บทที่2
รถยนต์ญี่ปุ่นสีขาวเคลื่อนเข้าจอดใต้ร่มเงาไม้สูงที่ปลูกประดับบริเวณหน้าหอพักเซนก้าวลงจากรถ มองเห็นโยชิที่ยืนรอตรงบันไดทางเข้าหออยู่แล้ว
วันนี้โยชิอยู่ในลุคไม่คุ้นตาในชุดกางเกงยีนสามส่วนชายรุ่ยกับเสื้อยืดขาวสกรีนลายวินเทจ ดูเซอร์ๆสบายๆ บังเอิญคล้ายกับเซนที่มาในชุดเสื้อยืดขาวล้วนกับกางเกงยีนลีวายทรงกระบอกเล็กแต่งขาด
ยืนอยู่ด้วยกันให้อารมณ์เสื้อคู่
“กูคุยกับพี่ดาวคนดูแลหอไว้ละ เดี๋ยวขึ้นไปดูห้องกันเลย ”
“ โอเค ”
หอพักสูงโอ่โถงด้านหน้ามีบริเวณสวนหย่อมเล็กๆที่จัดแต่งไม้ประดับไม้ใบไว้ทั้งแบบกระถางแขวนพวกใบเฟิร์นระย้าและกระถางประดับริมทางและโต๊ะพี่รปภ.นั่งอยู่ตรงทางเข้าตัวอาคาร
“แล้วพี่โยอยู่ห้องอะไร ”
“ ห้อง811อยู่ชั้น8 ”
“ พี่ครับชั้น8มีห้องว่างมั้ยครับ ”
“ มีจ้ะจะไปดูชั้น8ใช่มั้ย ”
“ ครับ ”
“ ทำไมวะ ” โยนิ่วหน้า
“ก็อยากอยู่ใกล้ๆ ไม่ได้เหรอ ”
“ เยอะไปปะมึงเดี๋ยวพวกที่กองก็ได้มาวุ่นวายห้องกูสิวะเนี่ย ”
“ เอ๊าแล้วจะเป็อะไรล่ะ ”
“หรือว่าพี่โยมีซัมติง?...มึงเป็คนชั่วใช่มั้ย ”
เซนโอบเอวโยชิกระซิบและหัวเราะเบาๆ
อีกฝ่ายอมยิ้มขำอย่างเดียว
ภายในห้อง816แปลนห้องถูกจัดอย่างเรียบง่าย
เข้าไปเป็ห้องนั่งเล่นมีโต๊ะทำงานให้แบบแพคคู่มีโซฟารับแขกและตู้เย็นให้ มีผนังกั้นห้องนอนให้เป็สัดส่วน
ภายในห้องนอนมีตู้เสื้อผ้าโต๊ะเครื่องแป้งแบบบิวท์อิน สามารถเลือกได้ว่าจะเอาเตียงเดี่ยวหรือเตียงคู่เฟอร์นิเจอร์และสภาพภายในห้องใหม่กริบ
พี่ดาวเปิดผ้าม่านหนาหนักสีทองมีลายทอพร้อมกับเปิดประตูกระจกบานเลื่อนที่ออกสู่ระเบียง ทำให้ทั้งห้องสว่างโปร่งขึ้น
เมื่อก้าวออกมาที่ระเบียง
บรรยากาศและทิวทัศน์ด้านหลังมันทำให้เซนรู้สึกตื่นตาและเบิกบานใจผืนหญ้าเขียวขจี พื้นที่เปิดโล่งมองเห็นท้องฟ้ากว้างไม่มีตึกสูงมาบดบังแบบในตัวเมืองมองไปไกลลิบๆเป็แนวต้นไม้แสดงอาณาเขตทางซ้ายมือเป็คลองส่งน้ำหรือคลองขุดที่มีต้นยูคาลิปตัสปลูกไว้เป็แนวยาว
ยูคาลิปตัสไหวโอนตามแรงลมผิวน้ำในคลองต้องแสงแดดส่องประกายระยิบ เซนรู้สึกว่ามันคุ้มมากที่จับพลัดจับผลูมาเช่าหอพักแห่งนี้
เมื่อจัดการเื่ทำสัญญาเช่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้วโยชิก็โทรบอกทางกองให้เข้ามาเซตฉากได้เลย
ระหว่างที่ทางกองยังไม่มาทั้งคู่ก็ออกมาหาอะไรกินกันตามที่โยชิรับปากไว้ว่าจะเลี้ยงข้าว เขาให้เซนซ้อนมอเตอร์ไซด์ขี่ออกมาแถวหน้าม.
