ความเงียบที่ลอยล่องอยู่ในบรรยากาศ เข้าเล่นงานกดดันจนเล็กน้ำต้องออกมารับลมที่ชานบ้าน เขานั่งเหม่อมองดวงดาวนับล้านท่ามกลางแผ่นฟ้ามืด ครุ่นคิดวกวนถึงบทสนทนาที่ผ่านมา ต้องทำใจยอมรับว่าหลังจากที่ได้พูดคุยกับยายทัม เเรกเริ่มรู้สึกสงสัยแต่หลังจากดวงตะวันตกดินเหลือเพียงบรรยากาศมืดมิดอันเงียบสงัด ความหวาดกลัวได้ก่อเกิดขึ้นอย่างไร้สาเหตุ
สายลมจากเชิงเขาพัดไร่ข้าวโพดส่งเสียงหวีดหวิวคล้ายคร่ำครวญปานจะขาดใจ จากความเหน็ดเหนื่อยทรมานที่ยืนต้นตรงกรำเเดดมาทั้งวัน เวลานี้...พรุ่งนี้...มะรืนนี้ จำใจต้องยืนต่อไป มีเพียงความตายเท่านั้นที่จะปลดปล่อยพวกมันจากความทุกข์ความขมขื่นนี้ได้
เล็กน้ำโอบกอดตัวเองพยายามขับไล่ความหวาดกลัวที่เกาะกินในใจ นึกย้อนไปในวันวานตอนยังเด็ก เขากลัวแม้กระทั่งเวลากลางวันเมื่อต้องอยู่คนเดียว แต่นั่นผ่านมากว่ายี่สิบปีแล้ว ปัจจุบันเขาเป็หนุ่มเต็มตัวอายุ35 ผ่านร้อนหนาวมาหลายฤดูกาล ประสบการณ์ชีวิตมันหล่อหลอมเขาให้เข้มแข็ง เพื่อทนอยู่ในโลกที่มีกฏหมายแต่กลับเต็มไปด้วยความรุนเเรงไร้เหตุผลนี้ให้ได้
เเต่...ณ ที่เเห่งนี้ ในดงข้าวโพดยาวเหยียดสุดสายตา เขาได้ตระหนักเเล้วว่าตนเองนั้นอ่อนเเอเพียงใด หวาดกลัวเเค่ไหน มันเหมือนของขวัญชิ้นสำคัญที่ประทานจากฟากฟ้าส่งมาให้เขา ซึ่งมาได้ตรงเป๊ะ ประจวบเหมาะถูกที่ถูกเวลาเป็ที่สุด
แสงสว่างจากบ้านหลังอื่นต่างดับมืดไปหมดเเล้ว สังคมชนบทที่เกือบทุกครัวเรือนตื่นตอนเช้า เข้านอนหัวค่ำในสมัยนี้ยังมีอยู่ เขายังคงคุ้นชินกับการนอนดึกตื่นเช้าของชีวิตในเมืองกรุง
ขณะที่เล็กน้ำจมดิ่งอยู่ในความคิดเงียบ ๆ ราวกับมีประกายไฟปะทุขึ้นในจิตใจ ลางสังหรณ์ลึกลับส่งสัญญาณความผิดปกติ จนเขาต้องหันมองไปรอบ ๆ อย่างหวาดระเเวงสงสัย บรรยากาศรอบข้างรอบตัวเงียบงันจนผิดสังเกต ไร้สุ้มเสียงราวกับพวกมันลาลับหายไปจากโลกนี้
