น้ำตาไหลอาบแก้มเนียน ริมฝีปากถูกกัดจนเป็แผล เขาไล่สายตาตามขาจนถึงพื้นห้องเืผสมคราบรักทำให้เขาไม่กล้าเอ่ยสิ่งใดออกมา ข้อมือขาวเกิดรอยแดงเข้มจากการการกระทำของตน
ความเสียใจ เ็ปพุ่งเข้าหาจนเขาแทบตั้งตัวไม่ติดจ้าวยูร์ไม่แม้แต่จะมองใบหน้าของจอมมาร เขาเดินเข้าห้องของตัวเองไปเงียบ ๆ เืและน้ำรักบนขายิ่งตอกย้ำสิ่งที่จอมมารได้กระทำลงไป
เขายื่นนิ่งอยู่หน้าห้องจ้าวยูร์ไม่ขยับไปไหนเสียงน้ำจากในห้องดังเข้าหู มันดังอยู่แบบนั้นอยู่พักใหญ่ไฟในห้องดับลงเขายังคงยืนอยู่ที่เดิมไม่กล้าแม้จะขยับตัว
“พาข้าไปหานาง”
“ขอรับ” แม่ทัพเงาตอบรับคำสั่งของจอมมาร
จอมมารมองไปยังประตูตรงหน้าก่อนหายไปพร้อมแม่ทัพเงาทั้งสองมายืนอยู่ข้างเตียงนอนของเหวยเลยลี่ เขาวางมือลงบนศีรษะอีกฝ่าย ความทรงจำมากมายไหลเข้ามาดวงตาของจอมมารเบิกกว้าง
“ข้าอยากรู้ว่าผู้ชายอีกคนนั้นอยู่ที่ไหน อย่าได้กลับมาจนกว่าจะพบตัวมัน”
“รับบัญชาท่านจอมมาร”
จอมมารยืนมองคนที่หลับอยู่ด้วยความเสียใจเพราะความโกรธ ความหึงหวงทำให้เขาขาดสติ ทำร้ายร่างกายและความรู้สึกอีกฝ่าย ข้อมือเนียนยังคงแดงเหมือนเดิมหากจ้าวยูร์้ารักษาเขาทำมันได้โดยไม่ลำบาก เขากลับไม่สนใจที่จะรักษามัน
“ยูร์...เ้ายกโทษให้ข้าได้หรือไม่” จอมมารนั่งลงเอื้อมมือไปััแขนของจ้าวยูร์ด้วยความอ่อนโยนเขากลัวจะทำให้คนกำลังหลับตื่นขึ้นมา ข้อมือที่แดงอยู่ถูกรักษาจนหายเป็ปกติ
“เพราะข้าหึงหวงเ้าจนขาดสติ ไม่คิดไตร่ตรองให้ดีทุกอย่างล้วนเป็ความผิดของข้าคนนี้...”
“...ข้าไม่เคยคิดหักหลังเ้าสักครั้งเื่ของแม่ทัพใต้ เป็เพราะข้าประมาทจนเกินไปปล่อยให้นางลงมือทำร้ายเ้าได้...ข้าไม่ควรปล่อยให้นางตายง่ายๆ แบบนั้น ข้าควรทรมานให้สมสมกับความผิดของนาง....” จอมมารล้มตัวลงนอนข้าง ๆ เขาวางมือบนเอวของจ้าวยูร์อย่างแ่เบา
“....พอเ้าไม่อยู่ข้าถึงรู้ว่าข้า้าเ้ามากขนาดไหน...ข้าไม่เคยรู้สึกเช่นกับผู้ใดมาก่อน ข้า...ไม่อยากสูญเสียเ้าไปได้โปรด...ยกโทษให้ข้า สนใจข้าเพียงผู้เดียวได้หรือไม่.....”
