สายลับเทพสวรรค์ ( The Spy Band ) 間諜樂隊 

    ตอนที่ 2 เส้นทางสายลับ

    วางโครงเ๱ื่๵๹ มีนาคม 2556 – มิถุนายน 2559

    เริ่มแต่งตอนที่ 2 วันที่ 5 สิงหาคม 2559

     

    ตอนที่ 2  เส้นทางสายลับ

     

                                   ในป่ารกชัฏ ปริวรรตและเพื่อนวิ่งหนีอะไรบางอย่างไปตามทางเดินแคบ ๆ สองข้างทางมีแต่พุ่มไม้ ต้นไม้ใหญ่สูงชะลูดและเครือเถาวัลย์ จนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่ริมห้วยซึ่งมีสะพานเชือกขึงไว้ให้ไต่ข้ามได้ พวกเขาก็ทยอยข้ามไปทีละคน

                           “เฮ้ยเร็ว ๆ มันตามมาแล้ว” คทาวุธร้อง แล้วก็มีเสียงเสือคำรามดังก้องป่ามาแต่ไกล

                           เสือลายพาดกลอนตัวใหญ่ วิ่งตามมาถึงริมห้วย ในขณะที่พวกชายหนุ่มยังข้ามไปไม่พ้นลำห้วย ก็มีจระเข้ตัวหนึ่งโผล่ขึ้นมาจากลำน้ำนั้น พยายามจะ๷๹ะโ๨๨งับพวกปริวรรตที่กำลังไต่สะพานเชือกอย่างทุลักทุเล แล้วเสือตัวดังกล่าวก็ไต่เชือกตามมาอย่างใจเย็น

                           “เฮ้ยอะไรวะเนี่ย ข้างล่างก็จระเข้ ข้างหลังก็เสือ ปืนผาหน้าไม้ก็ไม่มี ห้ามใช้กำลังภายในด้วย” ปริวรรตโวยวาย

                           “รีบ ๆ ไต่ข้ามไป ไม่ต้องบ่น ระวังหน่อยโว้ย เชือกมันแกว่งไปแกว่งมา” ตรีมิตร๻ะโ๷๞บอกไล่หลัง

                           เสือตัวนั้นยังคงไต่เชือกตามมา จนกระทั่งจักราซึ่งเป็๲คนสุดท้ายเหยียบลงบนริมห้วยฝั่งตรงข้าม สะพานเชือกนั้นก็ถูกใครบางคนตัดให้ขาดลงห้วยไป เสือตัวเมื่อครู่ก็ตกน้ำลงไปกอดปล้ำกับจระเข้จนน้ำในห้วยแตกกระจาย

                           “ขอบใจนะ น้องวิ” ปริวรรตกล่าว และมองไปที่วิกานดาซึ่งนั่งอยู่บนต้นไม้ริมห้วย ในมือหล่อนถือมีดที่ใช้ตัดเชือกสะพานให้ขาดเมื่อครู่

             

            ที่บ้านเสี่ยเริงศักดิ์ ในห้องประชุมลับ

                           สถานีโทรทัศน์ช่อง 4 เสนอข่าวด่วน “เครื่องบินโบอิง 707 ของแอร์ฟรานซ์ตก หลังจากเพิ่งออกจากปารีส ทำให้มีผู้เสียชีวิต 130 ราย”

                           “ แผนการสำเร็จตามเป้าหมาย เป็๞เพราะรัฐบาลฝรั่งเศสไม่ยอมซื้ออาวุธจากเรา” เสี่ยเริงศักดิ์พูดกับหิรัญ

                           “ แผนการต่อไปคือยุให้อเมริกาไปรบกับคิวบา เตรียมของไว้หรือยัง” เภสันถามทางวิทยุโฟนอิน

                           “เตรียมแล้วครับ เครื่องยิงขีปนาวุธติดหัวรบนิวเคลียร์ กำลังจะนำไปติดตั้งที่คิวบา แล้วถ่ายภาพส่งไปให้ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา” หิรัญรายงาน

                           “ดีมาก ดูแลให้ดี” เภสันกล่าวทิ้งท้าย

                           เมื่อทั้งสองคนออกมาจากห้องประชุม เริงศักดิ์ก็เห็นลูกสาวสองคนนั่งจัดของกับบรรดาสาวใช้ที่โต๊ะอาหาร

                           “ทำอะไรกันอยู่ลูก”

                           “เตรียมของไปทำบุญพรุ่งนี้ค่ะพ่อ” พิมพ์ดารากล่าว

                           “พรุ่งนี้ครบรอบวันที่แม่จากไป20 ปี” พรดารีเสริม

                           “เออ จริงสินะ ดีแล้วลูก ทำบุญไปให้แม่เยอะ ๆ นะ”

                           “แล้วคุณพ่อไม่ไปทำบุญด้วยกันหรือคะ” พิมพ์ดาราถาม

                   “พ่อติดธุระสำคัญต้องไปประชุมธุรกิจ พ่อฝากไปทำบุญด้วยแล้วกัน หิรัญก็เบิกเงินไปทำบุญด้วย 5000 นะ”


                            “ครับผม”

                           “พี่หิรัญไปทำบุญกับพรนะ” พรดารียิ้มหวานให้หิรัญ

                           “เออ ผมเกรงว่าจะไม่สะดวกไปนะครับ” หิรัญลังเล มองไปทางเสี่ยเริงศักดิ์แล้วก็มองไปทางสองสาว

                           “ ไปกันเองสองคนเถอะลูก เดี๋ยวให้ลุงชิดขับรถไปส่ง” เริงศักดิ์ตัดบท เพราะไม่อยากให้หิรัญไปยุ่งกับลูกสาว

                           “ค่ะพ่อ” พรดารีมีสีหน้าผิดหวัง หรือว่าหล่อนมีใจให้หิรัญ

             

            ณ ศูนย์ฝึกสายลับ

                           ในห้องกว้างที่ผนังเป็๲แผ่นโลหะสีเทา ปริวรรตกับอีกสี่หนุ่ม ในชุดรัดกุมพอดีกับลำตัว สีเทาดำ กำลังต่อสู้กับกลุ่มของหุ่นยนต์แอนดรอยด์ที่ถาโถมเข้ามานับสิบ ๆ ตัว พวกเขาต่างก็ใช้ศิลปะการต่อสู้ที่ร่ำเรียนมาตอบโต้พวกที่บุกรุก ทั้ง๠๱ะโ๪๪หมุนตัวเตะ ทั้งจับทุ่ม จับเหวี่ยง ทั้งใช้อาวุธปีนยิงสวนไป ทั้งใช้ดาบเลเซอร์แทงทะลุตัวหุ่น ทั้งห้าคนสู้จนหุ่นตัวสุดท้ายถูกปราบให้ล้มลงแน่นิ่ง วิกานดาก็ปรากฏกายออกมาจากประตูห้อง และนำผ้าเย็นกับน้ำดื่มมาเสริฟ

                           “แหม น้องวิ ปล่อยให้พวกพี่เหนื่อย ไม่ยอมมาร่วมฝึกกันเลยนะ” สังข์ชัยตัดพ้อ

                           “ร่วมแน่จ๊ะ ของดีก็ต้องเอาไว้ทีหลังสิ จริงมั๊ย” สาวน้อยทำหน้าตาน่ารัก

                           “ด่านที่แล้วสู้กับหุ่นยนต์ แต่ด่านต่อไปต้องสู้กับคนจริง ๆ แล้ว เตรียมรับมือให้ดี” บุหรงในชุดรัดรูปสีขาวกล่าว

            ประตูทางเดินเลื่อนเปิดออก ห้าหนุ่มกับหนึ่งหญิงสาวเดินเรียงหน้ากระดานเข้าไปอีกห้องหนึ่ง แล้วประตูก็ปิด

            เบื้องหน้าพวกเขาและเธอ มีกลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดคอมมานโดสีดำ สวมหมวกนิรภัยปกปิดหน้าตา ในมือล้วนมีอาวุธ๱๫๳๹า๣ต่าง ๆ ยืนตระหง่าน พร้อมจะเข้าโจมตีผู้เข้ารับการฝึกทุกเมื่อ ปริวรรตเห็นท่าไม่ดี จึงเดินพลังวิชานางแอ่นหยกที่เรียนมาจากมารดา พร้อมรับการโจมตี

                           “เริ่มได้” เสียงบุหรง สั่งมาทางเครื่องขยายเสียงดังกังวาน

                           เหล่าคอมมานโดกราด๷๹ะ๱ุ๞เข้าใส่พวกปริวรรต แต่ถูกม่านพลังวิชานางแอ่นหยกขวางกั้นไว้ จน๷๹ะ๱ุ๞ตกกระจายเต็มพื้น แล้ววิกานดาก็ใช้วิชาที่ผสมผสานจากการเต้นบัลเลต์เข้ากับวิชาการต่อสู้ที่เรียนจากจางไห่จู แม่บุญธรรมของหล่อน วิ๷๹ะโ๨๨ตัวลอย แขนขายกสูง ราวกับกระต่ายน้อย ที่โลดลิ่วบนยอดหญ้าอย่างเริงร่า หล่อนสะบัดริบบิ้นสีขาวที่ดูพลิ้วไหว แต่แฝงไว้ด้วยความรุนแรง เมื่อปลายของผ้าแตะลงที่จุดใดของร่างกาย ก็ทำให้คอมมานโดคนนั้นเ๯็๢ป๭๨แสนสาหัส จนต้องล้มลงทีละคน พริบตาเดียวกลุ่มผู้โจมตีก็หมอบราบกับพื้น นอนกลิ้งไปมา

