“เจ้าซื้อหุ่นตัวนี้มาจริงๆหรือนี่” เจ้าหมีสองส่งเสียงตะโกนดังไปทั่วสวนแห่งวิญญาณ “เจ้าไปเอาเงินมาจากไหนและยังเป็นหุ่นเชิดสตรีอีก”
เจ้าหมีสองบิดร่างกายอันอ้วนของเขาและเดินวนไปรอบๆ จื่อซวนหลายสิบรอบ
“โอ้รูปร่างหน้าตางดงามเลยทีเดียว” เจ้าหมีสองลูบมือของตนเองมองดูด้วยสายตาที่เปล่งประกายแต่ถังหรูซวนได้ยื่นมือออกมาบิดหลังของเขาไปมาอยู่หลายรอบ
“เจ้านี่มันหลายใจแม้แต่หุ่นเชิดก็ยังไม่เว้น”
“ไอ้โหยวๆ! เจ็บนะ เจ็บๆ”
“แม่นางหรูซวนข้าขอช่วยท่านหน่อยสิ” เย่เฉินได้โยนชุดสีขาวเข้ามา “ช่วยเปลี่ยนชุดให้นางหน่อยสิ”
“เจ้าหัดดูไว้ด้วยนะ”ถังหรูซวนจ้องไปยังเจ้าหมีสอง จากนั้นก็หยิบชุดสีขาวและพาจื่อซวนเข้าไปในห้อง
เจ้าหมีสองแสยะยิ้มต่อหน้าเย่เฉินและมองไปยังใบหน้าและรอบตาที่ช้ำดำของเขา “ใครต่อยเจ้าน้ำหนักมือดูแล้วไม่หนักแต่ก็ไม่เบา”
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้เย่เฉินก็ถอนหายใจอย่างแรง สีหน้าก็แปลกไป
เขายังจำภาพเหตุการณ์เมื่อคืนได้อย่างชัดเจนในช่วงที่กำลังสับสนวุ่นวายได้สัมผัสถูกหน้าอกของนางแต่เรื่องหลังจากนี้ดูน่าอายที่จะอธิบายว่าเขานั้นถูกหุ่นเชิดของตนเองต่อยจนเงยหน้าไม่ขึ้น
เขาสงสัยเป็นอย่างยิ่งว่าหุ่นเชิดจื่อซวนอาจจะมีปัญหาโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้สัมผัสฝ่ามือของนาง พลังอันแข็งแกร่งนั้นซึ่งดูเหมือนจะแข็งแกร่งกว่าเดิมเป็นสามเท่าไม่เช่นนั้นเขาคงจะไม่ถูกตีจนสับสนไม่รู้ทิศรู้ทาง
เมื่อคิดถึงจุดนี้เขาก็มองไปยังมือข้างนั้นของตนเองอย่างไม่รู้ตัวดูเหมือนจะยังคงได้กลิ่นหอมของหญิงสาวจากบนนั้น
“ข้าไม่ได้ตั้งใจเจ้าเองก็ลงมือแรงไปนะ!” เย่เฉินต่อว่าอยู่ในใจและรู้สึกเสียใจอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
เอี๊ยด!
ในตอนนี้ประตูห้องได้เปิดออก ถังหรูซวนเดินออกมาเป็นคนแรกด้านหลังตามมาด้วยจื่อซวนที่เพิ่งถูกเปลี่ยนเป็นชุดสีขาวแล้ว
โอ้!
