ข้าไม่เคยเข้าใจความรู้สึกแห่งการสูญเสียแม้แต่ตอนนี้ข้าก็ไม่เข้าใจ
สิ่งมีชีวิตรอบตัวมีตั้งมากมายในหนึ่งวินาทีมีการตายในมิติจักรวาลเกิดขึ้นนับไม่ถ้วน กะอีแค่คนใกล้ชิด คนรู้จักคนในครอบครัว หรือคนที่รักจากไปอย่างไม่มีวันหวนคืน ทำไมถึงทำให้จิตใจเหมือนแตกสลายได้ขนาดนี้เวลาหนึ่งเดือนครึ่งนับจากที่ข้าเกิดมาจากร่างกายแม่กวางความอบอุ่นที่นางเผื่อแผ่ให้ข้าซุกในยามค่ำคืนน้ำนมแสนอร่อยจากเต้าที่ให้กินได้ไม่มีเบื่อ ของแค่นี้มันสำคัญตรงไหนกัน
ข้าเดินโซเซไปตามทางผ่านพงหญ้าที่เต็มไปด้วยหนามก็ยังฝ่าเข้าไป ให้กิ่งแหลมเสียดแทงิัจนรู้สึกเจ็บเผื่อจะหลุดจากความปวดร้าวนี้ไปได้ สักวินาทีก็ยังดี
ท่านประธานมองอยู่หรือเปล่านะ?ข้าอยากเรียนให้ทราบเหลือเกินว่าโมเดลการลงโทษเ้าหน้าที่พิเศษรูปแบบใหม่ของท่านมันผิดพลาดนอกจากจะทำให้ข้ายิ่งงงกับการเป็สิ่งมีชีวิตแล้ว ยังเกิดความรู้สึกอยากฝืนกฎมิติจักรวาลอย่างทำพิธีฟื้นคืนชีพอีกหยุดการลงโทษแล้วพาข้ากลับไปเถอะ ขอร้อง
รู้ตัวอีกทีจิตใต้สำนึกก็พาข้าเดินมาไกลมากแล้ว เข้าสู่เขตป่าใกล้ที่อยู่เดิมของตนแต่ทางที่เลี้ยวไปกลับไม่ใช่ต้นไม้ใหญ่นั่น แต่เป็บริเวณเงียบ ๆที่มีรูปริศนาซ่อนอยู่ ข้าคิดจะฝืนตัวเองไม่ให้เดินไปตรงนั้น ข้าถูกไล่แล้วเ้าของที่ไม่อยากเห็นหน้าข้า แต่สติสัมปชัญญะริบหรี่ลงทุกขณะข้าเหมือนหุ่นเชิดที่ถูกเส้นด้ายบังคับให้เดินอย่างไม่มีวันหยุด
ปึก!
แต่จู่ๆ เส้นด้ายนั้นก็ขาดผึง ร่างกายข้าถึงขีดจำกัด เพิ่งรู้ตัวว่าข้าไม่ได้กินอะไรเลยั้แ่ไปกับเ้าจิ้งจอกน้อยแถมยังใช้มหาเวทดาวตกกับคุกศักดิ์สิทธิ์อีก แม้มานาที่มีอยู่จะเยอะมากแค่ไหน แต่ก็ต้องใช้กำลังกายและใจในการดึงพลังไม่แปลกที่จะเหนื่อยล้าจนล้มลงแบบนี้
“ออซ”ข้าเอ่ยอย่าวแ่เบา ชนิดที่แม้แต่มดก็คงฟังไม่ชัด “ข้าขอโทษ...ช่วยด้วย”
330476
330476
ข้าเจอเบาะแสแล้ว
มีคนทรยศท่านประธาน!