แต่พอเริ่มสั่งอาหารทีมจัดฉากก็โทรมาบอกว่าถึงหอพักกันแล้ว ก็เลยต้องสั่งใส่กล่องเพื่อกลับมาดูแลห้องและอำนวยความสะดวกเื่การเข้าออกหอและคุยกับพี่ยาม
ระหว่างที่ทีมงานทำงานกันในห้องเซนหยิบข้าวกล่องมาเปิด
“ จะกินแล้วเหรอ ” โยชิถาม
“ อืม หิวแล้วเซนไม่ได้กินข้าวเช้ามา ” ว่าพลางแกะช้อนออกจากซอง
เซนนั่งบนโซฟาที่รายรอบด้วยข้าวของกองระเกะระกะกับรุ่นพี่ปี4 ที่กำลังจัดโน่น ยกนี่กันวุ่นวาย
“ยกไปกินที่ห้องกูก็ได้ ตรงนี้น่าจะไม่ค่อยสะดวก ”
เซนแปลกใจนิดๆที่จู่ๆโยชิชวนไปห้อง ทั้งที่ดูเป็คนหวงห้องนักหนา
“ เอาไงหรืออยากจะกินตรงนี้ ”
“ ไปห้องพี่โยสิ อยากเห็น ”
เซนทำหน้าทะเล้นรีบเก็บกล่องข้าว
โยเปิดผ้าม่านให้ทั้งห้องสว่างไสวเขาหยิบขวดน้ำเย็นมาส่งให้
แปลนห้องเป็แบบเดียวกับห้องเซนทุกอย่างก็เรียบร้อยดี อาจจะมีรกบ้างตรงโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยกองหนังสือกับอุปกรณ์คอม วางระเกะระกะ
“ห้องก็ไม่ได้รกขนาดนั้น ที่ไม่อยากให้ใช้ห้องมันเป็ข้ออ้างรึเปล่าว้า ”
“ เปล่า ”
โยนั่งลงบนเก้าอี้ทำงานลงมือกินข้าวหน้าเนื้อของเขา
“ กูไม่ค่อยชอบให้ใครเข้ามาวุ่นวายในพื้นที่ส่วนตัว” เขาพูดเสียงเรียบ
“ เหรอแล้วเคยให้ใครเข้าห้องบ้าง อย่างพี่วินนี่เคยเข้ามาอยู่แล้วใช่ปะ ”
“อืม....แล้วก็ ใครอีก...จำไม่ได้ว่ะ แต่น้อยอะถ้าไม่จำเป็จริงๆนะก็จะไม่ค่อยให้ใครเข้ามา”
“ หืม..ตอบเลี่ยงได้ดี ” คนน้องยิ้มปนขำ
“ อะไร? ”
“ แล้วแฟนล่ะ ” เซนถามยิ้มๆพร้อมตักข้าวราดผัดฉ่าทะเลเข้าปาก
“ ยังไม่มี ” เขาตอบหน้านิ่งๆ
“ อ้าว..เ.หร.อ” เซนดูจะผิดคาด
“แล้วพอเลิกเรียน พี่โยทำอะไร? กลับห้องเหรอ ”
“ อืม ก็มีงานมีกิจกรรมให้ทำเยอะแยะนะ ออกกองก็บ่อย ว่างๆก็ไปหาถ่ายรูปบ้าง ”
“ แล้วมีไปเที่ยวผับไปปาร์ตี้บ้างปะ”
“ ไม่ค่อยอันนั้นไม่ใช่แนวเลย ”
“ เหรอ ทำไมอะ?...ไม่ชอบคนเยอะๆอย่างงี้เหรอ”
“ ก็ใช่เข้าไปอยู่ในนั้นแล้วมันปวดหัว สำหรับกู มันไม่ใช่การพักผ่อนว่ะ ”
เซนพยักหน้าโยสังเกตว่าในสายตาของเซน มันดูมีความคิดอะไรซ่อนอยู่เสมอ
“สัมภาษณ์กูซะเยอะ แล้วมึงล่ะ ”
“ อะไรล่ะ ” เขาหลบตา
