ตอนบ่ายจ้าวซื่อให้หลี่เจี้ยนอันไปเชิญเฟิงซื่อมาที่บ้านเพื่อคุยเื่การซ่อมแซมปรับปรุงบ้านสุดท้ายจึงพูดว่า “เ้ารู้จักคนมากให้เ้าดูแลเื่ซื้อวัสดุแทนข้าเลยแล้วกัน ครอบครัวเราเชื่อใจครอบครัวเ้าส่วนคนงานที่จะมาทำบ้านก็ให้เ้าช่วยดูเสียหน่อยข้าจะให้ค่าแรงคนงานวันละเก้าทองแดงและข้าวสองมื้อ”
เฟิงซื่อรู้สึกยินดีมากรีบพูดว่า “ข้าว่านะเ้ามาหาข้าเช่นนี้นับว่ามาหาถูกคนแล้ว วางใจเถิด อย่างมากก็ครึ่งเดือนจะต้องทำบ้านของเ้าให้เสร็จอย่างแข็งแรงและมั่นคงแน่นอน”
จ้าวซื่อเชิญหม่าซื่อมาด้วยมอบหมายงานทำอาหารให้คนงานที่จะมาปรับปรุงบ้านทั้งหมดแก่หม่าซื่อและนางก็มอบเงินให้หม่าซื่อไปสองร้อยทองแดง
อากาศร้อนหวังไห่รับซื้อแป้งขาวและไข่ไก่กลับมาจากนอกหมู่บ้านด้วยสภาพเหงื่อโทรมกายเมื่อกลับมาถึงบ้าน เฟิงซื่อก็บอกกับเขาเื่ที่บ้านหลี่้าจะปรับปรุงบ้านทำให้เขาตะลึงพรึงเพริดไปครึ่งค่อนวัน มองเฟิงซื่ออยู่นานก่อนจะถามว่า “ขายแป้งย่างได้เงินขนาดนี้เชียวหรือ?”
เฟิงซื่อกระซิบ “จ้าวซื่อแอบบอกข้าว่า ขายแป้งย่างได้เงินไม่เท่าไรเป็เงินที่ได้มาอย่างยากลำบากทั้งนั้น แต่เงินสร้างบ้านนี้มีคนใหญ่คนโตตกรางวัลให้ครอบครัวของพวกนางกลัวว่ามีเงินมากแล้วจะใช้จ่ายฟุ่มเฟือยจึงตัดสินใจปรับปรุงบ้านเสียเลย”
หวังไห่นึกถึงตอนที่ไปบ้านหลี่เมื่อวานห้องโถงทั้งสี่มุมล้วนมีฝนรั่ว บ้านมีสภาพย่ำแย่จนดูไม่ได้ หากไม่ปรับปรุงซ่อมแซมอีกอาจเกิดอุบัติเหตุใหญ่จึงพยักหน้าแล้วพูดว่า “จ้าวซื่อทำถูกแล้ว”
เฟิงซื่อถามขึ้นว่า “ในหม้อมีชาเก๊กฮวยอยู่ จะดื่มหรือไม่”
“ชาเก๊กฮวย?” หวังไห่รู้ว่ามีชาอยู่ที่บ้าน เป็ชาของปีที่แล้วและเป็ชาที่ธรรมดาที่สุดโดยนำเศษใบชามาคั่วจนแห้งและอัดเป็ก้อนชา หนึ่งชั่งสามทองแดงใช้รับรองแขกที่พอมีฐานะอยู่บ้าง แต่ไม่เคยได้ยินชื่อชาเก๊กฮวยมาก่อน
เฟิงซื่อพูดเพิ่มเติมว่า “บ้านหลี่ให้ชาเก๊กฮวยมา เป็ดอกเก๊กฮวยบนูเาที่นำไปตากแดดจนแห้งนำไปแช่น้ำแล้วชงกินได้เลย จะดื่มคลายร้อนก็ได้ และยังช่วยบำรุงสายตาด้วย”
หวังไห่ดื่มชาเก๊กฮวยที่มีกลิ่นหอมของดอกไม้จางๆเข้าไปถ้วยใหญ่ รู้สึกคลายร้อนได้มากดื่มเสร็จก็ออกไปข้างนอกเพื่อไปหาซื้อวัสดุปรับปรุงบ้าน
ไม่ถึงครึ่งวันเื่ที่บ้านหลี่จะปรับปรุงบ้านก็แพร่สะพัดไปทั่วทั้งหมู่บ้านแล้ว
“ค่าแรงทำบ้านในตัวตำบลวันละแปดทองแดงไม่มีอาหารการกินให้ แต่บ้านหลี่ทำบ้านให้ค่าแรงวันละเก้าทองแดงแล้วยังรวมอาหารอีกสองมือ”
“จ้าวซื่อใจกล้าจริงๆหลี่ซานไม่อยู่บ้าน นางเป็สตรีคนเดียวยังกล้าทำบ้านอีก!”
