ยามค่ำคืนปกคลุมเมืองด้วยความเงียบงันแสงตะเกียงริบหรี่ตามถนนสายหลัก ทิ้งเงายาวเหยียดทอดไปบนพื้นดิน
แต่ในเงามืด—
บางอย่างกำลังเคลื่อนไหว
ในคฤหาสน์หรูใจกลางเมือง
ชายวัยกลางคนนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลัก ใบหน้าคมเข้มแววตาเ็า
เบื้องหน้าเขา ชายสามคนนั่งคุกเข่า
ร่างกายเต็มไปด้วยาแ
“โดนเด็กวัดเล่นงาน…งั้นเหรอ”
น้ำเสียงราบเรียบ และเ็า
แต่กดดัน
“ขออภัยขอรับ…” หนึ่งในนั้นตอบเสียงสั่น “มัน…ไม่ธรรมดา”
ชายวัยกลางคนหัวเราะเบา ๆ
“ไม่ธรรมดา?”
เขายกมือขึ้นเล็กน้อย
ชายอีกคนก้าวออกมาจากด้านหลัง
ร่างสูงโปร่ง เสื้อผ้าเรียบง่าย แต่สายตา…คมกริบ
“ไปจัดการ”
คำสั่งสั้น ๆ
ชายคนนั้นพยักหน้า
“รับทราบ”
เช้าวันถัดมา
ลานวัดยังคงสงบเหมือนเดิม
เหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
แต่ภูผารู้ดี—
พายุ…กำลังมา
เขานั่งนิ่งอยู่ใต้ต้นไม้
ลมหายใจสม่ำเสมอ
จิตใจนิ่ง
แต่สัญชาตญาณ—
“เตือน”
มีบางอย่าง…ต่างไป
“ภู!”
เสียงพันดังขึ้น
“มีคนมาหามึงอีกแล้วว่ะ”
ภูผาลืมตา
ลุกขึ้นช้า ๆ
“ที่เดิม?”
พันพยักหน้า
สีหน้าไม่สบายใจ
“คราวนี้…ไม่เหมือนเดิม”
ป่าช้า
ลมพัดแรงกว่าปกติ ใบไม้ปลิวว่อนบรรยากาศเย็นเยียบผิดปกติ
ชายคนหนึ่งยืนอยู่กลางลาน
เพียงคนเดียว
แต่—
“อันตรายกว่าเดิม”
ภูผาหยุดห่างออกไป
ไม่รีบเข้า
ไม่ประมาท
ชายคนนั้นหันมา
สายตาสบกัน
เงียบ
“เ้าคือภูผา”
เสียงเรียบ
ไม่มีอารมณ์
“ใช่”
คำตอบสั้น ๆ
“ข้าได้รับคำสั่งให้ฆ่าเ้า”
ตรงไปตรงมา
ไม่มีอ้อมค้อม
ภูผาพยักหน้าเล็กน้อย
“ดี”
คำเดียว
แต่ทำให้บรรยากาศตึงขึ้นทันที
ไม่มีสัญญาณเตือน
ไม่มีการนับ
ชายคนนั้นหายไปจากจุดเดิม
ฟึ่บ!
เร็ว
เร็วกว่าใครที่ภูผาเคยเจอ
ปัง!
แรงปะทะจากด้านข้างทำให้ภูผาถอยหลังทันที
เขาฝืนตั้งหลัก
ดวงตาหรี่ลง
“เร็ว…”
อีกฝ่ายไม่หยุด
ฉับ! ปัง! ตึง!
การโจมตีต่อเนื่อง หนักและแม่นยำ
ไม่ใช่นักเลง
นี่คือ “นักฆ่า”
ภูผาหลบ
แต่เริ่มไม่ทัน
ร่างกายยังไม่ฟื้นเต็มที่
ปัง!
หมัดกระแทกเข้าลำตัว
ลมหายใจสะดุด
“จบแล้ว”
เสียงเรียบดังขึ้น
อีกฝ่ายยกมือขึ้น
เตรียมปิดฉาก
ฟึ่บ!
