“ยินดีที่เจอคุณที่นี่นะครับ อ้ายฉิง”
“ผมพยายามติดต่อคุณตลอด ทั้งไปหาที่บ้านคฤหาสน์ตระกูลฟู่ด้วย แต่ไม่เจอคุณเลย”
(อ้ายฉิง : เจอกับผีหน่ะซิ ….. ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกันแล้ว ไม่ได้อยากเจออีก แล้วเธอหน่ะ มาอยู่ที่คอนโดเพื่อไม่้าพบไอ่หมายังแกนั่นแหละ)
ความในใจคนงามด่ากราดไปซักแสนล้านตลบ แต่ริมฝีปากสวย คลี่ยิ้มหวานน่ารัก
“ก็ไม่เจอหน่ะ ถูกแล้ว ก็ชั้นไม่ได้อยากจะเจอคุณ”
“อ้ายฉิง มีเหตุผลหน่อย อย่าเอาแต่ใจเลย นี่มันก็ต้องเป็เดือนแล้วนะ คุณยังจะโกรธผมอยู่อีกหรอ”
…… อะไรคือ การที่เธอไม่มีเหตุผล? อะไรคือการที่เธอเอาแต่ใจ? What??
“คุณตงหยางคะ….. ชั้นคิดว่า ชั้นพูดชัดเจนในครั้งก่อนแล้วนะคะ ว่าชั้นไม่อยากยุ่งกับคุณแล้ว ไม่ได้สนใจคุณแม้แต่น้อยยยย นี่คุณเป็โรคความจำสั้น หรือเป็คนโง่ที่เข้าใจอะไรยากคะ”
………… ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วบริเวณห้องโถงจัดงานประมูล เหล่านายทุนในแวดวงสังคมชั้นสูงที่เงี่ยหูคอยฟังข่าวซุบซิบเมื่อซักครู่งงเป็ไก่ตาแตก
ใครๆ ต่างก็รู้ว่าคุณหนูอ้ายฉิงแห่งตระกูลฟู่ตามติด และเอาใจคุณชายตงหยางขนาดไหน วันนี้มันวันอะไร ตะวันขึ้นทางทิศไหน ทำไมโลกถึงกลับตลปัตรอย่างงี้
ขนาดว่าคนอื่นๆ ยังช็อค ตกตะลึงจนตาค้าง คิดดูว่า ….. เ้าตัวอย่างคุณชายตงหยางที่ไปไหนใครๆ ก็ให้เกียรติ และเคยได้รับความสำคัญเป็ที่หนึ่งในใจของคุณหนูอ้ายฉิงจะไม่ตกตะลึงได้อย่างไร
ตงหยางรีบปรับสีหน้ากลับไปอย่างรวดเร็ว ปรับอารมณ์ให้คงที่ อย่างไรวันนี้ก็จะทำให้เสียงานใหญ่ไม่ได้ วันนี้สายข่าววงในของพ่อเขาสืบมาแล้ว ว่าที่ดินแปลงที่จะถูกประมูลวันนี้ อย่างไร ก็น่าจะทำเงินก้อนโตได้ในอนาคต แต่เป็แปลงไหนบ้างที่จะมีโอกาสเติบโต เขาคงต้องใช้ความคิดพิจารณาอีกที แต่แน่นอน ไม่ว่าเขาจะประมูลแปลงไหน ล้วนต้องใช้เงินทั้งนั้น
หลายวันมานี้เขาพยายามโทรหาเธอ ตามหาเธอจะงอนง้อเธอให้กลับมาคืนดีกัน เพื่อที่การประมูลวันนี้ตระกูลตงจะได้ขอหยิบยืมเงินของเธอมาทำการลงทุนก่อนได้ พ่อเขาส่งให้เขามาเป็ตัวแทนตระกูลเข้าร่วมประมูลที่ดินให้ตระกูลตงให้สำเร็จ แต่กลับให้เงินทุนสำหรับการประมูลมาเล็กน้อย …..เป็ที่แน่นอนแล้วว่าเม็ดเงินที่มีในมือไม่สามารถทำการประมูลที่ตระกูลตงหมายตาได้สำเร็จ
เมื่อเขาเจอเธอที่นี่ เขาไม่เชื่อหรอกว่าเธอจะโกรธเขาได้นาน คงเป็อารมณ์น้อยใจในแบบของผู้หญิงอย่างทุกที
สุดท้าย เธอก็ต้องมาดีกับเขาเหมือนเดิม …………. การประมูลวันนี้ของเขาเมื่อมีเธอ ยังไงก็ต้องสำเร็จ
