ย้อนอดีตกลับมารักเธอ

    ตอนที่10 เคยแอบรักเธอ

    “อะไรนะไม้ล่ะสามสิบบาทงั้นเหรอ? เจ้าลูกบ้า! ขายแพงแบบนี้แล้วใครที่ไหนจะซื้อล่ะ” พ่อรุ้งถึงกับกุมขมับ ปลาดุกโลนึงก็แค่ 50 บาท แต่กลับมาขายไม้ละ 30 บาทใครที่ไหนล่ะจะซื้อ แต่คำพูดต่อมาของมดก็ทำให้พ่อรุ้งตกตะลึง
    “ไม้ละสามสิบงั้นเหรอ...อืมม์ งั้นพี่ขอลองสักสองไม้ก่อนแล้วกัน”
    “ได้เลยครับพี่ เดี๋ยวขอตั้งไฟก่อนนะ” บาสรับคำ ก่อนจะหันมามองพ่อรุ้งที่ยืนนิ่งเป็นหิน สะกิดไปหลายทีกว่าจะรู้สึกตัว “พ่อเป็นอะไร? ลูกค้าสั่งปลาดุกย่างแล้วนะ ก่อไฟได้แล้ว”
    “โอ้นั่นสินะ” พ่อรุ้งเกาหัวแกรกๆ มองสองผัวเมียพ่อค้าหมูอย่างไม่เข้าใจ ปลาดุกโลละ 50บาทเอง ซื้อไปทั้งโลได้หลายตัวดีกว่าซื้อแบบย่าง แต่ทำไมพวกเขาถึงต้องการแบบย่างที่แพงกว่ากันนะ พ่อรุ้งได้แต่คิดในใจส่วนมือก็พัลวันกับการตั้งไฟ
    ในระหว่างนั้นบาสช่วยพ่อรุ้งล้างปลาและทำบั้ง บั้งทั้งสามอยู่คนละข้างของปลาโดยการใช้มีดเฉือนลงไป มันช่วยให้ความร้อนเข้าไปและทำให้เนื้อปลาสุกได้เร็วขึ้น หลังจากก่อไฟตั้งเตาย่างเสร็จพ่อรุ้งก็มาช่วยบาส การทำปลานั้นย่อมใช้เวลาและมีกลิ่นเหม็นคาว โชคดีที่ร้านตั้งอยู่สุดถนน เพราะงั้นร้านรวงอื่นๆจึงไม่ได้รับผลกระทบนั้น
    สองผัวเมียขายหมูไม่ได้ใส่ใจกับกลิ่นคาวปลา เพราะเนื้อหมูนี้ก็ส่งกลิ่นไม่แพ้กัน ในระหว่างที่กำลังทำปลาอยู่นั้นรองเท้านักเรียนผู้หญิงคนหนึ่งก็ปรากฏแก่สายตา เธอยืนอยู่ด้านหน้าร้านของบาสบาสมองขึ้นไปเป็นต้องแข็งทื่อ ใช่แล้วคนที่มองมาไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นพี่บีสนั่นเอง
    “กำลังทำอะไรอยู่เหรอบาส” หญิงสาวนั่งข้างๆก่อนจะถาม จากท่าทางที่เธอแสดงดูเหมือนเธอจะไม่ได้รังเกียจกลิ่นคาวปลาแม้แต่น้อย
    “อ๋อกำลังย่างปลาดุกอยู่น่ะพี่”
    “ใครเหรอบาส...” พ่อรุ้งถาม สายตาก็สำรวจหญิงสาวตั้งแต่หัวจรดเท้า จากนั้นก็ลอบยิ้มในใจ
    “นี่พี่บีสครับ เธออยู่ร้านขายขนมไทยไม่ไกลจากเราเท่าไหร่ พี่นี่พ่อเราชื่อรุ้ง” บาสแนะนำทั้งสองให้รู้จักกัน
    “สวัสดีค่ะคุณลุง” พ่อรุ่งรับไหว้ก่อนจะบอกว่า “ชื่อบีสงั้นเหรอ ชื่อยังกับหนังการ์ตูนหรือไม่ก็ผงซักฟอก”
    บาสที่ได้ยินกระแอมครั้งหนึ่งแล้วบอก “พ่อครับ..” “ไม่เป็นไรน่าบาส ชื่อพี่คนมักจะเรียกแบบนี้แหละ ก็นะมันเหมือนผงซักฟอกจริงๆนี่” บีสขำซะมากกว่า เพราะเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องปกติสำหรับเธอแล้ว