“ก็ถามเหมือนที่มึงถามกูไง ”
“ จำไม่ได้ ” เซนยิ้มกลบแกลื่อน
“ แน่ะ! เห็นมั้ย...แค่นี้ก็พอจะรู้แล้ววว่าใครกันแน่ที่มีมันซัมติง มึงว่ากูเป็คนชั่วใช่มั้ย มึงนี่แหละตัวดีเลย เซนนมึงเนี่ยยย ”
โยชิชี้หน้าต่อว่าต่อขานเซนโบกมือปฏิเสธ เขาพูดอะไรไม่ออกหัวเราะอย่างเดียว
พอถูกย้อนเื่เข้าตัวเองเซนดูตื่นตัวอย่างเห็นได้ชัด ท่าทีสบายๆก่อนหน้าก็หายไป
“มันไม่ใช่ อย่างนั้นน ”
“งั้นตอบมา มึงเรียนเสร็จแล้วไปไหนต่อครับ ” โยอมยิ้มทำท่าสัมภาษณ์
เซนนิ่งไปอึดใจ“ ก็มาถ่ายหนังสั้นนี่ไง กับไปทำงาน ”
“แล้วไปปาร์ตี้บ้างมั้ยครับ ”
“ อะอันนั้นไปบ่อยเลยครับ ” เซนพูดเสียงค่อย ซ่อนรอยยิ้มขำ
“อ้าวเหรอ? จริงดิ ผิดคาดเว้ย นึกว่าจะนิ่งๆเรียบร้อยๆ สายปาร์ตี้เหรอเนี่ย ”
“แต่หลังๆนี่ก็น้อยลงละนะ ั้แ่มาเรียนเนี่ย ”
“น้อยนี่คือยังไง ทุกเสาร์อาทิตย์เหรอ ”
“ ก็ประมาณนั้นได้ ”
“แล้วถ้าเยอะๆล่ะ ”
“ก็ออกทุกคืนอยู่จนผับปิด บางทีมีไปต่อด้วย ”
“ โหมึงไม่เหนื่อยมั่งเหรอ มันสนุกขนาดนั้นเลยเหรอวะ ”
“ก็สนุกดี เพลินดี พอกลับมา หัวถึงหมอนก็หลับไปเลย ”
โยชินึกภาพตามถึงบ้านเซนที่เขาเคยไป ถ้าเซนต้องอยู่ที่นั่นคนเดียวมันก็ไม่แปลกที่เขาจะอยากออกไปเที่ยวมากกว่าอยู่ลำพังวังเวงแบบนั้น
จู่ๆอารมณ์สงสารเห็นใจก็พลุ่งขึ้นมาซะอย่างนั้น
“แต่ตอนนี้ก็เที่ยวน้อยลงแล้วใช่มั้ย ”
“ช่าย น้อยลงแล้ว ”
“ อืมก็ดีละ...แล้วมีแฟนรึยังครับ ”
“ไม่มี ”
“กูไม่เชื่อครับ สีหน้ามึงล่อกแล่กมาก ไอ้เซน ”
“โอ้ยยย พอแล้ว ก็พี่โยจับผิดเซนอ้ะ ”
เขาโวยวายหน้าแดงเส้นเืเส้นเอ็นขึ้นหมด
“โอเคๆ ” โยหัวเราะตาหยีรู้สึกว่าตานี้เขาเป็ผู้ชนะ
“ แล้วคิดว่าจะได้มาอยู่มั้ยหอเนี่ย ” โยชิถาม
“ ตอบยาก แต่ว่าอยากมาอยู่นะ”
“ สรุป นี่มึงเช่าเพื่อให้ถ่ายหนังที่แท้ทรูถูกปะ ป๋าว่ะ ” โยชิพูดแบบล้อๆ
“แล้วไม่ดีเหรอไง..ฮะ? ที่ห้องตัวเองไม่ต้องโดนใช้ถ่ายน่ะ จริงๆพี่โยน่าจะต้องขอบคุณเซนรึเปล่าวะ ” เซนทำเป็ใส่อารมณ์แต่สีหน้าเปื้อนยิ้ม
“ทวงบุญคุณกูซะอีก ก็เลี้ยงข้าวแล้วนี่ไง ”
“ แล้วถ้าเซนขอให้ช่วยทำงานส่งอาจารย์พี่โยต้องช่วยเซนด้วยนะ ”
