หลังจากจัดการพญามังกรเกล็ดนิลและรวบรวมลูกแก้ววิญญาณสีทองอร่ามพร้อมชิ้นส่วนอันล้ำค่าของมันได้สำเร็จ ไท่เซวียนก็แทบจะหมดแรงยืน เขาพิงผนังถ้ำเย็นเฉียบ พยายามควบคุมลมหายใจที่หอบถี่ ร่างกายปวดร้าวจากบาดแผลที่ได้รับ แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้พักฟื้น สัญชาตญาณก็ร้องเตือนถึงอันตรายอีกครั้ง!
เสียงฝีเท้าจำนวนมากกำลังเคลื่อนที่เข้ามาใกล้บริเวณปากถ้ำอย่างรวดเร็ว! และดูเหมือนว่าพวกมันจะมากันเป็นกลุ่มใหญ่!
"เฮ้! พวกเจ้าได้ยินเสียงระเบิดเมื่อครู่หรือไม่?" เสียงทหารนายหนึ่งดังแว่วมาจากปากถ้ำ "ข้าว่ามันดังมาจากแถวนี้แหละ!"
"ข้าก็ได้ยิน! เหมือนเสียงอสูรคำรามด้วยนะ!" อีกเสียงตอบ "หัวหน้าหน่วยสั่งให้พวกเรามาตรวจสอบดู เห็นว่ามีข่าวลือแปลกๆ เกี่ยวกับผู้บุกรุก...บ้างก็ว่าเป็นนักฆ่าสวมหน้ากาก บ้างก็ว่าเป็นพวกคนป่าจากแดนเถื่อน...มั่วซั่วไปหมด!"
"ช่างมันเถอะน่า! รีบเข้าไปดูเร็วเข้า! เผื่อเจอสมบัติอะไรดีๆ!"
'แย่แล้ว! กำลังเสริมของพวกมันมาถึงเร็วกว่าที่คิด!' ไท่เซวียนสบถในใจ เขารีบเก็บลูกแก้ววิญญาณและชิ้นส่วนมังกรที่สำคัญๆ เข้าไปในแหวนมิติอย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตอนนี้พลังเวทย์ของเขายังไม่ฟื้นฟูเต็มที่ การจะปะทะกับศัตรูกลุ่มใหญ่ในสภาพนี้ย่อมไม่ใช่ความคิดที่ดีแน่! เขาเหลือบมองปากถ้ำ...เห็นเงาทหารหลายนายเริ่มปรากฏตัวขึ้น ปิดล้อมเส้นทางหนีของเขาไว้หมดแล้ว!
พลังของไท่เซวียนในตอนนี้แทบไม่เหลือ เขาครุ่นคิดอย่างหนัก 'หากสู้ตอนนี้มีแต่ตายกับตาย ต้องหาทางอื่น! ต้องแนบเนียนที่สุด!' เขามองไปรอบๆ ถ้ำที่มืดสลัว ก่อนจะตัดสินใจเคลื่อนตัวเข้าไปแอบซ่อนในเงามืดหลังโขดหินใหญ่ใกล้กับทางเดินแคบๆ ที่ทหารกลุ่มแรกน่าจะเดินผ่านเข้ามา
เมื่อทหารสามนายแรกเดินผลุนผลันหลุดออกจากกลุ่ม เข้ามาในถ้ำด้วยท่าทางที่ไม่ระวังตัวนัก ไท่เซวียนก็อาศัยจังหวะที่พวกมันกำลังกวาดตามองไปรอบๆ อย่างตื่นเต้น พุ่งเข้าจู่โจมจากด้านหลัง! 'ต้องจัดการให้เงียบที่สุด!' เขาใช้สันดาบฟาดเข้าที่ท้ายทอยของทหารนายหนึ่งที่มีรูปร่างใกล้เคียงกับเขามากที่สุดอย่างรวดเร็วและแม่นยำ!
"อั้ก!" ทหารนายนั้นทรุดลงกับพื้นทันทีโดยไม่ทันได้ส่งเสียงร้อง! ทหารอีกสองนายที่เหลือหันขวับมาด้วยความตกใจ! "ใครวะ!?"