“หา!?” ข้าลืมตาโพลง
“ตื่นละเหรอไอ้กวางเผือก”
ข้าพยายามปรับการมองเห็นแล้วก็พบว่าเหนือหัวเป็เพดานสีขาวแทนที่จะเป็ท้องฟ้า แถมตัวเองยังนอนอยู่บนโซฟาสีแดงสดนุ่มนิ่มแทนที่จะเป็พื้นดินแข็งๆ กลิ่นเบอร์รี่หอม ๆ กับบรรยากาศคุ้นเคยบอกให้รู้ว่าไม่ได้กำลังฝัน
“ออซเหรอ...ออซ”ข้าร้องเรียก พยายามจะยันตัวขึ้นแต่ก็ทำไม่ได้ร่างกายข้าเบาหวิวเหมือนขาดการเชื่อมต่อกับเซลล์ประสาท “เ้าทำอะไร ทำไมข้าขยับไม่ได้”
“เปล่าไม่ได้ทำอะไร” ออซในร่างกระต่ายั์โดดดึ๋งเข้ามาใกล้โซฟา มันดมตัวข้าฟุดฟิดก่อนจะส่งเสียงหึ “โตเป็หนุ่มแล้วนะลิมุน”
ข้างงก่อนจะจับสังเกตได้บางอย่าง กวางนอนหงายไม่ได้แต่ตอนนี้ข้ากำลังนอนแผ่อยู่บนโซฟาแคบ ๆ แถมยังพลิกคอหันไปหาออซที่ยืนอยู่ด้านข้างได้อย่างไม่ติดขัดแถมทัศนวิสัยก็แปลกไป ข้าเห็นสี เม็ดฝุ่น ไปจนถึงไรขนของออซได้ชัดเจนเกินไป ทั้งที่ปกติตากวางไม่ได้ชัดขนาดนี้
“อย่าบอกนะว่า...”ข้าปากสั่น “ว่า...”
“เ้าได้ร่างครึ่งมนุษย์แล้วสัตว์วิเศษจะมีร่างนี้ก็ต่อเมื่อเจริญเติบโตถึงจุด ๆ หนึ่งใน่แรกจะเผลอเปลี่ยนร่างโดยไม่รู้ตัว ดีนะที่ข้าจำกลิ่นได้ ไม่งั้นเ้าโดนเหยี่ยวทึ้งตายไป...”
“ว้ากกกกกกกกกก!!!!” ข้าร้องแบบเสียสติ ออซถึงกับโดถอยหลังชิดกำแพงด้วยความใ“ข้าไม่ชอบครึ่งมนุษย์ครึ่งสัตว์! ครึ่งมนุษย์ครึ่งจักรกลยังเท่กว่าอีกทำไมนะท่านประธาน ทำม้ายยยยยย”
“ลิมุน! โหวกเหวกทำไม ใหมด” ออซดุมันกลายร่างเป็ครึ่งมนุษย์ก่อนจะโดดมาปิดปากข้า “ไม่รู้นะว่าเกลียดไปทำไมแต่นี่มันหมายความว่าศักยภาพทางกายของเ้าถึงจุดที่แข็งแรงสมบูรณ์พอจะรับตำแหน่งผู้พิทักษ์ได้แล้วที่เหลือก็แค่รอข้าตายหรือหนีหายไปเฉย ๆ แค่นั้นล่ะ”
“เอี๋ยวอ๊ะ...เอ้าอดอ้าแอ๊วอี้”เดี๋ยวนะ เ้าปลดข้าแล้วนี่
“เฮ้อ...ไอ้กวางเผือก”ออซยิ้มอย่างเอ็นดู มันสอดมือเข้าใต้แผ่นหลังข้า ก่อนจะประคองให้นั่งแบบครึ่งตัว “่แรกๆ จะขยับตัวลำบากหน่อย เพราะสมองยังสั่งการกล้ามเนื้อไม่เป็ แต่สักพักจะชินเองตอนนี้ลองพยายามทรงตัวให้นั่งได้เท่านี้ก่อน”