“อ้ายฉิงครับ คนดี….. ไม่ว่าผมจะผิดเื่อะไร ผมต้องขอโทษคุณจริงๆ นะครับ ถ้าคุณอยากให้ผมผิด ผมก็พร้อมยอมรับผิดทุกอย่าง แต่ตอนนี้ มันไม่ใช่เวลาที่เราจะทะเลาะกัน หรืองอนกันหรอกนะครับ”
“วันนี้ตระกูลตงของเราตั้งใจมาประมูลที่ดินบางผืน คุณในฐานะว่าที่นายหญิงของตระกูลตง ซึ่งเป็ตำแหน่งที่ผมตั้งใจเก็บไว้ให้คุณเสมอ ผมคิดว่าเราควรจะร่วมด้วยช่วยกันประมูลที่ดินผืนที่ตระกูลของเราหมายตาไว้ ที่นี่ผืนนี้จะทำเงินได้มากมายมหาศาล และในอนาคตคุณจะกลายเป็นายหญิงที่มีความสุขที่สุด ที่คนอื่นๆ จะต้องอิจฉาคุณแน่นอน”
“หวังว่าคุณจะเข้าใจนะครับ”
ตงหยางพูดพร้อมทั้งเอื้อมมือไปดึงมือร่างบางตรงหน้ามาเพื่อที่จะกุมไว้ อนิจจา ก่อนที่มือหนาจะเอื้อมไปััมือขาวผ่องตรงหน้า หญิงสาวได้ก้าวถอยหลังออกไปหนึ่งก้าว ทำให้มือหนาของเขาค้างอยู่ตรงนั้น คว้าจับได้เพียงแค่ความว่างเปล่า
เขาบอกใบ้ขนาดนี้แล้ว เธอก็ควรต้องเข้าใจแหละนะ ว่าเธอควรจะประมูลที่ดินแปลงที่เขา้ามาให้เขา
ปากบางสวยขยับยิ้ม แต่เป็รอยยิ้มที่มีนัยอะไรบางอย่างแฝงอยู่ ทำให้เขารู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี และรู้สึกแปลกๆ
“ชั้นเข้าใจแล้วคะ”
“เข้าใจว่าคุณพูดกันไม่รู้เื่จริงๆ นะคะเนี่ย….. สงสัยจะหูไม่ดีจริงๆ” อ้ายฉิงพึมพำเบาๆ
ติ๊งๆ ติ๊งๆ ติ๊งๆ เสียงสัญญาณให้เตรียมตัวเริ่มการประมูลดังนี้มา ขัดจังหวะบทสนทนาของคนทั้งคู่
“อุ้ย…. สัญญาณเตือนเริ่มการประมูลดังละคะ…. งั้นชั้นขอตัวก่อนนะคะ ….”
“หวังว่า…… คุณจะโชคดี”
เมื่อทุกคนแยกย้ายกันนั่งที่เรียบร้อยแล้ว ห้องทั้งห้องจึงตกอยู่ในความเงียบ แสงไฟสปอตไลต์ค่อย ๆ ส่องลงบนเวทีกลางห้อง เ้าหน้าที่ประมูลยืนอยู่ในชุดสูทสีดำสนิท ชายผู้นั้นหยิบค้อนเล็ก ๆ ขึ้นมาเคาะเบา ๆ กับแท่นไม้ เสียง ก๊อก ดังอย่างสง่างาม
“ท่านสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี…ขอต้อนรับเข้าสู่ค่ำคืนแห่งการประมูลสินค้าพิเศษที่ทุกท่านเฝ้ารอ”
ผู้คนในห้องนั่งเรียงรายในเบาะที่นั่งหรู ดวงตาจับจ้องไปยังเวที แต่ละคนต่างถือแฟ้มเอกสารที่มีรายละเอียดของรายการสิ่งที่จะประมูล พร้อมหมายเลขประมูลในมือซึ่งสามารถยกขึ้นได้ทันทีที่้าเสนอราคา
“เริ่มจากสิ่งของชิ้นที่หนึ่ง...เป็เครื่องประดับไข่มุกน้ำงามจากทะเลใต้ ประดับด้วยเพชรฝังมือยุโรปยุคก่อนาโลกครั้งที่หนึ่ง ราคาเริ่มต้นที่หนึ่งล้านถ้วน”
เสียงประมูลแรกดังขึ้นทันทีจากชายในแถวหน้า มือขวายกป้ายหมายเลขขึ้นอย่างมั่นใจ
“หนึ่งล้านหนึ่งแสน!”
