เมื่อหญิงสาวเดินมาที่ลานหน้าบ้าน เธอเห็นหลินเสี่ยวิกำลังนั่งรอทานข้าวอย่างใจจดใจจ่อ บนโต๊ะไม้เก่า ๆ มีแกงผักป่าร้อน ๆ กับข้าวสวยวางอยู่ เมื่อเธอเดินมาหาน้องชาย หลินเสี่ยวิยิ้มล่าด้วยความดีใจ
"พี่เสี่ยวเหยา แกงที่พี่ทำมันหอมมากเลยครับ จนน้ำลายผมไหลยืด" หลินเสี่ยวิเอ่ยขึ้น
"มันหอมเพราะพี่สาวใส่เครื่องปรุงตามสูตรที่พี่สาวคิดค้นขึ้น มันทำให้น้ำแกงอร่อยขึ้น ถ้าน้องเล็กชอบพี่สาวจะทำให้ทานทุกวัน" หลินเสี่ยวเหยาตักแกงใส่ถ้วย ส่งให้น้องชาย
หลินเสี่ยวิตักแกงเข้าปาก เคี้ยวช้า ๆ รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าเด็กน้อย
"อร่อยมากเลยพี่สาว ฝีมือพี่นี่ไม่แพ้แม่เลยนะ" หลินเสี่ยวิเอ่ยชมไม่หยุด
‘หึ..ถ้าไม่มีเครื่องปรุงสำเร็จรูปกับข้าวก็ฉันคงทำคงไม่อร่อยเท่านี้หรอก’ หลินเสี่ยวเหยารู้สึกโชคดีที่ในห้างสรรพสินค้าของเธอมีเครื่องปรุงสำเร็จรูปครบครันทำให้การใช้ชีวิตในยุค 70 ไม่ได้แย่อย่างที่เธอคิด
หลังจากทานข้าวเสร็จ หลินเสี่ยวเหยาก็เก็บกวาดโต๊ะอาหาร ก่อนจะหันมาบอกกับน้องชาย
"เสี่ยวิ วันนี้น้องเหนื่อยมาทั้งวัน เดี่ยวน้องไปพักผ่อนได้แล้ว"
"ครับพี่สาว เดี่ยวผมไปก่อนนะครับ" เด็กชายพูดขึ้นก่อนจะวิ่งเข้าห้องไป
หลินเสี่ยวเหยามองดูน้องชายที่รีบวิ่งด้วยความเอ็นดู ก่อนที่เธอจะนำถ้วยชามไปล้างก่อนจะเดินเข้ากลับเข้าบ้าน
เมื่อหลินเสี่ยวเหยาเดินเข้ามาในห้องนอน ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้เธอต้องหยุดชะงัก บนเตียง ร่างสูงโปร่งของหยางเฟิงนอนหลับไหล ผ่อนคลาย ไร้ซึ่งท่าทีระมัดระวัง ผ้าห่มบางๆ เปิดออกเผยให้เห็นแผ่นอกขาวเนียน กล้ามหน้าท้องที่รูปชัดเจน และรอยแผลจากาแที่พันไว้ด้วยผ้าก๊อตสีขาว
'นี้คุณตัวร้าย...คุณจะอ่อยฉันหรือไง เดี่ยวใจก็ได้แตกหรอก'
