เหงื่อเย็นผุดเต็มหน้าผากชายวัยกลางคนเขาทรุดฮวบล้มไปด้านหลัง ฮัสกี้เองก็กระโจนเลยไปด้านข้างเพราะแรงเฉื่อย
เขาก้มลงมอง เห็นข้อมือขวาของตนเละจนเห็นกระดูกทิ่มโผล่เลือดสดทะลักไหลไม่หยุด!
แรงกัดอันน่าสะพรึงนี้…บ้าไปแล้ว!!
ในใจเขาทั้งตกตะลึงทั้งสับสนความน่ากลัวของฮัสกี้ตรงหน้าเกินกว่าที่เขาเคยรับรู้ทำให้ความหวาดกลัวแผ่ซ่านไปทั่วร่าง!
เขาไม่กล้าคิดอีกแล้วว่านี่เป็นเพียง‘หมาธรรมดา’...นี่มันสัตว์ประหลาดชัดๆ!
หนีงั้นหรือ! ด้วยความเร็วของมัน แค่หันหลังให้ก็เท่ากับหาที่ตาย!
ชายวัยกลางคนก็ถือว่าใจเด็ดแม้ข้อมือจะถูกกัดจนหักก็ยังคงคิดอย่างเยือกเย็น เขากัดฟันคิดอย่างรวดเร็วแล้วจับจ้องไปยังปืนที่หล่นอยู่ห่างออกไปไม่กี่เมตร
แต่เพียงเสี้ยววินาทีถัดมา เขาก็เห็นอุ้งเท้าสุนัขเหยียบลงบนปืนนั้น
สีหน้าแข็งค้างเงยขึ้น มองสบเข้ากับแววตาเย็นเยียบของฮัสกี้และในดวงตาคู่นั้น…เขาเหมือนเห็นแววเย้ยหยันแฝงอยู่! ราวกับว่ามันรู้ทันความคิดเมื่อครู่!!
นี่มัน…สัตว์ประหลาดชัดๆ…
ความเย็นเยียบแผ่ไปทั่วแขนขา ยังไม่ทันให้เขาคิดหรือทำอะไรต่อร่างของฮัสกี้ก็กลายเป็นเงาเลือน พุ่งถึงตรงหน้าในพริบตาเดียว!
แท้จริงแล้ว เป็นเพราะพิษบาดแผลที่ทำให้เขาเผลอสมาธิหลุดไปชั่ววูบจึงไม่อาจหลีกหนีการโจมตีสุดท้ายของสวี่มั่วได้
ครั้งนี้สวี่มั่วไม่ได้ใช้ปากกัด เพราะเขาไม่ได้อยากฆ่าแต่ใช้วิธีพุ่งชนชายวัยกลางคนเต็มแรงจนร่างปลิวกระแทกกำแพงดังโครมก่อนจะกลิ้งร่วงลงมากองกับพื้น นอนแน่นิ่งไป
แรงกระแทกมหาศาลทำให้ชายวัยกลางคนหมดสติไปทันที!
เฮ้อ…จัดการได้สักที…
สวี่มั่วทรงตัว แล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนหันไปมองปืนที่ตกอยู่บนพื้นยังอดขนลุกไม่ได้
ปืน…ของอันตรายชะมัด
ดวงตาเขาเป็นประกาย ก่อนหันไปทางประตูก็เห็นชายร่างสูงผอมที่มากับชายวัยกลางคนยืนหน้าซีดอยู่ตรงนั้นแววตาตกตะลึงจนแข็งค้าง ชัดเจนว่าอ่อนด้อยกว่าชายวัยกลางคนมาก
ไม่ไกลออกไปนัก กลุ่มชายหัวโล้นสามคนยังนอนสลบอยู่ไม่ได้เห็นเหตุการณ์เมื่อครู่
หูของสวี่มั่วพลันกระดิก เขาหันไปมองทางปากตรอก ตาเป็นประกายวูบหนึ่งก่อนจะหันกลับ พุ่งไปยังทางปากตรอกอย่างรวดเร็ว
ตอนวิ่งผ่านชายร่างสูงผอมสวี่มั่วกระโดดขึ้นฟาดอุ้งเท้าใส่ศีรษะอีกฝ่ายจนหัวกระแทกกรอบประตูดังตุ้บร่างฟุบลงไปทันที
ทว่าตอนร่างนั้นล้มลง มีถุงหนึ่งกลิ้งออกมาจากอก
สวี่มั่วเหลือบมองแล้วเห็นเป็นถุงผงสีขาว
เขาสูดดมเบาๆ ไม่ใช่กลิ่นที่คุ้นเคย แต่ก็เดาได้ทันทีว่านี่คืออะไร…
[ติ๊ง! มีภารกิจใหม่ปรากฏ ต้องการตรวจสอบหรือไม่]
ทันใดนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนของระบบที่สวี่มั่วรอคอยก็ดังขึ้นทำให้เขาชะงักไปเล็กน้อย ทว่าแม้จะยินดีแต่กลับรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีแผ่วขึ้นมา…
เขาได้ยินเสียงบางอย่างแปลกๆ จึงยังไม่มีเวลาจะเปิดดูภารกิจรีบพุ่งตรงไปยังปากตรอกทันที
ข้างกองขยะด้านหน้า ทิเบตันมาสทิฟคลานออกมาเมื่อครู่มันเห็นการต่อสู้อันกล้าหาญของสวี่มั่วทั้งหมดตอนนี้จึงมองเขาด้วยแววตาเต็มไปด้วยความศรัทธาพอเห็นเขาวิ่งมาก็รีบกระดิกหางประจบพูดว่า “ลูกพี่! คุณเก่งเหลือเกิน!! ผม…”
สวี่มั่ววิ่งผ่านมันไปพลางตะโกนเร่งเสียงห้วน “เลิกพูดไร้สาระ!รีบหนี!!”
