“ผมยังไม่ได้กินอาหารหวานเลย”
“ในเวลาแบบนี้ ยังมีอารมณ์ทานอีกหรือคะ คุณไม่กลัวโดนเอาไปลงข่าว ให้เสียหายหรือไง”
“มีอะไรต้องเสียหาย”
“เอ้า!” หลังจากเขมกรไม่ฟังคำเตือน เธอรู้สึกเหนื่อยใจเหมือนกันที่เป็นเดือดเป็นร้อนแทนอีกคน ทั้งที่อีกฝ่ายกลับไม่มีท่าทีสนใจโลก ทว่าสีหน้าเหนื่อยหน่ายของดารินยังไม่จางหายไป มือหนากลับดึงมือเธอเดินเข้าไปยังร้านขนมหวานโดยไม่สนสายตาใคร เขาจัดการสั่งขนมหวานอย่างมากมาย ระหว่างนั้นดารินสังเกตอิริยาบถของเขมกรอยู่ตลอด ชายหนุ่มที่ใครอยู่ด้วยเป็นต้องหลงใหล คนอะไรแค่นั่งเฉยๆ ยังดูมีเสน่ห์ได้ถึงเพียงนี้ นิ้วขาวสะอาดกดหน้าจอมือถือพลางยกน้ำขึ้นดื่มด้วยบุคลิกที่เพียบพร้อมไปหมด อยู่ๆ หัวใจของดารินกลับเต้นจับจังหวะไม่ได้ ใบหน้าหวานจึงวาดมองไปทางอื่น สายตาคมของเขมกรเลื่อนแอบมองเธออยู่บ่อยๆ แม้จะไม่สวยสะดุดตา แต่เธอก็มีเสน่ห์ในตัวที่ทำให้เขมกรรู้สึกหวั่นไหวได้เช่นกัน ไม่นานนักขนมมากมายก็ถูกมาตั้งวางเรียงรายไว้ตรงหน้า
“อันนี้สวยจังค่ะ มีช็อกโก้รูปหัวใจ ช่างคิดนะคะ” ดารินหยิบจานที่สวยที่สุดไปนั่งพิจารณาพลางถ่ายรูปพลางๆ
“จานนี้เป็นจานพิเศษของร้าน ด้านในเป็นเนื้อครีมที่ทางร้านคิดค้นสูตรขึ้นมาเอง เขาบอกว่าถ้าแอบชอบใคร ก็สั่งให้คนนั้นทาน เป็นการบอกรักแบบอ้อมๆ” มือถือของดารินร่วงหล่นอย่างไม่ทันตั้งตัว อยู่ๆ มือไม้ก็อ่อนปวกเปียกอย่างฉับพลัน มีอาการชาอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในชีวิต มือบางเอื้อมไปจับมือถือกลับขึ้นมา ทว่าความฟุ้งซ่านยังคงดังอื้ออยู่ในหัว เขาพูดอะไร หมายถึงอะไร ดวงตาแววระริกหยุดนิ่งมองขนมหวานจานนั้น ไม่กล้าแม้จะใช้ช้อนตักขึ้นมาทาน ความประหม่ามากมายเกิดขึ้นพร้อมกับคำพูดที่ว่า “สั่งให้คนนั้นทาน เป็นการบอกรักแบบอ้อมๆ”
“ลองทานสิ อร่อยนะ” เธอเหลือบตามองเขมกร ชายหนุ่มส่งยิ้มให้อย่างอ่อนโยน เดาไม่ออกว่าอยู่ในอารมณ์ไหน เขาคุมมาดสุภาพบุรุษไว้ได้อย่างดีเยี่ยม
“ค่ะ” ดารินรับปาก ก่อนจะค่อยๆ ตักขึ้นมาชิมรสชาติ เวลาที่อยู่ใกล้เขา นับวันทำให้เธอเริ่มไม่เป็นตัวของตัวเองมากขึ้นทุกที ความมั่นใจที่มีเต็มร้อยต้องแผ่วลงเมื่ออยู่ใกล้เขา ชายหนุ่มตรงหน้าเป็นต้นเหตุของการเปลี่ยนแปลงทั้งหมด
“ที่ผมพาคุณมาที่นี่ ส่วนหนึ่งอยากทานขนมหวาน แต่จุดประสงค์หลักของผมคือ อยากให้คุณรู้ไว้ว่า เจ้าของร้านอาหารแห่งนี้ คือคุณรานิตย์ เป็นบุตรชายคนที่สองของคุณรัตนา” ดารินหยุดชะงัก แล้วพับความคิดฟุ้งซ่านของตัวเองเก็บไว้ ดึงสติกลับมาพลางรอบๆ เพื่อเก็บรายละเอียด
“ที่นี่หรือคะ แล้วคุณรัตนามีลูกกี่คนคะ” หญิงสาวถามอย่างสนใจใคร่รู้