เมื่อได้สติหลินเสี่ยวเหยาก็ขยุ้มหัวอย่างเขินอาย กับความคิดพิเรนของเธอ จะว่าไปแล้วคุณตัวร้าย นี่หล่อเหลาเกินกว่าที่เธอเคยจินตนาการไว้ แม้จะาเ็ แต่เสน่ห์ของชายหนุ่มยังคงไม่แ่ ทำให้หัวใจดวงน้อยของเธอเต้นตึกตัก
หลินเสี่ยวเหยาอดหน้าแดงไม่ได้ ‘ทำไม ตัวร้ายเื่นี้หล่อยิ่งกว่าพระเอกซะอีก’
เมื่อเธอนึกถึงหลี่เหว่ยเฉียง อารมณ์เขินอายเมื่อครู่ก็พลันเปลี่ยนเป็เปลวเพลิงแห่งความแค้นทันที
'หวังว่าชาตินี้พวกแกจะไม่มายุ่งเกี่ยวกับฉันอีก ไม่อย่างนั้นฉันจะไม่ยอมอยู่เฉยให้พวกแกทั้งคู่รังแกฉันได้เด็ดขาด!' หลินเสี่ยวเหยารำพึง
ความโกรธแค้นจากชาติก่อนลุกโชนขึ้นในใจของหญิงสาว เธอรู้สึกเหมือนถูกไฟเผาไหม้ ร่างกายสั่นเทาไปด้วยความโกรธ ภาพความทรงจำอันเลวร้ายจากอดีตหลั่งไหลกลับมา
เจิ้งห้าว ชายหนุ่มที่เธอเคยรักหักหลังเธออย่างไม่ใยดี เขาหันไปคบหากับหลินเสี่ยวถง น้องสาวต่างแม่ของเธอ พวกเขาร่วมมือกันหลอกลวงเธอ สุดท้ายผลักเธอลงจากรถทิ้งไว้ให้ถูกฝูงซอมบี้รุมทำร้าย
หลินเสี่ยวเหยาบีบมือแน่น ความแค้นนั้นฝังรากลึกในใจเธอ เธอจะไม่มีวันให้อภัยพวกมัน
ในขณะที่หลินเสี่ยวเหยาจมอยู่กับความคิด จู่ๆ เสียงทุ้มต่ำก็ดังขึ้นข้างหูเธอ
"คุณเป็อะไรหรือเปล่าครับ?" หยางเฟิง เอ่ยถาม ดวงตาสีดำขลับของเขาจ้องมองเธออย่างเป็ห่วง
หลินเสี่ยวเหยาสะดุ้งตื่นจากภวังค์ เธอรีบเก็บอารมณ์และตอบกลับไปว่า "พอดีฉันจะเข้ามานอนค่ะ และฉันกำลังจะคิดอยู่ว่าจะไปนอนที่ไหนดี" หลินเสี่ยวเหยาโกหกคุณตัวร้ายออกไป
"ผมต้องขอโทษด้วยนะครับที่รบกวนคุณ" ชายหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพ
"คุณไม่ต้องขอโทษฉันหรอกค่ะ เดี่ยวฉันจะนอนพื้นข้างๆ คุณเอง" เธอเอ่ยขึ้น เบาๆ
หยางเฟิง มองดูหญิงสาวที่นอนอยู่บนพื้นดินด้วยความสงสาร "สหายหลิน... คุณไม่จำเป็ต้องทำแบบนี้หรอกนะ เดี่ยวผมลงไปนอนพื้นเอง"
"ไม่เป็ไรค่ะ ตอนนี้คุณได้รับาเ็ คุณก็อย่าขยับเขยื้อนมากเดี่ยวาแจะฉีกขาด" เธอตอบกลับด้วยรอยยิ้ม
"แต่ว่า..."