ข้าสำรวจร่างกายตัวเองอู้ว...โชคดีที่ออซห่มผ้าให้ เพราะข้าไม่ได้อยู่ในสภาพท่อนล่างยังเป็สัตว์เหมือนออซหรือบิงกี้แต่เป็ร่างมนุษย์จริง ๆ เกือบทั้งหมด ยกเว้นเท้าที่เป็กีบขนาดใหญ่โดยรวมกายเนื้อนี้สุขภาพดี ผิวขาวเนียนนุ่มนิ่ม แต่แอบขัดใจนิดหน่อยตรงที่แอบมีพุงแค่ก ๆ!! ค่อนข้างมีน้ำมีนวล ไม่ได้เป็ร่างกล้ามเนื้อสวยงามเหมือนเ้ากระต่าย
ออซยื่นกระจกแบบถือมาตรงหน้าข้า“อยากเห็นตัวเองไหม”
สิ่งที่ปรากฏในกระจกคือหน้าของเด็กหนุ่มอายุราว17-18 ปี ผิวขาวซีด ดวงตากลมโตดำขลับ เส้นผมสีบลอนด์แพลตตินั่มส่องประกายล้อกับแสงหลอดไฟปากรูปกระจับสีแครนเบอร์รีรับกับจมูกเล็ก ๆ บนหัวมีเขากวางขนาดกะทัดรัดประดับอยู่ น่าแปลกที่รูปลักษณ์ภายนอกข้าดูน่ารักน่าชังสวนทางกับภายในที่ทั้งเท่ทั้งเคร่งขรึม
“ออซเ้าช่วยข้าทำไม” ข้ายิงคำถามเพราะไม่ค่อยสนใจหน้าตาตัวเอง“ไม่ใช่ว่าโกรธจนไม่อยากเจอหน้าเหรอ”
“เก่งมากลิมุนแปบเดียวก็นั่งได้แล้ว ทีนี้ลองพยายามขยับมือกับเท้าดูก่อนนะ”ไอ้กระต่ายแกล้งทำหูทวนลม
“ออซ! อย่าเมินคำถามสิ ไหนว่าโกรธจนไม่อยากเห็นหน้าข้า”
“เฮ้อ...”อีกฝ่ายเบือนหน้าไปทางอื่น “ผู้เฒ่าเล่าให้ฟังแล้วนะ เื่ที่เ้าบังเอิญได้ยินเสียงของพวกอัล”
“หหา...หมายความว่าไง”
“ข้าขอโทษ”ออซคุกเข่า แต่ยังคงจับแขนข้าไว้ “ขอโทษที่ทำเหมือนหลอกใช้เ้าที่จริงมันเป็แผนที่ข้าทำร่วมกับเหล่าอารักษ์กำแพงแก้วเพื่อจะถล่มพวกอัลและยึดโลกกลับคืน”
ข้าถึงกับมึนหัวตึ้บทำไมมีชื่อแปลก ๆ โผล่มาอีกแล้ว “อารักษ์กำแพงแก้วคืออะไร แล้วแผนอะไร”
“จริงๆ แล้วข้าไม่เคยออกไปนอกเขตกำแพง ห้าร้อยก้าวจากกำแพงแก้วชั้นแรกและชั้นสุดท้ายเป็เขตแดนบริสุทธิ์เวทมนตร์และพลังวิเศษทุกชนิดจะใช้การไม่ได้ข้าแค่รู้สึกเบื่อชีวิตเลยร่อนเร่ไปตามป่าต่าง ๆ โดยใช้พลังโพรงกระต่ายซ่อนตัวจากผู้พิทักษ์ตัวอื่นจนไปถึงสถานที่แห่งหนึ่งมันเป็แท่นบูชาเทพผู้พิทักษ์ที่ใหญ่ที่สุดที่ข้าเคยเจอ...ไม่สิพวกอารักษ์เรียกมันว่าวิหาร พวกเขาคือเหล่าสัตว์จอมเวทที่มารวมตัวกันเพื่อบูชาท่านเทพไอโรและคอยดูแลเผื่อว่ากำแพงแก้วแตกสลายในเวลาที่ไม่สมควร”
“ปแปลว่าเ้ารู้ความสามารถของรูปปั้นกวางอยู่แล้วใช่ไหม” ข้าถามตะกุกตะกัก