    “ฮ่าฮ่า ยังไงพ่อก็ต้องขอโทษด้วยนะ แต่....บีสเนี่ยยังไงก็ข๊าวขาวอย่างกับผงซักฟอก ลุงไม่แปลกใจเลยที่พ่อแม่จะตั้งชื่อแบบนี้ให้หนู” บาสเห็นด้วยกับพ่อรุ้ง ใช่พี่บีสน่ะไม่ใช่หน้าตาดีอย่างเดียวแต่เธอยังเป็นคนที่มีผิวขาวมาก ขาวแบบว่า...เหมือนผงซักฟอกในโฆษณา
    “คุณลุงก็พูดเกินไป” บีสยิ้ม “ว่าแต่บาส ได้อึ่งไว้ให้พี่บ้างมั้ย”
    “ได้สิอยู่นี่ไง” เจ้าตัวยื่นอึ่งที่คัดมาอย่างดีให้สาวเจ้า อึ่งในนั้นมีแต่ตัวเป้งๆกว่าถุงอื่นอย่างเห็นได้ชัด พ่อรุ้งเองก็เห็นว่าถุงนี้มันแปลกๆตั้งแต่อยู่บ้าน แต่ตอนนี้เขารู้แล้วว่าต้นเหตุเป็นเพราะอะไร อดที่จะส่ายหัวไม่ได้
    “นี่บาส...มันไม่ตัวใหญ่กว่าถุงอื่นเหรอ แบบนี้มัน...” เธอค่อนข้างลังเล อึ่งในถุงนี้ตัวใหญ่กว่าถุงอื่นอย่างเห็นได้ชัด
    “นี่เป็นถุงพิเศษที่บาสจับใหัพี่โดยเฉพาะ รับไปเถอะครับ” เด็กหนุ่มคะยั้นคะยอให้หญิงสาว เธอจึงรับไปพร้อมกับยื่นเงินหนึ่งร้อย
    “ขอบคุณนะสำหรับอึ่งถุงพิเศษ พี่จะทำยำอึ่งให้อร่อยที่สุดในคืนนี้เลย ถ้ายังไงบาสไป...ชิมมั้ย”
    บาสเองก็อยากจะตอบรับไป แต่เพราะว่าเขาไม่สามารถทำอย่างนั้นได้จำต้องปฏิเสธ “ไว้คราวหน้านะพี่ บ้านบาสไม่ได้อยู่ในตลาด หลังจากขายของเสร็จก็ต้องกลับไปทำหมูปิ้งต่อ”
    “เห...ขยันจัง บาสจะขายหมูปิ้งที่ตลาดเหรอ” ใบหน้าของเธอดูชื่นชมไม่น้อย ซึ่งใบหน้านี้เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นใกล้ๆ เมื่อก่อนเขาไม่สามารถทำอย่างนี้ได้ ทำได้เพียงมองอยู่ห่างๆเท่านั้น ก็แน่ล่ะเธอจบปริญญาตรีส่วนเขาจบแค่ม.3 มันจึงเกิดช่องว่างขึ้น ได้พบเธอแต่ละครั้งเพราะพี่น้ำพามาทำรายงานที่บ้านเท่านั้น และนั่นเองทำให้เขา...แอบรักข้างเดียว
    “ไม่หรอกพี่ บาสจะขายที่หน้าโรงเรียนน่ะ” “อย่างนี้นี่เอง พี่อยากลองกินบ้างจัง ฝีมือบาส” เธอดูสนใจไม่น้อย
    “เเหะๆ ผมคงต้องปรับปรุงฝีมืออีกเยอะเลยเเหละครับ ถ้าได้พี่ช่วยคงดี” “อะแฮ่มลูกค้ามาแล้วนะบาส” พ่อรุ้งเห็นสายตาที่บาสมองสาวเจ้า ก็รู้ได้ทันทีว่าเจ้าตัวดีคิดอะไรอยู่ ประจวบกับช่วงนั้นมีลูกค้ามา ทั้งสองจำต้องเลิกคุย
    “ไว้พรุ่งนี้เจอกันนะบาส”“ครับ...” รอยยิ้มของเธอช่างตราตรึงใจ ใบหน้านั้นช่วยเติมเต็มหัวใจของเขาให้ฟื้นคืนกลับมา มันเหมือนกับรางวัลชีวิต ใช่ชีวิตที่สองนี้จำต้องคว้าเธอมาให้ได้!
