“ฉันมารอคุณนานกว่าสามชั่วโมงแล้วนะคะคุณนนทพัทธ์”
น้ำเสียงหวานใสกล่าวตำหนิเขาทั้งวาจาสีหน้าและแววตา แต่แทนที่จะรู้สึกผิดนนทพัทธ์ตัวปลอมกลับยอกย้อนกลับไปอย่างไม่คิดจะรักษาน้ำใจ
“ ผมไม่ได้เป็คนนัดคุณออกมานี่น่ะ คุณเป็ฝ่ายรีบร้อนออกมาเอง”
หญิงสาวตอบโต้คำพูดของเขาด้วยการเชิดคางมนขึ้นทันทีทั้งที่ปกติก็เชิดอยู่แล้ว
“ คงเพราะฉันเป็คนมีความรับผิดชอบและรู้ว่าอะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำมั้งค่ะ”
“ แหวะ กลัวขึ้นคานละไม่ว่า”
ชายหนุ่มเผลอหลุดปากออกไปให้หญิงสาวตวัดค้อนคมกลับมาแต่โชคดีที่เธอได้ยินคำพูดของเขาไม่ถนัด และอรวรรณที่ได้ยินถนัดเพราะยืนอยู่ใกล้ลกว่ารีบเข้าไกล่เกลี่ยสถานการณ์ที่ทำท่าว่าจะตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆนี้ทันที
“ เชิญที่โต๊ะทำการกันดีกว่าน่ะค่ะ ดูเหมือนเ้าหน้าที่จะรออยู่แล้ว”
ร่างโปร่งระหงของผิงหรือนางสาวภัทริมาก้าวนำไปก่อนทันทีด้วยความมั่นใจ ทำให้เ้าบ่าวจำเป็ต้องรีบก้าวตาม เื่อะไรเขาจะต้องยอมเสียหน้าว่าขี้ขลาดกว่าผู้หญิงล่ะ แต่เมื่อถึงคราวที่ต้องเซ็นชื่อลงไปในทะเบียนสมรสจริงๆเขาก็อดใจฝ่อไม่ได้ นี่เขาต้องเสียความโสดไปด้วยเหตุนี้จริงๆหรือ ดูเ้าหล่อนคนนั้นเซ็นแกรกลงไปอย่างไม่ลังเล ก็ใช่นะสิ ถึงจะอยู่ด้วยกันไม่ยืด ต้องหย่ากันในภายหลังหล่อนก็จะได้ส่วนแบ่งเป็สมบัติมูลค่ามหาศาลนี้น่ะ ชายหนุ่มคิดอย่างหมั่นไส้ก่อนกลั้นใจเซ็นชื่อของนนทพัทธ์ลงไปในใบทะเบียนสมรส
เมื่อทุกอย่างแล้วเสร็จทั้งสองก็ได้ใบทะเบียนสมรสมาถือไว้คนละใบ ก่อนจะแยกย้ายไปขึ้นรถของใครของมันแล้วขับออกไปกันคนละทิศละทางอย่างที่อรวรรณเห็นว่าเหมือนกับการมาจดทะเบียนหย่ามากกว่าจะเป็การมาจดทะเบียนสมรส
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
ที่งานแต่งงานของตัวเองแต่เป็ในนามของญาติผู้น้อง ณัฐพลในชุดเ้าบ่าวสีเข้มส่งบุคลิกของเขาให้สง่างามชวนฝันมากขึ้นสำหรับสาวๆที่พบเห็นแต่ใครจะรู้ภายในใจว่าเขาต้องกล้ำกลืนแค่ไหนกับการแต่งงานครั้งนี้
เขายืนทำหน้าที่ของตัวเองอยู่หน้างาน เวลาผ่านไปครู่ใหญ่จนแขกเริ่มทยอยมากันแล้ว เ้าสาวของเขาจึงได้ปรากฏกายขึ้นในชุดเ้าสาวสีขาวบริสุทธ์แสนสวย ผมเรียบตรงที่เคยเห็นเมื่อ่บ่ายถูกดัดเป็ลอนแล้วปล่อยบางส่วนให้ตกระต้นคอและบางส่วนก็ถูกเกล้าไว้สูงแล้วประดับด้วยกุหลาบสีขาวช่องาม ใบหน้าสวยคมได้รับการตกแต่งให้เครื่องหน้าคมชัดหวานซึ้ง รวมความแล้วก็ทำเอาคนที่มีอคติด้วยอย่างแรงั้แ่แรกก็ยังตกตะลึงเป็คำรบสองเมื่อหันไปเห็น
หญิงสาวเข้ามายืนเคียงข้างเขาจนได้กลิ่นหอมละมุนที่พาให้อกใจของเขายิ่งหวั่นไหวแต่ต้องเก็บอาการไว้ภายใต้ความเงียบขรึม ทั้งสองต่างทำทุกอย่างไปตามหน้าที่ของตน แต่แล้วก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้ณัฐพลถึงกับเหงื่อตกเมื่อมีสุภาพสตรีสูงวัยผู้ที่มาในงานได้เข้ามากล่าวกับเขาว่า
“ เ้าสาวสวยจังนะคะคุณณัฐพล”
ซึ่งเป็การเรียกสายตาที่มีแววประหลาดใจจากเ้าสาวให้หันขวับมาที่เขาทันที ชายหนุ่มจึงต้องรีบแก้ตัวไปแบบน้ำขุ่นๆ
“ เห็นจะเข้าใจผิดกันแล้วละครับ ผมชื่อนนทพัทธ์ครับ ไม่ใช่ณัฐพล”
“ อ๋อ หรือค่ะ ขอโทษที รู้แต่ว่าคุณนลินีเธอมีลูกชายอยู่คนหนึ่งและมีหลานชายอยู่อีกคนหนึ่ง แต่จำไม่เคยได้สักทีว่าคนไหนเป็คนไหน งั้นคุณณัฐพลที่เป็หลานก็คงจะเป็คนที่ผิวขาวๆใช่ไหมค่ะ”
“ เอ่อ ครับ”