ดวงตาของเจ้าหมีสองเปล่งประกายและมีน้ำลายไหลออกจากปาก
เย่เฉินมองไปอย่างอดไม่ได้ทันใดนั้นก็ยังรู้สึกมึนงงเล็กน้อย
ไม่น่าแปลกใจเลยที่ทั้งสองคนจะเป็นเช่นนี้เพียงเพราะจื่อซวนนั้นงดงามอย่างมากในชุดสตรี เสื้อผ้าชุดขาวที่พลิ้วตามสายลมเส้นผมเคลื่อนไหวดั่งสายน้ำไหล พร้อมกับใบหน้าที่งดงามไร้ผู้เทียบเทียมราวกับเทพธิดาผู้เสด็จลงมาจากสวรรค์ชั้นเก้า แม้ว่าจะเป็นหุ่นเชิดแต่กลับเหมือนมีชีวิตอย่างน่าอัศจรรย์
“งามมาก”เย่เฉินมองอย่างหลงใหล อดไม่ได้ที่จะพึมพำ แต่กลับถอนหายใจอยู่ในใจแอบพูดออกไปว่าหญิงสาวที่งดงามเช่นนี้ นึกไม่ถึงว่าจะถูกหลอมให้กลายเป็นหุ่นเชิด
“ทำไมนางจึงมีแขนข้างเดียวล่ะ?” ถังหรูซวนจ้องไปยังเจ้าหมีสอง และหันไปมองเย่เฉินด้วยความสงสัย
เย่เฉินจึงเหมือนตื่นจากฝันไอแห้งๆ ขึ้นมา จากนั้นจึงให้เหตุผลไปตามใจคิด “มันถูกดีน่ะ!”
“ถ้าเงินไม่พอก็บอกข้าสิ!” เจ้าหมีสองกระโดดขึ้นมา “เจ้ารู้หรือเปล่าว่าหากแขนขาดหายไปข้างหนึ่งความแข็งแกร่งก็จะลดลง เอาแบบนี้ดีกว่า!ข้าจะยอมเสียเปรียบนิดหน่อย หุ่นเชิดสาวสวยตัวนี้ขายต่อให้ข้าเถอะ!”
เย่เฉินกระตุกมุมปากจากนั้นจึงมองไปยังเจ้าหมีสอง เจ้าคนนี้จะต้องมีแผนการอะไรอยู่ในใจแน่นอนไม่มีทางจะปกปิดอะไรเขาได้
เจ้าบ้าเอ๊ยพูดเสียอย่างดีไม่ใช่เพราะเห็นว่าหุ่นเชิดตัวนี้สวยหรอกหรือ?
“ถ้าเจ้าสามารถเอาชนะนางได้โดยไม่ใช้พลังปราณ นางก็จะเป็นของเจ้า” เย่เฉินพูดไปโดยไม่คิด
“มีเรื่องดีแบบนี้ด้วยหรือ?” เจ้าหมีสองลูบมือของเขา
เพียงแค่เย่เฉินคิดจื่อซวนที่หยุดนิ่งอยู่กับที่ ก็มุ่งโจมตีไปทางเจ้าหมีสอง
“ไม่ใช้พลังปราณก็ล้มเจ้าได้เหมือนกัน” เจ้าหมีสองคว้ากำปั้นอ้วนๆ ของเขาและเริ่มจะลงมือ
การต่อสู้จึงเริ่มขึ้นทันที
พลังการต่อสู้ของจื่อซวนทำให้เจ้าหมีสองและถังหรูซวนต้องตกตะลึง
เย่เฉินหันศีรษะไปตั้งนานแล้วเพราะเขาไม่สามารถที่จะทนเห็นฉากอันโหดร้ายเหล่านี้ได้
โอ๊ย...!
โอ๊ย...!