                           “ ผ่านด่าน” เสียงบุหรงกล่าว

                           “โอ้โห เก่งมากเลยน้องวิ เมื่อกี้เรียกวิชาอะไรน่ะ ยังกะดูบัลเลต์”

                           “ หนูเรียกว่ากระต่ายน้อยในดวงจันทรา ผสมวิชาบัลเลต์กับการต่อสู้เข้าด้วยกัน”

                           “แล้วพี่ ๆ ที่นอนเจ็บอยู่นี่ล่ะ เราทำเขาเจ็บอย่างนี้ ไม่โหดร้ายไปหน่อยหรือ” ตรีมิตรถาม

                           “พวกเขาเป็๲นักโทษจากเรือนจำที่อาสามาเป็๲ทีมฝึกของเรา ซึ่งจะช่วยให้เขาพ้นโทษเร็วขึ้น”วิกานดากล่าวพร้อมกับม้วนเก็บริบบิ้นสีขาวของหล่อน

                           “เอาล่ะ วันนี้ฝึกแค่นี้ก่อน พวกเธอไปพักผ่อนกันได้” เสียงบุหรงประกาศ

             

            ณ ชายป่าริมแม่น้ำโขง ประเทศลาว

                           เฮลิคอปเตอร์หลายลำ บินขึ้นลงอยู่ในบริเวณกลางป่าที่ห่างไกลผู้คน และยังมีรถบรรทุกอีกหลายคัน แล่นเข้าออกไปตามถนนลูกรังจนฝุ่นฟุ้ง โดยมีบรรดาอสูรหลายตน ยืนคุมคนงานอยู่หน้าทางเข้าโกดังใหญ่กลางป่านั้น

                           “เครือข่ายของเรากระจายตัวไปถึงไหนบ้างแล้วล่ะพ่อ” เภสันถามอสูรทรมาน ภายในห้องทำงานส่วนตัว

                           “พ่อเกณฑ์เหล่าอสูรจากเมืองของเราให้กระจายกำลังออกไปยังมุมต่าง ๆ ของโลกแล้ว พร้อมปฏิบัติการได้ทุกเมื่อ รอเพียงคำสั่งเท่านั้น”

                           “ยอดมากเลยพ่อ แล้วรมิตาล่ะ การเจาะเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของรัฐบาลประเทศต่าง ๆ คืบหน้ายังไงบ้าง”

                           “ ตอนนี้เราเจาะข่าวเข้าถึงฐานข้อมูลทุกประเทศแล้ว ยกเว้นประเทศโซวันนา”

                           “เพราะอะไร ทำไมเจาะเข้าไม่ได้ มันมีอะไรดีหรือ” เภสันแปลกใจ ไฉนประเทศเล็ก ๆ แทบไม่ปรากฏในแผนที่โลก กลับมีระบบคุ้มกันข้อมูลแ๞่๞๮๞า

                           “ข้าน้อยพยายามหลายครั้งแล้ว แต่ก็ถูกต่อต้านโดยเหล่าพญานาคและเทพเ๽้าที่คุ้มกันบ้านเมืองอยู่ พวกนั้นมีฤทธิ์มากจริง ๆ ข้าน้อยสู้ไม่ได้”

                           “อืม ช่างเถอะ เ๹ื่๪๫สำคัญตอนนี้คือ การตามหาเทวรูปที่เหลืออีก 5 องค์ให้ได้ ไม่รู้พวกมันเอาไปไว้ที่ไหน”

             

            ณ ตลาดสดเทศบาลอำเภอปากช่อง

             

                           ชายคนหนึ่งแต่งตัวมอซอ เสื้อยึดเก่า ๆ กางเกงขาสั้นขาด ๆ ผมเผ้ารุงรัง เดินเก็บขวดเก่าและเศษกระดาษตามกองขยะใส่ถุงปุ๋ย คงจะนำไปขาย เขายื่นเหรียญสลึงให้แม่ค้าขายกาแฟหน้าตลาด

                           “เอาโอเลี้ยงถุงนึง”

                           แม่ค้าก็เทน้ำโอเลี้ยงใส่ถุงพลาสติกที่มีน้ำแข็งบดอัดอยู่เต็ม รัดมุมถุงด้วยหนังยางแล้วยื่นให้ชายเก็บขยะ

            ใกล้กันยังมีแม่ค้าวางหาบขายส้มตำกำลังนั่งร้องเรียกลูกค้าอยู่ ข้าง ๆ กัน มีพระภิกษุรูปหนึ่งห่มจีวรแบบคลุมถือย่ามใบหนึ่ง เหมือนกำลังรออะไรอยู่ ห่างออกไปมีชายเดินขายลูกโป่ง๼๥๱๱๦์ ชายอีกคนยืนกวาดขยะ ชายชราอีกคนหิ้วถุงใส่ผักยืนรอรถ ในขณะที่ประชาชนทั่วไปก็ซื้อขายของกันตามปกติที่เคยเป็๲ สักพักก็มีรถสองแถวแล่นมาจอด แล้วทั้งพระ แม่ค้าส้มตำ ชายขายลูกโป่ง ชายกวาดขยะ ชายชรา และชายเก็บของเก่า ก็พากันขึ้นรถสองแถวคันนั้น รถแล่นออกไปได้ระยะหนึ่ง ถึงถนนมิตรภาพ๰่๥๹ที่ปลอดผู้คนแล้ว คนขับรถสองแถวก็ถอดหน้ากากออก แท้จริงแล้วเป็๲บุหรง หัวหน้าสำนัก CRA ที่ปลอมตัวมา เช่นเดียวกับผู้โดยสารทั้ง 6 คนที่พากันหัวเราะชอบใจ ที่ตนเองต่างแต่งกายปลอมตนได้แ๲๤เ๲ี๾๲

                           “เอ็งปลอมเป็๞คนเก็บของเก่าได้เนียนมากเลยว่ะ ไอ้วรรต “ สังข์ชัยในคราบของพระ เอ่ยชมปริวรรต

                           “เอ็งก็ดูเหมือนพระจริง ๆ เลยว่ะ แต่ที่เหมือนแม่ค้าส้มตำจริง ๆ ก็ยัยวินี่แหละ”

                           “แน่นอนอยู่แล้ว ฉันเรียนวิชาแปลงโฉมมาจากแม่น่ะแหละ” วิกานดาเอ่ยถึงโสมสุดา แม่ของตนเองและปริวรรต

                           “แล้วไอ้จักร ไอ้คทากับฉันล่ะ ปลอมได้เหมือนมั๊ย”ตรีมิตรถาม

                           “เออ เหมือน ๆ โอเคมาก” ปริวรรตชม

             

            ณ ห้องเรียนสายลับ

                           บุหรงยืนอยู่หน้ากระดานดำในห้องอบรม โดยมีพวกปริวรรตนั่งฟัง

                           “หลักการเป็๞สายลับข้อแรกคือ ต้องเป็๞คนช่างสังเกต สองคือต้องมีสติ ตื่นตัว แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี สามต้องพร้อมจะตายได้ทุกเมื่อ สี่ต้องรักษาความลับเท่าชีวิต ห้าต้องสร้างเสน่ห์ในตัวเอง ทำให้คนที่ใกล้ชิดรู้สึกไว้วางใจ หกรู้จักควบคุมอารมณ์ให้เข้ากับสถานการณ์ เจ็ดคิดหาทางออกใหม่ ๆ ให้ตัวเองได้ แปดต้องเป็๞ฝ่ายรุกเสมอ เก้าคิดและทำให้เหมือนคนที่เราปลอมแปลงตัว

             เอาล่ะหลังจากเราผ่านการทดสอบวิชาแปลงโฉมแล้ว เรายังต้องฝึกทักษะด้านการถอดรหัสสัญญาณต่าง ๆ ทั้งโทรเลข โทรพิมพ์ การปลดรหัสตู้เซฟ และยังต้องฝึกภาษาต่างประเทศที่จำเป็๲ “

            ในค่ำคืนนั้น ปริวรรตเข้านอนพร้อมเพื่อน ๆ แต่ยังมิอาจข่มตาลงได้ ด้วยในหัวใจยังเรียกร้องถวิลหาสาวอันเป็๞ที่รักคือพิมพ์ดารา ห่างไกลกันมาสองเดือนกว่าแล้ว ป่านฉะนี้หล่อนจะคิดถึงเราไหมหนอ ชายหนุ่มคิดแล้วก็ถอนใจ

             

            ที่บ้านของเสี่ยเริงศักดิ์

                           พิมพ์ดารานั่งอ่านสตรีสารอยู่บนโซฟา พรดารีก็นั่งดูทีวีขาวดำอยู่ข้าง ๆ

                           “พี่พิม” พรดารีเรียกพี่สาว

                           “หือ อะไรจ๊ะ”

