หลังจากที่เดซี่เก็บหัวของแวงก้าไว้ในแหวนมิติแล้วไลท์ก็บินลงมาจากท้องฟ้า
“ เป็อย่างไงบ้างกับการฆ่าคนครั้งแรก? ” ไลท์ถามขึ้นด้วยรอยยิ้ม
“ มันทำให้ฉันอยากจะอ้วกเลยล่ะ ” เดซี่ถอนหายใจและเมื่อคิดถึง่เวลานั้น
“ ครั้งแรกเธอก็ทำได้ดีมากแล้ว ” ไลท์ชื่นชม
“ ขอบคุณมากอาจารย์ ถ้าหากไม่มีอาจารย์ป่านี้ฉันก็คงถูกพวกอัธพาลนำไปขายเป็ทาสแล้ว ” เดซี่มองมาที่ไลท์ด้วยความเคารพและชื่นชม
เพราะไลท์ทำให้ชีวิตของเธอเปลื่ยนไป
เพราะไลท์ทำให้เธอแข็งแกร่งขึ้น
เพราะไลท์ทำให้เธอมีความสุขอีกครั้ง
เพราะฉะนั้นเธอจะไม่มีวันที่จะยอมเสียไลท์ไปเด็ดขาด นี้คือคำมั่นสัญญาที่เดซี่ท่องไว้ในใจ และเธอจะต้องแข็งแกร่งขึ้นเพื่อที่จะยืนอยู่ข้างไลท์ให้ได้
“ เอาล่ะพวกเรากลับกันเถอะ อีกอย่างก็ต้องไปฉลองที่เธอทำภารกิจแรกสำเร็จ!! ” ไลท์หัวเราะก่อนที่จะพาเดซี่กลับเมืองหลวงแสงจันทร์
หนึ่งเดือนผ่านไป
ไลท์ได้พาลูซี่ตระเวนไปทั่วอาณาจักรแสงจันทร์เพื่อให้เดซี่ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในการต่อสู้แบบเสี่ยงชีวิตเพื่อให้เธอได้พัฒนาฝีมือ
แน่นอนว่าเดซี่ก็ไม่ได้ทำให้ไลท์ผิดหวังเพราะเธอเริ่มสู้กับอาชญากรค่าหัวหลักสิบล้านได้แล้ว แม้กระทั้งยังฆ่าอาชญากรหลักล้านได้ง่ายๆแล้ว
“ ดูเหมือนฝีมือของเธอจะแข็งแกร่งขึ้นอีกแล้วนะ ” ไลท์เดินเข้ามาชมหลังจากที่เดซี่เอาชนะป็อกชาร์ที่เป็อาชญากรค่าหัวสิบแปดล้าน
“ เป็เพราะฉันมีอาจารย์ดียังไงล่ะ ” เดซี่ยิ้มอย่างมีความสุข เวลานี้เธอไม่กลัวที่จะต้องรู้สึกแย่เวลาที่ฆ่าอาชญากรแล้ว
“ ไปกันเถอะ ฉันอยากจะเข้าไปในหอคอยแห่งนิรันดร์แล้ว ” ไลท์พูดขึ้น
“ เข้าใจแล้ว ” เดซี่ตอบรับ สำหรับเธอไม่ว่าไลท์จะไปที่ไหนเธอก็จะตามไลท์ไปด้วย
ไลท์พาเดซี่กลับมารับเงินค่าหัว แต่น่าเสียดายที่เงินค่าหัวทั้งหมดที่เธอหามาได้ถูกไลท์ยึดไปเกือบหมด เพราะไลท์บอกว่านี้เป็ค่ามานาคริสตัลที่เธอใช้ไป
จากนั้นทั้งสองก็มุ่งหน้าไปยังหอคอยแห่งนิรันดร์
สำหรับคนที่จะเข้าไปด้านในหอคอยแห่งนิรันดร์เพียงแค่ต้องจ่ายเงินให้กับเ้าหน้าที่ที่เฝ้าอยู่ ซึ่งราคาเข้าไปด้านในก็อยู่ที่หนึ่งแสนจีเซลต่อหนึ่งคน
สำหรับคนธรรมดาภายในอาณาจักรเล็กๆก็อาจจะเป็เงินที่แพงมาก แต่สำหรับอาณาจักรใหญ่ๆเงินหนึ่งแสนจีเซลไม่ได้สำคัญอะไรเลย