สวนแห่งวิญญาณเปลี่ยนเป็นความคึกคักเสียงตะโกนของเจ้าหมีสองดังอย่างต่อเนื่อง เขาถูกจื่อซวนวิ่งตามไปรอบๆบนร่างกายเต็มไปด้วยรอยมือและรอยเท้า จนเกือบจะถูกทุบเป็นก้อนไปแล้ว
ถังหรูซวนที่อยู่ด้านข้างในดวงตาของนางก็ไม่อาจควบคุมอาการตกตะลึงที่มีอยู่ได้
หุ่นเชิดตัวนั้นในสวนผลไม้วิญญาณถูกควบคุมโดยนางนางจึงรู้ถึงพละกำลังของหุ่นเชิดเป็นอย่างดี ซึ่งมีความน่ากลัวมากกว่าขั้นพลังธาตุโดยทั่วไป
แต่ตอนนี้เมื่อเห็นเจ้าหมีสองถูกวิ่งไล่ไปทั่วสวนนางก็ต้องตกใจ แม้ว่าเจ้าหมีสองจะไม่ได้ใช้พลังปราณของเขาแต่การจะเอาชนะหุ่นเชิดระดับมนุษย์ก็ยังเป็นเรื่องสบายมากแต่ในตอนนี้เขากลับถูกหุ่นเชิดสาวที่มีแขนเดียวทุบตีอย่างน่าสังเวช
“เป็นหุ่นเชิดระดับมนุษย์เหมือนกันแต่หุ่นเชิดสาวแขนเดียวที่แสนสวยนี้ช่าง...” ถังหรูซวนเอ่ยอย่างประหลาดใจพลางมองไปยังเย่เฉินที่กำลังเขี่ยฟันอยู่ด้านข้าง“เจ้าแน่ใจนะว่านางเป็นหุ่นเชิดระดับมนุษย์?”
“เป็นหุ่นเชิดระดับมนุษย์จริงแท้แน่นอน”
“ถ้าอย่างนั้นก็แปลกมากเลย”ถังหรูซวนพึมพำกับตนเอง
โอ๊ย...!
เสียงหวีดร้องดังขึ้นมาทั้งร่างของเจ้าหมีสองก็ถูกฝ่ามือของจื่อซวนปัดลอยออกไปและลงไปนอนแผ่แขนขาอยู่กับพื้น
เย่เฉินจึงเข้าขัดขวางและทำการหยุดจื่อซวน
“เจ้าหุ่นเชิดตัวนี้ดูจะเหี้ยมโหดเกินไปหน่อยนะ”เจ้าหมีสองลุกขึ้น มือข้างหนึ่งถือรองเท้าเอาไว้ส่วนอีกข้างหนึ่งก็ป้องใบหน้าเอาไว้ และเดินมาอย่างกะเผลก
ก่อนหน้านี้ไม่นานเขาได้พูดเสียดสีเย่เฉินแต่สภาพในตอนนี้ของเขาดูกระเซอะกระเซิงกว่าเย่เฉินมากบนแก้มทั้งด้านซ้ายและขวาเต็มไปด้วยรอยฝ่ามือ และดวงตาที่เล็กๆทั้งสองข้างก็กลายเป็นรอยช้ำดำอย่างหมีแพนด้าและทั่วทั้งร่างก็เต็มไปด้วยรอยหมัดและรอยฝ่ามือ
“เหี้ยมเหี้ยมโหดมาก” เจ้าหมีสองก่นด่าไม่จบไม่สิ้น
“มันโหดร้ายมาก” เย่เฉินสัมผัสไปบนใบหน้าที่บวมช้ำของตนเองโดยไม่รู้ตัว
ช่วงเวลาต่อมาก็เป็นช่วงเวลาการฝึกฝนของหู่หวา
เฮ้!
เฮ้!
วันนี้หู่หวามีความตั้งใจในการต่อสู้อย่างเต็มที่ทุกๆ ครั้งที่ล้มลง ก็จะปีนลุกขึ้นมาในทันที
หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วยามเขาก็พ่ายแพ้ไม่ต่างไปจากเจ้าหมีสอง
“มีความแข็งแกร่งขนาดนั้นเชียวหรือ?” ไม่ไกลออกไป เจ้าหมีสองก็อดไม่ได้ที่จะอุทานด้วยความตกใจเมื่อได้ฟังเย่เฉินเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้
“ไม่แน่ใจแต่มีความรู้สึกอย่างนั้น” เย่เฉินพึมพำ “พลังการต่อสู้ของนางแข็งแกร่งมากกว่าที่ข้าคิดไว้”
“นางคงจะไม่ใช่หุ่นเชิดระดับธรณีหรอกนะ!”
