[จบ]Death System จอมเวทย์ท้าความตาย

    41 อันดับ 1 เหรอ

    “ลุงนอธครับ ผมว่าจะเดินทางกลับวิทยาลัยแล้วนะครับ”


    แอนเดอร์สันเดินเข้ามาในห้องทำงานของลุงพร้อมกับหนังสือในมือ มันเป็นหนังสือที่เขียนเกี่ยวกับวงเวทย์สวนพฤกษาทั้งหมดที่ได้วิจัยขึ้นมาใหม่ หากจะบอกว่าเขาวิจัยทั้งหมดแอนเดอร์สันไม่กล้าพูดเพราะครึ่งหนึ่งที่เขาสร้างเป็นส่วนเสริมเข้าไปใหม่มาจากเวทย์ประจำตระกูลเฟียร์


    “ไม่นอนพักที่นี่ก่อนสักวันเหรอ”


    “ไม่ครับ ผมโดดเรียนมากเกินไปแล้วกลัวจะเรียนไม่ทัน”


    “งั้นเหรอ ถ้าอย่างนั้นเอานี่ไปด้วยสิ”


    แอนเดอร์สันมองกล่องสีเงินภายในมือของลุงตัวเอง เขารู้ได้ในทันทีเลยว่ามันเป็นกล่องยา


    “ภายในนี้มียาเพิ่มพลังเวทย 1 ปี ยาเพิ่มพลังเวทย์ 10 ปี และยาเพิ่มพลังเวทย์ 50 ปี สำหรับเด็กของตระกูลใหญ่พวกเขาจะได้รับสิ่งนี้กันทุกคนหลังจากผ่านบททดสอบของวิทยาลัย ลุงให้เป็นของขวัญสำหรับหลานก็แล้วกัน”


    แอนเดอร์สันฉีกยิ้มกว้าง เขาไม่คิดเลยว่าตัวเองจะได้ของล้ำค่ามากขนาดนี้ ด้วยเงินของเขาที่มีแม้แต่ยาเพิ่มพลังเวทย์ 1 ปีก็ไม่สามารถหาซื้อได้


    จากความทรงจำของเขายาเพิ่มพลังเวทย์ 1 ปีสามารถกินได้เดือนละ 1 ครั้งเท่านั้น หากกินเกินขนาดจะไม่สามารถกินยาได้อีกเป็นเวลา 2 เดือน


    สำหรับยาเพิ่มพลังเวทย์ 10 ปี สามารถกินได้ปีละ 1 ครั้งเท่านั้น ยาเพิ่มพลังเวทย์ 50 ปีจะกินได้ทุกๆ 5 ปีและจะเริ่มกินได้หลังจากอายุ 15 ปีไปจนถึงอายุ 50 ปี เมื่ออายุถึงเท่านี้ผลของยาเพิ่มพลังเวทย์ 50 ปีจะใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป


    “ขอบคุณครับ”


    “ลุงขอขอบคุณแอนเดอร์สันเช่นกัน ไว้แวะมาเยี่ยมลุงบ่อยๆนะ ส่วนคนขับรออยู่หน้าบ้าน”


    “ครับ ผมจะแวะมาเล่นกับลุงบ่อยๆนะครับ”


    แอนเดอร์สันก้าวขึ้นรถมุ่งหน้ากลับวิทยาลัยพลางวางแผนว่าเขาจะทำอย่างไรต่อจากนี้เพื่อใช้ระบบให้ได้ประโยชน์มากที่สุด


    โดยจุดหมายที่เขาตั้งเอาไว้คือการสร้างกลุ่มอำนาจของตนเอง เขาไม่รู้ว่าผู้นำตระกูลสกอร์เปี้ยนส์จะตายตอนไหนและจะสละตำแหน่งตอนไหนเขาจำเป็นต้องสร้างกลุ่มขึ้นมาเอาไว้ก่อน ซึ่งการสร้างกลุ่มเขาจำเป็นต้องมีความแข็งแกร่ง หากไร้ซึ่งความแข็งแกร่งก็ไม่มีใครอยากจะเข้าข้างและสนับสนุน