กลิ่นกายของจ้าวยูร์ทำให้จอมมารรู้สึกสบายใจในขณะเดียวกันเขารู้สึกเ็ปจนไม่อาจต้านทานไหว ความรู้สึกแปลกใหม่ที่ไม่เคยรู้มาก่อนเขาเพิ่งได้เรียนรู้เป็ครั้งแรกในชีวิตอันยาวนานของเขา
“...ข้ารักเ้ามากเหลือเกิน”
เขากระชับอ้อมแขน ท่ามกลางความมืดมีเพียงแสงจันทร์ที่สอดส่องกระทบเข้ามาในห้อง ความเ็ป รู้สึกผิด เสียใจ ความเหนื่อยล้าโล่งใจ กลิ่นหอมคนข้างกายทำให้จอมมารเข้าสู่ห้วงนิทราในเวลาไม่นาน
จอมมารลืมตาขึ้นมาในตอนเช้า เห็นข้างกายว่างเปล่าหัวใจของเขาหล่นวูบตื่นตระหนก กายของเขาเย็นเฉียบด้วยความกลัว
“แม่ทัพเงา!!”
“ขอรับท่านจอมมาร”
“ยูร์ละ อายูร์ของข้าอยู่ไหน!” แม่ทัพเงามองหน้าจอมมารด้วยความไม่เข้าใจเขามองลงไปยังชั้นล่างของบ้าน จอมมารรีบวิ่งลงมาเห็นจ้าวยูร์กำลังยืนอยู่ในห้องครัวเขาจึงใจเย็นลง
“...ยูร์” สายตาของจอมมารมองตามการเคลื่อนไหวของจ้าวยูร์จนกระทั่งเขาเดินมานั่งลงที่โซฟาฝั่งตรงข้าม
“ท่านมาที่นี้ทำไม”
“ข้ามาตามเ้า”
“เพื่อ?”
“เ้ากำลังเข้าใจข้าผิดเื่ที่เกิดขึ้นตอนวันประลอง”
“เข้าใจผิด? ที่นางจงใจสังหารข้าเพราะหึงหวงท่านเพราะเป็เื่เข้าใจผิดงั้นเหรอ”
“ไม่ใช่อย่างนั้น”
“หรือท่านจะปฏิเสธว่าระหว่างท่านกับนางไม่ได้เกิดอะไรขึ้น”
“....ข้ากับนางไม่มีอะไรไปมากกว่าสัมพันธ์ทางกายข้าไม่เคยคิดกับนางเหมือนคิดกับเ้า”
“แต่นางไม่ได้คิดเช่นนั้นและมันก็มีเหตุผลมากพอที่นางคิดจะเอาชีวิตข้าหากวันนั้นข้าหลบไม่พ้นการโจมตีของนาง ข้าคงไม่ได้มานั่งอยู่ตรงนี้”
“คุณชายจ้าว อดีตแม่ทัพใต้เป็หนึ่งในผู้ทรยศที่หักหลังท่านจอมมารการที่อดีตแม่ทัพใต้กระทำเช่นนั้นเพราะความรู้สึกส่วนตัวไม่ได้เกี่ยวกับท่านจอมมารเลยขอรับ”
“หรือพูดอีกแง่หนึ่ง ทั้งที่รู้ว่านางเป็ผู้ทรยศทั้งที่รู้ว่านางรู้สึกยังไงกับท่าน ท่านยังส่งนางลงสู่ลานประลองอย่างนั้นใช่ไหมไม่ว่าท่านจะให้โอกาสนางเพื่อแก้ตัว หรือ้าเปิดโปงความผิดผู้ทรยศมันก็ไม่สามารถลบความผิดกับสิ่งที่นางทำ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่านางเกลียดข้าท่านยังจงใจส่งนางมาเพื่อสังหารข้า”
“ไม่ใช่แบบนั้นนะ! ยูร์ฟังข้าก่อน.....”จ้าวยูร์มองพวกเขาด้วยความผิดหวัง จอมมารยิ่งเห็นเขายิ่งร้อนรนใจเขาแทบแตกออกเป็เสี่ยง ๆ
“...ที่ข้าส่งนางไปไม่ได้คิดเป็อย่างอื่นแต่ข้ามั่นใจในฝีมือของเ้าว่าสามารถเอาชนะนางได้”
“ในเมื่อสัญญาว่าไม่มีการเอาชีวิตท่านคิดว่าข้าจะผิดสัญญาสามารถเอาชีวิตผู้อื่นได้อย่างนั้นรึไง” ไม่เพียงแค่จอมมารแม่ทัพเงาไม่คาดคิดว่าจะได้ยินคำพูดนี่ การเอาชีวิตผู้อื่นสำหรับพวกเขาแล้วไม่ได้คำนึงถึงสัญญาอะไรหากคนผู้นั้นมีกระทำผิดสมควรตายพวกเขาลืมไปว่าเดิมทีแล้วจ้าวยูร์เป็เพียงมนุษย์มาจากดินแดนที่แตกต่าง
