"เมืองหลวง!"
เย่ฉวนพึมพำ "ดูเหมือนว่าต้องเป็เมืองหลวงเพียงแห่งเดียวเท่านั้น"
หลังจากฝึกฝนทักษะดาบมาได้ระยะหนึ่ง เย่ฉวนก็ออกจากหอคอยแห่งเรือนจำ
หลังจากที่เย่ฉวนออกไปแล้ว พลันก็มีเสียงกระซิบดังขึ้น "เด็กหญิงตัวน้อยคนนั้น... ดูแปลกไปสักหน่อย..."
...
เย่ฉวนกลับมาที่ห้อง ในเวลานั้นเย่หลิงก็เดินเข้ามาสีหน้าดูไม่ค่อยยินดีนัก
เย่ฉวนคลี่ยิ้ม "มีอะไรงั้นหรือ?"
เย่หลิงเดินมาข้างหน้าเย่ฉวนและพูดเสียงกระซิบ "พี่ชาย ตอนนี้เย่หลางได้ดึงดูดนิมิตแห่ง์และโลกมา ผู้คนทั้งหลายล้วนยินดีปรีดา ยิ่งไปกว่านั้น ท่านผู้เฒ่ายังจะแต่งตั้งเย่หลางขึ้นเป็ปรมาจารย์ที่อายุน้อยที่สุดอีกด้วย แล้วต่อมาเขาก็คงกลายเป็ผู้าุโสูงสุดของตระกูลเย่"
"นิมิตแห่ง์และโลก!"
เย่ฉวนขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาเคยได้ยินมาว่าผู้มีความสามารถสูงสุดที่แท้จริง เมื่อทะลวงเลื่อนขั้นได้ ก็จะเกิดปรากฏการณ์ดึงดูดนิมิตแห่ง์และโลก แต่นั่นก็เป็เพียงตำนาน มียอดอัจฉริยะซะที่ไหนในเมืองชิง! เหตุการณ์นี้ไม่เคยเกิดขึ้นกับเขา ดังนั้นบางทีจึงอาจเป็ไปได้ว่าเย่หลางเป็คนดึงดูดนิมิตนั้นให้เกิดขึ้นมา!
แต่ถ้าเป็เช่นนั้น ก็หมายความว่าเย่หลางคือยอดอัจฉริยะที่ถูกกำหนดไว้แล้ว!
ขณะนั้นเองเย่หลิงก็พลันพูดขึ้น "นิมิตแห่ง์และโลกงั้นหรือ? ช่างเถิด จะอย่างไรพี่ชายของข้าก็คือผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด"
เย่ฉวนระบายยิ้มอย่างอ่อนโยน "เ้าไม่ต้องเป็กังวล ยังเหลือเวลากว่าสิบวัน กว่าจะถึงการประลองชี้เป็ชี้ตายกับเ้านั่น เสร็จจากนั้นแล้ว ข้าจะพาเ้าออกไปจากคฤหาสน์ตระกูลเย่"
"ไปจากคฤหาสน์ตระกูลเย่?"
เย่หลิงถามขึ้นด้วยความใเล็กน้อย "ถ้าอย่างนั้นแล้ว… เราจะกลับมาที่นี่หรือไม่เ้าคะ?"
"แล้วเราจะได้กลับมาหรือไม่งั้นเหรอ?" เย่ฉวนไม่ตอบ
เขาและเย่หลิงเติบโตขึ้นที่นี่ ทั้งสองมองว่าที่นี่คือบ้านจริง ๆ แต่แล้วหลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาก็ได้พบว่าเหล่าผู้าุโตระกูลเย่ไม่เคยมีพื้นที่ในหัวใจให้สำหรับตัวเองและน้องสาวเลยแม้แต่น้อย หากไม่ใช่เพราะว่ายังใช้งานได้ ป่านนี้เขาและเย่หลิงคงได้ตายไปนานแล้ว จวบจนบัดนี้ เมื่อตระกูลเย่มีผู้ที่ดีกว่า ก็ละทิ้งเขาโดยทันที...
เย่ฉวนเคยคิดว่า หากวันหนึ่งเขาเสียสละเพื่อครอบครัว คนในตระกูลเย่ย่อมต้องเห็นแก่หน้าเขาสักสามส่วนและปฏิบัติต่อเย่หลิงเป็อย่างดี เพราะเขาทุ่มเทเพื่อส่วนรวมด้วยชีวิต แต่มาถึงตอนนี้ ดูเหมือนว่าหากเขาต้องตาย คนเป็น้องสาวคงได้พบชะตากรรม จุดจบน่าสังเวชไม่ต่างกัน!