    ความแข็งแกร่งที่แอนเดอร์สันฝันถึงเขาสามารถสร้างได้ด้วย 2 วิธี หนึ่งคือล่าปกติเหมือนกับคนอื่นๆ สองคือใช้ความสามารถของระบบยั่วยุความตาย หากเขาใช้ทั้งสองวิธีร่วมกันยิ่งสร้างความแข็งแกร่งได้เร็วกว่าคนอื่นๆ


    อย่างไรก็ตามการจะก้าวเข้าสู่ความตายและนำตัวเองเข้าสู่พื้นที่ล่า เขาต้องเตรียมตัวอีกเยอะ ลำดับแรกเขาต้องมีพลังเวทย์ที่มากกว่านี้ ลำดับที่สองเข้าจะต้องมีอาวุธชุดเกราะที่พร้อมใช้งาน อย่างที่สามเขาจำเป็นต้องมีข้อมูลของพื้นที่ต่างๆในมิสเทอรี่ พื้นที่ล่าจริงไม่ได้ปลอดภัยเหมือนพื้นที่ทดสอบ ไม่ว่าจะเป็นบนท้องฟ้า ในแม่น้ำหรือจะอยู่ใต้ดินล้วนมีความอันตรายทั้งหมดเขาจึงต้องเตรียมตัวรับทุกสถานการณ์


    “อาวุธ ชุดเกราะ ความเชี่ยวชาญด้านการต่อสู้และการใช้เวทย์ ข้อมูล”


    สิ่งที่ต้องทำเรียบเรียงภายในหัวของแอนเดอร์สัน พลางตั้งนาฬิกาปลุกในอีก 2 เดือนข้างหน้าเพื่อเตือนตัวเองเกี่ยวกับงานวันเกิดของผู้นำตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ เขาจำเป็นต้องหาสิ่งที่เหมาะสมและมีค่ามาสร้างเป็นของขวัญ ไม่อย่างนั้นก้าวต่อไปที่จะสร้างกลุ่มอำนาจจะพังลงหากงานวันเกิดเขามอบของขวัญที่ไม่มีประโยชน์


    “ลุงพ่อบ้าน ขอบคุณครับ”


    แอนเดอร์สันก้าวเท้าลงจากรถแล้วมุ่งตรงกลับไปยังห้องนอน คืนนี้เขาจำเป็นต้องพักผ่อนส่วนพรุ่งนี้เขาจะเข้าเรียนตามเดิม ในระยะเวลาที่เขาหายไปแอนเดอร์สันไม่รู้ว่าอาจารย์วิเอร่าสอนไปถึงไหนแล้ว


    —------------------------


    “หืม ไปเรียนที่ไหนกัน”


    แอนเดอร์สันย่นคิ้ว เช้านี้เขาเดินเข้ามาในห้องเรียนร่วมกลับกลายเป็นว่าภายในห้องมีเพียงแค่เขาคนเดียวเท่านั้น ต่อให้เขาจะกวาดตามองออกไปรอบๆก็ตาม ไม่มีนักเรียนปี 1 คนใดเดินเข้ามาเลยสักคนเดียว อาจารย์ผู้สอนก็เช่นกัน เขาเปิดดูในระบบของวิทยาลัยก็ไม่มีการประกาศโยกย้ายห้อง เมื่อไม่รู้ว่าเพื่อนย้ายไปเรียนกันที่ไหนแอนเดอร์สันจึงเริ่มออกเดินทางตามหาห้องเรียนของเขาที่ย้ายไปอยู่ที่อื่นในทันที


    “ไม่ใช่ว่าย้ายเข้าสาขาย่อยแล้วหรอกนะ”


    จากกำหนดการที่เขารู้ อาทิตย์แรกหลังจากแยกไปยัง 3 สาขาหลัก นักเรียนจะได้รับการปรับพื้นฐานให้เข้ากับหลักสูตรจริงที่ทางวิทยาลัยต้องการสอนด้วยระยะเวลา 1 อาทิตย์ การที่เขาหายไปหลายวันจึงไม่รู้ว่าอาจารย์วิเอร่าสอนอะไรไปแล้วบ้าง ถึงอย่างนั้นมันก็ยังไม่ครบอาทิตย์แรกของการแนะนำสาขาและปรับพื้นฐาน เขาจึงหวังว่านักเรียนในสาขาศาสตร์แห่งเวทมนตร์จะยังไม่แยกย้ายเข้าไปยังสาขาย่อยที่จะแยกหมวดหมู่เวทย์ตามธาตุ


    เพล้ง!