ท้องฟ้ายามราตรีที่มีเเสงดาวประดับระยิบระยับส่องสว่าง เวลานี้กลับมืดครึ้มดำทะมึนไร้สีสัน มีเพียงแสงไฟติด ๆ ดับ ๆ จากเสาไฟฟ้าทำหน้าที่ส่องถนนข้างทางเท่านั้นที่เหลืออยู่
บรรยากาศสงัดวังเวงดลบันดาลให้ทุกสรรพชีวิตหยุดขับขาน หยุดเคลื่อนไหว ดั่งพวกมันต้องอำนาจจิตสังหารเข้มข้นที่ลอยปะปนอยู่ในมวลอากาศ ความรู้สึกกดดันหนักหน่วงเริ่มกดทับเขา จนเริ่มหายใจติดขัดเล็กน้ำเผลอมองไม้ใหญ่ยืนต้นโดดเดี่ยวข้างบ้านด้วยความตกตะลึง ตอนนี้มันดูคล้ายกับอสูรกายั์ยืนทะมึนตระหง่านสูง ตั้งท่าคล้ายกำลังก้มมองลงมา ราวกับ้าบดขยี้เหยียบย่ำเขาเหมือนเป็มดปลวกไร้ค่าไร้สำคัญ กิ่งก้านพุ่มใบที่ยื่นยาวงอกออกดั่งมันมีสามหัวหกแขน ยืนจังก้าท้าทายทุกสรรพสิ่ง
เมฆดำบดบังดวงจันทร์จนเห็นเพียงเสี้ยว คล้ายริมฝีปากของปีศาจไร้หน้ากำลังยิ้มเยาะล้อเลียนในความอ่อนแอของเขา
ทันใดนั้นตัวเขาสั่นกระตุก ขนตั้งเเต่ปลายเท้าลุกชันไล่หลังขึ้นมาถึงหนังหัวจนเส้นผมทุกเส้นชี้ชันตั้งฉาก
เล็กน้ำหันควับไปด้านข้าง มองจ้องเขม็งไปยังไร่ข้าวโพดด้านล่าง เขาสูดหายใจลึกเรียกสติรวบรวมความคิด ในความดำมืดนั้นเขาเหมือนได้ยินสียงกระซิบที่ไม่สามารถจับเนื้อหาใจความลอยมาตามสายลม มีบางสิ่งกำลังพูดคุยกันถึงบางอย่างไม่เป็ภาษา เขาพยายามเงี่ยหูตั้งใจฟังเเต่เสียงนั้นกลับลับเลือนจมหายไปในความมืด เดี๋ยวมา เดี๋ยวหาย เดี๋ยวทางซ้าย เดี๋ยวทางขวา
เล็กน้ำรู้สึกแปลกประหลาดกับทุกสิ่งในตอนนี้ เขาหันมองทุกอย่างรอบตัวที่นิ่งสนิทไม่ไหวติง เเม้กระทั่งสายลมเองยังถูกหยุดยั้ง นาทีนี้เขาน้ำรู้สึกเหมือนตนกำลังตกเป็เหยื่ออันโอชะ เป็เป้าหมายโจมตีจากมือสังหารสุดอันตรายที่แฝงตัวอดทนรอคอยวินาทีลงมือเข่นฆ่าอยู่ในความมืด
ภายใต้บรรยากาศอันลี้ลับ ไร้สีสัน ไร้ท่วงทำนอง ความดำมืดรอบด้านได้ขับดันดวงตาเเดงก่ำราวขุมนรกหลายคู่ให้ปรากฎขึ้น พวกมันพรางตัวอยู่ในทุ่งข้าวโพดรอบด้านกำลังจ้องมองมาที่เขา...