    “เอ่อ...จะขายอึ่งหรือเปล่าคะ” คุณป้าที่อยู่หน้าร้านถาม เพราะเห็นบาสเอาแต่จ้องหญิงสาวที่เดินไป บาสพลันได้สติ กลับมายิ้มหวานแล้วตอบ“ขายสิครับป้า”
    “อิอิ ป้าก็นึกว่าจะไม่ขาย เห็นเอาแต่มองหนูบีส อย่าบอกนะว่า...” คุณป้าอดแซวไม่ได้ แกเป็นคนที่ตลาด เพราะงั้นจึงไม่แปลกที่จะรู้จักบีส ชื่อว่าป้านวล
    “แหะๆ ป้านวลพูดอะไรนะครับ อ้อต้องการอึ่งตัวเป้งๆใช่มั้ย นี่เลยครับ” บาสเบี่ยงประเด็น เขากลัวว่าป้าจะเอาเรื่องที่ตนแอบมองบีสไปบอกคนอื่น
    “แหมเปลี่ยนเรื่องเร็วจริงนะ เอาล่ะป้าไม่แซวแล้ว” แล้วป้านวลก็รับอึ่งไปหนึ่งกิโลกรัม ป้าแกมาซื้ออึ่งได้สามวันแล้ว แกเป็นคนพูดเพราะและเข้าหาคนง่าย นี่เองจึงทำให้ทุกคนในตลาดแทบทุกคนรู้จักแก
    “เอาล่ะอย่ามัวแต่มองสาว รีบมาช่วยพ่อได้แล้ว” พ่อรุ้งปาดเหงื่อบนหน้าผาก การชำแหละขี้และไส้พุงไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย
    บาสรับหน้าที่เอาปลาที่เสียบไม้แล้วขึ้นมาย่าง โดยการย่างนั้นจำต้องใช้ไฟอ่อนหากใช้ไฟแรงเกินแล้วมีหวังปลาได้ไหม้หมด
    การอยู่หน้าเตาย่างนั้นร้อนจริงๆ พ่อรุ้งอดสงสารลูกไม่ได้แต่บาสก็บอกว่าสบายมาก การอยู่หน้าเตานั้นเทียบไม่ได้เลยกับงานกรรมกรแบกหามที่เคยทำในชีวิตที่แล้ว ได้เงินต่อวันเพียง 350บาท ซึ่งถือว่าเป็นเงินที่น้อยมากแต่ก็นั่นแหละ มันเป็นแค่งานใช้เเรงซึ่งใครก็สามารถทำได้ ต่างจากพวกที่เรียนจบสูงสามารถเลือกงานและมีเงินเดือนที่สูงกว่า
    “ว้าว สีเหลืองแล้วนี่ พี่ว่าเอาแค่นี้แหละพี่อยากกินแล้ว” พี่มดที่ยืนอยู่ตรงเขียงหมูบอก เธอน้ำลายไหลขณะมองปลาดุกส่งกลิ่นหอมๆ
    “ได้ครับพี่มด” บาสรับคำแล้วเอาปลาดุกออกจากเตา กำลังจะใส่ถุงให้แต่พี่มดพูดขัดขึ้นซะก่อน“ไม่ต้องใส่ถุงหรอกพี่มีจานอยู่ นี่จ้ะ” เธอยื่นจานสังกะสีให้ บาสรับมาแล้วใส่ปลาลงไป พร้อมกับน้ำจิ้มถุงเล็กฝีมือแม่หน่อย
    “ลองดูนะครับ” “ขอบคุณจ้า” เธอรับแล้วแกะปลาในขณะที่ยังร้อนอยู่ แต่อย่างใดก็ตามสีหน้าของเธอที่แสดงออกมาดูเหมือนไม่ร้อนเลย บาสได้แต่ภาวนาในใจขอให้มันอร่อยด้วยเถอะ ถ้าหากไม่อร่อยแล้วการก้าวครั้งนี้คงผิดพลาด และเขาจำเป็นต้องคิดหาวิธีใหม่ในการหาเงิน