เมื่อคิดได้ดังนั้น เย่ฉวนก็ส่ายหน้าและอมยิ้ม ชายหนุ่มลูบศีรษะเล็ก ๆ ของเย่หลิงก่อนจะเอ่ยถาม "เ้าชอบที่นี่หรือไม่?"
เย่หลิงสั่นศีรษะ "ข้าเคยชอบ เพราะที่นี่มีพี่ชายอยู่ด้วย แต่ตอนนี้ข้าไม่ชอบแล้ว ตระกูลนี้ไม่ยุติธรรมต่อท่าน ถึงแม้ว่าพี่ชายจะทุ่มเทแรงกายแรงใจลงไปมากเพียงใด แต่พวกเขาก็ยังตอบแทนเช่นนี้ ท่านผู้เฒ่าและคนอื่น ๆ ช่างไม่ยุติธรรมเสียจริง! กระทั่งบรรดาผู้าุโคนอื่น ๆ ในตระกูลเย่ก็ไม่ช่วยออกหน้าให้ท่านเลยแม้แต่น้อย คนพวกนั้น… ช่างชั่วร้ายเกินไปแล้ว"
เย่ฉวนยิ้มบางเบา "เ้าอย่าได้กังวลไป โลกใบนี้กว้างใหญ่นัก ตราบใดที่เราสองพี่น้องอยู่ด้วยกันที่ตรงนั้นก็ย่อมเรียกว่าบ้านได้!"
เย่หลิงยิ้มหวานและเข้าไปกอดเย่ฉวนแน่น "ตราบใดที่มีท่านพี่อยู่ ข้าไปที่ไหนก็ได้!"
เย่ฉวนหัวเราะออกมาเสียงดัง หลังจากใช้เวลาอยู่เล่นกับเย่หลิงพอสมควรแล้ว เย่ฉวนก็กลับเข้าไปที่หอคอยแห่งเรือนจำ
ได้เวลาฝึกฝน!
เหลือเวลาอีกสิบวันกว่าจะถึงนัดชี้ชะตาเป็ตายกับเย่หลาง เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายถึงขนาดดึงดูดนิมิตแห่ง์และโลกมาได้ เขาก็ไม่กล้าประมาท!
เย่ฉวนกางมือขวาออก ในฝ่ามือปรากฏดาบสีเงินขึ้นอย่างเงียบๆ เมื่อมองกระบี่ในมือตอนนี้ เย่ฉวนก็รู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย "ท่านผู้าุโ ตอนนี้ข้ากลายเป็เซียนกระบี่แล้วใช่หรือไม่?"
"เซียนกระบี่งั้นหรือ?"
สตรีลึกลับตะคอกเสียงเ็า "เ้ายังห่างไกลอีกมากโขนัก!"
เย่ฉวนชะงักงันไปเล็กน้อยด้วยความมึนงง "ทำไม?"
สตรีลึกลับกล่าวต่อ "มีเพียงผู้ที่เข้าใจความหมายของกระบี่และดึงเอา 'แก่นแท้' ของเต๋าแห่งกระบี่เท่านั้นจึงจะเรียกได้ว่าเป็เซียนกระบี่ ซึ่งนั่นยังไม่ใช่เ้าในตอนนี้ เ้าไม่ได้เป็แม้แต่นายแห่งกระบี่ ขนาดผู้ฝึกฝนกระบี่ก็ยังมิอาจนับว่าเป็ได้!”
เย่ฉวนหน้าแดงด้วยความอับอาย!
สตรีลึกลับกล่าวขึ้นอีกครั้ง "สิ่งที่เ้าต้องทำตอนนี้ก็คือเป็ผู้ฝึกฝนกระบี่ให้ได้เสียก่อน เด็กน้อย แล้วอย่าหาว่าข้าไม่เตือนเ้า มีผู้ฝึกฝนวิชากระบี่อยู่มากมายบนโลกใบนี้ แต่เซียนกระบี่กลับมีจำนวนน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย หากนับได้สักสิบคนบนโลกของเ้าก็ถือว่ามากแล้ว ส่วนเหตุผลนั้นเ้าจะได้รู้ในภายหลัง ข้าบอกเ้าได้แต่เพียงว่า เป็เื่ยากมากๆที่จะเข้าถึงเต๋าแห่งกระบี่”
เย่ฉวนพยักหน้า "ไม่ว่ามันจะยากสักเพียงไร ข้าก็จะลงมือทำ!"
หลังจากเหตุการณ์ขัดแย้งภายในครอบครัว เขาก็พบว่านั่นเป็ไปไม่ได้เลยที่จะให้คนในตระกูลเย่มาดูแลน้องสาวของเขา!