“ใช่ข้ารู้ว่ามันคือตัวกลางในการส่งมานาขึ้นไปยังกำแพงแก้ว พวกอารักษ์บอกแล้ว” ออซพยักหน้ามันดูใที่ข้าก็รู้เช่นกัน “กำแพงแก้วถูกสร้างด้วยหลายเหตุผล แต่ที่สำคัญก็คือมันช่วยกันไม่ให้อัลบุกรุกป่า...อันนี้ฉลาดอย่างเ้าก็น่าจะรู้(โอ้ว แน่นอน) แต่เหล่าอารักษ์กลัวว่าสักวันอัลจะพัฒนาอาวุธที่เจาะเข้ากำแพงแก้วมาได้เลยต้องหาทางขับไล่มันไปให้พ้นโลกของเรา วันหนึ่งตอนที่ข้าอยู่ด้วยพวกเขาได้รับคำทำนายจากบุคคลปริศนาที่บุกมาถึงวิหารว่าจะมีสัตว์ของพระเ้ามาเกิดเป็ผู้พิทักษ์ที่ป่าของข้าสัตว์ตัวนั้นจะเป็ ‘หนึ่งในกุญแจสำคัญ’ เพื่อไขปริศนาอาวุธที่จะต่อกรกับอัล”
“บุคคลปริศนา?”ข้าทวนคำ
330476
ข้าเจอเบาะแสแล้ว
มีคนทรยศท่านประธาน!
“ใช่เ้านั่นเป็มนุษย์” ออซเอ่ยหน้าเครียดขึ้น “มันมาในร่างมนุษย์สองขาแต่รูปลักษณ์บิดเบี้ยวเหมือนลิงไร้ขนพิการ มันให้คำทำนายนั้นมา พร้อมกับบอกว่าพวกอัลก็จะได้คำทำนายนี้เช่นกันจากนั้นก็หายวับไป เหล่าอารักษ์เลยต้องคิดแผนรับมือ พวกเขาให้ข้าเป็นกต่อไปต่อรองกับพวกอัลผ่านอุปกรณ์สื่อสารนี้”ออซหยิบแท่งปริซึมใสมาโชว์ต่อหน้าข้า “มันเป็อุปกรณ์ที่อารักษ์เก็บไว้ั้แ่สมัยาครั้งแรกเพื่อศึกษาพวกเขาวางแผนให้ข้าติดต่อไปหาพวกอัล บอกว่าบังเอิญเก็บนี่ได้เล่าเื่ให้ตัวเองเป็เหมือนกระต่ายเห็นแก่ตัวที่อยากจะชุบชีวิตน้องชายแลกกับชีวิตนับล้านในป่าใหญ่ข้าใช้เวลาคุยและพิสูจน์ตัวเองอยู่นานจนพวกนั้นยอมเชื่อเล่าเื่คำทำนายให้ข้าฟัง คำทำนายของพวกอัลต่างจากที่ผู้อารักษ์ได้พวกมันรู้ว่าเ้าจะเป็ ‘ผู้ทำลายกำแพงแก้ว’ อัล้าให้ข้าดำเนินการตามแผนนั้น”
“ข้าจะมั่นใจได้ไงว่าเ้าพูดจริง”
“ไม่มีอะไรจะพิสูจน์”ออซเอ่ยเรียบ ๆ “แต่นี่คือความจริงใจทั้งหมดที่ข้าจะมีได้ ถ้าไม่ไว้ใจข้าอย่างน้อยขอแค่รอให้เ้าชินกับร่างนี้ก่อน จากนั้นจะหนีจากข้าไปก็ได้”
ข้าจับแววโกหกในคำพูดหรือท่าทางออซไม่ได้แต่ถึงอย่างนั้นบางอย่างในใจก็ยังรู้สึกไม่ค่อยดีนักเมื่อนึกถึง่เวลาที่จับได้ครั้งแรกว่าออซติดต่อกับพวกอัล
“ข้าไม่รู้จะไปไหน”ข้าเสมองไปทางอื่น “แม่กวางตายแล้ว นางโดนงูกิน ที่นี่ข้าไม่มีฝูงให้กลับไปหา”
