ในจวนสกุลลี่ ลี่หยายืนอยู่ข้างหน้าต่าง ดวงตาที่เคยสดใสกลับเต็มไปด้วยน้ำตา
เสียงสาวใช้ที่สาละวนเตรียมงานแต่งงานดังแว่วมาเป็ระยะ บ่าวไพร่ตระกูลลี่ล้วนวุ่นวายตระเตรียมสถานที่สำหรับพิธีในวันพรุ่งนี้ เสี่ยวลี่ สาวใช้คนสนิทของนาง พยายามปลอบโยนแต่ก็ไม่อาจห้ามน้ำตาของลี่หยาที่ไหลรินลงอาบแก้ม
“คุณหนู อย่าร้องไห้เลยเ้าค่ะ” เสี่ยวลี่ กล่าวพลางใช้ผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตาของนาง “ท่านอาจดูไม่ใจ แต่ทุกอย่างนี้เป็ไปเพื่ออนาคตของท่าน”
ลี่หยาส่ายหัว หัวใจของนางหนักอึ้ง “อนาคตงั้นหรือ? ชีวิตข้าไม่ได้เป็ของข้าเองอีกต่อไป ข้าไม่อยากแต่งงานกับเขา ข้าไม่อยากมีชีวิตที่ถูกล่ามด้วยโซ่ทองของการสมรสที่ข้าไม่ได้เลือก”
สาวใช้เสี่ยวลี่มองนางด้วยสายตาเศร้า “คุณหนู... ข้าเข้าใจเ้าค่ะ แต่หน้าที่ของสตรีในตระกูลขุนนางนั้น...”
“หน้าที่?” ลี่หยาขัดด้วยเสียงสั่นเครือ “แล้วหัวใจของข้าเล่า? ไม่มีใครคิดถึงหัวใจของข้าเลยหรือ?”
เสี่ยวลี่นิ่งเงียบ ไม่กล้าตอบ ดวงตาของนางเหลือบมองกล่องไม้ใบเล็กที่ลี่หยาเก็บซ่อนไว้ใต้มุมหนึ่งของห้อง นางรู้ดีว่าภายในกล่องนั้นเต็มไปด้วยนิยายนิยายประโลมโลกที่ลี่หยาชื่นชอบ นางมักจะเห็นคุณหนูแอบอ่านยามค่ำคืน แต่วันนี้แม้แต่นิยายเ่าั้ก็มิอาจปลอบประโลมใจลี่หยาได้
ขณะที่ลี่หยายังคงคร่ำครวญ เสียงฝีเท้าหนักแน่นของฮูหยินลี่ ผู้เป็มารดา เดินเข้ามาในห้อง แววตาของนางเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด
“ลี่หยา!” ฮูหยินลี่เอ่ยด้วยเสียงเข้ม “เหตุใดเ้าจึงยังไม่เตรียมตัวแต่งงาน? พรุ่งนี้เ้าเป็เ้าสาวแล้วนะ”
ลี่หยาหันมามองแม่ด้วยสายตาอ้อนวอน “ท่านแม่ ข้าไม่อยากแต่งงานกับเขา ข้าไม่รู้สึกอะไรกับเขาเลย”
ฮูหยินลี่ขมวดคิ้ว “ไม่อยากหรือ? เ้าเป็บุตรสาวของตระกูลหลี่ เ้าคิดว่ามีทางเลือกหรืออย่างไร? การแต่งงานครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยเหลือครอบครัว แต่ยังช่วยเสริมสถานะของเ้าอีกด้วย!”