“บ้านข้าไปลงชื่อเป็คนงานปรับปรุงบ้านหลี่ที่บ้านหัวหน้าหมู่บ้านแล้ว”
“บ้านหลี่ร่ำรวยแล้วขายอาหารไม่กี่วันก็มีเงินทำบ้านแล้ว!”
คนกลุ่มหนึ่งยืนคุยกันอยู่ใต้ต้นไม้บริเวณปากทางหมู่บ้านแต่ละคนต่างพูดเื่ที่บ้านหลี่จะปรับปรุงบ้าน
“เมื่อคืนใต้เท้าหลิวในตำบลจินจีพาคนสองคนไปที่บ้านหลี่ได้ยินว่ามีแขกสูงศักดิ์ชอบแป้งย่างของบ้านหลี่ จึงมาซื้อไปแปดร้อยแผ่น”
“ใครว่าแปดร้อยแผ่นหนึ่งพันแผ่นชัดๆ”
“หนึ่งพันแผ่นอะไรห้าพันแผ่นชัดๆ มิฉะนั้นคืนเดียวบ้านหลี่จะเอาเงินที่ไหนมาปรับปรุงบ้าน!”
“แป้งย่างบ้านหลี่นี่ทำอย่างไรอร่อยขนาดนั้นเชียวหรือ แม้แต่แขกสูงศักดิ์ก็ยังซื้อไปกินถึงห้าพันแผ่นเชียว”
ชาวบ้านเหล่านี้ยิ่งคุยก็ยิ่งห่างไกลความเป็จริงทั้งๆ ที่ความจริงคือ แปดร้อยแผ่น ไม่ทันไรก็กลายเป็ห้าพันแผ่นไปเสียแล้วไม่คิดบ้างว่า แป้งย่างห้าพันแผ่นต้องใช้เวลาย่างนานเท่าใดที่บ้านหลี่มีแค่เตาเดียว ในเวลาหนึ่งคืนจะย่างออกมาได้หรือ
หวังไห่จัดการธุระได้อย่างมีประสิทธิภาพมากเมื่อถึงตอนกลางคืนก็ทำใบรายการวัสดุ และใบรายชื่อคนงานออกมาได้แล้วจากนั้นจึงให้เฟิงซื่อและลูกๆ นำไปที่บ้านหลี่
เฟิงซื่อส่งกระดาษเหลืองที่มีตัวอักษรเขียนอยู่จนเต็มให้จ้าวซื่อพลางยิ้มจนตาหยี “ค่าวัสดุซ่อมแซมบ้านแค่แปดตำลึงสามสิบทองแดงก็พอแล้วส่วนคนงานมีทั้งหมดสิบสองคน หากคิดค่าแรงครึ่งเดือนรวมกับค่าอาหาร สองตำลึงคงพอตาเฒ่าบ้านข้าบอกว่า ทั้งหมดสิบเอ็ดตำลึง”
หวังจื้อเกาเป็คนเขียนตัวอักษรเ่าั้
กระดาษเหลืองราคาถูกกว่ากระดาษคัดอักษรมากแน่นอนว่าเงินย่อมมีค่าทุกตำลึง แต่กระดาษเหลืองจะขาดง่ายและไม่ค่อยซับหมึกไม่เหมือนกระดาษคัดอักษรที่ซับหมึกได้ดีกว่า
หวังจื้อเกาใช้กระดาษเหลืองในการฝึกคัดอักษรมาตลอด
เมื่อได้ยินดังนั้นจ้าวซื่อก็กล่าวอย่างยินดี “ถูกกว่าที่บ้านข้าคำนวณไว้เสียอีก ขอบคุณเ้าจริงๆ” เมื่ออ่านเนื้อหาในกระดาษเสร็จก็ส่งให้ลูกชายคนโต