เขาทำเสียงเล็กเสียงน้อยอย่างเด็กอ้อน
“ มากไปละมึง ”
“ น้า นะ พี่โยต้องช่วยเซนด้วยเพราะเดี๋ยวเซนจะมีถ่ายซีรีย์ บวงสรวงกันอาทิตย์หน้า เซนต้องขาดเรียนด้วย เซนหยุดเรียนได้แต่เซนหยุดงานไม่ได้นะ ”
เขาพูดจริงจังทำเอาโยเงียบไปอึดใจ
“เออ..ไว้ค่อยว่ากัน ”
“ จริงนะ ”
คนน้องยิ้มกว้างแววตาสุกใสเป็ประกาย
“ขอบคุณล่วงหน้าเลยละกัน ขอบคุณครับ ”
เซนยกมือไหว้
มันทำให้ความรู้สึกบางอย่างที่ถูกสะกิดไว้ก่อนหน้าท้นอยู่ภายในใจ จนเขาพูดอะไรไม่ออก และไม่อยากให้คนน้องสังเกตเห็น ถ้ามันออกมาทางสีหน้าเขาคงเสียฟอร์ม
“ไหว้อย่างเดียวไม่ได้ มากราบตักพี่นี่ ” โยตบต้นขารัวๆ
เซนเลิกคิ้ว อมยิ้มแล้วลุกจากโซฟาอย่างมั่นอกมั่นใจ
“ ได้ ”
ไม่พูดพร่ำทำเพลงเซนคุกเข่าลง
คนพี่หน้าเหวอรีบลุกยึดแขนคนน้องไว้ทั้งสองข้าง
“ ไม่ต้องกูพูดเล่น ลงทุนเล่นใหญ่ไปอีก ”
“ เอ๊า? ” เซนลุกขึ้นยืน
“ เอาเหอะๆเอาเป็ว่าถ้ากูช่วยอะไรได้ ก็จะช่วยละกัน ”
โยพูดโดยไม่มองหน้าสบตาคนน้อง
“ งั้นกอดขอบคุณแทนละกัน ”
“ ไม่ต้องๆ ”
เซนตรงเข้ากอดร่างสูงนั้นเบาๆแล้วปล่อย ถึงโยชิจะทำดึงดันแต่ก็ไม่รุนแรงแบบทุกครั้ง
“ เซน มึงนี่นะถ้าไม่กอดอีกก็จะขอบคุณมาก กูขอร้องได้มั้ยวะ ”
โยลากเก้าอี้ของเขาลงนั่ง
“ กูไหว้ล่ะทำใจไม่ได้จริงๆ อายคนชิบหาย ”
“ ไม่รู้” คนน้องลงนั่ง
“ อะไรของมึง ”
“ ไม่รับปาก ความจริงนี่ก็เป็ส่วนหนึ่งที่ช่วยให้พี่โยชินกับบทนะ”
“ มั่วละ มันใช่เหรอ”
“ ใช่สิเวลาถ่ายหนังเซนต้องกอด จูบ ทำอะไรๆมากกว่านี้ต่อหน้าสายตาเป็สิบๆคู่....ฝึกไว้จะได้ชิน”
“นั่นมันไม่เหมือนกันปะวะ ”
“มันก็เป็การฝึกไง ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน แคร์ทำไม ”
“ แต่กูแคร์และก็กูไงที่เดือดร้อน ” โยชิโวย
“ แต่เซนชอบ ”
พูดแบบยิ้มซ่อนเล่ห์กับสายตาคู่นั้นที่มองมาคนฟังชะงักไปนิดนึง
“ อะไรของมึง ”
“ชอบที่พี่โยเดือดร้อนไง มันสนุกดี ” เซนหัวเราะ
เซนเก็บรวมรวมกล่องข้าวทั้งของตัวเองและโยไปทิ้งขยะที่ระเบียง แล้วเลยยืนรับลมอยู่ตรงนั้น
“ชอบหลังห้องอะ บรรยากาศโคตรดีเลย ลมเย็นดีด้วย ”
