ความเย็นสลับร้อนดั่งเปลวไฟลามเลียไปตามไขกระดูก
ลู่เฉินลืมตาโพล่งขึ้นมาในความมืด กลิ่นอายดินและคราบเืแห้งกรังบนเสื้อผ้าตลบอบอวล ทัศนวิสัยเบื้องหน้าไม่ใช่ป่าลึกหลังูเา แต่เป็เพดานไม้ผุพังของกระท่อมดินท้ายหมู่บ้านของตนเอง
เขายันกายลุกขึ้นนั่ง เสียงกระดูกสันหลังลั่นเปรี๊ยะ ทว่าคราวนี้น้ำหนักของเสียงกลับทุ้มลึก ทรงพลัง ไม่เ็ปเจียนตายเหมือนเก่า พลังอุ่นวาบจากหญ้าดับพิษเก้าิญญาที่ถังหว่านเอ๋อร์ป้อนให้เมื่อคืนยังหลงเหลืออยู่ มันซึมลึกขจัดคราบคาวเืและไอเย็นที่เกาะกุมเส้นชีพจรบิดเบี้ยวให้เริ่มคลี่ตัวออก
เด็กหนุ่มก้มลงมองข้อมือ ผิวพรรณที่เคยซีดเผือดดูมีเืฝาด กระดูกไผ่ดำาในร่างซึมซับโอสถวิเศษแล้วเริ่มสลัดคราบสวะ
"นางเป็คนพาข้ากลับมาส่งงั้นหรือ..." ลู่เฉินพึมพำ นึกถึงใบหน้าใต้ผ้าคลุมสีขาวของดรุณีนางนั้น
ยังไม่ทันที่เขาจะได้โคจรพลังตรวจสอบร่างกาย เสียงเอะอะโวยวายก็ดังลั่นมาจากทางหน้าหมู่บ้านตระกูลลู่ มันเป็เสียงะโด่าทอและเสียงทุบทำลายสิ่งของ ลู่เฉินขมวดคิ้ว แววตาสงบนิ่งแปรเปลี่ยนเป็เยือกเย็น เขารีบก้าวเท้าออกจากกระท่อม ย่ำตรงไปยังต้นตอของเสียงทันที
ที่หน้าหอโอสถของตระกูลลู่ สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด
ศิษย์ตระกูลลู่สายสาขาหลายสิบคนยืนล้อมวงดูเหตุการณ์ด้วยความหวาดกลัว ตรงกลางลานหินมีร่างของชายชราผู้ดูแลหอโอสถเกรดต่ำนอนจมกองเื ฟันหักหลุดร่วงเต็มพื้น ข้างๆ กันนั้นคือลู่เหยียนที่กำลังถือแส้หนังลงอาคม สะบัดฟาดเข้าใส่ร่างของชายชราอย่างบ้าคลั่ง
เพียะ!
"อัก!... นายน้อยลู่เหยียน... ข้าไม่ได้ยักยอกยา... ยาในคลังมันขาดส่งมาจากสายหลักจริงๆ..." ชายชราคร่ำครวญ ร่างกายสั่นเทาด้วยความเ็ป
"โกหก! ขยะอย่างพวกแกแอบขโมยโสมิญญาไปให้ไอ้เศษสวะลู่เฉินล่ะสิ!" ลู่เหยียนตวาดลั่น ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น "เมื่อวานข้าแย่งสมุนไพรเน่าๆ มาจากมันได้แค่วัตถุชิ้นเดียว วันนี้พวกแกกลับบอกว่าไม่มีโอสถแจกจ่ายให้ข้าก้าวข้ามขีดจำกัดงั้นหรือ! พวกแกต้องชดใช้!"
เพียะ! เพียะ!
เสียงแส้ฉีกกระชากิัดังสนั่น เศษเนื้อและคราบเืปลิวว่อนลงบนพื้นหิน ศิษย์รอบข้างไม่มีใครกล้าสอดมือ เพราะลู่เหยียนคือผู้ทรงอิทธิพลในหมู่รุ่นเยาว์สายสาขา
"หยุดมือ"
เสียงเรียบต่ำทว่าทรงพลังดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางเสียงแส้
ลู่เหยียนชะงักข้อมือ หันขวับมามองตามเสียง ั์ตาของมันเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็ความเหยียดหยามเมื่อเห็นว่าเป็ใคร "โอ้... ไอ้ขยะลู่เฉิน? เมื่อวานโดนฝ่ามือข้าไปนึกว่าจะนอนหยอดน้ำข้าวต้มอยู่บนเตียง วันนี้ยังเสนอหน้ามาหาที่ตายถึงนี่เชียวหรือ"
ลู่เฉินไม่สนใจคำถากถาง เขาก้าวเท้าผ่านฝูงชน ย่อตัวลงพยุงชายชราผู้ดูแลหอโอสถขึ้นมาอย่างเบามือ แววตาของเด็กหนุ่มนิ่งสนิทดั่งสระน้ำลึก แต่มือที่กำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อห่อเืระบายความรู้สึกภายใน
"ไอ้สุนัขลู่เฉิน! ข้าถามไม่ได้ยินหรืออย่างไร!" ลู่เหยียนรู้สึกเหมือนโดนหักหน้า มันสะบัดข้อมือ ซัดแส้หนังลงอาคมเข้าใส่แผ่นหลังของลู่เฉินทันที
ฟับ!