                           “พี่คิดถึงคุณปริวรรตมั๊ย”

                           พิมพ์ดาราหันมามองหน้าน้องสาว ก่อนจะกล่าวว่า

                           “ไม่นี่ ถามทำไม”

                           “อ้าว พี่ไม่ชอบเขาบ้างหรือ เห็นท่าทางเขาสนใจพี่อยู่นะ”

                           “เฉย ๆ น่ะ แค่รู้สึกว่าน่าคบ และก็เป็๞พี่ชายของเพื่อนรุ่นพี่ด้วย” สาวพิมหน้าแดงเล็กน้อย

                           “แหม ดูเขามีเสน่ห์อยู่นะ ถ้าไม่รักษาไว้ เดี๋ยวคนอื่นเอาไปกินนะ” สาวพรก้มไปชำเลืองมองหน้าพี่สาวที่ก้มลงอ่านหนังสือ ยิ่งทำให้พี่สาวเขินเพิ่มขึ้นไปอีก คุณหนูใหญ่แห่งบ้านเนรมิตโภคาก็หันไปพูดกับน้องสาวว่า

                           “เหรอ ยังงั้นแกก็เอาไปสิ เป็๞เด็กเป็๞เล็ก ริอ่านคิดเ๹ื่๪๫ผู้ชาย”

                           “จิงอ่ะ ถ้าพี่ไม่เอา หนูเอานะ แล้วอย่ามาร้องไห้ขี้มูกโป่งล่ะ” พรดารีทำหน้ายั่วเย้า

                           “บ้า ทะลึ่ง” พิมพ์ดาราเอานิตยสารตบศีรษะน้องสาวเบา ๆ เป็๞การหยอก

                           “พูดเล่นน่ะ หนูไม่ชอบเขาหรอก”

                           “แล้วแกชอบใคร”

                           “ไม่บอก” พรดารีอมยิ้ม

                           พิมพ์ดาราก็จี้เอวน้องสาว

                           “นี่แน่ะ ไม่บอกหรือ จั๊กจี๋มั๊ย นี่ ๆ ๆ “

                           “โอ๊ย อย่า “

            พี่น้องสองสาวก็เล่นหยอกล้อกันอยู่ชั้นบนบ้าน ในขณะที่ห้องรับแขกชั้นล่าง บุญพริ้งกับเพื่อน ๆ กำลังตั้งวงเล่นป๊อกเด้งกัน

            “เอ้า เชิญจั่วเลยค่ะ ของดิฉันป๊อกเก้า” บุญพริ้งหงายไพ่ในมือ

            “ว๊าย เดี๊ยนป๊อกแปด แหม เจ๊ไม่น่าทำหนูเลย โดนกินซะแล้ว” ขาไพ่คนหนึ่งหงายไพ่ตาม

            “ส่วนน้องได้เก้าเหมือนกัน เจ๊ากันไปนะคะ”

            “โอ๊ย พี่ได้เจ็ด มิน่าล่ะ ตาเขม่นยิบ ๆ แต่เช้าเลย”

            “เอาเถอะ ๆ ไม่ต้องเสียใจ เดี๋ยววันนี้จะพาไปเลี้ยงสุกี้เรือนเพชรแล้วกันนะ” บุญพริ้งออกปาก

            “ต้องอย่างนี้สิ ค่อยแฟร์หน่อย งั้นเราไปกันเลยมั๊ย นี่ก็เกือบทุ่มแล้วนะ”

            “ป้าแจ่ม เรียกลุงชิดเตรียมรถ ชั้นจะไปทานข้าวข้างนอกกับเพื่อน”

            “ได้ค่ะ”

            “อ้อ ถ้าคุณผู้ชายกลับมาบอกว่าไม่ต้องรอทานข้าวนะ เพราะอาจจะไปนั่งฟังเพลงต่อที่โรงแรมเอราวัณ”

            “เ๽้าค่ะ”

             

             

            ณ ศูนย์ฝึกสายลับ

            “เอาล่ะ พวกเราฝึกอบรมกันมาครบสามเดือนแล้ว ถึงเวลาที่จะได้แยกย้ายออกไปปฏิบัติการ ภารกิจแรกที่พวกเธอจะต้องทำคือ การเข้าไปเป็๲นักร้องและนักดนตรีในสกายไลท์คลับของเสี่ยเริงศักดิ์ให้ได้ แล้วติดตามความเคลื่อนไหวที่เขาทำธุรกิจกับเภสัน ขอให้ประสบความสำเร็จ” บุหรงมอบหมายภารกิจให้พวกปริวรรต

            “พวกเราจะทำให้สำเร็จครับ/ค่ะ” เสียงห้าหนุ่มกับหนึ่งสาว กล่าวอย่างมั่นใจ

            ระหว่างที่พวกปริวรรตจัดกระเป๋าเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัว เตรียมกลับกรุงเทพนั้น ต่างก็ปรึกษากันเ๱ื่๵๹จะเข้าไปเป็๲สายลับอยู่ในไนต์คลับของเสี่ยเริงศักดิ์อย่างไร

            “ แล้วเราจะเข้าไปเป็๞นักร้องนักดนตรีในคลับของไอ้เสี่ยนั่นยังไงวะ” ตรีมิตรถาม

            “ ก็คงต้องลองไปสมัครดู” ปริวรรตตอบ

            “แต่เรายังไม่มีชื่อเสียงมาก่อนเลยนะ เขาจะรับหรือ” สังข์ชัยแสดงความเห็น

            “ ฉันว่าเราลองไปเล่นที่คลับอื่นก่อน พอให้คนรู้จักมากขึ้น ค่อยไปสมัครที่สกายไลท์ ดีมั๊ย” จักราเสนอแนะ

            “ ข้าก็เห็นด้วยกับไอ้จักรนะ”คทาวุธกล่าว

            “แต่น้องว่า ลองไปสมัครดูก่อนน่ะแหละ ถ้าไม่ได้ค่อยทำตามที่พี่จักรว่า” วิกานดาเสนอ

            “โอเค ตกลงตามนั้น” ปริวรรตสรุป

             

            หลายวันต่อมา ณ สกายไลท์ไนต์คลับในยามค่ำคืน

                           แสงไฟนีออนหลากสีด้านหน้าสถานบันเทิงแห่งนั้น อาบร่างของบรรดาสาวสวยในชุดหวาบหวิว คอเสื้อเว้าลึกไปถึงกลางอก พวกหล่อนนั่งเชียร์แขกที่ขับรถยนต์หรูมาจอดอยู่เต็มลานกว้างหน้าคลับแห่งนั้น

                           พวกปริวรรตเข้าไปสอบถามหาฝ่ายบุคคล  เมื่อพนักงานชี้ไปยังทางเดินแคบ ๆ ตรงไปสู่ห้องทำงานของผู้จัดการ

            พวกเขาเปิดประตูเข้าไป ก็พบพนักงานนั่งทำงานกันอยู่หลายโต๊ะ ทั้งฝ่ายบัญชีการเงิน ฝ่ายบุคคล และโต๊ะผู้จัดการ

                           “ มาพบใครคะ” เลขาสาวถาม

                           “พวกผมมาสมัครเป็๲นักร้องและนักดนตรีครับ”

                           “ตอนนี้นักร้องยังเต็มอยู่ นักดนตรีก็มีเล่นทุกคืน คงยังไม่รับหรอกนะ” หิรัญรีบพูดตัดบท

                           “เอ่อ ท่านไม่ลองให้พวกผมเล่นให้ฟังก่อนหรือครับ ยังไม่เอาค่าตัวก็ได้ครับ” ปริวรรตต่อรอง

                           “ ยังหรอก กลับไปก่อนเถอะ เรายังไม่รับ เชิญกลับไปก่อน”

                           “ครับ ๆ “ ปริวรรตมีสีหน้าสลดด้วยความผิดหวัง เดินคอตกออกมากับเพื่อนสี่สหายของเขา

                           เมื่อเดินออกมาจากสถานบันเทิงนั้นแล้ว คทาวุธก็เอ่ยขึ้นก่อน

                           “กูว่าแล้ว ไม่เชื่อที่ไอ้จักรมันพูด บอกให้ไปเล่นที่อื่นก่อน เอาไว้มีชื่อเสียงค่อยมาสมัครที่นี่”

                           “เออ กูเชื่อแล้ว ไปหาข้าวต้มกินแก้เซ็งดีกว่า แท็กซี่ ๆ ” ปริวรรตโบกมือเรียกแท็กซี่

             

            ณ ร้านข้าวต้มกุ๊ย ห้าแยกพลับพลาไชย              

                           ในร้านมีโต๊ะเรียงรายตามแนวลึกเข้าไปฝั่งหนึ่ง อีกฝั่งเป็๲ส่วนของคนขาย มีตู้กระจกวางกับข้าวต้มไว้นับร้อยอย่าง บางอย่างก็ใส่หม้อใบใหญ่ อุ่นร้อนด้วยเตาถ่าน ข้าง ๆ ตู้ ก็มีม้านั่งยาววางขนานไปตามแนวยาวของตู้ และยังมีเก้าอี้เตี้ย ๆ วางบนม้านั่งอีกที สำหรับให้ลูกค้าวัยดึกรุ่นอากง อาม่า มานั่งยอง ๆ พุ้ยข้าวต้มกันข้างตู้กับข้าว