    เสียงเหมือนเหล็กกระทบกันดังขึ้นที่ลานกว้างแห่งที่ 2 ของวิทยาลัย แอนเดอร์สันจึงเข้าไปใกล้เพื่อจะดูว่าที่นั่นมีเพื่อนสาขาของเขาอยู่หรือเปล่า ทันทีที่เขาเดินออกมาจากทางเดินพบเข้ากับลานกว้างที่ 2 แอนเดอร์สันก็พบเข้ากับเพื่อนๆในสาขาของเขากำลังจับคู่ต่อสู้กัน แต่ทว่าการต่อสู้ที่เกิดขึ้นนั้นแทบไม่สามารถเรียกว่าการต่อสู้ของนักเวทย์ได้เลยสักนิด


    ทุกคนที่แอนเดอร์สันมองเห็นส่วนมากใช้อาวุธระยะประชิด ดาบ มีด หอก ขวาน กระบอง สนับมือ ถุงมือ อาวุธหลายอย่างถูกนำมาใช้แทนไม้เท้า ส่วนการโจมตีระยะไกลที่เขาเห็นส่วนมากมาจากธนู ปืน สิ่งที่ใช้สำหรับปลดปล่อยเวทย์อย่างไม้เท้าหรือคฑาเวทมนตร์กลับไม่ปรากฎให้เห็น เขาไม่รู้เลยว่าช่วงที่ตัวเองไม่อยู่นักเรียนถูกล้างสมองด้วยอะไรถึงได้เปลี่ยนอาวุธมาใช้แบบนี้ ไม่เพียงแค่อาวุธที่เปลี่ยน เวทมนตร์ที่ทุกคนใช้ก็เปลี่ยนเช่นเดียวกัน


    การร่ายเวทย์ให้เกิดลูกไฟขนาดใหญ่ การร่ายเวทย์ให้เกิดคมมีดมากมายหรือร่ายให้เกิดศรเวทย์ล้วนเปลี่ยนไปเป็นการใช้เวทย์เคลือบอาวุธ ส่งเสริมให้การต่อสู้ระยะประชิดได้ผลมากยิ่งขึ้น มันไม่ใช่การต่อสู้ที่นักเรียนโยนเวทมนตร์ใส่กันเหมือนในการทดสอบอีกต่อไปแล้ว ในสายตาของเขานักเรียนทุกคนในตอนนี้เหมือนกับทหารที่กำลังใช้เวทมนตร์เสริมพลังให้กับการต่อสู้


    “นาย!”


    เสียงร้องตะโกนก้องทำเอาแอนเดอร์สันตกใจ ดาบที่ชี้หน้าแอนเดอร์สันทำให้เขากลัวตายเพราะอาจารย์วิเอร่ากำลังปลดปล่อยพลังออกมากดดันเขา


    “นายเป็นนักเรียนคนแรกที่กล้าโดดเรียนในคาบของฉันมากขนาดนี้ ตั้งแต่ฉันสอนมาไม่เคยมีใครกล้าทำแบบนี้มาก่อน เข้ามาในสนามเดี๋ยวนี้!”


    แอนเดอร์สันพยายามก้าวเท้าเข้าไปในสนาม พลางกวาดตามองนักเรียนทุกคนที่หยุดต่อสู้กันแล้วหันมามองจ้องเขา


    “นายชื่ออะไร!”


    “แอนเดอร์สันครับ” แอนเดอร์สันตอบด้วยน้ำเสียงฉะฉาน เขาไม่อยากให้อาจารย์โกรธมากกว่านี้ ยังดีที่ระบบไม่ได้แจ้งเตือนจึงทำให้เขารู้ว่าอาจารย์เพียงแค่โกรธที่เขาหายไป ไม่ได้โกรธถึงขั้นจะฆ่าเขา


    “อ๋อ ไอ้คนที่ได้ที่ 1 ของการทดสอบ แล้วไง!!!”