“ เออเวลาตากผ้าต้องหนีบดีๆไม่งั้นปลิวตกประจำ ”
โยชิบอก พลางทำอะไรของเขาอยู่ภายในห้อง
เซนเอามือถือมาเก็บภาพเก็บบรรยากาศโดยรอบ ลงIG storyอย่างเพลิดเพลิน
ร่างเล็กขยับไปทางขวาเขย่งปลายเท้าชะโงกตัวออกไปจนลำตัวโผล่พ้นขอบระเบียง ตั้งท่าจะถ่ายรูป
จู่ๆโยชิก็มาดึงไหล่เขาเอาไว้
“ ทำอะไรวะ ”
เซนใเพราะกำลังมีสมาธิเขาหันมาเจอคนพี่ตีหน้าดุขรึม
“อันตรายเข้ามา ”
“ เปล่าเซนแค่จะถ่ายรูปห้องเซนจากระเบียงห้องนี้ดู ”
“ โผล่ออกไปซะขนาดนั้นเดี๋ยวเกิดหลุดมือไปล่ะมึงนี่ชั้น8นะ ”
“หมายถึงโทรศัพท์ ”
“ ก็คนด้วยแหละ”
“ ครับๆ ”
“ ....ดีจังเนาะมีคนเป็ห่วง ” เซนทำเสียงแบบล้อเลียน
“ เปล่า ตกไปตายกูเดือดร้อนดิห้องกูอะ ”
เซนยังถ่ายรูปต่ออีกนิดโยชิยังคงยืนคุมอยู่ตรงระเบียงไม่เข้าห้องไป เซนเลยชวนถ่ายรูปคู่กันไปหลายรูป
น่าแปลกที่คำพูดคล้ายทีเล่นทีจริงของเซนมันทำให้โยชิเก็บมาคิดอยู่เสมอ ‘ ดีจังมีคนเป็ห่วง’ คำพูดดูทะเล้นในแวบแรก แต่แล้วเขากลับคิดว่ามันอาจจะหมายความตามที่พูดจริงๆก็ได้
‘ เซนหยุดเรียนได้ แต่เซนหยุดงานไม่ได้ ’
คำนี้สะท้อนภาพอะไรหลายๆอย่างของเซนในมุมที่เขาไม่เคยเห็นได้ดี
ภาพของเซน สำหรับเขามันเปลี่ยนไปจากตอนแรกที่เจอเซนเป็เด็กที่ดูดีไปหมด ทั้งหน้าตาบุคลิก การแต่งตัว สุภาพ การวางตัวดี
ในความคิดของโยชิคนที่เข้าวงการแต่เด็กก็ต้องมีครอบครัวคอยดูแลอย่างเต็มที่ ชีวิตที่มีพร้อม แรกๆเขามองเซนเป็คุณหนูที่ชีวิตมีแต่แง่งาม
แต่มาตอนนี้เซนกลายเป็พระเอกดราม่าต้องต่อสู้ชีวิตมาโดยลำพังหลังจากแม่เสีย เขาจินตนาการไม่ได้ทั้งหมดแต่ก็คิดว่ามันไม่ใช่ง่ายๆที่จะอยู่ได้อย่างเซน
โยชิเป็ลูกคนสุดท้องที่อายุห่างจากพี่สาวและพี่ชายพ่อแม่มีเขาตอนอายุเยอะ สำหรับเขาก็เลยเป็พ่อแม่ที่ค่อนข้างจะหัวโบราณ จุกจิกกับเขาจนอยากออกมาใช้ชีวิตอยู่ตามลำพัง เขาออกจากชลบุรีมาเรียนในกรุงเทพฯหารายได้พิเศษจากงานกราฟฟิกบ้าง แต่รายได้หลักที่ทำให้มีชิวิตรอดจนปี4 ก็มาจากทางบ้านส่งเสีย
ถึงจะออกมาอยู่หอใช้ชีวิตตามลำพังในกรุงเทพ แต่สำนึกรู้ก็ยังคงมีบ้านมีครอบครัวที่รอการกลับไปของเขาอยู่เสมอ ซึ่งมันต่างกับเซน