“หา? ลูกพี่…รอผมด้วย!!”
แม้มันจะไม่เข้าใจว่าทำไมคนร้ายล้มหมดแล้วยังต้องหนีต่อแต่ก็รีบวิ่งตามสวี่มั่วไป
ในเวลาเดียวกันนั้นเองกลุ่มชายหัวโล้นที่ถูกสวี่มั่วเล่นงานจนสลบก็เริ่มฟื้นคืนสติ
และในอีกด้านหนึ่งของตรอก กลุ่มคนจำนวนหนึ่งก็กรูกันเข้ามา
“ซี้ด…อูย!”กวงโถวเฉียงเช็ดน้ำสกปรกบนหน้าแล้วสูดปากด้วยความเจ็บ พอใช้มือคลำหัวก็พบว่ามีก้อนบวมปูดขึ้นมา
ยังไม่ทันได้ตั้งสติ เสียงฝีเท้าหนักแน่นเร่งรีบก็ดังขึ้นมา
เขากำลังจะเงยหน้ามองอย่างสงสัย แต่กลับถูกกดหัวโขกพื้นอย่างแรงแขนทั้งสองถูกบิดไขว้ไปด้านหลังทันทีจนขยับไม่ได้
“ตำรวจ! อย่าขยับ!!”
เสียงเย็นเยียบที่ดังขึ้นข้างหูกวงโถวเฉียงทำให้เขาชะงักงันก่อนพยายามเงยหน้ามอง เห็นปากกระบอกปืนมืดดำจ่ออยู่ตรงหน้าข้างกายยังมีชายชุดเข้มสีหน้าขึงขังกำลังกดไช่เหอจงกับพวกอีกหลายคนให้นอนราบกับพื้น รวมถึงชายแปลกหน้าสองคนด้วย
กวงโถวเฉียงเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามมึนงงมองภาพตรงหน้าด้วยความไม่เข้าใจ
นี่มัน…เกิดอะไรขึ้น!
อีกด้านหนึ่งสวี่มั่ววิ่งออกจากตรอกมาได้ ก็พบจ้าวลี่อิ่งในกลุ่มคนไม่ไกลนักกำลังวิ่งวนหาตัวเขาอย่างร้อนรน
โชคดีที่เธอหาผิดทาง ไม่ได้เจอตรอกเมื่อครู่
“มั่วมั่ว!!” จ้าวลี่อิ่งหันมาเห็นฮัสกี้วิ่งเข้ามาใบหน้าก็เปลี่ยนเป็นยินดี ก่อนจะรีบวิ่งเข้ามาหาทว่าพอถึงตัวกลับฉุนเฉียวขึ้นมาแทน เธอถลึงตาใส่แล้วดุเสียงแข็ง “หายหัวไปไหนมา!!บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าวิ่งไปมั่วซั่ว! ทำไมถึงไม่ยอมฟังเลย!!”
เธอก้มลงคว้าสายจูงที่ลากพื้นขึ้นมา แล้วขมวดคิ้วทันที“กลิ่นบ้าอะไรเนี่ย! เหม็นฉุยเลย!เจ้ามั่วมั่ว…ไปมุดหัวที่ไหนมาถึงได้เลอะเทอะขนาดนี้!!”
สวี่มั่วรู้ตัวว่าผิดจึงทำท่าไม่เข้าใจเหลียวซ้ายแลขวาแสร้งทำไม่รู้เรื่อง
“แก…แกทำฉันโมโหจนแทบคลั่งแล้วนะ!!”จ้าวลี่อิ่งเห็นเจ้าฮัสกี้ยังทำหน้าตาแกล้งโง่ก็ยิ่งเดือดดาลอยากจะจับมันแขวนขึ้นฟาดสักร้อยที
เธอหยิบทิชชู่เช็ดที่ม้วนเก็บสายจูง จากนั้นดึงกระตุกแรงๆ แล้วตะคอก“กลับบ้าน!!”
สวี่มั่วเหลียวกลับไปมอง เห็นตรงปากตรอกมีความวุ่นวายเกิดขึ้นเขายังได้ยินเสียงข้างในแว่วออกมาด้วย จึงพอจะเดาออกว่าข้างในเป็นยังไง
“ลูกพี่! รอด้วยสิ!!”
ทันใดนั้นเสียงหมาเห่าพร้อมเงาร่างสกปรกโผล่มา...ทิเบตันมาสทิฟตัวเมื่อครู่วิ่งตามมาติดๆทั้งตัวเปื้อนโคลนเหม็นสาบ ทำเอาผู้คนข้างทางต่างเบือนหน้าหลบ ปิดจมูกกันถ้วนหน้า
สวี่มั่วหันไปมองมันแล้วขมวดคิ้ว “ตามมาทำไมอีก”
ทิเบตันมาสทิฟรีบส่ายหางประจบ “ลูกพี่ คุณช่วยชีวิตผมอีกแล้ว!จากนี้ไปผมจะตามคุณตลอดชีวิตเลย!”