“เ้าอยู่กับข้าได้”ออซแทรก “เอ่อ...อย่างน้อยก็จนกว่าจะพอใจอะนะแต่เ้าคงไม่คิดโกรธข้าที่ปลดแม่เ้าออกเลยโดนกินใช่ไหม”
“ข้าไม่รู้จะโกรธไปทำไม...สิ่งมีชีวิตเกิดมาก็ต้องตายไม่วันนี้ก็วันหน้าแค่การที่ข้าลงจากตำแหน่งมันเร่งให้การตายของแม่ข้ามันมาถึงไวขึ้น” ข้าเอนหลังลงนอนมองเพดาน
“แล้วเ้าทำยังไงกับงูตัวนั้น”
“ก็ปล่อยไปเฉยๆ ระบบนิเวศน์ก็แบบนี้ล่ะ ดาวบางดวงพวกสัตว์ไม่มีระบบผู้พิทักษ์ก็ล่ากันแบบไม่สนใจอะไรยิ่งกว่านี้อีกข้าควรจะชิน”
“มีใครในจักรวาลนี้ใจดีเท่าเ้าอีกหรือเปล่าเนี่ยไม่คิดแค้นหน่อยเหรอ?” ออซทำตาโต
“จักรวาลนี้ไม่แน่ใจแต่จักรวาลอื่นที่ยิ่งกว่าข้าก็น่าจะเป็พระเวสสันดรนะ”
“งั้นข้าขอถามหน่อยสิลิมุนเ้า...” ออซอ้ำอึ้งไปครู่หนึ่ง เหมือนคำถามนั้นมันยากมาก “เอ่อเ้าเป็กวางของพระเ้าจริง ๆ เหรอ”
“พวกเราต่างก็เป็ทรัพย์สมบัติของพระเ้าไม่ใช่แค่ข้าหรอก แต่ข้าพิเศษตรงที่จิติญญาภายในคือตัวตนอันสูงส่งยิ่งกว่าสิ่งมีชีวิตทั่วไปเป็ผู้รับใช้พระเ้าคอยดูแลมิติจักรวาลให้เป็ไปตามโองการแห่งโชคชะตาที่ถูกลิขิตมาแล้ว”
“แล้วเ้ามาถึงโลกทำไมพระเ้าส่งมาให้มาทำเื่ยิ่งใหญ่ตามคำทำนายใช่หรือเปล่า” ออซหรี่ตาถาม มันดูสงสัยในสิ่งที่ข้าพูดมากขึ้นไปอีก
“ก็ถ้าพูดในฐานะสิ่งมีชีวิตก็คงจะยิ่งใหญ่มากอะนะแต่สำหรับเ้าหน้าที่พิเศษแล้วมันก็คืออีเว้นต์หนึ่งที่ต้องเกิดเพื่อให้ท่านประธานพอใจ ซึ่งั้แ่ข้าทำหน้าที่มามีอีเว้นต์คล้ายๆ แบบนี้เกิดขึ้นเป็หมื่นครั้งแล้วล่ะ แค่อาจจะเกิดขึ้นบนดาวดวงอื่นกาแล็กซี่อื่น หรือมิติคู่ขนานอีกแห่งหนึ่งอะไรทำนองนั้น”
“อ๋อออ”ออซร้องเหมือนเข้าใจ แต่แววตากลับเหมือนจะล้มพับไปกับพื้น “เอ่อ ขอถามอีกเื่...นี่แปลว่าเ้าอายุมากแบบมากจนนับไม่ไหวใช่มั้ย”
“ก็ใช่นะจิติญญาข้าแก่กว่าสิ่งมีชีวิตทั้งโลกนี้รวมกันเสียอีก”
“แล้วทำไมเ้าชอบทำตัวปัญญาอ่อนล่ะ”ออซเอียงคอถาม “อย่างเช่นบางทีก็ไล่งับหางตัวเอง วิ่งไล่ผีเสื้อ ชอบปีนป่ายต้นไม้แถมยังขี้งอนได้โล่ด้วย”
ข้าหันขวับ“ก็เพราะสิ่งมีชีวิตมีอารมณ์ความรู้สึกที่อ่อนไหวมาก ข้าเลยติดเชื้อพวกเ้านี่ไง!”
