สวนผักสกุลจาง

    ตอนที่ 37 สามพี่น้องตระกูลจาง 2

    เย็นวันนี้สามพี่น้องตระกูลจางได้มาเยือนภัตตาคารอาหารขึ้นชื่อของภูเขาสวรรค์และแน่นอนลู่จื้อผู้ไม่ตระหนี่เกี่ยวกับเรื่องกินได้สั่งอาหารมาเต็มโต๊ะไม่ว่าจะเป็น  แรดหลังเหล็กเนื้อแดง ปลาเกล็ดแดงลุยสวน  นกปากเหล็กผัดเม็ดมะม่วงและอื่นๆอีกมากมายทำให้เจียวซิ่นกับลู่ฉีต้องห้ามทัพแทบไม่ทันขืนรอให้ลู่จื้อสั่งหมดที่ต้องการคงเลี้ยงคนได้ทั้งหมู่บ้าน

    "อาลู่พี่ว่าพอแค่นี้ก่อนเถอะ  ขืนสั่งมาอีกกินไม่หมดคงเสียดายแย่"เจียวซิ่นห้ามลู่จื้อ

    "พี่รองวันนี้ข้าใช้แรงมากกับการเก็บสมุนไพรอาหารแค่นี้ไม่ถึงครึ่งกระเพาะข้าหรอกขอรับ"ลู่จื้อเอ่ยหลังจากที่เสี่ยวเออร์เดินไปแล้ว

    "พี่ใหญ่ข้ากับอาลู่ต้องเดินทางกลับในรุ่งเช้าวันพรุ่งนี้แล้วเพราะมาเยี่ยมท่านนานพอสมควรแล้วพี่ใหญ่จะมาส่งข้ากับอาลู่รึไม่เจ้าคะ" เจียวซิ่นเอ่ยถามลู่ฉีเพราะหากเป็นที่สำนักขุนเขาสวรรค์พี่ชายค่อนข้างจะยุ่งพอสมควร“พรุ่งนี้ข้าว่างสามารถไปส่งเจ้ากับอาลู่ได้  อย่าห่วงเลย”ลู่ฉีเอ่ยปลอบน้องของตนเพราะกลัวว่าน้องๆของตนจะน้อยใจที่ช่วงนี้ตนไม่ค่อยมีเวลาให้เท่าที่ควร

    ในเช้าวันนี้อาลู่และเจียวซิ่นได้ขึ้นรถม้ากลับบ้านจางโดยมีลู่ฉีมาส่งที่หน้าจวนตระกูลจางที่เขาสวรรค์ภาพที่ทุกคนในขุนเขาสวรรค์เห็นในวันนี้คือเทพบุตรลู่ฉีได้มายืนส่งเทพบุตรและนางฟ้าองค์น้อยสององค์ด้วยใบหน้าเศร้าสร้อยทำให้คนที่ผ่านไปมาอยากเข้าไปกอดปลอบเทพบุตรองค์นั้นให้หายเศร้าใจกับการต้องจากกับครอบครัวของตน

    ในมุมหนึ่งของข้างถนนหน้าจวนตระกูลจางมีคนผู้หนึ่งได้แอบดูพี่น้องตระกูลจางด้วยใบหน้าเจ้าเล่ห์แล้วจากไปด้วยความยินดีในโชคของตน

     "พี่รองเมื่อครู่ข้าเห็นคนผู้หนึ่งอยู่หลังต้นไม้หน้าจวนข้าว่าเขาน่าจะเป็นศิษย์สำนักเดียวกับพี่ใหญ่เพียงแต่เครื่องแบบที่คนผู้นั้นสวมใส่เป็นเครื่องแบบของศิษย์นอกข้าว่าเราควรบอกพี่ใหญ่ว่ามีคนแอบสุ่มดูเราแก่พี่ใหญ่นะขอรับ"ลู่จื้อเอ่ยบอกพี่สาวของตน