เสียงบางอย่างแหวกอากาศ
ลูกธนู!
ชายคนนั้นบิดตัวหลบแทบจะทันที
ฉับ!
ลูกธนูปักพื้น
เขาหันไปมอง
ภูผา…ยืนอยู่พร้อมธนู
สายตานิ่ง
“ไม่ง่ายขนาดนั้น”
เกมเปลี่ยน
ระยะห่างเปิด
ภูผาขยับถอย
ดึงระยะ
ยิง
ฟึ่บ!
อีกฝ่ายหลบ
พุ่งเข้า
เร็ว
ภูผาเปลี่ยนจังหวะ
ทิ้งธนู
ชักดาบ
ฉับ!
ดาบปะทะกัน
เสียงโลหะกระทบดังลั่น
แรงสะท้อนแล่นไปทั่วแขน
“ใช้ได้”
อีกฝ่ายพูด
แต่สายตา—
ยังเย็น
การต่อสู้ยกระดับ
เร็วขึ้น
หนักขึ้น
ดาบปะทะดาบ
หมัดสวนหมัด
ภูผาเริ่มเสียเปรียบ
ทุกวินาที—
อันตราย
แต่เขาไม่ถอย
“ลม…”
เขาหายใจลึก
นิ่ง
จังหวะเริ่มชัด
การเคลื่อนไหวของอีกฝ่าย—
เริ่ม “อ่านได้”
ฉับ!
เขาหลบ
สวน
ดาบเฉียดไหล่อีกฝ่าย
เืซึมเล็กน้อย
ชายคนนั้นหยุด
มองแผลตัวเอง
ก่อนจะยิ้ม
“น่าสนใจ”
แต่ในวินาทีนั้น—
เสียงหนึ่งดังขึ้น
“หยุด!”
หญิงสาววิ่งเข้ามา
เรือนแก้ว
ภูผาชะงัก
เสี้ยววินาที
พอแล้ว
ปัง!
แรงกระแทกจากอีกฝ่ายทำให้เขากระเด็น
ล้มลงกับพื้น
เืไหลจากมุมปาก
“โง่”
เสียงเรียบดังขึ้น
ดาบยกขึ้น
เตรียมฟัน
ฟึ่บ!
เสียงลมพัดแรง
บางอย่างพุ่งเข้ามา
เร็วเกินมอง
ฉับ!
แรงกระแทกทำให้ชายคนนั้นถอยหลัง
เขาหันไป
อรชุน…ยืนอยู่
ดาบในมือสะท้อนแสง
สายตาคมกริบ
“พอแค่นี้”
เสียงทุ้มต่ำ
หนักแน่น
ชายคนนั้นนิ่งไปครู่หนึ่ง
ก่อนจะลดดาบลง
“วันนี้…พอแค่นี้”
เขามองภูผา
“ครั้งหน้า…เ้าจะตาย”
แล้ว—
หายไป
เหมือนเงา
ความเงียบกลับมา
ภูผาหอบ
พยายามลุก
เรือนแก้วรีบเข้ามาพยุง
“ท่าน…เป็อะไรไหม”
น้ำเสียงเป็ห่วงชัดเจน
ภูผามองเธอ
ก่อนจะส่ายหน้าเล็กน้อย
“ยังไม่ตาย”
อรชุนเดินเข้ามา
มองทั้งสองคน
ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ
“เด็กเอ๊ย…”
ไม่รู้ว่าพูดกับใคร
ลมพัดผ่าน
ใบไม้ร่วง
ภูผามองไปยังจุดที่ศัตรูหายไป
ดวงตาเย็นลง
“มันแข็งแกร่ง…”
เขากำมือแน่น
“แต่…”
มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย
“ฉันจะเหนือกว่า”
เรือนแก้วยืนอยู่ข้างเขา
สายตายังไม่ละไปไหน
โดยไม่รู้เลยว่า—
เธอกำลังเข้าไปอยู่ใน “ศูนย์กลางของพายุ”