" อีหงส์!!! เอิ๊กก...อีเป็ดง่อย กูเฝ้าเชียร์เฝ้าตามแทบทุกนัด ไหนมึงบอกวันนี้เต็มสูบ กินเต็มแน่นอน ไอ้พวกกูรูผู้สันทัดทั้งหลาย มึง!!! อย่าให้กูเจอนะ กูจะกระทืบลงรูให้หมด ฮือ..ฮือ..์หนอ์ กูขอเเค่สองเม็ด มึงดันใจดีเบิ้ลให้สี่ ขอบ...คุณ...ครับ เอิ๊กก...เเต่ดั๊น...ก่อนหมดเวลามึงเจือกหนุ่มใหญ่ใจกว้างคืนให้เขาไปสาม ไอ้พ่อพระ!!! มึงทำได้ยังไง มึงทำกับกูได้ยังไง ฮือ...ซึ้งเลยกู ไอ้นกสันขวาน ไอ้นกปีกหัก กูขอให้มึงขนร่วงขนหลุด ฮือ...กินเต็มเลยกู...กินกูเต็ม ๆ "
" พี่เหลิมเบาหน่อยซิพี่ จุ๊จุ๊...เอาซะลั่นเชียว เดี๋ยวหมาก็ไล่อีกหรอก ฉันยิ่งไม่ถูกกับพวกมันอยู่ " ไฝเอื้อมมือพยายามปิดปากลูกพี่ ที่ยืนบ่นโหวกเหวกถึงทีมรักที่ตอนนี้ทำให้พวกเขาสองคนเหลือเเค่กุญเเจรถจนต้องเดินกลับบ้านด้วยความเศร้าเมามาย ขาไปราวกับเทพบุตรฉุดยังไง๊...ก็ฉุดไม่อยู่ ขากลับเวียนวน วนเวียน เหมือนผีน้อยเร่ร่อน ิญญาลอยหลุดเเทบไม่อยากกลับเข้าร่าง เพราะทำใจยอมรับความสูญเสียไม่ไหว อยากกลั้นหายใจตายให้มันรู้แล้วรู้รอด
เฉลิมเดินเซกระดกเหล้าดองอีกอึกใหญ่ ตัดพ้อถึงโชคชะตาที่แสนอาภัพราวโดนกลั่นเเกล้งจากมือที่มองไม่เห็น คอยดึงเเขนถ่วงขาเวลาเข้าได้เข้าเข็มเดิมพันก้อนใหญ่เขาใช้มืออีกข้างปัดป่ายมือเ้าไฝรุ่นน้อง บ่นสบถออกมาใม่หยุดถึงทีมสุดสวาทที่ตอนนี้เกลียดเข้าไส้ไร้เเรงรัก
" เอาเถอะพี่ ยังไงทีมพี่ก็ชนะนะ " ไฝยิ้มเเหย ๆ
" ป๊าป! นี่เเน่ะ! " ไฝกะบาลโยกหน้าคว่ำเกือบตกถนน
" ไอ้ไฝ ต้อนนี้กูไม่้าชัยชนะ ไม่้าอะไรทั้งนั้น กูเเค่้าสร้อย้ารถกูคืน พรุ้งนี้กูจะทำยังไง ถะ...ถ้าพ่อรู้กบาลบินเเน่!!! " เฉลิมยกสองมือขึ้นกุมหัว ตอนนี้เขาคล้ายกับคนบ้าไปทุกที พึมพำน้อยใจในความอับโชคของตนเอง ยืนะโรอบทิศด่าทอทุกสิ่งอย่างเหมือนกับเป็ศัตรูคู่อาฆาตจ้องจองล้างจองผลาญไม่ขออยู่ร่วมฟ้า
' ถ้าพี่เหลิมรู้ว่าฉันเเทงสวนทีมตรงข้ามละก็...ไอ้ไฝ มึง...สลบ...สนิท...หลับสไหล...จบสลวยเเน่นอน ' ไฝกลืนน้ำลายดังเฮือก เผลอล้วงกระเป๋าลูบเงินชนะเดิมพันอย่างลืมตัว มองลูกพี่ด้วยความสยดสยอง เเต่สิ่งที่เห็นตรงหน้าทำให้เขาต้องแปลกใจจนอึ้ง เมื่อเฉลิมลูกพี่สุดรักหยุดโวยวายยืนงงนิ่งเงียบอยู่กับที่
" ไฝ...ไอ้ไฝ มึงรู้สึกเหมือนกูไหม? ว่าคืนนี้มันเงียบผิดปกติ อย่าว่าเเต่หมาเเมวที่ทุกทีเดินอวดเบ่งเยี้ยวรดเขตเเดนกันให้ควัก แม้เเต่จิ้งหรีดจักจั่นเรไรก็เหมือนเป่าสากจำศีลกันหมด "
" ใช่พี่ ฉันรู้สึกตอนพี่พูดนี่เเหละ " ต่างคนต่างพร้อมเพรียงกันหันมองไปรอบ ๆ ตอนนี้ในใจทั้งสอง กลับอยากตามหาหมาแมวหรือจะเป็สัตว์อะไรก็ได้สักตัว เพื่อเพิ่มความอุ่นใจอยากมีเพื่อนข้างเคียงคอยร่วมเดินทาง
" อะวู้!!! "
" สวบ! สวบ! สวบ! สวบ! สวบ! สวบ! " เสียงต้นข้าวโพดลู่ล้มเป็ทาง เหมือมีอะไรบางอย่างกำลังพุ่งเข้ามาหาเล็กน้ำด้วยความเร็ว เขายืนตะลึงจนตื่นตระหนกพยายามเพ่งมองพวกมันคือตัวอะไรกันเเน่ เงาดำหลายร่างกระโจนขึ้นมาบนชานบ้าน!!!