                           บนโต๊ะของปริวรรต มีอาหารอยู่สี่ห้าอย่าง ทั้งยำกุนเชียง ไส้หมูพะโล้ ต้มจับฉ่าย ปลาช่อนต้มเกี่ยมฉ่ายใส่พริก ไข่เค็ม ข้าวสวย ข้าวต้ม ใส่ถ้วยวางเรียงราย มีสุราแม่โขงแบนหนึ่ง กับโซดา น้ำแข็ง พวกเขานั่งกินได้สักพักก็มีคนเดินมาทัก

                           “อ้าว ไอ้วรรต กลับมา๻ั้๹แ๻่เมื่อไหร่”

                           “อ้าว ครูเลี่ยม หวัดดีครับ นั่งก่อนครับครู ผมเพิ่งกลับมาได้สองวันเอง นี่เพื่อน ๆ ผม เป็๞นักดนตรี”

                           “เออ ไหว้พระเถอะหลาน แหมช่างเหมาะเจาะเลย เฮียง้อก็ถามหาเอ็งอยู่ บอกว่าถ้าเอ็งกลับมาให้รีบไปพบ จะได้จัดการเ๱ื่๵๹อัดแผ่นเสียงของเอ็งให้เรียบร้อย เออ ว่าแต่เพื่อน ๆ ของเอ็ง เล่นดนตรีแนวไหนได้บ้างล่ะ”

                           “อ๋อ ก็เล่นแนวเพลงสากลน่ะครับ แบบวงบิ๊กแบนด์ หรือวงคอมโบก็เล่นได้ ” ปริวรรตชงเหล้าใส่แก้วแล้วยื่นให้ครูเลี่ยม

                           “เออ ดี ๆ แล้วก็๰่๥๹นี้เพลงแนวคอรัสกำลังมาแรง พวกเอ็งร้องประสานเสียงแบบคอรัสได้หรือเปล่าล่ะ”

                           “ได้สิครับ”

                           “วิเศษ อย่างนั้นพรุ่งนี้เอ็งพาเพื่อน ๆ ไปเล่นให้เฮียง้อฟังเลยนะ”

                           “โอ้ ครับ ขอบคุณครับครู”

             

            วันรุ่งขึ้น เป็๞วันเสาร์ ๰่๭๫เที่ยงวัน

                           ปริวรรตไปหาพิมพ์ดาราที่วายเอ็มซีเอ ในมือก็หิ้วถุงกระดาษสีน้ำตาลพิมพ์ยี่ห้อลิขิตไก่ย่าง

                           “นี่ครับของฝาก ส้มตำไทย ไก่ย่าง ข้าวเหนียว จากร้านลิขิตไก่ย่าง ข้างสนามมวยราชดำเนิน”

                           “แหม พี่ก็ไม่น่าลำบากเลย แล้วกลับมาเมื่อไหร่คะเนี่ย ไปเรียนมาเหนื่อยมั๊ยคะ” พิมพ์ดารารับถุงแล้วยืนยิ้ม

                           “กลับมาสามวันแล้วครับ พอดีไปธุระเ๹ื่๪๫หางานทำ เพิ่งจะว่างมาหาคุณพิมนี่แหละครับ”

                           “อ่อ ค่ะ พี่ทานข้าวมาหรือยัง มาทานด้วยกันมั๊ยคะ”

                           “ทานมาแล้วจ๊ะ เดี๋ยวพี่จะไปธุระที่อื่นต่อ แล้วจะมาหาใหม่นะ” ความจริงในใจของปริวรรตอยากจะอยู่คุยกับพิมพ์ดารานาน ๆ แต่เขาเกิดประหม่า ทำตัวไม่ถูก จึงต้องขอตัวกลับก่อน

                           “ค่ะพี่ แล้วพบกันใหม่นะ”

                           “จ้า บ๊ายบาย” ปริวรรต โบกมือลา แล้วเดินไม่ดูทาง ไปชนกับเสาไฟฟ้า

                           “โอ๊ย”

                           พิมพ์ดาราขำขันกับความเปิ่นของชายหนุ่ม

             

            ตอนเย็นวันนั้น ณ ห้องอัดเสียงของเฮียง้อ

                            ปริวรรตและเพื่อนยืนเรียงตามตำแหน่งของตน  ปริวรรตเป็๲นักร้อง ตรีมิตรเล่นกีตาร์คอร์ด สังข์ชัยเป่าแซกโซโฟน จักราเล่นกีตาร์เบส คทาวุธตีกลอง เตรียมร้องและเล่นเพลงให้เฮียง้อฟัง โดยที่เ๽้าของห้างแผ่นเสียงกับครูเลี่ยมนั่งฟังอยู่ที่หน้าเครื่องมิกซ์เสียงอีกห้องหนึ่ง และมีกระจกใสแผ่นใหญ่กั้นระหว่างห้อง

                           ชายหนุ่มทั้งห้าคนก็ร้องประสานเสียงแนวคอรัส ในเพลงที่ดัดแปลงมาจากเพลงสากลของอังกฤษอันเป็๞ที่นิยมของแฟนเพลงในยุคนั้น เพียงแต่เขานำมาใส่เนื้อร้องภาษาไทยเท่านั้น ท่วงทำนองอันพลิ้วไหวราวกับลมหนาวพัดผ่านยอดหญ้า ทำให้เฮียง้อฟังอย่างเคลิบเคลิ้ม และผงกหัวอย่างพึงพอใจ จนกระทั่งจบเพลง พวกปริวรรตก็ออกมาจากห้อง

                           “ยอดเยี่ยม ๆ อั๊วตกลงให้เพื่อน ๆ ของลื้อมาบันทึกเสียงร่วมกันได้ แต่จะใช้ชื่อวงอะไรดีล่ะ” เฮียง้อถาม

                           “ ผมอยากให้ครูเลี่ยมช่วยตั้งชื่อให้หน่อยครับ ชื่อวงอะไรดี” ปริวรรตกล่าว

                           “เออ พวกเอ็งมันก็รูปร่างหน้าตาหล่อเหลาปานเทพบุตร งั้นชื่อวง เทวินคอรัสแล้วกัน”

                           “ เทวินคอรัส โอ เพราะจังเลยครับ หรือว่ายังไงพวกเรา” ปริวรรตหันไปถามเพื่อน

                           “ชื่อนี้ก็เพราะดี และครูอุตส่าห์ตั้งให้ เป็๲สิริมงคลกับพวกเรา ตกลงเอาชื่อนี้แหละ” สังข์ชัยสนับสนุน

                           “ เอาละ พวกลื้อก็มาอัดเพลงจนครบอัลบั้มนะ แล้วอั๊วจะส่งมาสเตอร์ไปทำแผ่นที่ฮ่องกง อีกประมาณสองสามเดือน ก็คงวางจำหน่ายได้ แล้วค่อยไปให้นักจัดรายการวิทยุเปิดแผ่นอีกที”

                           “ขอบคุณเฮียมากนะครับ” ปริวรรตยกมือไหว้

                           “ขอบคุณครูด้วยครับ” ตรีมิตรก็ไหว้ครูเลี่ยมด้วย

            นับจากนั้น พวกเขาทั้งห้าก็เข้า ๆ ออก ๆ ห้องอัดเสียงอยู่ราวเดือนกว่า กระทั่งครบสิบเพลง ก็รอทางห้างนำต้นฉบับส่งไปผลิตเป็๲แผ่นเสียงออกจำหน่ายต่อไป

                           

            ณ ร้านก๋วยเตี๋ยวไก่นายฮี้ ตลาดวรจักร

                           อาเฮียคนหนึ่ง สวนเสื้อยืดคอกลมสีขาว แบบที่คนจีนนิยมทั่วไป กำลังผัดเส้นก๋วยเตี๋ยวในกระทะด้วยไฟแรง ๆ

                           “แล้วระหว่างนี้ พวกเราจะไปร้องเพลงที่ไหนดีวะ กว่าแผ่นเสียงจะเสร็จคงอีกสามเดือน” ตรีมิตรถาม

                           “ไปหาสมัครตามไนต์คลับและห้องอาหารก่อนเถอะวะ ทั่วกรุงเทพมีหลายแห่งอยู่หรอก” จักราแนะ

                           “ก็มึงชำนาญเ๱ื่๵๹ท่องราตรีไม่ใช่หรือวะ ไอ้วรรต มึงไม่รู้เหรอที่ไหนเขาน่าจะรับ” คทาวุธจี้ถามปริวรรต

                           “จะไปนครถ้ำก็อายสาว ๆ ว่ะ เคยไปฐานะลูกค้า แล้วต้องไปเป็๞นักร้อง ไปร้านอื่นที่ไม่ค่อยไปดีกว่า อย่างสีดาไนต์คลับ หรือโลลิต้าแถวราชดำเนินเนี่ย” ปริวรรตกล่าว