“ท่านรักษาสัญญากับอาจารย์ของข้าหรือไม่” จู่ ๆ จ้าวยูร์เอ่ยถามขึ้นท่ามกลางความเงียบ
“ข้าคืนจิตต้นกำเนิดพร้อมกับปลดผนึกผืนป่าโดยรอบตามสัญญาแล้ว”
“ท่านมาที่นี้แล้วใครดูแลดินแดนของท่าน”
“ข้าฝากฝังไว้กับอาจารย์ของเ้า”
“นี่ท่าน! ให้ตายเถอะเป็ถึงจอมมารทำไมถึงได้เอาแต่ใจเช่นนี้” จ้าวยูร์รู้สึกเหนื่อยใจคนผู้นี้รู้ถึงหน้าที่ของตนบ้างหรือไม่
“ข้าไว้ใจพวกเขา อีกอย่าง...ข้าอยากรีบตามหาเ้าแก้ไขความเข้าใจผิดโดยเร็ว”จ้าวยูร์ปรายตามองคนทั้งสอง แม่ทัพเงาพยักหน้ายืนยันสิ่งที่จอมมารพูด
“ข้าเพิ่งมาถึงที่นี้ได้ประมาณสิบวันก่อนตลอดสิบวันที่ผ่านมาข้าตามหาเ้ามาตลอด”
“เพิ่งมาถึง? พวกท่านไปไหนมา”
“อาจารย์ของท่านส่งข้ากับท่านจอมมารไปประเทศที่ชื่ออียิปต์ขอรับ”
“ห๊า!? ทำไมอาจารย์ทำเช่นนั้น”
“ท่านาุโยังโกรธเื่วันงานประลองเลยกระทำเช่นนั้นขอรับ”
“มันสมควรแล้วไม่ใช่รึไงอาจารย์น่าจะส่งพวกท่านสองคนไปไกลกว่านั้นเดี๋ยว..พวกท่านมาที่โลกนี้นานแค่ไหนแล้ว”
“เกือบสองเดือนได้แล้วขอรับ”
“หมายความว่าตลอดสองเดือนที่ผ่านมาพวกท่านเป็คนเร่ร่อน?”
“คนเร่ร่อนหมายความว่ายังไง”จอมมารถามด้วยความไม่รู้
“คนเร่ร่อนหมายความว่าไม่มีที่อยู่เป็หลักแหล่งค่ำไหนนอนนั้นประมาณนั้นแหละ”
“ข้าไม่ใช่คนเร่ร่อนข้าเพียงร้อนใจรีบตามหาเ้าให้พบโดยเร็วเท่านั้น” จ้าวยูร์ส่ายหน้าด้วยความเหนื่อยใจ
“ตอนนี้หาข้าเจอแล้ว พวกท่านกลับไปได้แล้ว”
“ไม่กลับได้หรือไม่ ข้าขออยู่ที่นี้กับเ้าช่วยเหลือปัญหาที่เ้า้าให้เสร็จสิ้นได้หรือไม่”
“ท่านรู้ว่าข้าอยากทำอะไร?” จ้าวยูร์มองทั้งสองด้วยความใสายตาของเขาเต็มไปด้วยคำถาม
“หากข้าบอกเ้าไป เ้าอย่าเพิ่งโกรธข้าได้ไหม” แม่ทัพเงาผู้ที่อยู่กับจอมมารมานานมองผู้เป็นายนิ่งเขาไม่เคยเห็นจอมมารที่หวาดกลัวคนอื่นมาก่อน สิ่งที่เขาทำล้วนแต่ทำด้วยความพอใจไม่ได้ใส่ใจความรู้สึกคนอื่นมากมาย หากเขาว่าผิดคือผิด หากเขาว่าถูกคือถูกไม่เคยเอ่ยถามถึงเหตุผลหากไม่จำเป็ ครั้งนี้กับคนตรงหน้าดูเหมือนไม่ใช่แบบนั้น
“ท่านลองบอกมาก่อนสิ”
“ข้าอ่านความทรงจำของผู้หญิงที่เ้าเจอเมื่อคืน....”เพียงแค่เอ่ยขึ้นมาสายตาของจ้าวยูร์เปลี่ยนไปทันที
“ฟังข้าก่อน...ข้าแค่้ารู้ว่าผู้หญิงคนนั้นมีความเกี่ยวข้องอะไรกับเ้ากันแน่ข้าเลยให้แม่ทัพเงาตามนางไปจนถึงบ้าน จากนั้นข้าได้อ่านความทรงจำของนาง....” จ้าวยูร์กำมือแน่นเขากำลังควบคุมอารมณ์โกรธของตนเองอยู่
“ท่านก้าวก่ายเื่ของข้ามากเกินไปแล้วท่านจอมมาร”
“ข้า.....” จ้าวยูร์คลายมือออก เขายกขึ้นหนวดขมับ
“ท่านเห็นอะไร...”
