ย้อนเวลากลับไปในขณะที่หลินเยว่ซิงกำลังเดินช้อปปิ้งที่ห้างสรรพสินค้ากับกู้ซินเซียน
ณ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง
“เฮ้ย! พี่เยว่ซิง! นี่มันต้องเป็พี่เยว่ซิงแน่ๆเลยฉันจำได้ แล้วพี่เขาไปทำอะไรอยู่ที่นั่นเล่าเนี่ย โอ้ พี่ฉันเทพเกินไปแล้ว” จู่ๆหลินเยี่ยนเจ๋อก็พูดขึ้นเสียงดังขณะที่นั่งดูอะไรไปเรื่อยเปื่อยในโทรศัพท์มือถือของตนในบริเวณที่นั่งพักสำหรับนักศึกษาที่ว่างจากเรียนจนเพื่อนที่นั่งอยู่ด้วยกันอีกสองคนใ
“อะไรวะเยี่ยนเจ๋อ จู่ๆ ก็ลุกพรวดแหกปากนายเป็บ้าอะไรวะ” เพื่อนหนึ่งในสองคนถาม
“นายเห็นข่าวโจรปล้นธนาคารวันนี้หรือยังวะ”หลินเยี่ยนเจ๋อถามเสียงตื่นเต้น
“ดูแล้ว เห็นว่ามีการจับตัวประกันด้วยคนไปช่วยแม่งก็โคตรเทพอย่างกับฉันได้ดูหนังแอคชั่น แสดงป่าววะ”เพื่อนคนเดิมกล่าวตอบ
“ไม่แสดงหรอกมีออกข่าวด้วยว่าวันนี้มีโจรปล้นธนาคารจริง คลิปนี่ยังอยู่ในข่าวเลยนายไม่ได้ดูเหรอ” เพื่อนอีกคนที่นั่งเงียบอยู่กล่าวขึ้น
“เออ ไม่ได้แสดงจริงๆโว้ยเพราะคนที่เข้าไปช่วยตัวประกันคือพี่สาวของฉันเอง เห็นแค่ก้นฉันก็จำได้แล้ว”หลินเยี่ยนเจ๋อกล่าวด้วยสีหน้าแสดงความภาคภูมิใจแม้จะรู้ว่าพี่สาวไม่ธรรมดาแต่ก็แค่ได้ฟังจากที่พี่สาวเล่า ยังไม่เคยเห็นพี่สาวแสดงอะไรให้ดูนอกจากเอาสิ่งของออกมาจากกำไลมิติแต่ครั้งนี้เขาได้ดูการต่อสู้เล็กๆ น้อยๆ ของพี่สาวด้วย
“จริงดิ่” เพื่อนสองถามซ้ำ
“นายอย่ามาโม้” เพื่อนหนึ่งกล่าว
เพื่อนทั้งสองคนมองหลินเยี่ยนเจ๋ออย่างจับผิดแต่ก็ไม่เห็นพิรุธอะไรนอกจากอาการยืดอกและยิ้มกว้างจนปากแทบจะฉีกถึงหู
เพื่อนสองคนมองหน้ากันแล้วลุกขึ้นยืนจับไหล่ของหลินเยี่ยนเจ๋อคนละข้างแล้วกล่าวแทบจะในเวลาเดียวกัน“เยี่ยนเจ๋อ กลับบ้านคราวหน้าฉันไปเที่ยวบ้านนายด้วยนะ”
หลินเยี่ยนเจ๋อไม่ได้กลับบ้านทุกวันเขาอยู่หอพักของมหาวิทยาลัย เนื่องจากไม่อยากตื่นเช้าเพื่อเดินทางไปเรียน
หลินเยี่ยนเจ๋อยิ้ม กล่าวอย่างรู้ทันเพราะเพื่อนสองคนนี้อยู่ชมรมต่อสู้ป้องกันตัว “หึหึหึพวกนายอยากไปเจอพี่สาวของฉันละสิ”
“ถูก!” เพื่อนสองคนกล่าวพร้อมกัน
เวลาไล่เลี่ยกัน ณ บริษัทชั้นนำแห่งหนึ่ง
มู่เป่ายื่นมาให้ดูโทรศัพท์ของตนให้เย่อี้จ้านตรงหน้า
“อะไร” เย่อี้จ้านถาม
“ประธานเย่ ดูคลิปที่ถูกโพสต์นี่สิ มันถูกแชร์ต่อๆกันมาน่ะครับ” มู่เป่ากล่าว
“นายนี่ว่างขนาดนั่งดูคลิปเลยหรือสงสัยฉันต้องให้งานนายเพิ่มเสียละมั้ง” เย่อี้จ้านกล่าว