วันฟิตติ้ง เป็วันลองชุดของซีรีย์เื่ใหม่ซึ่งจะใช้เวลากันทั้งวัน ซีรีย์วายเื่นี้เซนเล่นคู่กับ ออดี้นักแสดงวัยเดียวกับเซน ที่มีเอกลักษณ์ตรงรอยยิ้ม ทั้งคู่เคยมีผลงานร่วมกันมาแล้วมีแฟนคลับติดตามผลงานอยู่อย่างต่อเนื่อง ่ที่ผ่านมาก็มีถ่ายแบบออกงานคู่ร่วมกันบ้าง
ออดี้ เมื่อมองผาดๆใบหน้าของเขาฉายแววกวนดูเป็เด็กหนุ่มที่ซ่อนความร้ายบนความหล่อนั้น แต่เมื่อไหร่ที่ออดี้ยิ้มดวงหน้านั้นกลับสดใส ยิ้มตาหยีเห็นฟันสวย ดูมีออร่าแห่งความสนุกสดใสในวัยหนุ่มซึ่งเป็เอกลักษณ์ของเขา
ผิดกับเซน ตรงที่เซนจะมีเค้าความซึ้งปนโศกซ่อนในดวงตาในรอยยิ้มมากกว่า แววตาสีหน้าของเซนมันแปรเปลี่ยนไปได้หลายรูปแบบ โดยปกติแววตาของเซนมักจะดูมีนัยบางอย่างแฝงเร้นให้น่าค้นหาเสมอ
จบงานฟิตติ้งพี่บีผู้จัดการสาว วัยใกล้เลขสามชวนเซนออกไปหามื้อเย็นกินในห้างไม่ไกลจากออฟฟิตนัก มื้อนี้มีเซน พี่บี ออดี้และว่าน พี่บีดูแลดาราน้องๆในสังกัดอยู่หลายคน
ว่านนักแสดงน้องใหม่ที่แคสมารับบทเพื่อนพระเอกซึ่งเป็เพื่อนกับออดี้ในชีวิตจริงด้วย
ว่านเป็รุ่นน้องเซนแต่ดูโตเกินวัยด้วยหุ่นสูงโครงร่างแข็งแกร่งแบบคนออกกำลังอยู่เสมอ ผิวขาว ใบหน้าคม ดูเป็คนสนุกสนานขี้เล่น
เมื่อมาถึงร้านอาหารไทยในสไตล์เรียบหรูแห่งหนึ่งในห้างทั้งหมดเลือกนั่งมุมส่วนตัวในร้าน
เซนนั่งลงข้างพี่บีออดี้กับว่านนั่งด้วยกัน เป็บรรยากาศสบายๆหลังเลิกงาน
“ เออ คืนวันอาทิตย์ที่ 30 พี่บีกับเซนว่างมั้ยจะชวนมาปาร์ตี้วันเกิด ”
ออดี้พูดขึ้นระหว่างทานอาหาร
“ วันเกิดเหรอ จัดที่ไหน” พี่บีถามอย่างสนอกสนใจ
“ จัดร้านเพื่อนผมครับ อยู่เส้นเกษตร นวมินทร์จัดผับส่วนตัวให้เลย อยากให้มากันนนะจัดเล็กๆ ชวนเฉพาะเพื่อน ซึ่งเพื่อน ก็มีไม่กี่คนหรอก ”
ออดี้หัวเราะ
“เราไม่คบใครหรือไม่มีใครคบ ” พี่บีแซว
“น่าจะอย่างหลัง ที่คบอยู่นี่ก็ไม่รู้หลงมาไง ”
แซวกันไปมาเรียกเสียงหัวเราะสนุกสนาน
“ เซนไปได้ปะ ”พี่บีหันมาถาม
“ น่าจะได้อาจจะไปดึกหน่อย หัวค่ำอาจจะติดงานที่มหาลัย แล้วพี่บีล่ะ ”
“พี่ไม่ติดอะไรนะ ถ้าเซนไปพี่จะได้ไปพร้อมเซน....แล้วว่านล่ะ ไปอยู่แล้วสิ ”