ลี่หยากัดริมฝีปากแน่น น้ำตาไหลลงมาจากดวงตาของนาง “ข้าไม่สนสถานะ ข้าแค่้าชีวิตของข้าเอง ท่านแม่ไม่เคยฟังข้าเลย”
ฮูหยินลี่ถอนหายใจยาว นางเดินเข้ามาใกล้ลูกสาวและยกมือขึ้นแตะไหล่เบาๆ แต่ความอบอุ่นของแม่ในวันนี้กลับเ็าเหมือนดั่งน้ำแข็ง
“เ้าจะต้องเรียนรู้ว่าในชีวิตนี้มีหลายสิ่งที่เราไม่อาจเลือกได้ เ้าต้องยอมรับมันเหมือนที่ข้ายอมรับมาแล้ว” นาง กล่าวด้วยเสียงที่เยือกเย็น “เ้าจะได้เป็เ้าสาวของบุรุษผู้มีเกียรติ นั่นคือโชคชะตาของเ้า”
ลี่หยายืนนิ่ง สะอื้นเงียบๆ เสี่ยวลี่มองดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความไม่สบายใจ นางรู้ว่าคุณหนูของนางถูกบังคับ แต่ก็ไม่อาจช่วยอะไรได้
“แม่...” ลี่หยายังพยายาม กล่าวเสียงเบา “แต่หัวใจของข้าไม่ยอมรับโชคชะตานี้ ข้า...ข้าไม่สามารถ”
ก่อนที่ลี่หยาจะกล่าวจบ ฮูหยินลี่ก็เดินตรงไปที่มุมหนึ่งของห้อง สายตาของนางจดจ้องไปที่หีบไม้ใบใหญ่ที่ลี่หยาซ่อนอยู่ ััแห่งความสงสัยเริ่มปรากฏบนใบหน้า
“หีบนี่...” นาง กล่าวเสียงเบา แต่แฝงไปด้วยน้ำเสียงที่ทรงอำนาจ พลางเอื้อมมือเรียวยาวไปแตะหีบไม้ ใบหน้าของนางนิ่งเฉียบ ดวงตาเหมือนเหยี่ยวที่กำลังจ้องเหยื่อ
ลี่หยาใทันที ร่างกายของนางชาวาบ ตัวแข็งทื่อราวกับถูกสะกดด้วยความกลัว
สายตาของนางเบิกกว้างเมื่อเห็นมารดากำลังจะเปิดเผยความลับที่นางเก็บซ่อนไว้ ความหวาดกลัวสะท้อนผ่านดวงตาของลี่หยา
นางพยายามรวบรวมความกล้า กล่าวออกมาเสียงสั่นเครือ
“ท่านแม่ อย่าเปิดมันเลยเ้าค่ะ... มัน... มันไม่มีสิ่งใดสำคัญนัก”
เสี่ยวลี่เองก็พลันใ สีหน้าของนางซีดเผือดเช่นกัน นางได้แต่มองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยหัวใจที่เต้นแรงขณะฮูหยินลี่ค่อยๆ ยกฝากล่องขึ้น
บรรยากาศภายในห้องเงียบงัน ลมหายใจของทุกคนดูเหมือนจะหยุดลง สายตาของเสี่ยวลี่และลี่หยาจับจ้องไปที่กล่องอย่างไม่กระพริบ ขณะที่ความกลัวและความเครียดพลันถาโถม
ท่ามกลางความระส่ำระสายของการเตรียมงานแต่งข้างนอก ภายในห้องนี้กลับเต็มไปด้วยความตรึงเครียด นางฮูหยินลี่จะพบสิ่งใดในกล่องนั้น? นิยายนิยายประโลมโลกที่ลี่หยาเก็บไว้อย่างระมัดระวังจะถูกเปิดเผยหรือไม่?
ทุกสายตาจับจ้องไปที่มือของฮูหยินลี่ขณะนางค่อยๆ เปิดกล่อง สายตาของนางเฉียบคม ราวกับพยายามอ่านความลับที่ลูกสาวเก็บซ่อนไว้มาโดยตลอด
“นี่คืออะไร?”
ฮูหยินลี่เอ่ยถาม น้ำเสียงของนางเย็นะเืจนลี่หยารู้สึกเหมือนถูกตรึงไว้กับที่
.