“เวลาพักเบรกของผมนี่ครับ บ่นขนาดนี้ประธานเย่ไม่ต้องดูก็ได้ครับ”มู่เป่ากล่าวแล้วเตรียมจะดึงมือที่ถือโทรศัพท์มือถือกลับแต่ถูกเย่อี้จ้านคว้าเอาไว้ก่อน
“ไหนดูหน่อยซิ มีอะไรให้นายตื่นเต้นถึงขนาดนี้”เย่อี้จ้านกล่าวพร้อมกับกดคลิปดู
“หือ ผู้หญิงคนนี้หน้าคุ้นนะ แต่เสียดายมองไม่ชัด”เย่อี้จ้านกล่าวหลังจากดูคลิปจบ
เขากดดูคลิปซ้ำแล้วกดหยุดเมื่อเห็นสองในสามส่วนของใบหน้าจากด้านข้างของผู้หญิงที่ดูคุ้นตาเหมือนว่าเขาจะเคยเห็นมาเมื่อไม่กี่วันก่อน ซึ่งนับว่าเป็่ที่เห็นชัดที่สุด“คุณหลินเยว่ซิง..ใช่ไหม”
มู่เป่ายิ้ม เมื่อเย่อี้จ้านคิดเหมือนกันกับเขา“น่าจะใช่ครับ”
“โฮ้ ฝีมือร้ายกาจมาก เพราะแบบนี้สินะถึงจัดการกับกลุ่มคนร้ายเรียกค่าไถ่ที่จับตัวฉิงฉิงได้เสียอยู่หมัด”เย่อี้จ้านกล่าวแล้วนึกถึงใบหน้าของหลินเยว่ซิงที่เขาพบในวันนั้นแล้วหลุดยิ้มบางๆ
“นั่นสิครับ วันนั้นผมมองเธอแล้วก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกันว่าเธอจะเป็คนที่จัดการกับคนร้ายพวกนั้นแต่วันนี้ผมได้เห็นชัดๆแล้ว ดูๆแล้วเธอฝีมือดีมากแต่ออกท่าให้ดูน้อยไปหน่อยแค่สองทีก็น็อคคนร้ายได้แล้ว แถมยังเร็วเกินไปจนมองแทบไม่ทันหากไม่มีคนถ่ายคลิปนี้ไว้ ก็ถือว่าพลาดฉากเด็ดจริงๆ ผมอยากลองประมือกับเธอสักครั้งจัง”มู่เป่ากล่าว เนื่องจากเขาค่อนข้างมั่นใจในตัวเองด้านการต่อสู้ยิ่งได้เห็นภาพฉากนี้ยิ่งทำให้เืนักสู้ของเขาสูบฉีด รู้สึกคันไม้คันมือ
เย่อี้จ้านไม่กล่าวอะไรเขามองภาพในโทรศัพท์มือถืออีกครั้งก่อนที่จะส่งคืนให้มู่เป่า
ณ ห้องวีไอพีของร้านอาหารแห่งหนึ่ง
“เอ๊ะ! นี่ใช่เธอไหมนะ” ชายหนุ่มคนหนึ่งอุทานผุดลุกขึ้นยืนเมื่อเห็นคลิปที่เพื่อนคนหนึ่งแชร์ส่งให้เขาระหว่างรอให้บริกรมาเสิร์ฟอาหาร
“มีอะไรหรือคะพี่ลี่หยาง”หญิงสาวรูปร่างเซ็กซี่ทรวดทรงราวกับนาฬิกาทราย ตาเฉี่ยวคมสะกดใจชาย ขยับริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงสดตัดกับผิวขาวราวน้ำนมถามขึ้น
“เอ่อพอดีผมเห็นคลิปบนอินเทอร์เน็ตที่กำลังโด่งดังอยู่ในขณะนี้น่ะมีคนหนึ่งที่ดูคล้ายกับซิงซิง” บุรุษนามลี่หยาง หรือชื่อเต็มๆคือเล่ยลี่หยางตอบหญิงสาวตรงหน้า แล้วหย่อนกายลงนั่งตามเดิม
ชื่อที่ไม่ได้ยินมานาน จู่ๆ ก็หลุดออกมาจากปากของคู่หมั้นหนุ่มทำให้หญิงสาวขมวดคิ้ว “ฉันขอดูบ้างได้ไหมคะ”