ไลท์กับเดซี่เข้าไปด้านในหอคอยแห่งนิรันดร์ทันที
ที่ทางเข้าหอคอยแห่งนิรันดร์มีประตูขนาดใหญ่กว้างถึงห้าสิบเมตรสูงหนึ่งร้อยเมตอยู่สองบาน บานหนึ่งสำหรับขาเข้า อีกบานหนึ่งสำหรับขาออก รอบๆข้างมีกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าตั้งแผงลอยขายของกันอย่างเนื่องแน่น
ไลท์เห็นคนเดินเข้าและเดินออกมาจากหอคอยแห่งนิรันดร์อย่างต่อเนื่อง
ไลท์และเดซี่เดินเข้าไปในประตูทันที
มันเป็ทางเดินยาวประมาณยี่สิบเมตรก่อนที่เบื้องหน้าจะมีวังวนขนาดใหญ่ตั้งอยู่
ไลท์เห็นคนเดินเข้าไปในวังวน
“ ไปกันเถอะ ” ไลท์เดินนำหน้าเดซี่ไป
เมื่อเข้าไปในวังวนแล้วไลท์ก็พบว่าบรรยากาศเบื้องหน้าก็ได้เปลื่ยนไปทันที เพราะบรรยากาศตอนที่อยู่ในอาณาจักรแสงจันทร์ให้ความรู้สึกร้อนอบอ้าว แต่บรรยากาศเบื้องหน้ากลับให้ความรู้สึกเย็นสบายเหมือนกับสายลมในฤดูใบไม้ผลิ
“ ที่นี้บรรยากาศดีกว่าที่เมืองหลวงแสงจันทร์เสียอีก ” ไลท์พูดพร้อมกับบิดี้เี ซึ่งเดซี่เองก็เห็นด้วยที่บรรยากาศที่นี้ดีกว่าที่เมืองหลวงแสงจันทร์
“ อาจารย์ฉันรู้สึกว่าภายในนี้ละอองมานามันหนาแน่นกว่าข้างนอกด้วย ” เดซี่พูดขึ้น
“ ใช่แล้วละ น่าจะหนาแน่นกว่าประมาณสองถึงสามเท่าเลยทีเดียว ”ไลท์พยักหน้าเห็นด้วย
ยิ่งมีละอองมานาหนาแน่นเท่าไรก็ยิ่งบ่มเพาะพลังได้อย่างรวดเร็ว
หลังจากที่ทั้งสองเข้ามาในหอคอยแห่งนิรันดร์แล้วก็เดินดูรอบๆด้วยความตื่นเต้นทันที
“ รู้สึกว่าที่นี้จะชื่อว่าเมืองแสงจันทร์ ซึ่งตรงกับชื่อเมืองหลวงแสงจันทร์ที่พวกเราเข้ามา ” ไลท์พูดขึ้นพร้อมกับชื่นชมบรรยากาศไปเรื่อย
ทุกๆเมืองที่มีหอคอยแห่งนิรันดร์ ชื่อของเมืองอีกฝั่งก็จะชื่อเดียวกันเพราะเวลาเดินทางกลับก็จะได้กลับถูก ไม่อย่างนั้นเข้าเมืองแสงจันทร์แต่ไปออกประตูที่เมืองอื่นก็ไปโผล่อีกสถานที่ทันที เพราะงั้นชื่อเมืองจึงเป็สิ่งจำเป็มากถ้าหากจะกลับไปยังด้านนอกหอคอยแห่งนิรันดร์
ไลท์ซื้อหนังสือพิมพ์และไปนั่งอ่านที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง
สำนักข่าวในโลกใบนี้ก็มีหลายแห่ง ซึ่งบางแห่งก็ทำข่าวแค่ในทวีปของตัวเอง บางแห่งก็ทำข่าวทั่วทั้งโลก