“หนึ่งล้านสอง!”
“หนึ่งล้านห้าแสน!”
เสียงราคาพุ่งขึ้นราวกับจังหวะเพลงที่เร่งเร็วขึ้น หัวใจของผู้เข้าร่วมเต้นตามตัวเลขที่สูงขึ้นทุกวินาที บางคนยิ้มอย่างมั่นใจ บางคนเริ่มขมวดคิ้ว บรรยากาศกลายเป็สมรภูมิที่วัดกันด้วยความเยือกเย็นและเงินในกระเป๋า ในห้องเงียบ…แต่ร้อนระอุ ทุกการเสนอราคาไม่ใช่แค่การซื้อของ แต่เป็ “การแสดงตัวตน” และ “พลัง” ต่อหน้าผู้ชมทั้งหมดในที่นี้
การประมูลดำเนินต่อไปเรื่อยๆ มีทั้งประเภทของหายาก ลึกลับ ล้ำค่า เครื่องประดับ รถยนต์และยานพาหนะ ทรัพย์สินยึดจากรัฐ รวมไปถึงอสังหาริมทรัพย์ คฤหาสน์ บ้านพักตากอากาศ ที่ดินแปลงเล็กใหญ่ต่างๆ
เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง อ้ายฉิงนั่งชมดูความสนุกด้วยความเพลิดเพลิน เธอยังไม่ได้ลงประมูลรายการไหนเลย เธอรู้ดีว่า ในอนาติ สิ่งของพวก เครื่องประดับ ของหายาก จะกลายเป็สิ่งไร้ค่า สิ่งที่เธอรอตอนนี้ คือที่ดินแปลงที่จะทำกำไร และทำประโยชน์ให้เธอได้อย่างมหาศาลในอนาคต
อ้ายฉิงรออย่างใจเย็น…. มือบางประสานกันหลวม ๆ บนตัก แผ่นหลังเหยียดตรง ไม่มีสีหน้าบ่งบอกถึงความร้อนรน ไม่แสดงความหงุดหงิด และแล้วในที่สุดเวลาที่เธอรอคอยก็มาถึง
เ้าหน้าที่ประมูลทำการขานรายการสินค้า ซึ่งก็คือ ที่ดินบริเวณทางใต้ของเมืองเหอผิง โดยมีการตัดแบ่งออกมาทำการประมูลทั้งสิ้น 20 แปลง
“ที่ดินแปลงนี้ เป็ที่ดินแปลงแรก…… สำหรับแถบบริเวณทางตอนใต้ของเมืองเหอผิง ซึ่งไม่ได้จะมีมาให้ประมูลง่ายๆ หรอกนะครับ ราคาเริ่มต้นที่ห้าสิบล้านถ้วน"
“ห้าสิบล้านหนึ่งแสน!”
“ห้าสิบล้านสอง!”
“หกสิบล้าน!”
ราคาที่ดินแปลงแรกพุ่งทะยานไปจนแตะที่ สามร้อยล้านจึงหยุดลง เสียงสูดหายใจดังขึ้นกันทั่วหน้า ตระกูลผู้นำค่ายทหารในเมืองเหอผิง เป็ผู้ประมูลที่ดินแปลงแรกนี้ไปได้ เนื่องจากความเกรงใจของนายทุนที่เข้าร่วมประมูล
อ้ายฉิงไม่ได้ร่วมประมูลในแปลงแรก เพราะคิดไว้แล้วว่าอย่างไร ก็คงจะมีการแข่งขันที่ดุเดือดมากในแปลงแรกนี้ เพราะมันแสดงถึงอำนาจและศักดิ์ศรีของการได้มาด้วย
แต่ที่ดินในส่วนที่เหลือหน่ะหรอ ป้ายประมูลหมายเลขสามในมือของเธอนั้นยกขึ้นทำหน้าที่ของมันแทบจะตลอดเวลา….
(อ้ายฉิง : อ้ายฉิงเข้าใจแล้ว)
(ตงหยาง : เราเข้าใจเหมือนกันหรือเปล่า)