เขาต้องดูแลน้องสาวด้วยตัวเอง และเพื่อการนั้นชายหนุ่มจึงจำเป็ที่จะต้องแข็งแกร่ง เขาต้องแข็งแกร่งมากขึ้นยิ่งกว่าตอนนี้ให้ได้! เพราะนี่คือโลกแห่งความจริงอันโหดร้าย หากคนผู้นั้นไม่มีค่าราคาใดที่คู่ควรแล้ว ก็ไม่มีใครปฏิบัติด้วยอย่างจริงจัง!
เย่ฉวนถอนความคิดและถามด้วยน้ำเสียงลุ่มลึก "ผู้าุโ ข้าจะกลายเป็ผู้ฝึกฝนกระบี่ได้อย่างไร?"
สตรีลึกลับกล่าว "เ้าจงหั่นผมให้ขาดในกระบวนท่าเดียวซะ!"
เย่ฉวนนิ่งไปเล็กน้อย "นั่นไม่ใช่เื่ง่ายมากหรอกหรือ?"
สตรีลึกลับเยาะเย้ย "เ้าก็ทำให้ได้เสียก่อนสิ!"
เย่ฉวนดึงผมเส้นหนึ่งออกมาจากศีรษะและลงมือเฉือนเพื่อตัดมัน
เส้นผมแหลกเป็ผุยผงทันทีที่ัักับกระบี่!
เย่ฉวนตะลึงงันจนเป็ใบ้ เหตุใดเส้นผมของเขาจึงกลายเป็สภาพนี้!
ในเวลานี้เสียงของสตรีลึกลับก็ดังขึ้น "เ้ามีความแข็งแกร่งอยู่แล้ว แต่หากเ้า้าที่จะควบคุมมัน เ้าจำเป็ที่จะต้องเรียนรู้ทั้งความเร็ว การใช้งานทุกแง่มุมในการโจมตีโดยมีความเร็วลมเป็องค์ประกอบ จากการคาดการณ์ของข้า เ้าคงต้องสละเส้นผมเป็หมื่นเส้นก่อนจึงจะเข้าใจหลักการนี้"
เย่ฉวนสูดลมหายใจเข้าลึก "ข้ามีเส้นผมไม่พอหรอกน่ะ!"
ด้วยเหตุนี้ เย่ฉวนจึงเริ่มลงมือตัดผมตัวเองอย่างบ้าคลั่ง!
ข้างนอกหอคอยแห่งเรือนจำ ภายในคฤหาสน์ตระกูลเย่ถูกตกแต่งด้วยโคมไฟและผ้าม่านหลากสี บุคคลมีชื่อเสียงและมีอิทธิพลในเมืองชิงถูกเชิญมาทั้งสิ้น และไม่เพียงเท่านั้น แต่คนในตระกูลเย่เริ่มจะสำคัญตัวเองเหนือผู้ใดในเมืองชิงแล้ว!
ในปัจจุบัน ครอบครัวตระกูลเย่อาจกล่าวได้ว่าเป็ผู้มีอิทธิพลมากดังพระอาทิตย์ยามเที่ยงตรง แม้แต่คฤหาสน์ชาเต๋อเหลียน ตระกูลหลี และตระกูลจางก็ยังต้องยอมมางานฉลอง...
ในห้องประชุมคฤหาสน์ ผู้เฒ่าตระกูลเย่นั่งอยู่บนเก้าอี้ ปิดตาลงเล็กน้อย ไม่มีใครรู้ว่าเขากำลังรอคอยอะไรอยู่
ในเวลานั้นมีชายชราอีกคนหนึ่งเดินเข้ามา "ท่านผู้าุโ ชาเต๋อเหลียน ผู้นำตระกูลหลีและผู้นำตระกูลจางได้มาถึงแล้ว"
ผู้เฒ่าตระกูลเย่ลืมตาขึ้นและกล่าวอย่างเฉยเมย "เย่หยู ไปบอกเ้าพวกนั้นว่าข้ากำลังพักผ่อนอยู่ ไม่สามารถพบแขกได้ในตอนนี้ ไว้อีกหนึ่งชั่วยามค่อยมาใหม่"
เย่หยูค่อนข้างลังเล. "ท่านผู้าุโ แต่ว่านี่..."
ผู้เฒ่าตระกูลเย่ปิดเปลือกตาลงอย่างช้า ๆ "ถึงเวลาแล้วที่จะให้พวกมันรู้ว่าใครกันแน่ที่เป็ใหญ่ในเมืองชิง"