เมื่อก่อนไลท์มั่วแต่ยุ่งกับการบ่มเพาะพลังและหาเงินทำให้เขาลืมเื่หนังสือพิมพ์ไปเสียสนิท
“ อาจารย์คิดจะหาเพื่อนร่วมทีมเพิ่มไหม? ” เดซี่ถามขึ้นหลังจากที่กินอาหารเสร็จแล้ว
“ ทำไมหรอ? ” ไลท์ถามขึ้นด้วยความสงสัย
“ ฉันอยากให้เพื่อนร่วมทีมเป็เชฟเพราะพวกเราจะได้มีอาหารอร่อยๆกินตลอดเวลา ” เดซี่พูดพร้อมกับกลืนน้ำลาย
“ เป็ความคิดที่ดีนะ ” ไลท์พยักหน้ารับและพูดต่อว่า “ ความจริงแล้วฉันวางแผนไว้ว่าจะหาสมาชิกทีมสักห้าถึงเจ็ดคนก็พอแล้ว ”
“ ห้าถึงเจ็ดคนงั้นหรอก็เป็จำนวนที่ดี ” เดซี่เห็นด้วยเพราะส่วนมากทีมนักผจญภัยก็มีสมาชิกไม่ถึงสิบคนอยู่แล้ว และห้าถึงเจ็ดคนก็เป็จำนวนที่พอดีสำหรับความคิดของเธอ
“ แต่ก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ไม่แน่ว่าอนาคตอาจจะมีถึงสิบคนก็ได้ใครจะรู้ ” ไลท์ยักไหล่
เดซี่เองก็ไม่ได้ว่าอะไร ในเมื่อไลท์บอกดีเธอก็คิดว่าดี
“ แล้วเราจะไปที่ไหนต่อดีล่ะ? ” เดซี่ถามขึ้นด้วยความตื่นเต้น
“ วันนี้ก็เดินเล่นรอบๆเมืองแสงจันทร์ไปก่อนแล้วกัน จริงสิพวกเราไปช้อปปิ้งกันเถอะ ” ไลท์พูดขึ้น แน่นอนว่าเดซี่ตอบตกลงทันที
ทั้งวันไลท์และเดซี่เดินชมเมืองจนถึงกลางคืน ทั้งสองจึงเช่าโรงแรมและพักผ่อน
วันต่อมาไลท์และเดซี่ก็เดินเล่นในเมืองแสงจันทร์อีกครั้ง ซึ่งวันนี้ทั้งสองว่าจะเดินไปยังศูนย์ต่อเรือยนต์เพราะไลท์้าซื้อเรือยนต์สำหรับการเดินทาง แม้ว่าทั้งสองจะสามารถบินได้ก็เถอะแต่เขาคิดว่าการนั่งเรือยนต์ชมบรรยากาศก็ดีเหมือนกัน
ร้านขายเรือยนต์มีพื้นที่ขนาดใหญ่อยู่ทางทิศตะวันออกของเมืองติดอยู่กับประตูทางออกพอดี เพราะบางครั้งพวกเขาก็ต้องเอาเรือยนต์ออกไปทดลองวิ่งด้านนอก
ไลท์และเดซี่เลือกเรือยนต์ด้วยความตื่นเต้น
ทั้งสองเลือกเรือยนต์ที่มีขนาดกลางสามารถจุคนได้ห้าสิบคน ซึ่งภายในมีห้องนอนส่วนตัวห้าห้องและห้องน้ำอีกสามห้อง ห้องอาหารหนึ่งห้อง ราคาของเรือลำนี้อยู่ที่แปดสิบล้านจีเซล แม้ว่าจะแพงไปเมื่อเทียบกับเรือขนาดเดียวกันแต่การตกแต่งและดีไซน์ทำให้มันราคาสูงกว่าลำอื่นๆ
“ แล้วเธอขับเรือเป็ไหมเดซี่? ” ไลท์ถาม
เดซี่ส่ายหน้าแทนคำตอบ
“ งั้นเราคงต้องหาคนขับเรือแล้วล่ะ ” ไลท์กุมคาง
“ อาจารย์ทำไมเราไม่ลองไปซื้อทาสดูล่ะ ไม่แน่อาจจะมีทาสที่สามารถขับเรือได้ ” เดซี่เสนอ