“คุณรัตนามีบุตรชายทั้งหมดสามคน คนแรกเสียชีวิตไปแล้ว คนที่สองคือคุณรานิตย์ ส่วนคนเล็กพึ่งแต่งงานไปได้ไม่ถึงห้าปี เปิดบริษัทเล็กๆ อยู่แถวชานเมือง” ไม่นานหญิงสาวหันไปเห็น เด็กหญิงตัวเล็กอายุไม่เกินเจ็ดปี วิ่งไปมาในร้าน
“นั่นคือหลานสาวของคุณรัตนา เป็นลูกคนแรกของคุณรานิตย์ ตั้งแต่เขามีลูก ก็ไม่ค่อยได้ไปเยี่ยมคุณรัตนาเท่าไหร่นัก เพราะมัวแต่ยุ่งเรื่องครอบครัว ได้ข่าวว่าไม่ค่อยลงลอยกับคุณรัตนาเท่าไหร่นัก แต่ผมก็เห็นเขาเข้าไปคุยเรื่องที่ผืนนั้นกับคุณรัตนาบ่อยๆ เพื่อช่วยพูดให้คุณรัตนาขายที่” เขมกรนั่งท่าถนัด แต่ยังคงอธิบายด้วยบุคลิกสง่างาม
“เป็นอย่างนี้นี่เอง เพราะงั้นคุณรัตนาจึงเหงาและอาจจะน้อยใจมากสินะ” เขมกรแอบมองใบหน้าของดารินอย่างเงียบๆ แววตาเศร้าของเธอดูน่ารักบอกไม่ถูก
“เป็นหน้าที่คุณ ที่ต้องทำทุกอย่าง ให้ผมได้ที่ผืนนั้นมา ผมเชื่อว่าคุณต้องทำได้”
“เจ้านายเชื่อใจฉันขนาดนี้ ไม่กล้าทำให้ผิดหวังหรอกค่ะ” คำของพูดดารินทำให้เขาปล่อยยิ้มอ่อน ก่อนจะหันไปจัดการกับขนมที่ตนสั่งมาไว้มากมาย
เขาและเธอนั่งทานขนมหวานแสนอร่อย โดยมีแสงสีส้มอ่อนของไฟทางร้านส่องกระทบเข้ามาให้บรรยากาศยิ่งละมุนมากขึ้นไปอีก ไม่นานนักร่างของเบลล่าก็ปรากฏอยู่ไม่ห่างจากโต๊ะของเขาทั้งสองเท่าไหร่นัก เบลล่ามองภาพบาดใจ มือบางกำมิดเบียดกันแน่น รู้สึกเหมือนมีบางอย่างมาบีบหัวใจเอาไว้ให้หายใจไม่ออก ครู่หนึ่งเมื่อตั้งสติได้สองเท้าเล็กค่อยๆ เดินเข้าไป ก่อนปั้นหน้ายิ้มทักทายอย่างมีมารยาท
“เขมคะ ไม่คิดเลยว่าจะเจอที่นี่” ทั้งเขมกรและดารินหันไปยังต้นเสียง ดารินมองภาพหญิงสาวแสนสวยตรงหน้า ในทีวีว่าสง่างามแล้ว ตัวจริงนั้นยิ่งกว่าเป็นสิบเท่า ออร่าจากผิวพรรณรวมถึงเสื้อผ้าการแต่งกายบ่งบอกว่าเธอมีรสนิยมดีอย่างมาก ก่อนที่หางตาของเบลล่าจะเหลือบมอง แล้วตวัดกลับไปยังเขมกร
“มาที่นี่ไม่เห็นโทรหาเบลเลย ปกติคุณโทรชวนเบลตลอดนี่คะ” เขมกรยิ้มอ่อน ก่อนจะเชื้อเชิญให้เบลล่านั่งลงด้านข้าง
“ดาริน นี่เบลเพื่อนผม” ดารินยกมือไหว้ เพราะเบลล่ามีอายุมากกว่า
“ส่วนนั่นดาริน พนักงานของผม” เบลล่าฝืนส่งยิ้มให้
“เดี๋ยวนี้คุณชวนพนักงานมานั่งทานของหวานด้วยหรือคะ เบลก็พึ่งเคยเห็น” สีหน้าของดารินซีดลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ได้เพียงครู่เดียวดารินก็ตั้งตัวตรงขึ้น แล้วปล่อยยิ้มออกมาโดยไม่พูดอะไร เป็นหน้าที่ของเจ้านายที่กำลังทำความเข้าใจ
“พอดีผมพาดารินไปทำธุระ เลยแวะมาทาน แล้วห้องเสื้อเป็นอย่างไรบ้าง”