"สหายหยางเฟิง" หลินเสี่ยวเหยาเอ่ยขึ้น ตัดบทชายหนุ่ม "ฉันรู้ว่าคุณกังวลอะไร แต่ฉันสบายดีจริงๆ ค่ะ คุณอย่าคิดมากเลย รีบนอนเถอะค่ะ พรุ่งนี้ฉันต้องไปหาหญ้าแห้วหมูเพื่อไปเก็บแต้มแต่เช้า"
"ขอบคุณนะครับ" เขาเอ่ยขึ้น "ผมจะไม่ลืมความดีของคุณเลย"
หลินเสี่ยวเหยายิ้มตอบ "ไม่เป็ไรค่ะ สหายหยางเฟิง เราเป็สหายกันนี่คะ" หญิงสาวกล่าว
"งั้นผมขอตัวนอนก่อนนะครับ" หยางเฟิงเอ่ยขึ้น
"ค่ะ ฝันดีนะคะ" หลินเสี่ยวเหยาตอบกลับก่อนจะดับไฟตะเกียงและเข้านอนทันที
เช้าวันรุ่งขึ้น หลินเสี่ยวเหยาตื่นขึ้นมาั้แ่ตีห้า ท้องฟ้ายังมืดมิด เธอลุกขึ้นจากเตียง ยืดเส้นยืดสาย ก่อนจะเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปดูวิวทิวทัศน์ของหมู่บ้านที่ตอนนี้ผู้คนยังคงนอนหลับใหลกันอยู่
วันนี้เธอไม่มีเวลาทำกับข้าว เพราะเธอต้องขึ้นเขาไปหาหญ้าแห้วหมูจึงนำของจากในมิติมาอุ่นไว้ให้น้องชายเธอกิน
หลินเสี่ยวเหยาหยิบข้าวต้มร้อนๆ กับไข่ดาวสองฟอง วางไว้บนโต๊ะ ก่อนจะเดินไปที่ห้องนอนของน้องชาย "น้องเล็กพี่ทำกับข้าวไว้ไว้ในห้องครัวนะ ถ้าตื่นนอนแล้ว มาทานอาหารเช้า"
หลินเสี่ยวิ ลืมตาตื่นขึ้นมา ก่อนจะกล่าวกับพี่สาว "ได้ครับ แล้วพี่สาวจะให้ผมไปเป็เพื่อนไหม"
"เดี่ยวพี่ไปเองสะดวกกว่าพี่จะรีบไปรีบมา" หลินเสี่ยวเหยากล่าวกับเด็กชาย
หลังจากเธอทานอาหารเช้าที่เรียบง่ายเสร็จ หลินเสี่ยวเหยาก็สะพายตะกร้าไม้ไผ่เก่าๆ มุ่งหน้าสู่ป่าทึบ เบื้องหน้าเธอคือทิวเขาสูงใหญ่ปกคลุมไปด้วยหมอกควัน อากาศยามเช้าเย็นสบาย ร่างบางเดินด้วยความคุ้นเคย เท้าของเธอ เหยียบย่ำไปบนพื้นดินที่ชื้นแฉะ
ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง หญิงสาวก็มาถึงจุดหมายปลายทาง ที่นี่เธอพบหญ้าแห้วหมูอันเขียวชอุ่ม หลินเสี่ยวเหยาเปิดมิติ นำเครื่องตัดหญ้าขนาดเล็กที่ใช้แบตเตอรี่ ออกมาวางบนพื้นดิน เพียงแค่แตะปุ่มเครื่องตัดหญ้าก็เริ่มทำงาน หญ้าแห้วหมูที่ปกคลุมทุ่งหญ้าถูกไถจนหมดเกลี้ยงในเวลาอันรวดเร็ว
เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ หลินเสี่ยวเหยาก็เก็บเครื่องตัดหญ้ากลับเข้าไปในมิติ เธอเอื้อมมือไปกอบหญ้าแห้วหมูที่กองสูงนำเข้ามาในมิติมาด้วย หญิงสาวอมยิ้มอย่างพอใจ ที่จะได้ไม่ต้องมาตัดหญ้าบ่อยๆ ในมิติของเธอ เวลาจะหยุดนิ่ง ทำให้คงสภาพความสดใหม่ของวัตถุดิบทุกอย่างไว้ได้ หลินเสี่ยวเหยาแยกหญ้าแห้วหมูบางส่วนใส่ตะกร้าหวาย ก่อนจะแบกตะกร้าที่หนักอึ้ง เดินกลับหมู่บ้านด้วยท่าทางที่คล่องแคล่ว