    "เช่นนั้นให้พี่เฮ่อไปส่งข่าวแก่พี่ใหญ่เถอะอ้อแล้วส่งคนไปสืบเกี่ยวกับคนที่มาสุ่มหน้าจวนวันนี้มาด้วย" เจียวซิ่นเอ่ยสั่งการกับองครักษ์ที่ติดตาม

    ในห้องหนังสือ

    "อิล"ลู่ฉีเอ่ยเรียกองครักษ์ของตน. จึงปรากฏร่างคนผู้หนึ่งขึ้นที่กลางห้องหนังสือ

    “ขอรับ คุณชายใหญ่” องครักษ์เอ่ยตอบพร้อมกับมานั่งคุกเข่าตรงหน้าของลู่ฉี

    "ไปสืบประวัติของสายสืบทุกคนที่แฝงตัวอยู่ในสำนักและส่งคนไปสืบดูสถานการณ์ที่ตระกูลซูว่าทางนั้นเป็นเช่นไรแล้วมารายงานข้าผ่านในเจ็ดวัน"ลู่ฉีเอ่ยสั่งงานด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง

     ตระกูลจาง

    “จิ้นหลิงเจ้าไปตามจิ้นอันแม่ของเจ้ามาพบข้าที”นางจางเอ่ยสั่งจิ้นหลิง

    “เจ้าค่ะ ฮูหยินผู้เฒ่า”

    "เจียวอวี่หลานย่า เจ้าเป็นอย่างไรบ้างวันนี้เงียบเชียวคงคิดถึงพี่ๆของเจ้าใช่รึไม่"นางจางเอ่ยถามหลานน้อยของตนขณะรอนางจิ้นอัน

    “เรียนฮูหยินผู่เฒ่าท่านแม่มาแล้วเจ้าค่ะ”จิ้นหลิงเอ่ยพร้อมเปิดประตูเชิญแม่ของตนเข้ามาในห้อง

    "ข้าน้อยทำความเคารพฮูหยินผู้เฒ่าเจ้าค่ะไม่ทราบว่าเรียกบ่าวมามีอะไรให้รับใช้หรือเจ้าคะ"นางจิ้นอันเอ่ยถามด้วยความสงสัย

    "ตอนนี้ทางตระกูลจางของเราขึ้นชื่อเรื่องพืชปราณและผ้าไหมปราณชนิดต่างๆแล้ว ข้าคิดว่าเราควรเปิดร้านอาหารปราณเล็กๆซักร้านใกล้ๆกับร้านผ้าไหมสวรรค์ของเราเจ้าคิดเห็นว่าอย่างไร" นางจางถามความเห็นของนางจิ้นอัน

    "บ่าวความรู้น้อย  ไม่สามารถตอบคำถามของนายหญิงใหญ่เจ้าค่ะ"นางจิ้นอันตอบอย่างนอบน้อม

    "ข้าคิดว่าเราสามารถเปิดได้  เรามีพืชปราณมากมายเจ้าทำอาหารอร่อยข้าเคยได้ยินเจ้าคุยกับจิ้นหลิงถึงความฝันที่เจ้าอยากมีร้านอาหารเป็นของตัวเองดังนั้นข้าจึงจะเปิดร้านอาหารให้เจ้ารายได้ทั้งหมดเจ้าจะได้สามส่วนสิบจากรายได้ทั้งหมดของร้านเจ้าคิดเห็นอย่างไร"นางจางหันไปถามนางจิ้นอันอีกรอบหนึ่ง

    “ขอบคุณเจ้าค่ะ  ขอบคุณมากจริงๆเจ้าค่ะนายหญิง” นางจิ้นอันคุกเข่าขอบคุณ

    "จิ้นหลิงวันรุ่งขึ้นข้าจะไปโรงครัวเพื่อดูเหล้าที่เราได้หมักไว้ว่าเป็นอย่างไรบ้างเจ้าอย่าลืมเตือนข้าหละ"นางจางเอ่ยกับจิ้นหลิง

    “เจ้าค่ะ นายหญิงใหญ่” 

    คล้ายกับเรื่องสวนผักสกุลจาง ที่คุณอ่าน