สิคะ หนูเก่งไหมหนูเจอสมุนไพรด้วย!"
ฉินไห่เยว่อยู่ในพุ่มไม้เล็กๆเด็กน้อยยกมือขึ้นร้องเรียกต่งเสี่ยวเสี่ยวและเฉินเฉินอย่างตื่นเต้นพวกเธอยิ้มบางๆ แล้วพากันเดินไปทางนั้น
พอเธอก้มลงไปต่งเสี่ยวเสี่ยวก็เห็นโสมต้นเล็กๆ ต้นหนึ่งอยู่ตรงนั้น
ต้นโสมนั้นอายุประมาณสามสิบปีด้านบนยังมีเชือกสีแดงผูกอยู่ น่าจะมีคนเคยเจอเมื่อสองสามปีก่อน
วิธีการขุดโสมที่ถูกต้องก็คือต้องใช้เชือกสีแดงผูกไว้ แล้วใช้วิธีที่เหมาะสมที่สุดขุดออกมา
โสมอายุน้อยพวกนี้ไม่มีปัญหาอะไรต่งเสี่ยวเสี่ยวจับเชือกสีแดงเส้นนั้นไว้แน่น ก่อนจะค่อยๆ ขุดรากโสมทั้งหมดขึ้นมา
เธอใช้ใบไม้ห่อหุ้มมันไว้เบาๆแล้วเอาใส่ลงในตะกร้า เพื่อไม่ให้รากฝอยของมันได้รับความเสียหาย
"แม่คะ" ฉินไห่เยว่ทำปากยื่นและถามด้วยสีหน้าสงสัย"โสมต้นนี้ขุดขึ้นมาก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลยนี่นาทำไมลุงหลี่ถึงโดนงูกัดล่ะคะ?"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวนั่งลงบนพื้น
เธออธิบายความแตกต่างระหว่างโสมร้อยปีกับโสมธรรมดาให้เด็กๆฟังอย่างง่ายๆ
โสมที่มีอายุมากถึงร้อยปีอาจจะมีจิตวิญญาณแล้วและรอบๆ อาจจะมีสัตว์ป่าที่คอยปกป้องมันอยู่
แน่นอนไม่ใช่ว่าจะไม่มีใครขุดพวกมันขึ้นมาได้เพียงแต่ต้องจ่ายในราคาที่แพงกว่าคนอื่นเท่านั้นเอง
"ไปกันเถอะ!"
พวกเธอเก็บสมุนไพรมาได้เยอะพอสมควรแล้วตอนนี้ก็ถึงเวลาที่จะต้องกลับบ้านแล้ว
"แม่คะ ตรงนี้มีรังไก่ด้วย!"
"ตรงนี้ก็มี!"
"ตรงนี้มีกระต่ายน้อยแถมยังมีลูกหมูป่าด้วย!"
เสียงทั้งสามดังมาจากคนละทิศละทางต่งเสี่ยวเสี่ยวถึงกับชะงักไป
เธอรีบไปดูตรงที่ฉินไห่เยว่ยืนอยู่ตรงนั้นมีไข่มากกว่าสิบฟอง ข้างๆ กันยังมีหลุมดักสัตว์ลึกมากด้านในหลุมมีไก่ป่าที่ขาหักอยู่ตัวหนึ่ง
ส่วนตรงจุดที่เฉินเฉินอยู่มีลูกหมูป่าตัวหนึ่งตัวสีน้ำตาล ตัวยังไม่ใหญ่มาก เด็กคนหนึ่งสามารถอุ้มขึ้นมาได้พอดี
ข้างๆกันนั้นยังมีกระต่ายน้อยหลายตัวอยู่รวมกัน เหมือนเพิ่งจะเกิดใหม่ๆ รอบๆนั้นยังมีสมุนไพรล้ำค่าอย่างเห็ดฝูหลิงขึ้นอยู่มากมาย
ต่งเสี่ยวเสี่ยวเดินวนไปวนมาหนึ่งรอบเมื่อกี้ตอนที่เธอนั่งอยู่ตรงกลางกลับไม่ทันสังเกตว่าบริเวณที่โล่งตรงนี้เต็มไปด้วยของมีค่า
เธอจำได้รางๆ ว่าโสมร้อยปีก็เหมือนจะอยู่ในแถวๆ นี้ด้วยไม่ใช่หรือไง?
หลายคนพูดกันว่าโสมที่มีอายุร้อยปีมีจิตวิญญาณ ถ้าไม่โลภมาก ก็จะได้รับสิ่งดีๆ กลับมา
หรือว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบๆ นี้คือสิ่งดีๆ ที่เขาพูดถึงกัน?
วันที่เธอยอมตัดใจไม่ขุดโสมร้อยปีต้นนั้นเหตุผลหลักๆ ก็เพราะเธอไม่กล้าเสี่ยงโชคส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะเธอไม่ได้เตรียมอุปกรณ์มาให้พร้อม
หลี่ซิงชางกับแม่ของเขาขึ้นมาขุดโสมกลับต้องเจอแต่เรื่องยากลำบากมากมาย
แต่ตอนนี้เธอกลับได้สิ่งเหล่านี้มาโดยบังเอิญ?
โลกปัจจุบันทำการศึกษาเรื่องโสมร้อยปีแต่กลับไม่สามารถหาคำตอบที่แน่นอนอะไรได้ สุดท้ายก็ทำได้แค่ใช้ไสยศาสตร์มาอธิบาย
"แม่คะ" ฉินไห่เยว่ลูบปาก"พวกเราจะเอาของพวกนี้กลับไปไหมคะ?"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวลังเลอยู่สักพักเธอกำมือแน่น "ในเมื่อพวกเราเจอแล้วยังไงก็ต้องเอากลับไป แม้จะต้องทำพลาดอีกครั้งก็ตาม"
โอกาสที่ยื่นมาถึงตรงหน้าแล้วจะช่วยให้ชีวิตพวกเขาสุขสบายขึ้น ใครจะไม่อยากได้บ้างล่ะ!
แต่ถ้าพวกเธอลงจากเขาตอนนี้อาจจะสะดุดตาเกินไปพวก
เธอจึงรอจนถึงตอนเที่ยงเมื่อควันจากปล่องไฟบ้านทุกหลังเริ่มลอยขึ้น
พวกเธอเอาของทั้งหมดใส่ลงในตะกร้าแล้วคลุมด้วยหญ้าทับอีกชั้น ก่อนจะเดินกลับบ้านอย่างรวดเร็ว
พวกเธอเพิ่งจะเดินเข้าไปในบ้านก็มีคนที่เดินแบกจอบอยู่ด้านหลังพึมพำเบาๆ ว่า "พวกนั้นเป็นอะไรกันทำไมต้องรีบร้อนขนาดนั้นด้วย?"