ดวงตาของไลท์เปร่งประกายและตอบตกลงทันที
ไลท์ขอให้ช่างทาสีเรือยนต์ให้เป็สีดำ ซึ่งช่างก็บอกขอเวลาห้าวันในการเปลื่ยนสีเรือ
หลังจากที่ถามทางชาวเมืองแล้วไลท์ก็ไปยังร้านค้าทาสที่ใหญ่โตที่สุดในเมืองแสงจันทร์
ร้านค้าทาสปัวโร เป็ตึกสูงสามชั้นถูกตกแต่งด้วยวัสดุหรูหรา ที่ทางเข้ามีผู้คุ้มกันหลายคนยืนเฝ้าอยู่
ไลท์และเดซี่เดินเข้าไปด้านในก่อนที่จะมีพนักงานเป็ชายวัยกลางออกมาต้อนรับทั้งสองคนด้วยท่าทีเคารพ
“ สวัสดีครับคุณลูกค้า กระผมวาเลียสรับหน้าที่ดูแลคุณลูกค้าทั้งสอง ไม่ทราบว่าคุณลูกค้า้าทาสแบบไหน? ร้านของเรามีทาสมากมายให้ท่านเลือกสรร ไม่ว่าจะเป็ทาสสายต่อสู้ที่เคยเป็จอมเวทย์และนักผจญภัยมาก่อน หรือทาสรับใช้เช่นทาสที่เคยเป็พ่อบ้านหรือแม่บ้านมาก่อน ” พนักงานวาเลียสอธิบายให้ไลท์และเดซี่ฟัง
“ ฉัน้าคนที่สามารถขับเรือยนต์หรือดูแผนที่และสภาพอากาศได้ ” ไลท์อธิบาย
“ ตามที่คุณลูกค้า้า ” พนักงานวาเลียสครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนที่จะพูดขึ้นว่า “ แล้วคุณลูกค้า้าแบบเป็ผู้ชายหรือผู้หญิง ้าอายุเยอะหรือน้อย ”
“ เอามาให้ผมดูก่อนแล้วกัน ” ไลท์พูดขึ้น
“ ตามที่คุณลูกค้า้าครับ เดี๋ยวตามกระผมมาที่ห้องรับรองทางนี้เลยครับ ” วาเลียสพูดขึ้นพร้อมกับพาไลท์และเดซี่ไปยังห้องรับรอง
ไม่นานวาเลียสก็พาทาสประมาณสิบกว่าคนเข้ามาในห้อง
“ เชิญคุณลูกค้าลองเลือกดูเลยครับ ” วาเลียสพูดขึ้นก่อนที่จะหลบไปยืนด้านข้างก่อนที่จะอธิบายรายละเอียดของทาสแต่ละคน
ไลท์และเดซี่ปรึกษากันครู่หนึ่งก่อนที่จะเลือกหญิงสาวอายุประมาณสามสิบปี ใบหน้าธรรมดาผมสีทองรูปร่างดี เธอมีชื่อว่า เวโรนิก้า เธอสามารถขับเรือดูแผนที่และยังทำอาหารได้อีกด้วย ซึ่งมันตรงกับความ้าของไลท์และเดซี่ทั้งหมด ส่วนเื่การต่อสู้ไลท์สามารถฝึกฝนเธอได้เหมือนกับที่เขาฝึกเดซี่ ดั้งนั้นทั้งสองจึงตัดสินใจที่จะซื้อตัวเธอมา
หลังจากที่ไถ่ตัวเวโรนิก้าเสร็จแล้ว วาเลียสก็หยิบแผ่นกระดาษที่มีพลังเวทย์แผ่นหนึ่งให้กับไลท์
“ นี้คือสัญญาทาสครับ ถ้าหากทาสไม่เชื่อฟังหรือหลบหนีสามารถทำลายได้ทันทีและทาสจะตายทันที ” วาเลียสพูดขึ้น
“ แล้วมีวิธีทำลายสัญญาทาสไหมครับ? ” ไลท์ที่เก็บสัญญาทาสไปแล้วถามขึ้น