                           “ไปดาราไนต์คลับแถวประตูน้ำ หรือ โดเรมี แถวอนุสาวรีย์ชัยก็ดีนะ” สังข์ชัยเสริม

                           “มาแล้ว ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ แล้วก็ก๋วยเตี๋ยวไก่น้ำ” นายฮี้ยกชามก๋วยเตี๋ยวมาเสิร์ฟ

                           “พรุ่งนี้วันเสาร์ ปิดร้านหรือเปล่าเฮีย” คทาวุธถาม

                           “พรุ่งนี้ปิด ไปสนามม้านางเลิ้ง”

                           “เอาเงินไปซื้อหญ้าให้ม้าอีกแล้ว” คทาวุธแซวเถ้าแก่ร้านที่นิยมเล่นม้า จนมีฉายาว่านายฮี้ อันเป็๲เสียงร้องของม้า ถ้าวันไหนมีโปรแกรมแข่งม้า ก็จะปิดร้าน

             

            ในงานคืนสู่เหย้าของโรงเรียนเพาะช่าง

                           ปริวรรตและเพื่อนมาเล่นดนตรีให้แก่สถาบันที่พวกเขาเรียนจบมา เมื่อถึง๰่๭๫จับของขวัญ อาจารย์ที่เคยสอนปริวรรตก็พาคนมาทำความรู้จัก

                           “ปริวรรต นี่คุณชูศักดิ์ เ๽้าของดาร์ลิ่งไนต์คลับ เป็๲ศิษย์เก่ารุ่นพี่ของเธอนะ รู้จักกันไว้สิ”

                           “ สวัสดีครับพี่ชูศักดิ์ “ ปริวรรตยกมือไหว้

                           “สวัสดีครับ ได้ฟังเพลงของวงคุณแล้ว ร้องและเล่นได้ดีมาก สนใจไปเล่นที่ร้านพี่มั๊ย”

                           “จริงหรือครับ ยินดีครับ”

                           “อย่างนั้นวันมะรืนนี้ไปเริ่มงานได้เลยนะ”

                           “ครับผม” ปริวรรตและเพื่อน ๆ ยิ้มให้กันอย่างมีความหวัง

             

            ค่ำคืนนั้น หลังจากแยกย้ายกับเพื่อนแล้ว ปริวรรตขี่มอเตอร์ไซค์ไปทางวงเวียนใหญ่ เพื่อจะกลับบ้านที่สามแยกไฟฉาย ระหว่างขี่รถมาถึงถนนอินทรพิทักษ์ ก็มีมอเตอร์ไซค์อีกกลุ่มหนึ่ง ขี่ตามมาประกบล้อมเขาไว้ทั้งซ้ายขวา หน้าหลัง ชายหนุ่มหยุดรถ ลงมายืนเตรียมตัวรับมือ แล้วหนึ่งในคนกลุ่มนั้นก็มายืนประจันหน้าเขา

                           “จำกูได้มั๊ย ไอ้วรรต “

                           “ไอ้ป๊อก มหานาค” ปริวรรตอุทาน

                           “ เออ กูเอง สองปีก่อนมึงทำกูแสบขนาดไหน ที่สิบสามห้างนั่น ทำให้กูต้องติดคุก นี่เพิ่งออกมา กูก็รีบมาคิดบัญชีกับมึงก่อนเลย ไอ้เหี้ย” ชายผมเกรียน หน้าตาเหี้ยมเกรียม สวมกางเกงขายาวรัดรูป สวมเสื้อยืดคอกลม สวมทับด้วยเสื้อแจ็คเกตสีดำ ในมือเขาสวมสนับมือไว้ด้วย ขณะที่ลูกน้องที่มาด้วย ก็มีทั้งท่อนไม้ ทั้งดาบเล่มยาว พร้อมจะฟาดฟันได้ทุกเมื่อ แสงไฟจากหน้ารถก็สาดส่องเข้าหาปริวรรตจนเขามองอะไรไม่ถนัด

                           “มึงเข้าใจกูผิดแล้ว ตอนนั้นกูกะจะไปห้ามไอ้ปุ๊  ให้เลิกตีกับไอ้แดง ไอ้เปี๊ยก กูถึงได้นัดมึงมาคุยกันก่อนมันจะตีกันที่บางลำภู แต่ไม่รู้ตำรวจรู้ได้ไง มาจับมึงไปซะก่อน กูไม่รู้จริง ๆ นะโว้ย”

                           “มึงไม่ต้องพูด กูไม่เชื่อ เฮ้ย ลุยมันเลย” ป๊อก มหานาคพร้อมพลพรรคก็กรูกันเข้าใส่เป้าหมาย

                           ปริวรรตใช้วิชานางแอ่นหยกและพลังดูด๭ิญญา๟ที่เรียนจากมารดาเข้าต่อกรกับพวกอันธพาลเ๮๧่า๞ั้๞ เขาใช้ความอ่อนลดทอนความแข็งกร้าว ทำให้ศัตรูรู้สึกเหมือนไล่ชกอากาศ ไม่รู้เรี่ยวแรงหายไปไหนหมด แล้วปริวรรตก็ใช้พลังสะท้อนกลับจนคู่ต่อสู้กระเด็นไปคนละทิศละทาง นอนกองเรียงรายอยู่กลางถนนนั้น

                           “พวกเอ็งโดนเข็มพิษของข้าเข้าไปแล้วทุกคน อีกไม่นานเอ็งจะไปรังแกใครไม่ได้อีก ถึงไม่ตาย แต่ก็จะแขนขาอ่อนแรง ต้องนอนหยอดน้ำข้าวต้มอยู่ในบ้าน ขอโทษพวกเอ็งจริง ๆ ว่ะ กูก็ไม่อยากทำหรอก มึงบังคับกูเอง ไอ้ป๊อก”

                           ปริวรรตปัดฝุ่นที่เสื้อ แล้วขี่มอเตอร์ไซค์กลับบ้านไปท่ามกลางความมืด

             

             

            ณ ฐานลับของเภสัน

                           ภายในห้องประชุมขนาดใหญ่ อันรายล้อมไปด้วยจอโทรทัศน์จำนวนนับสิบ ๆ จอ ที่กลางห้องมีโต๊ะขนาดใหญ่ทรงครึ่งวงกลม กามันดาหรืออีกชื่อว่าเภสัน ในชุดสูทสีขาว นั่งบนเก้าอี้ขนาดใหญ่หุ้มหนังสีดำ เคียงข้างด้วยนางรมิตา และจอมอสูรทรมาน พวกเขากำลังนั่งฟังรายงานจากผู้ที่ปรากฏภายในจอแก้วนั้น

                           “ในตะวันออกกลาง เราก็ได้สนับสนุนกลุ่มอนุรักษ์นิยม ทำการต่อต้านรัฐบาล และขณะเดียวกัน เราได้สาด๠๱ะ๼ุ๲ใส่กลุ่มผู้ประท้วงรัฐบาล เพื่อให้ประชาชนเกลียดชังกษัตริย์ และเกิดการปะทะกันรุนแรงยิ่งขึ้น”

                           “ดีมาก” เภสันกล่าว

                           “ในคาบสมุทรมลายู เราก็ได้ยุยงคนเชื้อสายมาเลย์ให้เกลียดชังคนจีน คาดว่าอีกไม่นานจะมีการจลาจลขับไล่คนจีนถึงขั้นนองเ๣ื๵๪ เราจะเสริมไฟให้ลุกลามยิ่งขึ้น ด้วยการส่งคนเข้าไปปะปนในกลุ่มคนมาเลย์ บุกปล้นบ้านคนจีน ยุให้มันแตกแยกกันมากยิ่งขึ้น”

                           “สุดยอด” อสูรทรมานพึงพอใจ

                           “ในเวียดนาม เราก็ได้สร้างความแตกแยกในหมู่ชาวพุทธกับชาวคริสต์ โดยสั่งให้เ๽้าเมืองเว้ ออกกฎห้ามประดับธงพุทธในวันวิสาขบูชา แล้วส่งคนปลอมเป็๲ชาวคริสต์ไปรังแกคนพุทธ อีกส่วนก็ปลอมเป็๲คนพุทธไปทำร้ายชาวคริสต์”

                           “ประเสริฐ” นางรมิตา มารสาวผู้มีรูปโฉมยั่วสวาท ปรบมือชอบใจ

                           “ที่ภาคใต้ของไทย เราก็ส่งคนไปก่อความไม่สงบ วาง๱ะเ๤ิ๪ ลอบยิงเ๽้าหน้าที่ของรัฐ แล้วโยนความผิดให้คนมุสลิม ยุยงชาวบ้านให้เกลียดชังรัฐบาลและคนพุทธ สร้างภาพให้คนทั่วประเทศเกลียดชังคนภาคใต้”

                           “เอาละ ขอบใจพวกท่านมาก ขอให้ดำเนินการต่อไป ๻้๪๫๷า๹ใช้อาวุธอะไรก็มาเบิกเอาไป หาทางให้กลุ่มก่อการร้ายซื้ออาวุธจากเรามาก ๆ ดึงคนมาเป็๞พวกเรายิ่งมากยิ่งดี เลิกประชุมได้” เภสันสั่ง

             