“ทุกอย่างที่เกี่ยวกับเ้าและสิ่งที่พวกเขากระทำต่อเ้า”
“ท่านเห็นทุกอย่าง?”จอมมารพยักหน้า
“ทุกอย่างที่พวกเขากระทำต่อเ้าทั้งต่อหน้าและลับหลังเ้า”
“เื่นี้ไม่เกี่ยวกับท่าน พวกท่านกลับไปเถอะ”
“ข้าไม่กลับ!เ้าอยู่ที่นี้ข้าก็จะอยู่ที่นี้ด้วย”
“ท่านจะเอาแต่ใจเกินไปแล้วน่ะ”
“ข้าไม่สน!”
“..........”
“ข้าอยากอยู่ข้างกายเ้า” เขาพูดเสียงอ่อยเมื่อเห็นสายตาของจ้าวยูร์แม่ทัพเงามองเ้านายของตน
...อ่า..นี่จอมมารผู้ไร้ความรู้สึกคนนั้นกำลังอ้อนวอนขอความรักใช่หรือไม่.....
“ท่านสามารถสังหารพวกเขาได้เลยไม่ใช่หรือขอรับ”แม่ทัพเงาไม่เข้าใจว่าทำไมต้องทำอะไรยุ่งยาก แค่สังหารพวกเขาให้จบ ๆ ไปก็สิ้นเื่
“ทำได้แต่มันสบายเกินไปกับสิ่งที่พวกเขาทำข้าอยากให้พวกเขารับรู้ถึงความเ็ปที่ข้าได้รับ”
“ให้ข้าช่วยเถอะนะ”
“ท่านจะช่วยข้าได้ยังไง”
“ขอแค่เพียงเ้าบอกมาไม่ว่าอะไรข้ายินดีทำทั้งนั้น ขอเพียงอย่างเดียว...อย่าไล่ข้ากลับไปเลย”ไม่เพียงแค่จ้าวยูร์ที่ใกับคำพูดอ้อนวอนของจอมมารแม่ทัพเงาผู้ที่อยู่กับจอมมารมานานยังตื่นใไม่แพ้กัน จอมมารที่นั่งอยู่ตรงนี้ใช่จอมมารเดียวกันกับที่ออกคำสั่งให้สังหารคนกว่าครึ่งค่อนดินแดนวรยุทธเมื่อหลายเดือนก่อนจริงๆ หรือ
ในตอนนี้จอมมารผู้นั้นกับผู้นี้ ถ้าให้พูดแม่ทัพเงาแทบไม่อยากเชื่อหูเชื่อสิ่งที่ได้เห็นได้ยินเลยด้วยซ้ำเขาไม่เคยเห็นจอมมารเช่นนี้มาก่อนในชีวิตที่อยู่ข้างกายเขา หากไปพูดให้คนอื่นฟังคงไม่มีใครเชื่ออย่างแน่นอนอีกอย่าง...ถ้าพูดไปชีวิตเขาคงไม่เหลือ ฉะนั้นเขาจะทำเป็มองไม่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นก็แล้วกันเพื่อยืดอายุขัยตัวเองให้นานขึ้นอีกหน่อย...