เฟิงซื่อพูดว่า “ตาเฒ่าที่บ้านข้าบอกว่า บ้านเ้าทำแป้งย่างขายหากมีเงินเหลือก็ให้ขุดบ่อน้ำเสียเลย จะได้ใช้น้ำในบ่อทำแป้ง”
จ้าวซื่อเห็นสายตากระตือรือร้นที่ถูกส่งมาจากบุตรีสุดที่รักจึงพูดยิ้มๆว่า “เ้ามองการณ์ไกลจริงๆ ไม่ปิดบังเ้าแล้วบ้านพวกเราคิดจะขุดบ่อน้ำจริงๆ”
“ตาเฒ่าที่บ้านข้าบอกว่าขุดบ่อชักน้ำบาดาลใช้เงินสามตำลึงห้าสิบทองแดง ขุดบ่อน้ำธรรมดาใช้เงินสามตำลึง” เฟิงซื่อกลัวจ้าวซื่อจะไม่เข้าใจจึงอธิบายว่า “บ่อชักน้ำบาดาลต้องใช้เหล็กทำที่ชักน้ำ้าต้องสั่งทำจากร้านตีเหล็กในตำบล ส่วนบ่อน้ำธรรมดาไม่ต้องติดที่ชักน้ำดังนั้นจึงถูกกว่า”
หลี่หรูอี้รีบพูด “เป็บ่อชักน้ำบาดาลเถิด บ่อชักน้ำบาดาลปลอดภัยกว่า”
หลี่เจี้ยนอันและน้องชายคนอื่นๆถูกหวังจื้อเกาลากไปอธิบายเื่วัสดุการปรับปรุงบ้านที่เขียนอยู่ในกระดาษเพราะเขาจำคำพูดของหวังไห่ได้ทั้งหมด
บ้านหลี่จ่ายเงินมัดจำให้บ้านหวังไปสามตำลึงอีกสองวันบ้านหวังจะนำวัสดุและคนงานมาทำงานห้าวันให้หลังบ้านหลี่ค่อยจ่ายอีกสามตำลึงเมื่อผ่านไปอีกห้าวันบ้านหลี่ก็จ่ายอีกสองตำลึงสุดท้ายก็รอให้ทำบ้านขุดบ่อน้ำเสร็จค่อยจ่ายเงินส่วนที่เหลือ
บ้านหลี่ก็มีอุปกรณ์การเขียนเช่นกันแต่ไม่ได้ใช้นานแล้ว
หลี่เจี้ยนอันและน้องๆเขียนสัญญากับหวังจื้อเกา หลังจากอ่านให้เฟิงซื่อและจ้าวซื่อฟังหลี่เจี้ยนอันก็ประทับรอยนิ้วมือแทนหลี่ซาน หวังจื้อเกาประทับรอยนิ้วมือแทนหวังไห่สัญญาฉบับนี้จึงนับว่าเสร็จสิ้น
หลี่หรูอี้มอบเงินมัดจำให้เฟิงซื่อไปสามตำลึง
เฟิงซื่อคิดไม่ถึงว่าบ้านหลี่จะให้หลี่หรูอี้เป็คนคุมเงินในใจจึงมองหลี่หรูอี้ว่ามีความสำคัญมากขึ้นทีเดียว
เฟิงซื่อและลูกๆกลับไปด้วยอารมณ์เบิกบาน ส่วนบ้านหลี่กำลังพูดคุยสนทนากันอยู่ในห้องโถงอย่างออกรส
หลี่เจี้ยนอันยื่นกระดาษให้หลี่หรูอี้ “น้องสาว เ้าดูชื่อคนบนกระดาษ เป็คนตระกูลหวังทั้งนั้น”
ในโลกก่อนหลี่หรูอี้เรียนแพทย์ระดับปริญญาโทเมื่อมาที่โลกนี้ก็กลายเป็ “คนไร้ความรู้” รู้จักอักษรตัวเต็ม[1]เพียงไม่กี่ตัว