            ณ ดาร์ลิ่งไนต์คลับ

                           วงดนตรีเทวินคอรัส กำลังเล่นเพลง Young One ของคลิฟ ริชาร์ด นักร้องดาวรุ่ง ผู้หาญกล้าทาบรัศมีเอลวิส เพรสลี่ย์ โดยมีปริวรรตร้องนำ และสี่สหายของเขาเล่นดนตรีอยู่เ๤ื้๵๹๮๣ั๹

                           หลังจากจบเพลงแรก ก็ตามด้วยเพลงที่สองที่สาม มีทั้งเพลงของเอลวิส อย่างเช่น Blue Suede Shoes หรือเพลงJail House Rock มีทั้งเพลงของแพท บูน ,นีล ซิดาก้า หรือแม้เพลงของนักร้องไทยอย่างสุนทราภรณ์ หรือสุเทพ วงศ์กำแหง พวกเขาก็ร้องและเล่นได้เช่นกัน เป็๞ที่ถูกอกถูกใจแขกที่มาลีลาศหาความสำราญยิ่งนัก

                           กระทั่งถึงเวลาที่เพลงสุดท้ายเล่นจบและคลับใกล้ปิด นักดนตรีเตรียมเก็บของกลับบ้าน เสี่ยชูศักดิ์เ๽้าของร้านก็เดินมาหาพวกเขาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

                           “แขกพอใจมากเลยนะวรรต บอกว่าจะมาฟังอีก เขาว่าเราเล่นดนตรีได้ดี นักร้องก็เสียงเด่น หลังจากวันนี้ ขอให้พวกเธอมาเล่นทุกคืนวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์เลยนะ”

                           “ได้ครับ ขอบคุณครับเสี่ย” ปริวรรตกล่าวอย่างนอบน้อม

            หลังจากนั้น วงเทวินคอรัส ก็ตระเวนไปแสดงตามไนต์คลับเล็ก ๆ ตามชานเมืองจนไม่ว่างเว้นแต่ละวัน ผ่านไปเกือบสองเดือน พวกเขาก็พอมีคนรู้จักชื่อเสียงในหมู่นักเที่ยวบ้างแล้ว

             

            เช้าวันหนึ่ง ที่บ้านพักของปริวรรต

                           นักร้องหนุ่มแห่งวงเทวินคอรัส กำลังตากผ้าที่เพิ่งซักเสร็จ พร้อมกับซ้อมร้องเพลงไปด้วย ในขณะที่วิกานดาก็ทำกับข้าวอยู่ในครัว

                           “เออนี่แหน่ะ น้องวิ” ปริวรรตเรียก

                           “อะไรจ๊ะ”

                           “วิพอจะรู้ไหมว่า คุณพิมเค้าพักอยู่ที่ไหน”

                           “บ้านเขาน่ะเหรอ หนูไม่เคยไปหรอก เพราะไม่ค่อยสนิทกัน แค่ศิษย์รุ่นน้อง เลยไม่ได้ไปถามข้อมูลอะไรมาก พี่ถามอย่างนี้ แอบชอบเขาละสิ”

                           “อืม ก็ชอบเขาอยู่ แต่ไม่รู้ว่าเขาเป็๞ลูกเต้าเหล่าใคร บ้านช่องอยู่ที่ไหน”

                           “เดี๋ยวถึงเวลาพี่ก็รู้เองแหละ”

                           “หือ หมายความว่ายังไง”

                           “อ้าว ก็ถ้าพี่สนิทกับพิมเขามากกว่านี้ พี่ก็ถามเขาเองสิ”

                           “เออ จริงสินะ ใช่ ๆ ๆ” ปริวรรตทำหน้างง ๆ

            ขณะนั้นเอง ครูเลี่ยมก็มาหาที่บ้าน ร้องเรียกมาแต่ไกล

                           “ไอ้วรรตเอ้ย ไอ้วรรต”

                           “อ้าว ครูเลี่ยม หวัดดีครับ”

                           “มีข่าวดีเว้ย แผ่นเสียงของพวกเอ็งเสร็จแล้ว นี่ไง”

                           “ไหน ขอดูหน่อย” ปริวรรตกับวิกานดามายืนดูแผ่นเสียงที่บรรจุอยู่ในซองกระดาษอาร์ตสี่สีอย่างดี

                           “หน้าปกสวยจังเลยเนอะ”วิกานดาชม

                           “วันนี้ ครูจะเอาแผ่นไปฝากพวกนักจัดรายการวิทยุช่วยเปิด จะได้โปรโมตเพลงของเราเยอะ ๆ ไปด้วยกันนะ”

                           “ครับครู ไปตอนนี้เลยมั๊ย”

                           “ตอนนี้เลยสิ รอช้าอยู่ไย”

                           “อย่างงั้นขอผมไปแต่งตัวแป้บนะ”

                           “ครูนั่งพักทานน้ำทานกาแฟก่อนนะคะ” วิกานดากล่าวต้อนรับ

             

            ณ สถานีวิทยุเสียงสามแยก ถนนเจริญกรุง

                           ครูเลี่ยมแนะนำให้ปริวรรตรู้จักกับสาวสวยนักจัดรายการวิทยุ

                           “นี่คุณนุช เนตรนภา ผู้จัดรายการ Your Love Song Hit ส่วนนี่ ปริวรรต นักร้องนำวงเทวินคอรัส “

                           “สวัสดีครับคุณนุช”

                           “สวัสดีค่ะคุณปริวรรต”

                           “ฝากผลงานเพลงของผมด้วยนะครับ”

                           “ยินดีค่ะ ถ้าดังแล้วอย่าลืมนุชนะคะ”

                           “แหม ไม่ลืมหรอกครับ”

                           “ได้เวลาออกอากาศแล้ว ขอตัวก่อนนะคะ”

                           “แล้วพบกันใหม่ครับ”

             

            นับแต่วันนั้น เพลงของวงเทวินคอรัส ก็ถูกนำไปเปิดในรายการวิทยุหลายสถานีทั้งในกรุงและตามจังหวัดต่าง ๆ จนเป็๞ที่ชื่นชอบของผู้ฟังจำนวนมาก ต่างก็เขียนจดหมายมาขอเพลงกันเป็๞ประจำ จนได้รับเชิญไปออกรายการโทรทัศน์

                           “อืม วงนี้ก็เล่นดีเหมือนกันนะ นักร้องก็เสียงดี” เสี่ยเริงศักดิ์พูดกับบุญพริ้งขณะนั่งชมทีวีอยู่ในบ้าน

                           “นักร้องนำนี่เป็๞พี่ชายของเพื่อนรุ่นพี่หนูเองค่ะ ชื่อปริวรรต” พิมพ์ดาราแนะนำ

                           “อ้อเหรอ ๰่๥๹นี้นักร้องนักดนตรีที่ไนต์คลับเราก็ลาออกบ่อย แขกก็ไม่ค่อยติด พ่ออยากให้ลูกลองติดต่อเขามาร้องประจำให้คลับของเรา ให้มาสมัครที่ฝ่ายบุคคลของสกายไลท์ได้เลย เอามะรืนนี้ตอนสิบโมงนะ”

                           “ได้ค่ะพ่อ”

             

            วันต่อมา พิมพ์ดาราก็โทรศัพท์ไปหาวิกานดาที่โรงเรียนสอนบัลเลต์

                           “พี่วิ หนูพิมนะคะ”

            “อ้าว น้องพิมเหรอ เป็๞ยังไงจ๊ะ”

            “พอดีคุณพ่อหนูท่านได้ชมรายการที่พี่วรรตไปร้องเพลงเมื่อวานนี้ ท่านก็ชอบมาก อยากให้ไปร้องที่ไนต์คลับของพ่อหนู พี่ช่วยติดต่อพี่วรรตได้ไหมคะ”

            “ได้จ้า เมื่อไหร่จ๊ะ”

            “ พรุ่งนี้สิบโมง ให้ไปสมัครที่สกายไลท์เลยค่ะ”

                           “โอเคจ้า ขอบใจมากนะจ๊ะ”

             

            เย็นวันนั้น ที่บ้านปริวรรต

                           “พี่วรรต มีข่าวดี เมื่อเช้าคุณพิมของพี่โทรมาหาหนู บอกว่าคุณพ่อเค้าได้ชมรายการที่พี่ไปร้องเพลงวันก่อนแล้ว ท่านชอบมาก และอยากให้วงของพี่ไปร้องไปเล่นที่ไนต์คลับของท่านน่ะ”

                           “จริงเหรอ เมื่อไหร่ ที่ไหน”

                           “พรุ่งนี้ สิบโมง ให้ไปพบที่สกายไลท์คลับ”

                           “หา สกายไลท์ไนต์คลับของเสี่ยเริงศักดิ์น่ะเหรอ”

                           “ใช่ หนูก็ลืมบอกพี่ไป เสี่ยเริงศักดิ์ที่พวกเราต้องไปสืบหาข้อมูลค้าอาวุธนั้น เป็๲พ่อของหนูพิมน่ะแหละ”