“ไม่ใช่แน่ๆ”ถังหรูซวนส่ายหน้าเบาๆ “หุ่นเชิดระดับธรณี จะต้องแสดงวิชาลึกลับอย่างง่ายได้แล้วและในร่างกายจะต้องมีการผนึกพลังปราณของการแสดงวิชาลึกลับเอาไว้แต่ข้าได้ลองสำรวจดูตอนที่เปลี่ยนเสื้อผ้าให้นางร่างกายของนางไม่มีการผนึกพลังปราณ”
“ถ้าอย่างนั้นก็แปลกมากเลย”เจ้าหมีสองกุมใบหน้าของตนเอง แสยะยิ้มด้วยความเจ็บปวด
“แม่นางหรูซวนดูเหมือนเจ้าจะรู้เรื่องหุ่นเชิดเป็นอย่างดี” เย่เฉินยิ้มและมองไปยังถังหรูซวน
“อาจารย์ของข้าเคยมีส่วนร่วมในการหลอมหุ่นเชิดข้าจึงเคยได้ยินมาบ้าง” ถังหรูซวนยิ้มเผยฟันเขี้ยวที่เป็นผลึกใสออกมา“หากเป็นไปได้ละก็ ข้าสามารถพาหุ่นเชิดของเจ้าไปขอให้อาจารย์ช่วยดูให้ได้นะ”
“เรื่องนี้เอาไว้ค่อยพูดกันอีกครั้งหลังการประลองของสำนักนอกเถอะ!” เย่เฉินกล่าว
เมื่อพูดถึงการประลองของสำนักนอกเจ้าหมีสองก็ขยับเข้ามาใกล้ และพูดขึ้น “ได้ยินมาว่าการประลองของสำนักนอกในครั้งนี้ศิษย์ที่เข้าร่วม จะมีโอกาสคืนชีพได้หนึ่งครั้ง”
“มีเรื่องเช่นนี้ด้วยหรือ?” เย่เฉินรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
“เหตุผลหลักก็เพราะการประลองของสำนักนอกในครั้งก่อนมีเรื่องไร้สาระเกิดขึ้นมากมาย”เจ้าหมีสองอธิบาย “ศิษย์ในสิบอันดับแรกในตอนนี้ล้วนแต่เป็นผู้พ่ายแพ้ในการประลองครั้งก่อนไม่ใช่เพราะพละกำลังของพวกเขาใช้ไม่ได้หรอกนะแต่เป็นเพราะพวกเขาต้องพบกับศิษย์ที่ทำตัวพาลวางอำนาจบาตรใหญ่การประลองของสำนักนอกครั้งที่แล้ว ศิษย์ที่มีพละกำลังน้อยกว่าพวกเขาจำนวนมากมายล้วนแต่ได้เข้าสู่สำนักในผู้ที่มีพละกำลังอ่อนแอได้เข้าไปแล้ว ก็ต้องถูกปัดตกไป เจ้าว่ามหัศจรรย์ไหมล่ะ”
“เรื่องนี้ข้าก็เคยได้ยินมาเหมือนกัน”ถังหรูซวนกล่าวขึ้น “การประลองของสำนักนอกในครั้งก่อนลูกศิษย์ที่เก่งกาจเผชิญหน้ากันเป็นคู่ๆจนกระทั่งศิษย์ที่มีพละกำลังแข็งแกร่งต่างพ่ายแพ้ไป”
“ความโชคดีจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของพละกำลังสินะ!” เย่เฉินถอนหายใจ
“ดังนั้นผู้อาวุโสจึงต่างคิดกันดีแล้ว ที่ให้โอกาสทุกคนคืนชีพได้หนึ่งครั้งแม้ว่าการเผชิญหน้าของแต่ละคู่จะมีผู้พ่ายแพ้แต่พวกเขายังคงมีโอกาสที่จะสู้เพื่อเข้าสู่สำนักในได้หากคืนชีพมาแล้วยังจะต้องเผชิญกับศิษย์ที่แข็งแกร่งอีกแบบนั้นคงจะเป็นปัญหาส่วนบุคคลแล้วล่ะ”
“ถึงอย่างไรหวังว่าพวกเราคงจะไม่ต้องเผชิญหน้ากันเองในการประลองนะ!”