    “เป็นไงบ้างครับพี่มด...” เธอกินคำแรกเข้าไปและกำลังเคี้ยว บาสอยากรู้มากว่าจะเป็นไง จะถูกปากหรือเปล่านะ
    “อร่อยเลยแหละบาส และยิ่งกินกับน้ำจิ้มพริกผงด้วยนะ แซ่บล่ะมึงเอ้ย!” เธอทำหน้าหยี๋ๆเหมือนกับคนจีนที่ตาตี่ “ว่าแต่บาสไม่มีข้าวเหนียวเหรอ”
    “ไม่มีครับ เพราะวันนี้เป็นวันแรกที่มาขาย อะไรหลายๆอย่างจึงไม่เข้าที่เท่าไหร่”
    “อ๋อ อย่างนี้นี่เอง แต่คราวหน้าอย่าลืมข้าวเหนียวนะ ขายคู่กับปลาถุงละห้าบาท เวลาจิ้มเนื้อปลากับพริกแล้วกินข้าวเหนียวด้วยนะ อู้ย...อย่าบอกใครเลยบาส”
    “เดี๋ยวรอบหน้านะครับ” บาสรู้สึกดีใจที่พี่มดชอบ ปลาดุกย่างเป็นอะไรที่ทำเงินง่ายก็จริง แต่หากปลาดุกเหม็นกลิ่นสาบนั่นเป็นอันจบกัน แต่ปลาดุกนี้เป็นปลาธรรมชาติ มันไม่มีกลิ่นสาบเหมือนปลาเลี้ยง ปลาเลี้ยงที่มีกลิ่นสาบจนกินไม่ได้เกิดจากอะไร? นั่นเกิดจากความมักง่ายของผู้เลี้ยง พวกเขามักจะให้อาหารที่เน่าเสียโยนลงไปในบ่อ ด้วยเหตุนี้เองปลาจึงมีกลิ่นสาบ เพราะพวกมันกินของเน่าเสีย
    “ผ่านมั้ยบาส” พ่อรุ้งรู้สึกกังวลไม่น้อย แกไม่รู้ว่าการเชื่อลูกชายเป็นสิ่งที่ถูกมั้ย เงินซื้อรถสามล้อก็ตั้งสองหมื่นกว่าบาท หากขายปลาไม่ได้อย่างที่ลูกชายบอกคงขาดทุนแย่
    บาสชูสองนิ้วพร้อมกับยกยิ้ม “ผ่านครับพ่อ และพี่มดยังบอกอีกว่าขออีกตัว”
    “งั้นจะรออะไรอยู่ล่ะลูก รีบย่างเลยสิ”
    “ครับผม” บาสรู้สึกขำในท่าทางกระตือรือร้นของพ่อรุ้ง แต่เขาก็เข้าใจในความรู้สึกนั้น มันเป็นความรู้สึกดีที่เห็นปลาขายได้ อย่างน้อยก็ถือว่าเป็นอีกก้าวที่ดี
    การขายปลาดุกย่างเป็นอะไรที่เหนื่อยและกินแรง หากเทียบกับขายอึ่งชั่งโลสบายกว่าเป็นไหนๆ แต่บาสก็ไม่ได้บ่นอิดออด เพราะปลาดุกย่างที่ขายวันแรกทำทำเงินได้ถึงห้าร้อยกว่าบาท มันถือเป็นความสำเร็จในก้าวเล็กๆ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นจำนวนเงินที่ดูน้อยแต่นั่นก็เพราะพ่อรุ้งหาปลามาได้แค่นี้
    “พ่อเห็นมั้ยบอกแล้วว่าปลาดุกย่างน่ะขายได้”“นั่นสิ พ่อเองก็เพิ่งรู้นี่แหละ ไม่คิดเลยว่ามันจะขายดีขนาดนี้” พ่อรุ้งมองเงินในมือก็หายเหนื่อย
    “ถ้าพ่ออยากได้เงินมากกว่านี้เราจำเป็นต้องเพิ่มปริมาณของ แต่...พ่อจะหาปลามาได้ยังไงเยอะๆ นอกซะจากว่า...” บาสเอามือเเตะริมฝีปาก“นอกจากอะไร?”