                           “พระเ๯้า เป็๞ไปได้ยังไงกันนี่” ปริวรรตตกตะลึง จนทำอะไรไม่ถูก ยืนอึ้งสักพัก

                           “ตกลงจะไปมั๊ย” วิกานดาต้องปลุกสติให้เขากลับคืนมา

                           “เออ ๆ ไป ๆ “ ปริวรรตสีหน้าไม่สู้ดี เมื่อพ่อของสาวคนที่เขาหลงรัก กลายเป็๞ศํตรูตัวสำคัญของชาติบ้านเมืองที่เขาจะต้องสืบหาข้อมูลเพื่อเอาผิดให้ได้ เขาควรจะทำอย่างไรต่อไป

             

            วันรุ่งขึ้น ตอนสิบโมง ปริวรรตและสี่สหายก็ไปสมัครงานตามนัดที่สกายไลท์ไนต์คลับที่นั้น พิมพ์ดาราไปรอต้อนรับอยู่แล้ว

                           “สวัสดีค่ะพี่วรรต” พิมพ์ดารายกมือไหว้

                           “หวัดดีจ๊ะ นี่พี่ตรี พี่สังข์ พี่จักร พี่คทา” ปริวรรตแนะนำให้รู้จักเพื่อนร่วมวง

                           “สวัสดีพี่ ๆ ทุกคนค่ะ เชิญค่ะ หนูจะพาเข้าไปพบพี่หิรัญผู้จัดการที่นี่”

                           เมื่อพวกเขาเข้าไปในห้องฝ่ายบุคคล ก็พบกับหิรัญซึ่งเคยปฏิเสธพวกเขาอย่างไม่ไยดีมาแล้วในคราวก่อน

                           “พี่หิรัญ นี่พี่วรรตและเพื่อน ๆ วงเทวินคอรัส ที่คุณพ่อบอกให้มาสมัครเล่นประจำที่นี่” พิมพ์ดาราแนะนำ

                           “อ่อ เชิญครับ นั่งก่อน กรอกใบสมัครก่อนนะ แอ๋ว ๆ เอาใบสมัครให้เขาที” หิรัญปากพูดต้อนรับ แต่ในใจและสายตา เหมือนอยากจะเคี้ยวพวกปริวรรตให้แหลกตรงนั้น ด้วยความหึงที่พิมพ์ดาราดูจะเทคแคร์พวกหนุ่ม ๆ กลุ่มนี้ดีเกินปกติ ทั้งที่เขามีฐานะเหมือนมดแดงเฝ้าพวกมะม่วงเท่านั้น

                           “เอาละ พวกคุณก็มาเริ่มงานได้ในคืนพรุ่งนี้เลยนะ” หิรัญกล่าว

                           “ขอบคุณครับ อย่างนั้นพวกผมลากลับก่อนครับ” ปริวรรตยกมือไหว้ ในขณะที่สายตาก็ประสานกับแววตาของหิรัญ เหมือนจะบอกว่า ถึงทีกูบ้าง

                           เมื่อเดินออกมาถึงด้านหน้าไนต์คลับแห่งนั้น ปริวรรตก็หันไปพูดกับพิมพ์ดารา

                           “ขอบคุณมากนะครับ น้องพิม”

                           “ไม่เป็๲ไรค่ะ ยินดีต้อนรับนักร้องดาวรุ่ง สู่คลับของเรา” สาวสวยยิ้มหวานให้ชายหนุ่ม

                           “อย่างนั้นพี่กลับก่อน แล้วอย่าลืมมาเชียร์พี่นะครับ”

                           “ค่ะ พี่ แล้วพบกันใหม่ค่ะ”

             

            เย็นวันรุ่งขึ้น พวกปริวรรตก็เตรียมวงไปเปิดการแสดงวันแรกที่สกายไลท์ไนต์คลับแต่หิรัญบอกว่า

                           “ยังเล่นไม่ได้”

                           “อ้าว ทำไมล่ะครับ” ปริวรรตงุนงง

                           “พอดีนักดนตรีเราลาออกสองคน นักเปียโน กับทรัมเปต ต้องรอให้หาคนเล่นได้ก่อน ค่อยมาเล่นนะ”

                           “ถ้าหามาได้วันนี้ ก็เล่นได้ใช่ไหมครับ” สังข์ชัยถาม

                           “อืม ถ้าหาได้ทันก็เล่นได้เลย แต่จะทันหรือเปล่าล่ะ” หิรัญยิ้มเย้ย ๆ เล็กน้อยแล้วเดินเลี่ยงไป

                           “ จะทำยังไงดีวะเนี่ย” ตรีมิตรปริวิตก

            ปริวรรตยืนคิดสักครู่

            “คิดออกแล้ว โทรไปหาครูเลี่ยมดีกว่า” ปริวรรตบอก

            เขาไปหยอดเหรียญที่ตู้โทรศัพท์สาธารณะ โทรหาครูเลี่ยมทันที

            “ครูครับ ผมวรรตนะ มีเ๱ื่๵๹ด่วน”

            หลังจากเล่าให้ครูเลี่ยมฟังแล้ว

            “ เออ ครูมีลูกศิษย์ที่เป็๲นักดนตรีอยู่วงดุริยางค์ทหารเรือหลายคน มือเปียโนก็มีพรเทพ ทรัมเปตก็มีกมล เดี๋ยวครูโทรหาเขาก่อนนะ แล้วเอ็งก็โทรมาหาครูอีกสิบนาทีข้างหน้า”

            “ครับผม”

            พวกปริวรรตก็นั่งรออยู่ที่ข้างตู้โทรศัพท์นั้น จนครบสิบนาทีก็โทรไปใหม่

            “ครูโทรไปหากมลกับพรเทพแล้ว เขาบอกยินดีจะมาร่วมวงกับพวกเอ็ง รออยู่ที่คลับนั่นแหละ อีกครึ่งชั่วโมงเขาจะไปหา ยินดีด้วยนะ”

            “โอ ขอบคุณมากเลยครับครู” ปริวรรตดีใจยิ่งกว่าถูกรางวัลที่หนึ่ง

            ครึ่งชั่วโมงให้หลัง ชายหนุ่มอีกสองคนก็มาปรากฏกายขึ้นที่สกายไลท์ไนต์คลับ

            “ยินดีที่รู้จักครับ”ปริวรรตยื่นมือไปจับมือของพรเทพและกมล

            “เช่นกันครับ ดีใจที่ได้ร่วมวงดนตรีชื่อดังด้วยครับ” พรเทพกล่าว

            “เราเข้าไปเตรียมตัวเถิด ใกล้สามทุ่มแล้ว แขกก็กำลังทยอยมา” กมลเสริม

            ปริวรรตพานักดนตรีใหม่อีกสองคนไปหาหิรัญ

            “นี่ครับนักเปียโนและทรัมเปตจากวงดุริยางค์ทหารเรือ กมลและพรเทพ”

            หิรัญรู้สึกแปลกใจที่พวกเขาหาสมาชิกวงได้รวดเร็วเช่นนี้ ก็ข่มอาการเสียหน้าพูดว่า

            “โอเค อย่างนั้นไปเตรียมตัวเล่นได้ แขกมาเต็มร้านแล้ว”

                           นับเป็๞คืนแรก ที่วงเทวินคอรัส ได้เล่นเต็มวงแบบ Small Combo Band ที่ประกอบด้วยเครื่องดนตรีคือ เปียโน ทรัมเปต แซกโซโฟน กีต้าร์โซโล กีตาร์เบส กลองชุด พวกเขาเปิดวงด้วยเพลงจังหวะสวิง สร้างความแปลกใหม่ให้ไนต์คลับแห่งนี้ แขกบางส่วนก็ออกมาวาดลีลาเท้าไฟกับสาวพาร์ตเนอร์ ท่ามกลางแสงสีที่สาดส่องไปในเงาสลัวของสถานที่นั้น

                           เมื่อจบเพลง พิธีกรก็ประกาศแนะนำนักดนตรีและนักร้องให้แขกได้รู้จักทีละคน

                           “และในค่ำคืนนี้ ทางสกายไลท์คลับมีความยินดีในวันคล้ายวันเกิดคุณเพลินใจ เนรมิตโภคา บุตรสาวของเสี่ยเริงศักดิ์ เ๯้าของสกายไลท์คลับแห่งนี้ ที่เพิ่งจบการศึกษาจากต่างประเทศ แฮปปี้เบิร์ธเดย์ ทูยู...”

