เกิดใหม่ทั้งที ดันเป็นฮัสกี้หน้าโง่เนี่ยนะ? (นิยายแปล)

    บทที่ 70 นี่มันสัตว์ประหลาดชัดๆ!

    เหงื่อเย็นผุดเต็มหน้าผากชายวัยกลางคนเขาทรุดฮวบล้มไปด้านหลัง ฮัสกี้เองก็กระโจนเลยไปด้านข้างเพราะแรงเฉื่อย

            เขาก้มลงมอง เห็นข้อมือขวาของตนเละจนเห็นกระดูกทิ่มโผล่เลือดสดทะลักไหลไม่หยุด!

            แรงกัดอันน่าสะพรึงนี้…บ้าไปแล้ว!!

            ในใจเขาทั้งตกตะลึงทั้งสับสนความน่ากลัวของฮัสกี้ตรงหน้าเกินกว่าที่เขาเคยรับรู้ทำให้ความหวาดกลัวแผ่ซ่านไปทั่วร่าง!

            เขาไม่กล้าคิดอีกแล้วว่านี่เป็นเพียง‘หมาธรรมดา’...นี่มันสัตว์ประหลาดชัดๆ!

            หนีงั้นหรือ! ด้วยความเร็วของมัน แค่หันหลังให้ก็เท่ากับหาที่ตาย!

            ชายวัยกลางคนก็ถือว่าใจเด็ดแม้ข้อมือจะถูกกัดจนหักก็ยังคงคิดอย่างเยือกเย็น เขากัดฟันคิดอย่างรวดเร็วแล้วจับจ้องไปยังปืนที่หล่นอยู่ห่างออกไปไม่กี่เมตร

            แต่เพียงเสี้ยววินาทีถัดมา เขาก็เห็นอุ้งเท้าสุนัขเหยียบลงบนปืนนั้น

            สีหน้าแข็งค้างเงยขึ้น มองสบเข้ากับแววตาเย็นเยียบของฮัสกี้และในดวงตาคู่นั้น…เขาเหมือนเห็นแววเย้ยหยันแฝงอยู่! ราวกับว่ามันรู้ทันความคิดเมื่อครู่!!

            นี่มัน…สัตว์ประหลาดชัดๆ…

            ความเย็นเยียบแผ่ไปทั่วแขนขา ยังไม่ทันให้เขาคิดหรือทำอะไรต่อร่างของฮัสกี้ก็กลายเป็นเงาเลือน พุ่งถึงตรงหน้าในพริบตาเดียว!

            แท้จริงแล้ว เป็นเพราะพิษบาดแผลที่ทำให้เขาเผลอสมาธิหลุดไปชั่ววูบจึงไม่อาจหลีกหนีการโจมตีสุดท้ายของสวี่มั่วได้

            ครั้งนี้สวี่มั่วไม่ได้ใช้ปากกัด เพราะเขาไม่ได้อยากฆ่าแต่ใช้วิธีพุ่งชนชายวัยกลางคนเต็มแรงจนร่างปลิวกระแทกกำแพงดังโครมก่อนจะกลิ้งร่วงลงมากองกับพื้น นอนแน่นิ่งไป

            แรงกระแทกมหาศาลทำให้ชายวัยกลางคนหมดสติไปทันที!

            เฮ้อ…จัดการได้สักที…

            สวี่มั่วทรงตัว แล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนหันไปมองปืนที่ตกอยู่บนพื้นยังอดขนลุกไม่ได้

            ปืน…ของอันตรายชะมัด

            ดวงตาเขาเป็นประกาย ก่อนหันไปทางประตูก็เห็นชายร่างสูงผอมที่มากับชายวัยกลางคนยืนหน้าซีดอยู่ตรงนั้นแววตาตกตะลึงจนแข็งค้าง ชัดเจนว่าอ่อนด้อยกว่าชายวัยกลางคนมาก

            ไม่ไกลออกไปนัก กลุ่มชายหัวโล้นสามคนยังนอนสลบอยู่ไม่ได้เห็นเหตุการณ์เมื่อครู่

            หูของสวี่มั่วพลันกระดิก เขาหันไปมองทางปากตรอก ตาเป็นประกายวูบหนึ่งก่อนจะหันกลับ พุ่งไปยังทางปากตรอกอย่างรวดเร็ว

            ตอนวิ่งผ่านชายร่างสูงผอมสวี่มั่วกระโดดขึ้นฟาดอุ้งเท้าใส่ศีรษะอีกฝ่ายจนหัวกระแทกกรอบประตูดังตุ้บร่างฟุบลงไปทันที

            ทว่าตอนร่างนั้นล้มลง มีถุงหนึ่งกลิ้งออกมาจากอก

            สวี่มั่วเหลือบมองแล้วเห็นเป็นถุงผงสีขาว

            เขาสูดดมเบาๆ ไม่ใช่กลิ่นที่คุ้นเคย แต่ก็เดาได้ทันทีว่านี่คืออะไร…

            [ติ๊ง! มีภารกิจใหม่ปรากฏ ต้องการตรวจสอบหรือไม่]

            ทันใดนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนของระบบที่สวี่มั่วรอคอยก็ดังขึ้นทำให้เขาชะงักไปเล็กน้อย ทว่าแม้จะยินดีแต่กลับรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีแผ่วขึ้นมา…

            เขาได้ยินเสียงบางอย่างแปลกๆ จึงยังไม่มีเวลาจะเปิดดูภารกิจรีบพุ่งตรงไปยังปากตรอกทันที

            ข้างกองขยะด้านหน้า ทิเบตันมาสทิฟคลานออกมาเมื่อครู่มันเห็นการต่อสู้อันกล้าหาญของสวี่มั่วทั้งหมดตอนนี้จึงมองเขาด้วยแววตาเต็มไปด้วยความศรัทธาพอเห็นเขาวิ่งมาก็รีบกระดิกหางประจบพูดว่า “ลูกพี่! คุณเก่งเหลือเกิน!! ผม…”

            สวี่มั่ววิ่งผ่านมันไปพลางตะโกนเร่งเสียงห้วน “เลิกพูดไร้สาระ!รีบหนี!!”