“อ้ออย่างนั้นเอง” ออซพยักหน้าช้า ๆ แววตาขบขันขึ้นมา “...ลิมุน”
“อะไร”
“เมื่อกลางวันข้าโกรธที่เ้าพูดไม่ดีกับสัตว์ทุกตัวบวกกับที่เ้าทำเมินข้ามาเป็เดือน ๆแต่พอรู้เหตุผลว่าเ้าคงมีน้ำโหกับข้าก็รู้สึกผิด...ข้าอยากขอโทษ” หูออซลู่ลงมาด้านข้างเป็ทรงทวินเทล“ที่ต้องปิดบังเพราะข้าไม่รู้ว่าเื่แบบนี้ควรจะเริ่มคุยยังไงแล้วก็ไม่รู้ว่าเ้าจะรู้สึกแย่กับการเป็นกต่อหรือเปล่า...ข้าให้อภัยเ้าทุกอย่างแล้วเ้าล่ะ ว่ายังไงดี”
ข้าถอนหายใจเฮือกใหญ่ไม่อยากตอบว่าตัวเองหายโกรธมั้ย แต่ดูจากที่สมองสั่งร่างกายให้เดินหาโพรงกระต่ายนี้จนสลบไปจิตใต้สำนึกคงมองว่าออซเป็ที่พึ่งที่เหลือเพียงหนึ่งเดียวล่ะมั้ง
“อืมเหมือนกัน” ข้าพยักหน้าส่ง ๆ แบบวางมาด “เราหายกัน”
ไอ้กระต่ายยิ้มยิงฟันหูตั้งขึ้นอย่างอารมณ์ดี “งั้นข้าขอถามความสมัครใจนะ...ยังอยากเป็ผู้พิทักษ์อยู่มั้ย”
“ตอนนี้ก็ไม่แล้วล่ะ”ข้าส่ายหัวทันที “ที่จริงมีหลายเื่ที่วางแผนไว้ แต่ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับข้าก็คือหาลู่ทางออกไปโลกข้างนอกนั่นเพื่อตามหาใครบางคน”
“มันไม่ปลอดภัยนะลิมุนเ้าควรเจอกับพวกผู้อารักษ์ แล้วรอเป็กำลังในการต่อกรกับพวกอัลที่จะบุกมามากกว่า”ออซแนะนำหน้าเครียด
“อ้อ! นี่ล่ะเื่แรกที่ข้าจะบอกพาข้าไปเจอพวกอารักษ์ให้เร็วที่สุดได้เมื่อไหร่” ข้าถาม เรียกสีหน้าใจากออซ “ข้าอยากจะคุยเื่ที่มาของกำแพงแก้วความตั้งใจของไอโร แล้วก็ไอ้บุคคลปริศนาที่ให้คำทำนายด้วย...ข้าสงสัยว่ามันอาจเป็เพื่อนร่วมงานที่ทำให้อะไรๆ ในชีวิตข้าแย่แบบหน้ามือเป็หลังเท้าแบบนี้...ไปกันพรุ่งนี้เลยมั้ย”