“ ครับ แน่นอน” ว่านยิ้มกว้าง
“ว่านคุยน้อยจัง ตอนอยู่ที่ตึกก็เห็นคุยเห็นเล่นไปทั่วเลยนี่ หรือเรายังไม่สนิทกันเลยคุยน้อยล่ะเนี่ย” พี่บีว่า
สองหนุ่มเพื่อนซี้หันมาสบตากันแล้วยิ้มแปลกๆ
“ คุยจริงๆมันคุยเก่งกว่าผมอีก ” ออดี้ว่า
“ อ้าวเหรอแต่มานี่ยังไม่เห็นคุยเท่าไหร่เลย รึว่าหิวข้าว ” พี่บีว่า
“ ยังไงวะหิวแล้วเหี่ยวหด พูดไม่ออก เล่นไม่ออกอย่างงี้เหรอ...คนนะไม่ใช่ไอ้นั่น ” เซนว่า
ทุกคนดูประหลาดใจกับเซนแต่ก็ขำหัวเราะกัน
"ไอ้นั่นคืออะไร? เซนทะลึ่ง กล้ามากนะเรา" พี่บีว่า
"โอ้ย อยู่กับเพื่อนเซนยิ่งกว่านี้อีก " เซนว่า
"ไม่ด้ายยย เซนธอต้องคี้พลุคน่ารักใสๆสิยะ ผิดลุคแบบนี้ชั้นใ....
แล้วตกลงอ้อดี้ว่านทำไมนะ " พี่บีหันมาหาว่านต่อ
“ เอาจริงๆมั้ยพี่บีเซน ” ออดี้พูด
“ อะไรๆ ว่ามา” พี่บีซัก
เซนเงยหน้ามาตั้งใจฟังออดี้กับว่านส่งสายตากันไปมา
“ ออดี้ ใจเย็นเพื่อน ” ในที่สุดหนุ่มหน้าคมก็เอ่ยปากปรามเพื่อน
“ โอ๊ะ.อะ.โอเคไม่ดีกว่า เดี๋ยวว่านมันด่าเอา ” กลับคำเฉย
“ อ้าว?ไม่ได้ดิ ปูมาขนาดนี้แล้ว ต้องพูดแล้วนะ พี่อยากรู้ สัญญาจะปิดเป็ความลับให้ ”
“ หืมมถ้าพูดตรงนี้ก็ไม่ต้องปิดแล้ว ”
“ เฮ้ย! ออดี้ ” ว่านใแทบจะอุดปากเพื่อน
“ เดี๋ยว....งั้นแสดงว่ามันเกี่ยวกับพี่กับเซน สิถ้างั้น ”
สองคนนั่นมองหน้ากัน
“ พูดมาเถอะพี่กับเซนทำไม บอกมา ให้มันจบที่ตรงนี้ พูดมา เซนก็อยากรู้ใช่ปะเซน” พี่บีคาดคั้น โดยมีว่านร้อนรนอยู่ตรงหน้า
“ ไม่รู้.. ” เซนตอบแบบไม่รู้ไม่ชี้ก็ถ้าเ้าตัวจะร้อนรนขนาดนี้ก็ไม่อยากไปก้าวก่ายแต่ความพยายามอย่างไม่ลดละของพี่บีนี่สิ
“ อะๆ บอกก็ได้” ว่านสรุป
“ นั่นแหละ ว่ามา”
แล้วจู่ๆสายตาว่านก็จับจ้องมาทางเซนแต่แล้วสองมือว่านก็เสยผมแทบจะถลกหนังหัวตัวเองออกมา
“ พูดไม่ได้เขินว่ะ ออดี้มึง ” เขาแทบจะเอาหน้ามุดโต๊ะ
“ คืองี้ ไอ้ว่านมันชออ....เอ้ย มันเป็แฟนคลับเซนมานานแล้ว”
“ โห.....น่ารักกกกอ่า ” พี่บีเขินใหญ่หันมองเซนมองว่านไปมา
“ นั่นแหละ มันก็เลยเขินเวลาอยู่ต่อหน้าเซน ”
เซนทำหน้าไม่ถูกได้แต่อมยิ้มเขาเองก็เขินไม่น้อยเหมือนกัน