    ทุกคนยืนนิ่ง แอนเดอร์สันรู้ได้ในทันทีเลยว่ากำลังจะมีงานใหญ่ เขาจึงยืนตรงรอรับเสียงตะโกนจากอาจารย์สาวตรงหน้าต่อไปเผื่อจะมีอะไรดีขึ้น


    “คิดว่าเป็นอันดับ 1 แล้วจะไม่เรียนก็ได้ใช่ไหม ฉันจะบอกอะไรให้นะ ในระหว่างที่นายไม่อยู่ ทุกคนที่นี่ได้เรียนรู้ถึงความจริงของเวทมนตร์ไปทั้งหมดแล้ว พวกเขาไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป นายคิดว่านายยังเป็นอันดับ 1 อยู่อีกใช่ไหม ได้ งั้นฉันจะทำลายอันดับ 1 ของนายเอง จอร์จ โซเดียร์ มานี่หน่อย!”


    แอนเดอร์สันมองจ้องไปยังจอร์จและโซเดียร์ ทันใดนั้นเขากลับย่นคิ้วเพราะทั้งสองมีพลังเวทย์ 86 และ 87 ปี มากกว่าเขาตอนนี้ไปแล้วทั้งที่ไม่กี่วันก่อนในตอนอยู่ในการทดสอบพวกเขามีพลังเวทย์เพียง 25 ปีและ 26 ปีเท่านั้น ยาที่ลุงนอธมอบให้แอนเดอร์สันยังไม่ได้ใช้เพราะเมื่อวานเขาเหนื่อยจึงได้พักก่อน 


    “เอาล่ะ นำอาวุธของนายออกมา”


    แอนเดอร์สันนำปืนออกมาจากสายคาดเอวตามคำสั่งของอาจารย์วิเอร่า 


    “พวกเธอสองคนใครอยากจะสู้กับเขา” แอนเดอร์สันย่นคิ้ว พลังเวทย์ของเขาและทั้งสองคนที่อาจารย์พูดถึงคือจอร์จและโซเดียร์ ห่างกันมากเขามีพลังเวทย์เพียง 36 ปีเท่านั้นหากจะให้สู้กับทั้งสองเป็นไปไม่ได้เลย


    “ผมเองครับ”


    จอร์จเป็นฝ่ายเสนอตัวต่อสู้กับแอนเดอร์สัน จากนั้นนักเรียนทุกคนก็เริ่มเว้นที่ว่างให้ทั้งสองได้ต่อสู้กัน พริบตาที่แอนเดอร์สันได้รับสัญญาณให้เริ่มจากอาจารย์ จอร์จก็ได้พุ่งเข้ามาหาเขาในระยะประชิดด้วยความเร็วที่ยากจะตามทัน ส่งผลให้เขาถูกอัดเข้าที่ใบหน้าลอยกระเด็นออกไปไกล ไม่แม้จะได้ใช้ปืนในมือ


    “สู้สิ เป็นอะไรทำไมไม่สู้ล่ะ อันดับ 1 ทำได้แค่นี้เหรอ หรือจะบอกว่าฉันไม่ยุติธรรมที่ให้สู้กับผู้มีพลังเวทย์มากกว่า ไม่ใช่ว่าอันดับ 1 ของนายได้มาเพราะใช้พลังที่มากกว่าไล่ล่าทุกคนแบบนี้เหรอ”


    แอนเดอร์สันจับไปยังจมูกที่มีเลือดไหล ภายในใจของเขารู้สึกน้อยใจเล็กน้อยกับการถูกตอกย้ำกับอันดับ 1 ของเขาครั้งแล้วครั้งเล่า จากสิ่งที่อาจารย์วิเอร่าพูดแม้จะเป็นการสั่งสอนให้เขาเลิกยึดติดกับอันดับ 1 แต่การสั่งสอนของอาจารย์ที่กำลังพูดต่อหน้าคนอื่นๆ มันกำลังจะทำให้อันดับ 1 ที่เขาได้รับมาถูกทำลายไม่มีชิ้นดี หากวันนี้เขาแพ้เรื่องที่เขาได้อันดับ 1 จะถูกพูดถึงอีกครั้งจากเหล่านักเรียน 