ไท่เซวียนไม่เปิดโอกาสให้พวกมันได้ตั้งตัว เขาใช้พลังกายเฮือกสุดท้ายพุ่งเข้าใส่ทหารอีกนาย ใช้ด้ามดาบกระแทกเข้าที่ลิ้นปี่จนมันจุกและล้มลงไป ก่อนจะหันไปประมือกับทหารนายสุดท้าย การต่อสู้เป็นไปอย่างทุลักทุเลด้วยเรี่ยวแรงที่เหลือน้อยเต็มที แต่ในที่สุดเขาก็สามารถล้มทหารนายนั้นลงได้
เขารีบลากร่างทหารทั้งสามนายที่ยังคงสลบไสล (เพราะเขาจงใจไม่ฆ่าในทันที) เข้าไปซ่อนในซอกหินที่ลึกเข้าไปอีก จัดการมัดปากมัดมือพวกมันอย่างแน่นหนาด้วยเศษเถาวัลย์ที่พอจะหาได้ในถ้ำ เมื่อทหารนายที่เขาเล็งจะสวมรอยเริ่มได้สติ ไท่เซวียนก็เริ่ม "สอบถาม" ข้อมูลทันที
ไท่เซวียนกดเสียงต่ำ แววตาเย็นชา "บอกข้ามา...ค่ายของพวกเจ้าอยู่ที่ไหน? มีกำลังพลเท่าใด? หัวหน้าหน่วยลาดตระเวนที่แข็งแกร่งที่สุดคือใคร? มีเส้นทางลับสำหรับเข้าออกค่ายหรือไม่? ตอบมาให้หมด! หากคิดจะปิดบัง...ข้ามีวิธีทำให้เจ้าพูด"
ทหารนายนั้นในตอนแรกยังคงปากแข็ง ทำท่าฮึดฮัด แต่เมื่อถูกไท่เซวียนใช้ปลายนิ้วกดลงไปตามจุดชีพจรสำคัญบนร่างกาย สร้างความเจ็บปวดรวดร้าวแล่นปราดไปทั่วร่างจนแทบทนไม่ไหว (เป็นวิชาการทรมานที่เขาเรียนรู้มาจากส่วนหนึ่งของคัมภีร์อาญาสวรรค์วิถีฟ้า กล่าวถึงการควบคุมกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นของศัตรู) ในที่สุดมันก็ทนไม่ไหว คายข้อมูลทุกอย่างออกมาจนหมดสิ้น
"อ๊าา! ข้า...ข้าบอกแล้ว! ได้โปรด...ปล่อยข้าไปเถอะ!" ทหารนายนั้นละล่ำละลัก ก่อนบอกในสิ่งที่ตนรู้อย่างหมดเปลือก การทรมาณมันเจ็บปวด ถึงอย่างไรข้อมูลพวกนี้ก็ไม่ได้เป็นข้อมูลสำคัญอะไรขนาดนั้น
เมื่อได้ข้อมูลสำคัญแล้ว ไท่เซวียนก็จัดการทำให้ทหารทั้งสามสลบไปอีกครั้ง ก่อนจะรีบเปลี่ยนชุด สวมเกราะและหมวกของทหารนายที่เขาเลือกไว้ (คนที่ชื่อ "สาม" ตามที่ได้ยินพวกมันเรียกกัน) เขาซ่อนทหารทั้งสามไว้ในซอกหินที่มิดชิดที่สุด จากนั้นจึงเดินออกมาจากที่ซ่อน ตะโกนเสียงดังให้ทหารกลุ่มอื่นๆ ที่กำลังตามเข้ามาได้ยิน
"เจอผู้บุกรุกแล้ว! มันหนีไปทางนั้นแล้ว! เร็วเข้า!" เขาชี้มือไปยังทิศทางตรงกันข้ามกับที่เขาจะไป เพื่อสร้างความสับสนและเบี่ยงเบนความสนใจ ก่อนจะแฝงตัวเดินปะปนไปกับกลุ่มทหารที่กำลังทยอยเข้ามาสมทบในถ้ำ แสร้งทำเป็นว่าเพิ่งจะมาถึงและกำลังช่วยค้นหาผู้บุกรุกอย่างกระตือรือร้น