โชคดีที่เ้าของร่างเดิมรู้จักอักษรตัวเต็มไม่น้อยตัวอักษรที่หวังจื้อเกาเขียนเต็มหน้ากระดาษก็รู้จักทั้งหมด
ส่วนแรกบนกระดาษคือรายการวัสดุ สองแถวสุดท้ายจึงเป็รายชื่อคนงาน
นางดูชื่อคนอย่างละเอียดไม่มีชื่อลูกเลี้ยงทั้งสองของเฟิงซื่อ จึงถามว่า “ลุงหวังไม่ได้บอกเื่ที่บ้านเราจะปรับปรุงบ้านกับหวังลี่ตงและหวังชุนเฟินหรือ”
จ้าวซื่อเลิกคิ้วพูดว่า “ไม่รู้ว่าบอกหรือไม่ แต่สองคนนั้นเป็คนี้เี ไม่มาก็ดีแล้ว”
“ท่านแม่พวกเราควรบอกน้าหม่าด้วยว่า มะรืนนี้นางต้องทำอาหารให้คนสิบสองคนแล้ว และั้แ่วันมะรืน่กลางวันบ้านเราจะปรับปรุงบ้านแล้ว ทำให้มีเสียงดังเอะอะท่านก็ไปพักอยู่ที่บ้านนางก่อนเถิด”
จ้าวซื่อรีบพูดว่า “ข้าจะปล่อยให้พวกเ้าอยู่เฝ้าบ้านส่วนตนเองไปมีความสุขอยู่ด้านนอกได้อย่างไร”
“ท่านกำลังตั้งท้องน้องชายสองคนของข้าจะอยู่ในบ้านที่เอะอะเสียงดังไม่ได้” หลี่หรูอี้พูดด้วยความเป็ห่วง “แล้วข้าก็กลัวผู้อื่นพูดจาไม่ดีเกี่ยวกับท่านและ น้าหม่าด้วย”
มีชายฉกรรจ์สิบสองคนมาทำงานและกินข้าวที่บ้านตอนเ้าบ้านชายของบ้านหลี่และบ้านสวี่ไม่อยู่พวกสตรีลิ้นยาวในหมู่บ้านต้องพูดจาให้ร้ายจ้าวซื่อและ หม่าซื่อแน่นอน
พี่น้องบ้านหลี่ช่วยกันเกลี้ยกล่อมจ้าวซื่อจ้าวซื่อไม่ใช่คนดื้อรัน อีกอย่างสตรียุคนี้เห็นชื่อเสียงสำคัญยิ่งกว่าชีวิตจึงเห็นด้วย
หม่าซื่อได้รับคำยืนยันจากบ้านหลี่แล้วว่าั้แ่วันมะรืนเป็ต้นไปจะต้องทำอาหารให้คนงานสิบสองคน งานนี้ไม่ได้ยากอะไรพวกผัก แป้งดำ และฟืน ก็มีอยู่ที่บ้านครบแล้ว ใช้ต้นทุนต่ำมากทำครึ่งเดือนคงได้เงินหลายสิบทองแดง เป็เื่ดีจริงๆ
ทางด้านใต้เท้าหลิวแห่งศาลาพักม้าที่ตำบลจินจี นำแป้งย่างแปดร้อยแผ่นกลับไปให้ใต้เท้าห่าวที่ตำบล ใต้เท้าห่าวก็นำไปมอบให้กับแขก
.......................................
คำอธิบายเพิ่มเติม
[1] อักษรตัวเต็มเป็หนึ่งในสองรูปแบบอักษรจีนมาตรฐานที่ใช้กันทั่วโลกในปัจจุบันปรากฏครั้งแรกในสมัยราชวงศ์ฮั่น (พ.ศ. 337-763)