    ทว่ามันจะพูดในอีกแบบ เหล่านักเรียนจะพูดเพียงแค่ว่าเขาได้อันดับ 1 มาเพราะใช้พลังที่มากกว่าเข้าจัดการนักเรียนคนอื่นๆที่มีพลังเวทย์เฉลี่ยไม่ถึง 10 ปีเท่านั้น ทั้งที่เขาวางแผนมามากมายเช่นกันกลับไม่มีคนมองถึงจุดนั้นเลย


    ด้วยการสั่งสอนของอาจารย์ที่กำลังทำให้ความพยายามของแอนเดอร์สันพังทลายลง เขาจึงกัดฟันโกรธเพราะความหวังดีของอาจารย์ใช้ไม่ถูกที่ถูกเวลา


    วิ๊ง!


    เวทย์ประจำตระกูลเฟียร์ถูกวาดกลางอากาศ วิเอร่าที่เห็นแอนเดอร์สันไม่ยอมรับความพ่ายแพ้เธอจึงพยักหน้าให้จอร์จจัดการ ทันใดนั้นเขาก็ถูกความเร็วของอีกฝ่ายเตะเข้ากลางท้องจนลอยออกไปไกล ถึงอย่างนั้นวงเวทย์ที่กำลังวาดกลับไม่สูญสลาย เขายังคงวาดวงเวทย์ต่อไปกระทั่งผ่านเข้าสู่ช่วงนาทีที่ 5 ที่ถูกทุบตี เวทย์ของตระกูลเฟียร์ก็เริ่มทำงาน ส่งผลให้รอบตัวของเขามีไอพลังเวทย์สีเขียวลอยออกมาปกคลุมตัว


    “หวังว่า 1 เท่าของ 36 ปีจะพอนะ”


    แอนเดอร์สันลุกขึ้นด้วยความโกรธ ทางฝั่งอาจารย์วิเอร่าเริ่มแสดงสีหน้าวิตกกังวลเพราะแอนเดอร์สันกำลังปลดปล่อยบรรยากาศที่ต่างจากก่อนหน้าออกมา ทันทีที่เขาคิดว่าตัวเองมีสายลมโอบอุ้มร่างของแอนเดอร์สันก็พุ่งเข้าหาจอร์จด้วยความรวดเร็ว จนทุกคนตกใจตื่นไม่คิดว่าแอนเดอร์สันจะสามารถเพิ่มความเร็วของตัวเองขึ้นมาได้มากขนาดนี้ ทันทีที่แอนเดอร์สันเข้าถึงจอร์จ มือทั้งสองข้างของเขาก็จินตนาการว่ามีมีดสายลมปรากฎ พริบตาที่เขาจินตนาการ สายลมก็ได้พัดออกจากมือฟันผ่าอากาศเข้าไปยังจอร์จ จนต้องยกดาบขึ้นมาป้องกัน

     

    เปล้ง เปล้ง!


    “นี่มัน!”


    บนใบหน้าของจอร์จเต็มไปด้วยความตะลึง ถึงอย่างนั้นเขากลับไม่คิดฟุ้งซ่าน ตอนนี้กับตอนที่เขาเข้าไปในบททดสอบไม่เหมือนกัน การกลับตระกูลหลังจากการทดสอบจบลงเขาได้รับหลายอย่าง นอกจากได้ยาเพิ่มพลังเวทย์มาแล้ว เขายังได้รับสืบทอดพรของตระกูลส่งผลให้เวทย์เพลิงของเขาแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมจนไม่เกรงกลัวอีกฝ่าย หลังจากตวัดดาบปัดป้องการโจมตีของแอนเดอร์สันออกไป เขาก็รีบกระโดดหลบออกมาจากวงการโจมตีของแอนเดอร์สัน อย่างไรก็ตามการใช้เวทย์ของแอนเดอร์สันกลับพิเศษมาก เขาไม่จำเป็นต้องร่ายเวทย์ใดเลยสักนิดนอกจากเวทย์วงเมื่อครู่จบลง ทุกการโจมตีของเขาก็กลายเป็นเวทย์สายลมโหมกระหน่ำโจมตีในทันที  






     









     



    คล้ายกับเรื่อง[จบ]Death System จอมเวทย์ท้าความตาย ที่คุณอ่าน