“ มันต้องมีอยู่แล้วครับ การจะทำลายสัญญาทาสได้จะต้องใช้จอมเวทย์ธาตุแสงที่มีคุณสมบัติในการทำลายคำสาปครับ เพราะสัญญาทาสก็เหมือนกับคำสาปชนิดหนึ่ง ” วาเลียสพูด
“ เข้าใจแล้วครับ ” ไลท์ตอบรับ
หลังจากที่ทั้งสามออกมาจากร้านค้าทาสปัวโรแล้ว
เวโรนิก้าก็เดินมาด้านหน้าของไลท์และเดซี่พร้อมกับโค้งคำนับและพูดขึ้นว่า “ ขอบคุณนายท่านทั้งสองที่ไถ่ตัวฉัน ”
“ ไม่เป็ไร ” ไลท์ส่ายหน้า
“ พี่สาวเวโรนิก้าไม่ต้องคิดมากค่ะ ” เดซี่เดินมากอดแขนเวโรนิก้าอย่างสนิทสนม
เวโรนิก้าพยายามแกะแขนเดซี่ออกเพราะการที่ทาสอย่างเธอทำตัวสนิทสนมกับเ้านายมันไม่สมควร
“ เธอไม่ต้องคิดมาหรอกเวโรนิก้า หลังจากที่ฉันไถ่ตัวเธอมาแล้วเธอจะเป็หนึ่งในครอบครัวของฉัน ทีมนักผจญภัยเดธปาร์ตี้ ” ไลท์พูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม
“ แต่ว่าฉันต่อสู้ไม่เป็เลยนะคะ ” เวโรนิก้าส่ายหน้า
“ ไม่เป็ก็ฝีกกันได้ดูอย่างเดซี่สิ เมื่อก่อนเธอก็ต่อสู่ไม่เป็แต่ตอนนี้เธอสามารถล่าค่าหัวอาชญากรหลักสิบล้านได้แล้ว ” ไลท์พูดขึ้น
“ สุดยอดไปเลย ” เวโรนิก้ามองดูเดซี่ที่กำลังกอดแขนเธอด้วยความอึ้ง เด็กหญิงตัวน้อยที่กำลังกอดแขนเธอ ถ้าหากไลท์ไม่บอกเธอก็ไม่รู้ว่าเด็กที่น่ารักๆจะแข็งแกร่งขนาดนี้
“ พวกเราไปกันเถอะ ” ไลท์พูดขึ้น
ไลท์และเดซี่พาเวโรนิก้าไปยังร้านเสื้อผ้าเพื่อซื้อเสื้อผ้าให้กับเธอ ในตอนแรกเวโรนิก้าปฏิเสธแต่สุดท้ายก็ต้องยอมแพ้อยู่ดี
หลังจากที่ซื้อเสื้อผ้าเสร็จแล้วไลท์ก็ยังซื้อของมากมายให้กับเวโรนิก้าอีกเช่นแหวนมิติ ของใช้ส่วนตัวและยังพาเธอไปสมัครเป็นักผจญภัยอีกด้วย
พริบตาเดียวก็ผ่านไปห้าวัน
นอกเมืองแสงจันทร์
เรือยนต์สีดำมีรูปยมฑูตสีทองและมีดวงดาวสีเงินอยู่ด้านหลังกำลังวิ่งด้วยความเร็ว
เรือยนต์ลำนี้มีชื่อว่ากริมรีปเปอร์ ที่แปลว่ายมฑูตซึ่งตรงกับเดธปาร์ตี้ที่มียมฑูตคอยนำทาง และยังเป็ฉายาของไลท์อีกด้วย
ไลท์ เดซี่และเวโรนิก้ากำลังยืนอยู่ในห้องของคนขับกริมรีปเปอร์
ภายในห้องของคนขับสามารถมองเห็นทิวทัศน์รอบๆกริมรีปเปอร์ได้อย่างชัดเจน
“ สุดยอดไปเลย ” เดซี่มองรอบๆห้องด้วยความตื่นเต้น
“ ไม่เลวๆ ” ไลท์พยักหน้าแม้ว่าห้องของคนขับจะไม่ได้ใหญ่มากแต่ก็สามารถอยู่กันได้หลายคนโดยที่ไม่อึดอัด