ระหว่างทางกลับค่าย ทหารสองนายที่เขาทำให้สลบ เริ่มมีท่าทีจะฟื้นตัว 'ต้องจัดการก่อนที่พวกมันจะส่งเสียง!' ไท่เซวียนอาศัยจังหวะที่ไม่มีผู้ใดสังเกต ใช้ศอกกระแทกเข้าที่ท้ายทอยของพวกมันอีกครั้งอย่างรวดเร็วและแนบเนียน ทำให้ทั้งสองสลบเหมือดไปอีกรอบ
ค่ายทหารของศัตรูที่เขาแทรกซึมเข้ามานั้นใหญ่โตและมีการป้องกันที่แน่นหนากว่าที่คาดไว้มากนัก ธงสัญลักษณ์ของหลายเมืองปักอยู่ตามจุดต่างๆ แสดงให้เห็นว่านี่เป็นค่ายผสมของหลายกองกำลังที่ร่วมมือกัน ไท่เซวียนพยายามทำตัวให้กลมกลืน สังเกตการณ์และจดจำเส้นทางต่างๆ อย่างเงียบเชียบ เขาเห็นทหารหลายคนมีท่าทีอิดโรยจากการสู้รบ และหลายคนก็มีบาดแผล
ด้วยสภาพที่ดูอิดโรย และร่องรอยบาดแผลตามร่างกาย ที่เขาจงใจไม่ปกปิดทั้งหมด ทำให้เขาถูกทหารพยาบาลนายหนึ่งเรียกให้ไปรวมกับกลุ่มทหารผู้บาดเจ็บคนอื่นๆ เพื่อรอรับการรักษาที่ค่ายพยาบาลซึ่งตั้งอยู่บริเวณส่วนหลังของค่าย
"เฮ้! พวกเจ้าได้ยินข่าวลือเรื่องหมอหญิงคนใหม่รึยัง?" ทหารนายหนึ่งที่แขนเข้าเฝือกกระซิบกับเพื่อนร่วมชะตากรรมที่นั่งอยู่ข้างๆ "เขาว่ากันว่านางงดงามราวเทพธิดาเลยนะ สวยทะลุหน้ากากที่นางสวมอยู่เลยล่ะ!"
"ข้าก็ได้ยินมาเหมือนกัน! แถมยังมือเบา รักษาเก่งอีกต่างหาก ไม่รู้ว่าพวกเราจะมีวาสนาได้เห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของนางหรือไม่" อีกคนตอบด้วยน้ำเสียงเพ้อฝัน "แต่ระวังหน่อยก็ดีนะ ข้าได้ยินว่านางไม่ค่อยชอบให้ใครจ้องมองนานๆ"
ไท่เซวียนฟังบทสนทนานั้นด้วยความรู้สึกที่เฉยเมย 'พวกทหารนี่ วันๆ คงไม่คิดเรื่องอื่นนอกจากสตรีสินะ'
ไม่นานนัก ชื่อปลอมที่เขาใช้ก็ถูกเรียก "สาม! เข้าไปได้!" เขาเดินตามนายทหารพยาบาลเข้าไปในกระโจมรักษาขนาดใหญ่ ภายในนั้นมีเตียงผู้ป่วยเรียงรายอยู่หลายเตียง และมีสตรีในชุดนักบุญสีขาวสะอาดหลายคนกำลังสาละวนอยู่กับการรักษาผู้บาดเจ็บ แต่แล้วสายตาของเขาก็ไปสะดุดเข้ากับสตรีผู้หนึ่งซึ่งกำลังยืนตรวจดูอาการของทหารที่นอนอยู่บนเตียง นางสวมผ้าปิดปากสีฟ้าอ่อนที่เข้ากับสีผมของนางอย่างลงตัว ปิดบังใบหน้าครึ่งล่างไว้ เผยให้เห็นเพียงสันจมูกโด่งได้รูปและดวงตาสีฟ้าใสดุจน้ำทะเลคู่นั้น...มันช่างคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด!
'หรือว่า...' หัวใจของไท่เซวียนเต้นแรงขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุ 'ดวงตาคู่นั้น...ข้าเคยเห็นที่ไหนมาก่อน...'