            “หา? ลูกพี่…รอผมด้วย!!”

            แม้มันจะไม่เข้าใจว่าทำไมคนร้ายล้มหมดแล้วยังต้องหนีต่อแต่ก็รีบวิ่งตามสวี่มั่วไป

            ในเวลาเดียวกันนั้นเองกลุ่มชายหัวโล้นที่ถูกสวี่มั่วเล่นงานจนสลบก็เริ่มฟื้นคืนสติ

            และในอีกด้านหนึ่งของตรอก กลุ่มคนจำนวนหนึ่งก็กรูกันเข้ามา

            “ซี้ด…อูย!”กวงโถวเฉียงเช็ดน้ำสกปรกบนหน้าแล้วสูดปากด้วยความเจ็บ พอใช้มือคลำหัวก็พบว่ามีก้อนบวมปูดขึ้นมา

            ยังไม่ทันได้ตั้งสติ เสียงฝีเท้าหนักแน่นเร่งรีบก็ดังขึ้นมา

            เขากำลังจะเงยหน้ามองอย่างสงสัย แต่กลับถูกกดหัวโขกพื้นอย่างแรงแขนทั้งสองถูกบิดไขว้ไปด้านหลังทันทีจนขยับไม่ได้

            “ตำรวจ! อย่าขยับ!!”

            เสียงเย็นเยียบที่ดังขึ้นข้างหูกวงโถวเฉียงทำให้เขาชะงักงันก่อนพยายามเงยหน้ามอง เห็นปากกระบอกปืนมืดดำจ่ออยู่ตรงหน้าข้างกายยังมีชายชุดเข้มสีหน้าขึงขังกำลังกดไช่เหอจงกับพวกอีกหลายคนให้นอนราบกับพื้น รวมถึงชายแปลกหน้าสองคนด้วย

            กวงโถวเฉียงเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามมึนงงมองภาพตรงหน้าด้วยความไม่เข้าใจ

            นี่มัน…เกิดอะไรขึ้น!

             

    อีกด้านหนึ่งสวี่มั่ววิ่งออกจากตรอกมาได้ ก็พบจ้าวลี่อิ่งในกลุ่มคนไม่ไกลนักกำลังวิ่งวนหาตัวเขาอย่างร้อนรน

            โชคดีที่เธอหาผิดทาง ไม่ได้เจอตรอกเมื่อครู่

            “มั่วมั่ว!!” จ้าวลี่อิ่งหันมาเห็นฮัสกี้วิ่งเข้ามาใบหน้าก็เปลี่ยนเป็นยินดี ก่อนจะรีบวิ่งเข้ามาหาทว่าพอถึงตัวกลับฉุนเฉียวขึ้นมาแทน เธอถลึงตาใส่แล้วดุเสียงแข็ง “หายหัวไปไหนมา!!บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าวิ่งไปมั่วซั่ว! ทำไมถึงไม่ยอมฟังเลย!!”

            เธอก้มลงคว้าสายจูงที่ลากพื้นขึ้นมา แล้วขมวดคิ้วทันที“กลิ่นบ้าอะไรเนี่ย! เหม็นฉุยเลย!เจ้ามั่วมั่ว…ไปมุดหัวที่ไหนมาถึงได้เลอะเทอะขนาดนี้!!”

            สวี่มั่วรู้ตัวว่าผิดจึงทำท่าไม่เข้าใจเหลียวซ้ายแลขวาแสร้งทำไม่รู้เรื่อง

            “แก…แกทำฉันโมโหจนแทบคลั่งแล้วนะ!!”จ้าวลี่อิ่งเห็นเจ้าฮัสกี้ยังทำหน้าตาแกล้งโง่ก็ยิ่งเดือดดาลอยากจะจับมันแขวนขึ้นฟาดสักร้อยที

            เธอหยิบทิชชู่เช็ดที่ม้วนเก็บสายจูง จากนั้นดึงกระตุกแรงๆ แล้วตะคอก“กลับบ้าน!!”

            สวี่มั่วเหลียวกลับไปมอง เห็นตรงปากตรอกมีความวุ่นวายเกิดขึ้นเขายังได้ยินเสียงข้างในแว่วออกมาด้วย จึงพอจะเดาออกว่าข้างในเป็นยังไง

            “ลูกพี่! รอด้วยสิ!!”

            ทันใดนั้นเสียงหมาเห่าพร้อมเงาร่างสกปรกโผล่มา...ทิเบตันมาสทิฟตัวเมื่อครู่วิ่งตามมาติดๆทั้งตัวเปื้อนโคลนเหม็นสาบ ทำเอาผู้คนข้างทางต่างเบือนหน้าหลบ ปิดจมูกกันถ้วนหน้า

            สวี่มั่วหันไปมองมันแล้วขมวดคิ้ว “ตามมาทำไมอีก”

            ทิเบตันมาสทิฟรีบส่ายหางประจบ “ลูกพี่ คุณช่วยชีวิตผมอีกแล้ว!จากนี้ไปผมจะตามคุณตลอดชีวิตเลย!”


     

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ทั้งที ดันเป็นฮัสกี้หน้าโง่เนี่ยนะ? (นิยายแปล) ที่คุณอ่าน