เมื่อกลับเข้าเรือนพักปังฮุ่ยกับปังิ่รู้สึกแปลกใจที่สองสามีภรรยากำมะลอพูดคุยกันมากกว่าวันก่อนๆทั้งยังทำทีเหมือนอยากจะปรึกษาหารือกันเป็การส่วนตัวพวกนางทั้งสองจึงรีบปิดประตูออกไปจากห้อง
“ในคืนนั้นท่านเห็นพวกเขามีท่าทางการยืนคุยกันอย่างไร?”
ฉงหยวนหยวนรีบขยับเข้าไปใกล้จับมือข้างหนึ่งของจั๋วเหรินหาวขึ้นมา ชายหนุ่มใบหน้าร้อนผ่าวก้มลงมองด้วยความใเขากำลังจะร้องทักนางแต่คุณหนูแปดกลับพูดขึ้นก่อน
“หากข้าดูไม่ผิดข้าว่าพวกเขาเหมือนจะจับมือกันไว้แล้วไม่นานนักก็เริ่มทะเลาะเบาะแว้งกันจากนั้นอนุหนงก็สะบัดหน้ากลับเรือนไป”
“พวกเขาสนิทกันหรือ?”
“ไม่เลย!ข้าจำได้ว่าตอนที่อนุหนงเข้ามาอยูในเรือนใหม่ๆฉงจื่ออี้ไม่เห็นจะร่วมตำหนิหรือให้ความสนใจเื่ของนางสักนิด”
จั๋วเหรินหาวขมวดคิ้ว“หากว่าฉงจื่ออี้คิดทำไม่ดีกับอนุหนงเล่า?”
“ท่านพูดมีเหตุผลข้าเองก็เคยสงสัย แต่ลองจับตาดูระยะหนึ่งไม่เห็นพวกเขาพูดคุยกันอีกจึงไม่ได้ใส่ใจ”
“หากคุณหนูดูไม่ผิดข้าว่าเื่นี้เราคงต้องลองสืบสาวราวเื่สักหน่อยไม่แน่ว่าพวกเขาอาจจะเคยรู้จักกันมาก่อน”
จั๋วเหรินหาวรู้สึกเพลียๆจึงขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วลากแคร่ไม้ไผ่ปูฟูกจากใต้เตียงใหญ่ออกมาเขาล้มตัวได้ก็นอนหลับไปทันทีปล่อยให้ฉงหยวนหยวนที่สวมชุดนอนเดินอ้อมไปขึ้นเตียงนอนแล้วมองเขาด้วยสายตาหงุดหงิด
‘นี่ข้าอุตส่าห์คุยกับเขาแล้วเขาก็ยังไม่มีแก่ใจจะอดตาหลับขับตานอนเพื่อรอคุยกับข้าอีก ช่างแปลกคนเสียจริง!’
ฉงหยวนหยวนตื่นขึ้นมาปังฮุ่ยก็รีบเข้ามาบอกว่าจั๋วเหรินหาวออกไปสำนักมือปราบแล้ว
“คุณชายจั๋วช่างป็นผู้รับผิดชอบการงานยิ่งนักเ้าค่ะ”
“รับผิดชอบจนไม่สนใจเื่อื่นเสียด้วยซ้ำ”หญิงสาวเม้มปากเบาๆ
ปังิ่หัวเราะคิกๆ“ฮูหยินแปด ผิดหวังหรือเ้าคะ?”
“เ้าอย่ามาล้อข้า!ข้าก็แค่...แค่หมดความมั่นใจไปบ้างเท่านั้น!”
“ข้าไม่เชื่อนะเ้าคะว่าคุณชายจะไม่สนใจคุณหนูจริงๆคืนวันแต่งงานข้าเห็นสายตาคุณชายดูตะลึงในความงามของคุณหนูอยู่เลย”
“จริงหรือ?”ฉงหยวนหยวนทำทีคล้ายไม่เชื่อ นางรู้สึกเพียงเขาชะงักเล็กน้อยในตอนที่เปิดผ้าคลุมหน้าเ้าสาว
“ก็แค่...แค่คุณชายเขาปรับสีหน้าได้เร็วเท่านั้น”
“เฮ้อ! ยิ่งอยู่กันไปข้าก็ชักรู้สึกว่าเขาอาจจะเหมาะเป็หลวงจีนมากกว่ามือปราบเสียแล้วล่ะ ดูไม่แยแสเลยสักนิดว่าร่วมห้องกับสตรีผู้หนึ่งอยู่”
“ไม่แน่หรอกเ้าค่ะระหว่างแมวน้อยจะกลายเป็เสือนะเ้าคะ หากว่าฮูหยินเกิดถูกคุณชายจับกินขึ้นมาเห็นทีวิวาห์นี้คงจะกลายเป็จริงเสียแล้ว”
จั๋วเหรินหาวนำเื่ที่พูดคุยกับฉงหยวนหยวนไปเล่าให้โหยวอีฟังหัวหน้ามือปราบหน่วยที่หนึ่งฟังแล้วเบิกตากว้าง
“น่าสนใจจริง!ว่าแต่ฉงหยวนหยวนมิได้เล่าให้ผู้อื่นฟังแต่กลับยอมบอกเ้า จุ๊ๆ มือปราบจั๋วตกลงว่าการนอนคุยกันระหว่างเ้ากับนางได้ผลดีกว่าข้าที่ทำการสอบสวนไปเสียแล้วหรือ?”