สตรีผู้นั้นเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาพอดี "เจ้าคือ...สาม สินะ มีอาการบาดเจ็บตรงไหนบ้าง?" น้ำเสียงของนางนุ่มนวลและอ่อนโยน
ไท่เซวียนถึงกับผงะ! เสียงนี้! แม้จะนุ่มนวลกว่า แต่ก็มีความคล้ายคลึงกับเสียงของ...ณิชา! สตรีที่เขาเพิ่งจะทะเลาะด้วยเมื่อไม่นานมานี้! แต่...นางคนนี้มีผมสีฟ้าคราม! และบรรยากาศรอบตัวก็ดูสงบเยือกเย็นกว่ามากนัก!
"ทะ...ท่าน...ท่านคือ...ณิชา?" ไท่เซวียนเผลอเอ่ยถามออกไปอย่างเสียมารยาท
สตรีผมฟ้าเลิกคิ้วเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ "เจ้าคงจะจำคนผิดแล้วกระมัง ข้ามิได้ชื่อณิชา" นางยิ้มบางๆ "แต่ใบหน้าของข้าคงจะไปคล้ายกับคนที่เจ้ารู้จักกระมัง"
ไท่เซวียนหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย "ขะ...ขออภัยขอรับ! ข้า...ข้าคงจะสับสนไปเอง" แต่ในขณะที่เขากำลังจะก้มหน้าหลบสายตา ภาพของหญิงสาวผมสีฟ้าที่เขาเคยเห็นในความฝันก็พลันซ้อนทับกับร่างของสตรีตรงหน้าอย่างชัดเจน! 'เป็นนาง! คนในฝันของข้า!' เขาเผลอจ้องมองนางอย่างตกตะลึงเป็นเวลานาน
"เจ้าทหารชั้นต่ำ! กล้าดียังไงมาจ้องมองคุณหนูของข้าด้วยสายตาเช่นนั้น!" ผู้ติดตามของสตรีผมฟ้าซึ่งเป็นหญิงวัยกลางคนท่าทางแข็งกร้าว เอ็ดขึ้นด้วยความไม่พอใจ
สตรีผมฟ้าโบกมือห้ามผู้ติดตาม ก่อนจะหันมายิ้มให้ไท่เซวียนอย่างไม่ถือสา "เขาคงจะยังสับสนอยู่กระมัง" นางขำเล็กน้อย ก่อนจะมองสำรวจไท่เซวียนอย่างพิจารณา "ร่างกายของเจ้าดูไม่หยาบกร้านเหมือนทหารทั่วไปเลยนะ เพิ่งจะถูกเกณฑ์เข้ามาหรือ?"
ไท่เซวียนรีบดึงสติกลับมา "ขะ...ขอรับ ข้าเป็นเพียงบัณฑิตที่เพิ่งจะถูกเกณฑ์ทหารมาได้ไม่นาน"
"เช่นนั้นรึ แล้วเจ้าชื่อแซ่อะไรเล่า?" นางถามต่อ
ไท่เซวียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาไม่ต้องการเปิดเผยตัวตนที่แท้จริง แต่เขาอยากจะพิสูจน์อะไรบ้างอย่าง "ข้าชื่อ...เซวียน ขอรับ"
ทันทีที่สิ้นเสียง! ร่างของสตรีผมฟ้าก็พลันกระตุกเล็กน้อย ดวงตาสีฟ้าใสของนางเบิกกว้างขึ้น แววตาเต็มไปด้วยความประหลาดใจระคนสับสน นางจ้องมองไท่เซวียนนิ่งราวกับกำลังค้นหาบางสิ่งบางอย่างในใบหน้าของเขา
'นาง...นางมีปฏิกิริยากับชื่อของข้างั้นรึ?' ไท่เซวียนสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงนั้นได้อย่างชัดเจน
สตรีผมฟ้าก้มหน้าลงเล็กน้อย ซ่อนแววตาที่วูบไหวของตนเอง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมายิ้มบางๆ รอยยิ้มนั้นดูงดงามแต่ก็แฝงความนัยบางอย่าง "ข้ารักษาให้เจ้าเสร็จแล้ว...ข้าชื่อ โนอา" นางแนะนำตัว "ข้าคิดว่า...เราคงจะได้เจอกันอีกในสักวัน" นางกล่าวทิ้งท้าย ก่อนจะหันไปเรียกผู้ป่วยคนต่อไป
ไท่เซวียนเดินออกจากกระโจมรักษาด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นส่ำ 'โนอา...เซวียน...ความฝัน...นี่มันเรื่องอะไรกันแน่!'