เมื่อมาถึงหมู่บ้าน หลินเสี่ยวเหยาก็ตรงไปยังโรงเลี้ยงหมู ก่อนจะเดินไปหาคนจดแต้ม หญิงสาวได้รับแต้มการทำงานมา 3 แต้ม เธอรู้สึกดีใจ อย่างน้อยก็ไม่มีใครคิดว่าเธอเป็แม่สาวจอมเกียจคร้าน
แต่ความสุขของเธอก็เป็อันต้องจบลง เมื่อเธอเดินออกมาจากโรงเลี้ยงหมู เธอก็ต้องเผชิญหน้ากับเฉียวเย่ รั่วฉี และเจียหยิง เด็กสาววัยเดียวกับเธอที่เป็เพื่อนสาวของยัยนางเอกผู้ที่แสนจะตอแหล เื่ที่พวกหล่อนมาหาเื่เธอ คงจะได้รับการกรอกหูมาจากยัยนางเอกที่ชอบแอ๊บทำตัวเป็คนดีละสิ หลินเสี่ยวเหยาสังเหตุเห็นมีชาวบ้านอยู่แถวโรงเลี้ยงหมูประปราย เธอครุ่นคิดถึงแผนเอาคืนพวกเพื่อนนางเอกทันที
ทันใดนั้น เสียงแหลมสูงของเฉียวเย่ ก็ดังขึ้นเมื่อได้เห็นเธอ "หลินเสี่ยวเหยา! แกยังมีหน้ามาโผล่หน้าโผล่ตาอยู่ที่นี้อีกเหรอ! เป็เพราะแกชื่อเสียงของพวกฉันถึงได้เสียหาย พวกเราจัดการมัน!"เฉียวเย่กล่าวด้วยความแค้นใจ
หลินเสี่ยวเหยามองเฉียวเย่ รั่วฉี และเจียหยิงด้วยสายตาเยือกเย็น แม้ร่างกายของเธอจะผอมบาง แต่แววตาของเธอกลับแฝงไว้ด้วยพลังอำนาจ ในชาติก่อนเธอฝึกฝนการต่อสู้ทั้งมวยเปล่าและดาบ ในการต่อสู้กับซอมบี้ฝีมือของเธอไม่ธรรมดา แต่เธอก็ต้องเก็บงำความสามารถไว้ รอจังหวะตอบโต้ที่เหมาะสม
เฉียวเย่และเจียหยิง พุ่งเข้าหาหลินเสี่ยวเหยาด้วยความรวดเร็วหวังจะเข้ามาทำร้ายตบตี แต่หลินเสี่ยวเหยาไม่หวั่นเกรง เธอหลบหลีกการโจมตีของพวกเพื่อนนางเอกอย่างว่องไว และรอจังหวะสวนกลับ
ในชั่วพริบตา หลินเสี่ยวเหยาก็ใช้ทักษะการต่อสู้ที่เฉียบคม โจมตีเฉียวเย่และเจียหยิงอย่างแม่นยำ แต่การโจมตีของเธอแยบยลจนไม่มีใครสังเกตเห็น แต่ละหมัดแต่ละท่าที่เธอส่งออก ล้วนสร้างความเ็ปอย่างสาหัสให้กับทั้งสองคน
"โอ๊ย! หยุดนะ! นังหลินเสี่ยวเหยา แกกล้าทำร้ายพวกเราเหรอ!" เจียหยิงและเฉียวเย่ร้องโหยหวน
หลินเสี่ยวเหยาแกล้งทำตื่นกลัว "ฉันไม่ได้ทำอะไรพวกเธอเลยนะ พวกเธอต่างหากที่รุมทำร้ายฉัน ฉันก็แค่พยายามจะหนีเอาชีวิตรอดเท่านั้น พวกคุณทั้งสองหกล้มกันไปเอง มันไม่ใช่ความผิดของฉันซะหน่อย"