แส้หนังแหวกอากาศเกิดเสียงหวีดหวิว หวังฉีกแผ่นหลังของเด็กหนุ่มให้แหลกเป็ชิ้นเนื้อ
ทว่า... เหตุการณ์กลับไม่เป็ดังคาด
ลู่เฉินไม่หลบ เขาเอี้ยวตัวกลับมาอย่างรวดเร็ว ประสาทััที่เฉียบคมจากการเปลี่ยนแปลงของกระดูกภายในทำให้เขาเห็นวิถีแส้อย่างชัดเจน มือขวาของเขาพุ่งทะยานออกไปราวกับอสรพิษฉกเหยื่อ คว้าจับด้ามแส้หนังที่กำลังจะฟาดโดนตัวไว้ได้มั่น
หมับ!
ฝูงชนรอบข้างเงียบกริบ ตาค้างด้วยความตกตะลึง
"อะไรกัน...!" ลู่เหยียนอุทาน ออกแรงดึงแส้กลับ แต่มันกลับนิ่งสนิทดั่งถูกตรึงไว้กับูเา มือของลู่เฉินราวกับคีมเหล็กกล้าที่บีบรัดแส้ไว้แน่นจนอาคมบนสายแส้เริ่มปริแตก
"เมื่อวานเ้าแย่งชิงทรัพยากรของข้า วันนี้เ้าทำร้ายคนบริสุทธิ์" ลู่เฉินเอ่ยเสียงเย็นกระชากจิติญญา "ลู่เหยียน... กำปั้นคือสิทธิ์ขาดใช่หรือไม่?"
"แก... ไอ้ขยะ! ตายซะ!"
ลู่เหยียนะเิพลังปราณรวบรวมปราณขั้นที่สามออกมาจนหมดสิ้น ไอหมอกสีขาวจางๆ หมุนวนรอบตัว มันปล่อยมือจากแส้ รวบรวมพลังทั้งหมดไว้ที่หมัดขวา กระแทกหมัดเข้าใส่ใบหน้าของลู่เฉินเต็มเหนี่ยว หมัดนี้แฝงด้วยแรงทำลายล้างหินผา
ตูม!
ฝุ่นสีเทาปลิวว่อน ฟุ้งตลบไปทั่วบริเวณลานหิน เสียงแรงปะทะดังสนั่นจนศิษย์รอบๆ ต้องยกมือขึ้นบังหน้า
ทว่าเมื่อฝุ่นควันจางลง ภาพเบื้องหน้ากลับทำให้ทุกคนแทบหยุดหายใจ
ลู่เฉินยืนนิ่งอยู่ที่เดิม มือซ้ายของเขายื่นออกมาข้างหน้า แบฝ่ามือรับหมัดทรงพลังของลู่เหยียนไว้ได้อย่างง่ายดาย หมัดของลู่เหยียนหยุดกึกอยู่ห่างจากหน้าผากของลู่เฉินเพียงหนึ่งองคุลี ไม่สามารถรุกคืบเข้าไปได้แม้แต่กึ่งนิ้ว
"เป็ไปไม่ได้...! แกไม่มีพลังปราณ!" ลู่เหยียนหน้าถอดสี เหงื่อกาฬไหลซึมทั่วแผ่นหลัง มันพยายามจะชักหมัดกลับ แต่ข้อมือถูกมือซ้ายของลู่เฉินบีบหมับไว้แน่นจนกระดูกข้อมือเริ่มลั่นกร๊อบ
"นี่สำหรับที่เ้าทำร้ายผู้ดูแล"
ลู่เฉินก้าวเท้าขวาขึ้นหน้า บิดตัวสะบัดไหล่ ซัดหมัดขวาเข้าใส่ยอดอกของลู่เหยียนอย่างไร้ความปรานี
ปัง!
หมัดลึกกระแทกอัดเข้ากลางอก หมุนควงสว่านทะลวงผ่านการป้องกันของพลังปราณ ลู่เหยียนเบิกตาโพลง เืสดพุ่งทะลักออกจากปาก ร่างใหญ่โตของมันลอยละลิ่วไปกระแทกกับป้ายศิลาของหอโอสถจนเกิดรอยร้าวแตกแขนงปานใยแมงมุม
โครม!
ป้ายศิลาพังทลายลงมาทับร่างของลู่เหยียน ซากปรักหักพังและเศษศิลาร่วงกราว กลิ่นสาบฝุ่นและกลิ่นคาวเืคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ลู่เหยียนนอนจมอยู่ใต้เศษหิน ร่างกายสั่นกระตุกอย่างหมดสภาพ ความโอหังเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวดั่งเห็นอสูรร้าย
ลู่เฉินสะบัดมือ คลายหมัดออก แววตาของเขายังคงราบเรียบ ไร้ซึ่งความยินดียินร้าย
เขารู้ดีว่านี่เป็เพียงจุดเริ่มต้นของการทวงคืนความยุติธรรม และกระดูกไผ่ดำาในร่างของเขา... ได้ตื่นขึ้นมาจากการหลับใหลอย่างสมบูรณ์แล้ว