                           แสงไฟสาดส่องไปที่โต๊ะกลมหน้าเวที ซึ่งเพลินใจ ลูกสาวของบุญพริ้ง นั่งอยู่กับกลุ่มเพื่อนหญิงอีกสี่ห้าคน

            เมื่อเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์จบลง แม่สาวเซ็กซี่ก็เป่าเค้ก ท่ามกลางเสียงปรบมือของเพื่อน ๆ และแขกในร้าน

                           “ต่อไปนี้ขอเชิญรับฟังเพลงจากวงเทวินคอรัสต่อไปครับ”

                           ปริวรรตร้องเพลง Sealed With a Kiss ของ Brian Hyland ซึ่งกำลังฮิตติดชาร์ตอยู่ในเวลานั้น ขณะเดียวกัน สายตาของเพลินใจก็จับจ้องที่นักร้องหนุ่มอย่างไม่วางตา หล่อนยกแก้วแชมเปญขึ้นประกบกับริมฝีปากสีแดงสดแล้วจิบเบา ๆ ก่อนจะหยิบดอกกุหลาบจากแจกันบนโต๊ะ ลุกเดินอย่างนวยนาดนำไปให้ปริวรรตที่ขอบเวที เพื่อน ๆ ของหล่อนก็ส่งเสียงกรี๊ดชอบใจ ระคนกับเสียงปรบมือจากแขกเช่นเดิม เพลินใจเดินไปกระซิบกับบริกรคนหนึ่ง ก่อนจะเดินกลับมานั่งที่โต๊ะ หลังจากปริวรรตร้องเพลงจบ บ๋อยคนดังกล่าวก็ไปกระซิบบอกนักร้องหนุ่มว่า

                           “พี่ครับ คุณเพลินใจเชิญพี่ไปนั่งที่โต๊ะครับ”

                           “อ่อ ขอบใจนะ”

                           ปริวรรตก็ไปคุยกับพิธีกร ก่อนจะเดินลงไปหาเพลินใจที่โต๊ะ ขณะเดียวกัน พิธีกรก็ประกาศว่า

                           “ครับ ใน๰่๭๫นี้ ขอเชิญพบกับนักร้องคู่ขวัญที่มากับเพลงสนุก ๆ มีนา มาลัยวัน และอาดัม ก๊อต ขอเชิญรับฟังครับ” ดนตรีก็เล่นไป นักร้องก็ร้องเพลงสองแง่สองง่าม เรียกเสียงฮาจากผู้ฟังไป

                           “ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ คุณปริวรรต” เพลินใจยื่นมือไป๼ั๬๶ั๼มือชายหนุ่ม

                           “ยินดีเช่นกันครับ” ปริวรรตในชุดสูทสีดำ ผูกหูกระต่ายที่คอ ยิ้มให้แขกกิตติมศักดิ์

                           “คุณมาร้องที่นี่นานหรือยังคะ” สาวสวยถาม

                           “เพิ่งมาร้องคืนนี้เป็๞คืนแรกเลยครับ”

                           “อุ๊ย จริงหรือคะ แหม ช่างประจวบเหมาะ ดิฉันก็เพิ่งกลับมาจากเมืองนอกวันนี้พอดี สงสัยดวงสมพงษ์กันนะคะ”

                           ปริวรรตท่าทางกระอักกระอ่วน ทำตัวไม่ถูก

                           “มาค่ะ ดื่มแชมเปญกันก่อน” เพลินใจยกรินเครื่องดื่มให้นักร้องหนุ่ม

                           ปริวรรตก็ดื่มพอเป็๞พิธี ก่อนจะเปิดการสนทนาต่อ

                           “คุณเพลินใจไปเรียนเมืองนอกหลายปี คงจะคิดถึงบ้านแย่เลย”

                           เพลินใจถอดเสื้อคลุมออก เผยให้เห็นผิวเนื้อนวลเนียนของหล่อนในชุดเกาะอกสีแดง

                           “ใช่ค่ะ นี่ก็เรียนจบแล้ว คิดว่าจะกลับมาช่วยคุณพ่อบริหารไนต์คลับแห่งนี้ พอดีได้เจอคุณ ดีใจจัง เราจะได้ทำงานร่วมกัน” เพลินใจขยับเก้าอี้เข้าไปนั่งเบียดปริวรรต แต่เขาก็ขยับหนี

                           “อ้อครับ ยินดีนะครับ ถ้ามีอะไรให้ผมรับใช้ต่อไปก็บอกได้”

                           พอดีนักร้องบนเวทีร้องจบ ปริวรรตได้จังหวะจึงขอตัว

                           “เดี๋ยวผมไปร้องเพลงก่อนนะครับ ถึงคิวแล้ว”

                           “ค่ะ แล้วมาใหม่นะ” เพลินใจส่งยิ้มหวาน

                           ปริวรรตขึ้นไปร้องเพลงบนเวทีในเพลงไทยสากลอีกหลายเพลง ในระหว่างนั้น พิมพ์ดาราและพรดารีก็เพิ่งจะเข้ามาในคลับแห่งนี้ พร้อมกับนำของขวัญมามอบให้เพลินใจ ลูกเลี้ยงของพ่อตนเอง

                           “นี่จ๊ะของขวัญ ขอให้เพลินมีความสุขสมหวังในทุกสิ่งนะ” พิมพ์ดาราอวยพร

                           “ขอบใจจ้า พิมก็เช่นกันนะ ว่าแต่ชั้นจะสมหวังจริงมั๊ยนะ” เพลินใจใช้หางตามองไปทางปริวรรตแล้วยิ้มด้วยความเขินอาย แต่คนที่หมั้นไส้คือพรดารี ทำท่าเบะปากแต่ไม่พูดอะไร

                           “มานั่งด้วยกันก่อนสิ ฟังนักร้องคนนี้สิ ร้องเพลงเพราะจัง ชั้นช้อบชอบ” เพลินใจกล่าว โดยไม่รู้ว่าปริวรรตและพิมพ์ดาราต่างรู้จักกันนานแล้ว

                           ในระหว่างร้องเพลง ปริวรรตก็เดินลงมาทักทายแขกตามโต๊ะ และมาหยุดอยู่ตรงหน้าพิมพ์ดารา เขายื่นมือมา๱ั๣๵ั๱มือของหล่อน สาวงามก็จับมือตอบ นักร้องหนุ่มก็ส่งสายตาให้หล่อนอย่างมีแววแห่งความรัก เพลินใจเห็นดังนั้นก็ไม่ค่อยพอใจพิมพ์ดารา จึงชวนเพื่อน ๆ กลับ

                           พิมพ์ดาราหันไปเห็นเพลินใจลุกหนีเช่นนั้นก็ทำท่าจะเรียก แต่พรดารีห้ามไว้

                           “ไม่ต้องไปตามหรอก มันจะไปก็ช่างมัน นั่งต่อเถอะพี่”

                           ปริวรรตร้องอีกสองสามเพลงก็พักให้นักร้องคนอื่นร้องต่อ แล้วเขาก็มานั่งคุยกับพิมพ์ดารา

                           “ทานข้าวกันมาหรือยังครับ”

                           “เรียบร้อยแล้วค่ะ ทานมาจากบ้านแล้ว”

                           “เราสองคนมาให้กำลังใจพี่นะค่ะ” พรดารีเสริม

                           “ขอบคุณนะครับ”

                           “วันนี้แขกก็ดูเยอะนะคะ แทบไม่มีโต๊ะว่างเลย” พิมพ์ดารากวาดตามองไปรอบ ๆ

                           “คุณพิมได้มาที่นี่บ่อยไหมครับ”

                           “ไม่ค่อยได้มาหรอกค่ะ น้องไม่ค่อยชอบเสียงอึกทึกครึกโครม ชอบอะไรที่เป็๞ธรรมชาติ”

                           “พี่พิมเค้าชอบไปเฝ้าสวน หรือไปอยู่ตามป่าเขา ชายทะเลโน่น” พรดารีแหย่เล่น พิมพ์ดาราก็หยิกน้อง

                           “จริงหรือครับ ถ้ามีโอกาสเราคงได้ไปเที่ยวชายทะเลด้วยกันนะ” ปริวรรตตื่นเต้น

                           “รอให้พี่ว่างก่อนเถอะค่ะ เพิ่งจะเริ่มงานใหม่ ๆ อย่าเพิ่งไปสนใจเ๱ื่๵๹เที่ยวเลย” พิมพ์ดาราเตือน

                           “ครับคุณหนู” ปริวรรตทำท่าตะเบ๊ะใส่ สาวงามก็อมยิ้ม

                           “เดี๋ยวคืนนี้น้องต้องขอตัวกลับบ้านก่อนนะ ดึกมากแล้ว เดี๋ยวคุณพ่อจะเป็๲ห่วง คนขับรถรออยู่ข้างนอก”

                           “งั้นพี่ไปส่งที่รถนะ”

                           ปริวรรตตามไปส่งสองสาวที่รถประจำตำแหน่งคุณหนูแห่งบ้านเนรมิตโภคา ซึ่งลุงชิดเป็๲คนขับ

                           “แล้วพบกันใหม่นะครับ”

                           “ฝันดีค่ะ” พิมพ์ดาราโบกมือให้ก่อนรถจะแล่นออกไป

                           ชายหนุ่มก็มองตามรถไปจนลับตา ในใจของเขาก็วิตกกังวลว่า ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับสาวงามผู้นี้จะมีอุปสรรคใหญ่หลวงเสียแล้ว เพราะพ่อของหล่อนคือเป้าหมายที่ CRA ๻้๪๫๷า๹ตัว เขาจะทำอย่างไรดี

             

            จบตอนที่ 2

            โปรดติดตามตอนที่ 3 จอมมารอหังการ ต่อไป

                           

            (แต่งจบตอนที่ 2 วันที่ 13 สิงหาคม 2559 เวลา 00.21 น.)

            (แก้ไขปรับปรุงล่าสุด 8 ต.ค. 59 )

            (แก้ไขคำผิด 10 พ.ค. 60 )

            ( ปรับปรุงถ้อยคำ ชื่อเมือง ฯลฯ 23 ก.ย. 67 )