" เอ๋...หมา? "
" ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ! "
" โอ้ย!!! เฮ้ย!!! อะไรวะ!!! "หมาบ้าหลายตัวกำลังรุมกัดขย่ำเขาจากทุกทิศทาง บ้างกระโจนพุ่งชนจนล้มกลิ้ง ที่เหลือเข้ายืนล้อมตัวเขาไว้รอบด้านเล็กน้ำตรวจสอบเเขนขาที่ถูกกัดเืไหลอาบ พยายามยกเเขนตั้งการ์ดสูงป้องกันใบหน้า ความเ็ปใอย่างรุนเเรงทำให้เขาแทบหมดสติจนสมองส่วนสั่งการเริ่มประมวลผลช้าลง
หมาสีขาวมีลายสีดำเป็วงกลมรอบดวงตาทั้งสองข้างคล้ายหมีใหญ่น่ารัก ทูตสันถวไมตรีจากประเทศหนึ่งในแถบเส้นทางสายไหม ถ้ายามปกติเจอหมาน้อยหน้าตาตลกราวกับสวมเเว่นกันเเดดแบบนี้ เขาไม่ลังเลจะปรี่ไปหาทันทีด้วยความเอ็นดูในความน่ารักจนหลงลืมตัว ตอนนี้มันกลับกัดขย่ำขาเขาไม่ปล่อยจนเืไหลนอง
" ผัวะ! ผัวะ! ผัวะ! ผัวะ! ผัวะ! " เขาใช้ขาอีกข้างยกกระทืบไปบนหัวของมันหลายที ขากรรไกรล่างบนขบกัดกันจนลิ้นขาดกระอักเืนอนเเน่นิ่งในที่สุด เเต่กลับมีตัวอื่นอาศัยช่องโหว่นั้นกระโจนมาเเทนที่โดยไม่ยอมให้เขาตั้งตัวทัน
ความเ็ปทั่วทั้งเเขนขาส่งผลให้เขากลับมามีสติเเจ่มชัดอีกครั้ง เขาเร่งประมวลผลหาวิธีการรับมือกับสัตว์นรกที่ดุร้ายผิดปกติพวกนี้เล็กน้ำใช้เเขนขาทั้งปัดป้อง ทั้งเตะต่อย ทุ่มเหวี่ยง วุ่นวายพัวพันกันไปหมด เขาต้องอาศัยจังหวะชุลมุนรีบโผเข้าไปในห้อง พร้อมปิดประตูลงกลอนเเต่ยังมีพวกมันไล่ตามเข้ามาได้ถึงสองตัว คอยล้อมหน้าล้อมหลังด้วยความเเคล่วคล่องว่องไว จงใจป้องกันปิดกั้นไม่ให้เขาหลบหนี
หลายตัวข้างนอกใช้ขาหน้าตะกุยประตูไม้อย่างบ้าคลั่งไม่หยุดยั้ง พยายามแทรกตัวจะเข้ามาด้านในให้ได้ บางตัวะโใช้หัวชนกระจกหน้าต่างอย่างรุนเเรงโดยไม่สนสัญชาตญาณความเ็ป จนบ้านสั่นะเืเป็ระยะ ๆ อีกตัวเข้ามาได้เเต่่ปากปลายจมูก มันพยายามสะบัดส่ายหัวไปมางัดง้างหน้าต่างไห้กว้างขึ้น เมื่อเห็นพฤติกรรมเหนือสามัญสำนึกของสัตว์นรกเหล่านี้ เล็กน้ำถึงกับงุนงงจนจับต้นชนปลายไม่ถูก เหตุใดพวกเดรัจฉานราวหลุดจากอเวจีพวกนี้ถึงจงใจเล่นงานเขาแบบกัดไม่ปล่อยราวกับตนเองไปทำเวรทำกรรมกับพวกมันไว้จากชาติปางไหน