ขณะที่เขากำลังเดินครุ่นคิดอยู่นั้น พลทหารสองนายที่เพิ่งออกมาจากกระโจมรักษาก็เดินเข้ามาทักทาย "สหาย...เจ้าเองก็โชคดีนักที่ได้ท่านหมอโนอารักษาให้" นายทหารคนแรกกล่าว "ข้าโดนธนูที่แขนเมื่อวาน เจ็บปวดทรมานแทบขาดใจ พอท่านหมอโนอาแตะเพียงนิดเดียว ความเจ็บปวดก็หายไปราวกับปลิดทิ้ง!"
"ใช่ๆ" นายทหารอีกคนเสริม "ข้าเองก็ถูกอสูรตะขาบพิษกัดที่ขา พิษมันร้ายแรงนัก หมอคนก่อนๆ ส่ายหน้ากันหมด แต่ท่านหมอโนอากลับปรุงยาถอนพิษให้ข้าได้ในพริบตา! นางคือเทพธิดามาโปรดโดยแท้!"
ไท่เซวียนฟังอย่างสนใจ "ท่านหมอโนอา...นางเป็นใครมาจากไหนกันรึ? เหตุใดจึงมีฝีมือล้ำเลิศเพียงนี้?"
"พวกข้าเองก็ไม่ทราบแน่ชัด" นายทหารคนแรกตอบ "บ้างก็ว่าเป็นธิดาเทพจากแดนไกล บ้างก็ว่าเป็นศิษย์เอกของปรมาจารย์โอสถที่มาช่วยเหลือค่ายเราเป็นการชั่วคราว แต่ที่แน่ๆ คือนางเพิ่งจะมาถึงค่ายได้ไม่นาน แต่ชื่อเสียงด้านการรักษาก็เลื่องลือไปทั่วแล้ว"
ไท่เซวียนขมวดคิ้วมุ่น 'นี่มันเรื่องอะไรกันแน่? โนอา...ณิชา.....พวกนางเป็นใครกัน' เขารู้สึกว่าตนเองกำลังก้าวเข้าไปพัวพันกับปริศนาที่ซับซ้อนเกินกว่าจะคาดเดาได้
ภายในกระโจมรักษา หลังจากที่ไท่เซวียนจากไปแล้ว ผู้ติดตามของโนอาก็เอ่ยถามด้วยความไม่พอใจ "องค์หญิงเพคะ เหตุใดจึงทรงบอกชื่อจริงของพระองค์ให้ทหารชั้นต่ำผู้นั้นทราบด้วยเล่าเพคะ! และยังให้ความสนิทสนมกับมันเกินงามอีก!"
โนอายิ้มบางๆ แววตาเต็มไปด้วยความลึกลับ "ไม่เป็นไรหรอกน่า...แค่ชื่อจะเป็นอะไรไป" นางมองออกไปยังทิศทางที่ไท่เซวียนเพิ่งเดินจากไป 'เซวียน...ชื่อนี้...ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่เหตุใดจึงรู้สึก...คุ้นเคยราวกับเคยผูกพันกันมานานแสนนาน...ช่างบังเอิญเสียจริง...หรือว่า...จะเป็นโชคชะตา...'
"แต่องค์หญิงเพคะ หม่อมฉันว่าเรากลับกันก่อนดีกว่านะเพคะ ฝ่าบาททรงเป็นห่วงพระองค์อยู่แน่ๆ หากทรงทราบว่าพระองค์แอบหนีออกมา..."
"ท่านพ่อก็ทรงห่วงเกินไป" โนอาตัดบท "ข้ามิได้ไปแนวหน้าเสียหน่อย แค่ออกมาดูโลกภายนอกบ้างจะเป็นไรไป" นางกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ แต่ในใจกลับครุ่นคิดถึงบางสิ่งบางอย่าง...บางสิ่งที่เกี่ยวข้องกับบุรุษนาม "เซวียน" ผู้นั้น...และภาพความฝันอันเลือนรางที่นางเองก็เคยประสบมาเช่นกัน...