เล่ยลี่หยางส่งโทรศัพท์มือถือของตนให้หญิงสาวเธอรับโทรศัพท์นั้นมาดู แล้วจู่ๆ มือนั้นก็สั่นขึ้นมาน้อยๆ อย่างช่วยไม่ได้แล้วกดดูคลิปซ้ำอีกสองครั้ง เธอพยายามสงบใจลงแล้วกล่าวเสียงเรียบ “ไม่น่าจะใช่หรอกค่ะพี่ลี่หยางเยว่ซิงเขาหายไปตั้งนานแล้ว คนในคลิปก็เห็นแค่แวบๆ ดูไม่ชัดและที่สำคัญเยว่ซิงก็เป็คนเรียบร้อยอ่อนหวาน เขาสู้ใครไม่เป็หรอกค่ะแค่นี้ก็รู้แล้วไม่ใช่เหรอคะว่าไม่ใช่เธอ”
“อืม นั่นสินะ ขอโทษทีนะที่ผมจำคนผิดน่ะผมคงคิดถึงเธอมากเกินไป” ชายหนุ่มหลุบตาลงแล้วหลุดปากพูดในสิ่งที่ไม่ควรพูดให้คู่หมั้นสาวได้ยินเมื่อนึกได้ว่าเขาพูดอะไรออกไป เขาจึงรีบกลบเกลื่อนพูดเื่อื่น
“เอ่อ เราเลิกพูดเื่นี้กันเถอะเดี๋ยวถ้าทานข้าวเสร็จ ผมคงต้องรีบเข้าบริษัทแล้ว ผมเพิ่งจะอยู่ใน่ฝึกงานหากทำได้ไม่ดีพอ คนที่จะได้รับสืบทอดกิจการของคุณพ่ออาจจะกลายเป็ของน้องชายของผมแทนก็ได้” เล่ยลี่หยางกล่าว
“ค่ะ ฉันเข้าใจแล้วแต่ว่าพี่ลี่หยางก็น่าจะหาเวลาพักบ้าง ฉันเป็ห่วงพี่นะคะ เอางี้ดีไหมคะสุดสัปดาห์นี้เราไปเที่ยวทะเลกัน” หญิงสาวเออออกับชายหนุ่ม แล้วชวนเขาไปเที่ยวพักผ่อนทำสีหน้าและน้ำเสียงให้ดูสดใส
“เอาไว้ก่อนเถอะคุณก็รู้นี่ว่า่นี้ผมกับน้องชายต้องแข่งขันกันขนาดไหน” เล่ยลี่หยางปฏิเสธกลายๆ
หญิงสาวมีสีหน้าสลดลง เก็บความไม่พอใจเอาไว้ในใจแล้วกล่าวอย่างคนว่าง่าย “ก็ได้ค่ะ ฉันเข้าใจ”
“เช้าแล้วเหรอเนี่ย หลับสบายดีจริงๆ”หลินเยว่ซิงลืมตาตื่นขึ้นในเช้าวันต่อมาแล้วบิดกายคลายเส้น
“วันนี้ี้เีจัง บัตรเครดิตก็ยังไม่ได้ทำ อืมเอาไว้ค่อยไปทำพรุ่งนี้ดีกว่า” หลินเยว่ซิงกล่าวพึมพำกับตัวเองแล้วเดินเข้าห้องน้ำไป
“คุณแม่แต่งตัวแบบนี้จะออกไปข้างนอกหรือคะ”หลินเยว่ซิงเงยหน้าขึ้นถามหลินลู่เสียน ขณะที่ตัวเองกำลังนั่งดื่มกาแฟและอ่านข่าวสารบ้านเมืองในโทรศัพท์มือถือของเธอ
“ใช่ แม่ว่าจะไปตัดผมสักหน่อยน่ะ” หลินลู่เสียนกล่าว
“อ้อ ไปทำสวยนี่เอง ถ้าอย่างนั้นก็เดินทางปลอดภัยนะคะ”หลินเยว่ซิงกล่าวรับรู้
“แล้วลูกก็อย่าลืมโทรไปบอกเบอร์โทรของลูกให้เสี่ยวเจ๋อด้วยนะมีอะไรจะได้ติดต่อกันได้ น้องไม่ค่อยกลับบ้านบ่อย” หลินลู่เสียนกล่าวเตือน
“อ้อ ได้ค่ะ แม่บอกเบอร์เขามาสิคะหนูจะได้โทรหาเขาตอนนี้เลย หนูลืมไปแล้วจริงๆ” หลินเยว่ซิงนึกได้
หลินลู่เสียนบอกเบอร์โทรศัพท์ของลูกชายคนเล็กหลินเยว่ซิงจัดการโทรหาน้องชายทันที ส่วนมารดาก็ออกจากบ้านไปทำธุระของเธอต่อไป
“สวัสดีครับ”หลินเยี่ยนเจ๋อรับสายเบอร์แปลกที่โทรเข้ามา
“เสี่ยวเจ๋อนี่พี่เอง พี่คุยได้ไหม” หลินเยว่ซิงถาม