ส่วนว่านดูจะเป็เอามากไม่เงยหน้าขึ้นมาเลย
“ ดูๆๆ ว่านลุกมานั่งดีๆได้แล้วจะเขินอะไรขนาดนั้น” พี่บีว่า
“ ลุกมาได้แล้วเซนให้อภัยแล้ว ” เซนแกล้งแซวบ้าง
ว่านลุกมานั่งดีๆแล้วหางตาเขาก็เหลือบมาทางเซน ก่อนจะหลบไป
“ ไหนขอสัมภาษณ์เซนหน่อย รู้สึกยังไงบ้างคะที่มีคนมาสารภาพว่าชื่นชอบเราตรงหน้าแบบนี้ ”
“ ไม่รู้ก็ดี..รู้สึกแปลกดี ” เซนตอบแบบไม่มองใคร
“เรามีอะไรจะพูดถึงแฟนบอยคนนี้ของเราหน่อยมั้ย ”
“ก็..ขอบคุณที่ชื่นชอบนะครับ ”
ว่านอายจนหน้าแดงเซนก็วางหน้าไม่ค่อยถูกจะยิ้มหรือจะเขิน ส่วนออดี้ก็ขำชิบหาย
“ แล้วชอบเค้ามั้ยแล้วจะแต่งเมื่อไหร่ ”
“ พี่บี อย่าแกล้งได้มั้ย เลิกขยี้ได้แล้วน่ะ ”เซนหันไปต่อว่าหน้ายุ่งสลับเขิน
เซนรู้สึกแปลกๆั้แ่ตอนฟิตติ้งระหว่างทำงานจะมีคนคอยเก็บภาพ เก็บบรรยากาศ ถ่ายรูปถ่ายคลิปอยู่ตลอดงาน แต่เขาก็สังเกตว่าถูกว่านมองอยู่บ่อยครั้งถ้าหันไปอีกฝ่ายก็มันจะเลื่อนหลบมองไปทางอื่นเนียนๆ
ก็ถือว่าเซอร์ไพรส์นิดๆเหมือนกัน
หลังจากเซนขับรถมาส่งทุกคนที่ตึกแล้วก็มุ่งหน้าสู่จุดหมายใหม่
เสียงเพลงในรถฟังสบายเซนร้องคลอตาม
แจ้งเตือนในโทรศัพท์ก็เด้งมาอัพเดทตลอด
เพราะคลิปกับรูปที่ถ่ายกันตอนฟิตติ้งมีทั้งที่โปรโมทจริงจัง กับแอบถ่ายตอนเซนเล่นหยอกกับออดี้ดูน่ารักเป็ธรรมชาติ ถูกเผยแพร่สู่โซเชียลเรียกกระแสได้รวดเร็ว
ชีวิต่นี้ของเขาจัดว่าเริ่มเข้าที่เข้าทางลงตัวกว่าก่อนหน้านี้มากๆ
แบบนี้ใช่มั้ยที่เค้าเรียกว่า Lucky in game Lucky in love
โทรศัพท์เซนมีสายโทรเข้า
“ ฮาโหลขับรถอยู่ ”
“ ถึงไหนแล้ว ” หญิงสาวถามเสียงสะบัดเล็กๆ
“ กำลังไป อยู่แถวรัชดา” เซนตอบอย่างใจเย็น
“ มาถึงแล้วจะไปเลยมั้ยเมเสร็จเรียบร้อยนานละ ”
“ ไม่อะจะขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดก่อน หิวป่าวให้แวะซื้ออะไรติดขึ้นไปมั้ย ”
“ ไม่อะค่ะหนูรอพี่อย่างเดียวเลยรีบๆมาเถอะค่ะ ” สาวเมดูอารมณ์ดีขึ้น
“ โอเคๆ เดี๋ยวเจอกันครับ ”
“ โอเคค่ะ ”
รถยนต์ถูกเร่งความเร็วเมื่อไฟเขียวสว่างวาบเพลงรักจังหวะสนุกสนานดังขึ้น เด็กหนุ่มร้องคลอตามอย่างอารมณ์ดี