สามีกำมะลอของคุณหนูแปดหน้าร้อนผ่าว“หัวหน้าโหยว ท่านอย่ากล่าวเหลวไหล นางอาจจะรู้สึกว่าข้าเป็คนเชื่อถือได้จึงยอมเปิดปากต่างหาก”
“ไอหยา! แสดงว่าข้าไม่น่าเชื่อถือล่ะสิ!”
“มิได้ๆข้าคิดว่านางเพียงแต่อยากให้ข้าพบฆาตกรโดยเร็วเพื่อความปลอดภัยของนางต่างหาก”
โหยวอีเย้าลูกน้องของตนพอแล้วจึงได้บอกให้จั๋วเหรินหาวรู้ว่าเขาจะส่งสายสืบไปสืบเื่ของอนุหนงเมื่อครั้งอยู่ในเมืองฉู่จิ้งและเื้ัของฉงจื่ออี้ อย่างละเอียด
“หากเป็อย่างที่เ้าว่าบางทีคนทั้งสองน่าจะเคยรู้จักกันมาก่อน”
ครั้นจั๋วเหรินหาวกลับไปเรือนสกุลฉงในตอนเย็นเขาจึงปิดประตูปรึกษาหารือกับฉงหยวนหยวน
“ต่อไปในยามค่ำข้าจะลอบออกไปสืบความที่เรือนใหญ่น้อยในจวนนี้คุณหนูได้โปรดเล่นงิ้วทำทีเป็ว่าเราสองคนอยากเข้านอนเร็วๆ เพื่อจะได้มีบุตรคนในจวนของท่านจะได้ไม่สงสัย”
ฉงหยวนหยวนมองหน้าชายหนุ่มใบหน้าของนางแดงระเรื่อขึ้นมาทันที แม้จะรู้ว่าเขาพูดอย่างเป็งานเป็การแต่นางที่นอนจ้องด้านหลังเขามาหลายคืนกลับรู้สึกแปลกๆ
“เช่นนั้นแผนนี้ท่านจะเริ่มตอนใดดี?”
“คืนนี้เลยข้าอยากสืบเื่ระหว่างคุณชายใหญ่กับอนุหนงให้ชัดเจน”
คนทั้งสอง้าให้เื่นี้คนทั้งเรือนได้ยินเร็วที่สุดจึงเดินคล้องแขนคลอเคลียไปที่ศาลาริมน้ำใกล้เรือนอนุฉานเมื่ออนุฉานได้เห็นก็รีบตรงไปที่เรือนอนุกัวเพื่อเล่าเื่นี้ให้นางฟัง
“ที่เ้าสงสัยว่าพวกเขาไม่น่าจะเข้ากันได้น่ะผิดแล้วข้าเห็นสองคนนั่นเดินกอดกันอยู่ริมสระใกล้ศาลาแล้วก็เดินกลับเรือนข้ายังได้ยินปังฮุ่ยพูดกับปังิ่อีกว่าคุณชายรีบเข้านอนเพราะอยากจะมีลูกกับฮูหยินแปดเร็วๆ”
ปังิ่รีบกลับไปรายงานนายทั้งสองที่เรือนพักว่าแผนนั้นได้ผลแล้วยามนี้อนุฉานไปเล่าสิ่งที่เห็นให้อนุกัวฟังเรียบร้อย
“คืนนี้เป็วันที่ท่านพ่อของข้าจะไปเยือนเรือนอนุซูอนุกัวกับอนุฉานจึงว่าง พวกนางสามคนล้วนจับมือกันวางแผนกำจัดอนุหนงเพราะเห็นว่าอนุหนงเป็คนโปรดของท่านพ่อ”
“ปกติแล้วพวกนางทะเลาะกันหรือ?”
“ใช่!พวกนางสามคนล้วนพยายามแย่งชิงความเป็คนโปรดกันและหลายครั้งก็กระทบกระแทกมาถึงท่านแม่ของข้า ทำให้ข้าโมโห”
**********************