“ จากนี้ไปฉันต้องฝากเื่นี้ให้เวโรนิก้าแล้วนะ ” ไลท์พูดขึ้น
“ รับทราบหัวหน้า ” เวโรนิก้าพยักหน้าด้วยความหนักแน่น เมื่อคืนก่อนที่จะออกเดินทางไลท์และเดซี่ได้มาหาเธอและได้ทำลายสัญญาทาสต่อหน้าเธอ ทำให้เวโรนิก้าถึงกับร้องไห้ออกมาด้วยความตื่นตันใจ นอกจากนี้หัวหน้ายังได้สอนทักษะบ่มเพาะและการต่อสู้ให้กับเธออีกด้วย
ด้วยเหตุนี้เธอจึงเคารพและนับถือไลท์อย่างมาก
การเดินทางของพวกเขาไม่มีจุดหมาย ซึ่งจะเดินทางไปเรื่อยๆ ในฐานะนักผจญภัยการผจญภัยคือสิ่งที่น่าตื่นเต้นเพราะไม่รู้ว่าเบื้องหน้าของพวกเขาจะมีอะไรรออยู่
ไลท์และเดซี่ต่างก็เรียนรู้วิธีการเดินเรือยนต์กับเวโรนิก้า
จนกระทั้งตอนบ่าย
เวโรนิก้าไปทำอาหารเที่ยง ส่วนไลท์และเดซี่ก็กำลังฝึกขับกริมรีปเปอร์
ไม่นานเวโรนิก้าก็ออกมาจากห้องครัว
ไลท์จึงจอดกริมรีปเปอร์และมานั่งกินอาหารเที่ยงพร้อมกัน
“ หอมมาก ” ไลท์และเดซี่อุทานออกมา
“ คิดถูกแล้วสินะที่พาตัวเวโรนิก้ามา ” ไลท์รู้สึกว่าตัวเองคิดถูก เดซี่เองก็พยักหน้าเห็นด้วย
“ อร่อย ” ไลท์และเดซี่ะโขึ้นพร้อมกันก่อนที่จะแย่งกันกินอาหารจนหมด
“ อร่อยมากเลยเวโรนิก้า ” ไลท์ชม
“ ถ้าหากหัวหน้าชอบก็ดีแล้ว ” เวโรนิก้ายิ้มอย่างพึงพอใจ
ไม่นานกริมรีปเปอร์ก็ออกเดินทางต่อ
จากแผนที่ที่ไลท์ได้ซื้อมาในเมืองแสงจันทร์ ต้องบอกว่าพื้นที่ในหอคอยแห่งนิรันดร์นั้นมีขนาดใหญ่กว่าพื้นที่ในโลกเก่าของเขาถึงสองเท่า
ภายในหอคอยแห่งนิรันดร์ ความอันตรายนอกจากถูกพวกอาชญากรโจมตีแล้วยังมีสัตว์เวทย์ที่แข็งแกร่งอีกมากมายอยู่ในหอคอยแห่งนิรันดร์ เท่านั้นไม่พอภายในหอคอยยังมีดันเจี้ยนปรากฏขึ้นมาด้วยเช่นกัน
ดันเจี้ยนคือมิติพิเศษที่ภายในจะมีมอนเตอร์ที่ทรงพลังอาศัยอยู่
ภายในดันเจี้ยนจะมีทรัพยากรจำนวนมากไม่ว่าจะเป็คริสตัลชนิดต่างๆเช่น มานาคริสตัล คริสตัลเวทย์มนต์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน หรือพวกแร่พิเศษที่ไว้ใช้ในการสร้างอาวุธ สมุนไพรหายากที่ไว้ใช้ทำยาเป็ต้น
ดันเจี้ยนปรากฏออกมาแทบทุกวัน ไม่ว่าจะเป็บนูเา ในป่า หรือใต้น้ำ ถ้าหากไม่ทำลายภายในเจ็ดวันดันเจี้ยนก็จะแตกและมอนเตอร์รวมไปถึงบอสก็จะออกมาด้านนอก
เพราะเหตุนี้ภายในหอคอยแห่งนิรันดร์จึงวุ่นวายกว่าด้านนอกมาก