“อ้อ พี่เยว่ซิงนั่นเอง คุยได้ครับ ตอนนี้ผมกำลังรอเรียนวิชาต่อไปพอดีนี่เบอร์ใหม่ของพี่หรือครับ” หลินเยี่ยนเจ๋อถาม
เสียงคุยโทรศัพท์ของหลินเยี่ยนเจ๋อทำให้เพื่อนสองคนของเขาหูผึ่ง หันมามองหลินเยี่ยนเจ๋อตาเป็มันทันที รีบถามเบาๆ
“พี่สาวที่นายบอกเมื่อวานใช่ไหม” เพื่อนหนึ่งถาม
หลินเยี่ยนเจ๋อยกนิ้วชี้ขึ้นแตะไปที่ริมฝีปากของตนเองแล้วบอกเพื่อนด้วยเสียงที่ไม่ดังนัก “เออ ใช่ พี่สาวฉันเองแต่ตอนนี้นายเงียบๆไปก่อน มันเสียเวลา เดี๋ยวถ้าอาจารย์เข้าห้องฉันก็ต้องรีบวางสายน่ะสิ”
“แหม หวงพี่สาวเสียจริง ถามนิดถามหน่อยก็ไม่ได้”เพื่อนหนึ่งบ่นพึมพำเบาๆ แต่ก็เลิกถามก่อกวน
“ใช่ พี่เพิ่งซื้อมือถือมาเมื่อวานน่ะแค่จะโทรมาบอกเบอร์เฉยๆ” หลินเยว่ซิงกล่าวเธอได้ยินเสียงที่หลินเยี่ยนเจ๋อคุยกับเพื่อน
“อ๋อ เออนี่พี่เยว่ซิงเมื่อวานนี้ที่มีโจรปล้นธนาคารแล้วมีคลิปออกมาน่ะ คนนั้นคือพี่จริงๆใช่ไหมครับ”หลินเยี่ยนเจ๋อถามเพื่อยืนยันความมั่นใจ จริงๆแล้วหากมีเบอร์โทรของพี่สาวเขาก็คงจะโทรถามั้แ่เมื่อวานนี้แล้ว เขาไม่ได้โทรถามมารดาเพราะไม่แน่ใจว่าหลินลู่เสียนดูข่าวแล้วหรือยัง หากยังไม่ได้ดูแล้วเขาไปถามอะไรที่เป็การกระตุ้นความเป็ห่วงของเธอต่อพี่สาว เขาก็คงจะต้องปลอบใจเธอยาวๆเขาจึงคิดว่าเงียบไว้น่าจะดีกว่า
“อือ พี่เองแหละ” หลินเยว่ซิงตอบสบายๆ ไม่ปิดบัง
หลินเยี่ยนเจ๋อตบฝ่ามือไปที่ต้นขาของตนเองหนึ่งฉาด“นั่นไงล่ะ ว่าแล้วต้องเป็พี่จริงๆ ผมจำไม่ผิดจริงๆด้วย ฮ่าฮ่าฮ่าพี่นี่โคตรเจ๋งอ่ะ”
“นายอย่าเพิ่งวางสายนะ ให้ฉันพูดกับพี่สาวนายมั่ง”เพื่อนสองที่นั่งอยู่ด้านหลังชะโงกหน้ามาพูดกับหลินเยี่ยนเจ๋อเสียงไม่เบา
“นายจะคุยอะไรเล่า” หลินเยี่ยนเจ๋อหันไปถามเพื่อนทั้งที่ในมือก็ยังถือสายพี่สาวอยู่
“ฉันอยากจะขอไปเรียนการต่อสู้กับพี่เขา” เพื่อนสองกล่าว
“นายเอาจริงดิ่” หลินเยี่ยนเจ๋อถามเพื่อน
“นี่ เสี่ยวเจ๋อพี่วางสายแล้วนะพี่แค่จะโทรมาบอกเบอร์โทรเท่านั้นแหละ” หลินเยว่ซิงกล่าวได้ยินเสียงทางฝั่งของน้องชายและเพื่อนคุยกัน
“ครับๆ แล้วเจอกันครับพี่”หลินเยี่ยนเจ๋อกล่าวแล้ววางสายไป จากนั้นก็หันไปโต้เถียงกับเพื่อนเื่ที่เพื่อนจะขอไปเรียนการต่อสู้กับพี่สาวต่อ
หลังจากที่หลินเยว่ซิงวางสายของน้องชาย เธอก็พึมพำเบาๆ“เพื่อนเหรอ”
เพราะเสียงของน้องชายที่คุยโต้ตอบกับเพื่อนของเขาทำให้เธอนึกถึงเพื่อนสนิทคนหนึ่งของเธอภายในสมองนึกย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์ก่อนที่เธอจะหายตัวไปจากโลกยุคปัจจุบันนี้