เสียงร้องโหยหวนของเฉียวเย่และเจียหยิง ดึงดูดความสนใจของชาวบ้านในละแวกนั้น ทุกคนต่างรีบวิ่งมาดูด้วยความใ
"นี่มันอะไรกัน? ทำไมพวกแกถึงรังแกเสี่ยวเหยาอีกแล้ว!" ท่านอาหลิวที่ยืนดูเหตุการณ์ั้แ่แรกะโถาม
"พวกเราไม่ได้รังแกเธอ! เธอเองต่างหากที่เป็คนเริ่มก่อน!" เจียหยิงโกหกออกไป
"เธอไม่ต้องมาพูดมาก ฉันเห็นเหตุการณ์ั้แ่พวกเธอเข้ามารุมโจมตีเสี่ยวเหยาแล้ว"ท่านอาหลิวดุพวกหล่อน
ในขณะเดี่ยวกันรั่วฉีที่ยืนอยู่ถึงกับหน้าเสียเมื่อเห็นพวกเพื่อนๆ ลงไปนอนกับพื้น "แก..นังหลินเสี่ยวเหยา แกทำร้ายพวกเพื่อนๆ ฉันจะเอาคืนให้พวกเธอ"เสียงรั่วฉีดังขึ้นมาจากด้านหลังเธอ
หลินเสี่ยวเหยาไม่รอช้า เมื่อเห็นรั่วฉีวิ่งมาจิกหัวเธอ เธอแกล้งพลิกตัวหนีก่อนจะโจมตีด้วยความรวดเร็วและแม่นยำ โดยไม่มีใครสังเกตเห็น การโจมตีของเธอดูภายนอกจะดูไม่ออกเพราะไม่มีร่องรอยใดๆ เหลืออยู่ แต่จะรู้สึกเ็ปอย่างรุนแรง
"โอ๊ย! ช่วยด้วย ฉันถูกนังหลินเสี่ยวเหยาแกทำร้าย!" รั่วฉีร้องโหยหวน
หลินเสี่ยวเหยาแกล้งหวาดกลัว "นี้เธออย่าใส่ใส่ร้ายฉันนะ ฉันก็อยู่ของฉันดีๆ แต่เธอดันวิ่งมามาหาฉัน แต่พอฉันหลบหนีการทำร้ายไปอย่างฉิวเฉียดเธอหกล้มลงไปเอง ฉันไม่ได้ทำอะไรเธอเลย "หญิงสาวเอ่ยขึ้น
เหล่าชาวบ้านก็ต่างงุนงง เพราะพวกเขาไม่เห็นว่าหลินเสี่ยวเหยาไปทำร้ายรั่วฉีั้แ่เมื่อไหร่ พวกเขาเห็นแต่เพียงเธอหลบการโจมตีของรั่วฉี
"นี้พวกเธออย่างมากล่าวร้ายเสี่ยวเหยา เป็พวกเธอต่างหากที่มารุมทำร้ายหล่อน" ป้าสะใภ้สามหลี่ะโออกมา
"ไม่จริง! พวกเราไม่ได้ทำร้ายเธอ แต่เป็นังหลินเสี่ยวเหยาต่างหากที่ทำร้ายพวกเรา ไม่เชื่อทุกคนดูนี้ ตรงแขนฉันช้ำไปหมดแล้ว" รั่วฉีกล่าวพร้อมกลับเปิดแขนเสื้อขึ้นมาแต่ปรากฏว่าไม่มีร่องรอยการถูกทำร้ายใดๆ ทั้งสิ้น รั่วฉีถึงหน้าเสีย ทั้งที่เธอเจ็บคนแทบจะขาดใจตาย แต่ทำไม่ถึงไม่มีร่องรอยการถูกทำร้าย
ด้วยความอับอาย พวกแกงค์เพื่อนนางเอกทั้งสามคนจึงรีบวิ่งหนีไปอย่างสะบัดสะบอม
หลินเสี่ยวเหยาลุกขึ้นยืน ปัดเศษฝุ่นออกจากเสื้อผ้า
"ขอบคุณ คุณป้า คุณลุง คุณอา ทุกคนนะคะ ที่ช่วยเหลือฉัน" เธอพูดกับชาวบ้านด้วยรอยยิ้มอ่อนหวาน
"ไม่เป็ไรลูก ป้าดีใจที่หนูปลอดภัย" ป้าสะใภ้สามหลี่เอ่ยขึ้น
หลินเสี่ยวเหยาโบกมือลาชาวบ้าน ก่อนที่เธอจะรีบเดินกลับไปบ้าน ตอนนี้ตะวันสายโด่งแล้ว ป่านนี้คุณตัวร้ายน่าจะหิวแล้วละ