“ก็ดีค่ะ อาจจะเป็นเพราะข่าวด้วยเลยทำให้คนแวะเวียนเข้ามาไม่ขาด” ชายหนุ่มพยักหน้าขึ้นลงอย่างเข้าใจ ก่อนที่เบลล่าจะเหลือบไปเห็นขนมที่ทำจากช็อกโก้รูปหัวใจ เธอรู้สึกเหมือนตกอยู่ในสายธารตะเกียกตะกายหายใจไม่ออก สายตากลมจ้องมองขนมนั่นไม่ละ ด้วยเพราะรู้ความหมาย
“คุณอยากทานหรือคะ ถึงสั่งมา” เบลล่าชี้ไปยังขนมนั่น เพราะหัวใจกำลังต่อต้านความจริง ว่าที่เขาเปลี่ยนไปเพราะกำลังมีใจให้ใครอีกคน ก่อนที่ชายหนุ่มจะยิ้มละมุม เลื่อนสายตาตรงไปยังขนมชิ้นนั้น
“ผมอยากให้ดารินลองทาน มันอร่อยดี” เขาพูดเสมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่มีใครสามารถคาดเดาความคิดของเขมกรได้เลย ดวงตากลมของสองสาวประสานสบกัน แต่เป็นดารินที่เป็นฝ่ายส่งยิ้มให้กับเบลล่าอย่างมั่นคง ก่อนที่มือถือของเขมกรจะดังขึ้นเป็นการขัดจังหวะ
“ผมขอตัวไปรับโทรศัพท์ก่อนนะครับ” เขมกรหันมาบอกทั้งสอง
“ค่ะเจ้านาย อยู่ทานขนมกับคนในทีวี คงโก้ดี” ชายหนุ่มพยักหน้าตอบรับ ก่อนหันเดินออกไปคุยธุระ
“ตำแหน่งอะไรเหรอ” เบลล่ายิ้มพลางสำรวจตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าของดาริน แล้วเชิดหน้าขึ้น มองด้วยสายตาที่ดูแคลน หากแต่ดารินพอมองออกว่าหล่อนกำลังคิดอะไร ด้วยกิริยาที่แสดงออกแบบตรงๆ ไม่เก็บอาการ
“คุณเขมยังไม่ได้ระบุตำแหน่งค่ะ” ดารินตอบแบบมีมารยาท
“อะไรกัน ทำงานท่าไหนไม่รู้ตำแหน่งตัวเอง”
“ถ้าเป็นเรื่องของดิฉัน ดิฉันคงบอกอะไรคุณได้ไม่มาก ขึ้นอยู่กับคุณเขมทั้งนั้น ถ้าคุณเบลล่าอยากรู้รบกวนถามคุณเขมเอานะคะ ดิฉันไม่ได้ตั้งใจจะเสียมารยาทจริงๆ ค่ะ”
“สำคัญตัวเองมาสินะ” หญิงสาวที่รูปสมบัติเพียบพร้อมพูดทิ้งท้ายก่อนจะลุกเดินละออกไป ปล่อยให้ดารินนั่งเฝ้าโต๊ะอาหารเพียงผู้เดียว เบลล่าหงุดหงิดอย่างถึงที่สุด เขมกรไม่เคยพกผู้หญิงไปไหนมากไหนแบบนี้มาก่อน และขนมชิ้นนั้นยิ่งทำให้เบลล่าเจ็บใจอย่างถึงที่สุด
“หล่อนเป็นใครกันแน่” เบลล่าย่นคิ้ว พลางยกมือขึ้นกอดอก ในใจสับสนวุ่นวายปั่นป่วน ก่อนจะตัดสินใจเดินไปรอเขมกรที่หน้าห้องน้ำ
“เบลมีเรื่องจะคุยด้วยค่ะ” เขาเดินออกจากห้องน้ำออกมาแล้วพบกับเบลล่ายืนหน้านิ่วอยู่
“มีอะไร” ชายหนุ่มถามอย่างราบเรียบ
“ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร ทำไมต้องสนิทกันขนาดนั้น ทำไมต้องซื้อขนมชิ้นนั้นให้ด้วย ทำไมเธอดูลึกลับ ถามอะไรก็ไม่ตอบ บอกให้เบลมาถามคุณ” เบลล่าเก็บอาการหงุดหงิดไม่อยู่จึงหลวมตัวพูดจาห้วนๆ กับเขา เขมกรขมวดคิ้วแล้วเดินเข้ามาหาหญิงสาว
“คุณสนใจด้วยหรือ ว่าผมจะทำอะไร หรือมีผู้หญิงที่ไหน” ดวงตาคมถามเบลล่า ในขณะที่หัวใจของเขาได้ตัดใจจากเธอไปเรียบร้อยแล้ว แค่รู้สึกแปลกใจที่หญิงสาวผู้ไม่เคยสนใจจะหันมาให้ความสำคัญในวันที่สายไป