อลินตา... หมอผีข้ามภพ

    บทที่ 135

                    เมื่อเสร็จธุระจากวัดป่าวิเวกธรรม และฝากงานลงต้นตีนเป็ดในสวนกับเพื่อนมานพเรียบร้อยแล้วอลินตาก็บึ่งรถกลับไปยังคฤหาสน์โหราตระกูลของเธอทันทีและพบเนตรนภายืนรออยู่ด้านหน้าคฤหาสน์แล้ว อลินตาสังเกตถึงความผิดปกติ เมื่อเดินเข้ามาใกล้ญาติผู้น้องก็เอ่ยถามเสียงนิ่ง

                    “มารอพี่เหรอแล้วน้าปลายนภาล่ะ” เนตรนภาสีหน้าวิตกกังวล

                    “แม่อยู่ในบ้านค่ะคือ...” เนตรนภาทำเสียงกุกกัก อลินตาขมวดคิ้วถามกลับเสียงหนักขึ้นนิดหน่อย

                    “มีอะไร?” เนตรนภารีบตอบ

                    “กำลังย้ายบ้านค่ะ...” อลินตาได้ยินก็พยักหน้ารับรู้เล็กน้อย

                    “ออ....” ไม่ได้มีคำพูดยื้อหรือว่าวิตกใดๆ นอกจากเดินเข้าไปด้านในบ้านเมื่อมายืนตรงโถงรับแขกก็เห็นคนงานทั้งชายและหญิงกำลังขนย้ายของลงมาจากด้านบน เนตรนภาเดินตามมารีบบอก

                    “เนตรห้ามเท่าไหร่ก็ไม่ฟังเพราะในพินัยกรรมก็บอกว่าอยู่ได้ระยะหนึ่ง แต่แม่ดูเหมือนจะรีบร้อนยังไงไม่รู้ค่ะ”อลินตายืนกอดอกดูคนงานที่น้าปลายนภาของเธอคงจะจ้างมาจากด้านนอกให้มาช่วยเด็กในบ้านขนนั่นแหละเพราะประสาเด็กในบ้านคงจะขนกันไม่ไหวหรอก

                    อลินตามองเด็กรับใช้ในบ้านทั้งสามคนกำลังช่วยกันหอบหิ้วข้าวของพะรุงพะรังก็ขมวดคิ้วด้วยความสงสัยทำไมไม่มีใครแปลกใจกับการหายไปของเพื่อนร่วมงานอีกคนนึงเลยหรือว่าน้าปลายนภาหาเหตุผลอะไรมาอ้างในการหายตัวไปของเด็กสาวผู้เคราะห์ร้ายคนนั้นหรือไม่ก็... ปีศาจร้ายนั่นมันจะร่ายมนต์คาถาอะไรใส่เด็กพวกนี้อีกแล้วหรือเด็กพวกนี้ก็คืออาหารอันโอชะรายต่อๆ ไปของมัน แล้วถ้าเธอไม่อยู่ใครจะปกป้องทั้งสามชีวิตนั่น ฤาจะต้องปล่อยให้ตายไปอย่างนั้นหรืออลินตายืนใช้ความคิดเพลินๆ พลันเสียงหนึ่งก็แทรกเข้ามา

                    “สะใจดีไหมอลินตานี่เหรอสิ่งที่ญาติทางสายเลือดกระทำต่อกัน ฉัน..” ปลายนภาสาวใหญ่เน้นเสียงสูงแต่เข้มดุดังมาจากด้านบน พร้อมจิกสายตาพิฆาตมองลงมาที่อลินตาหลานสาวอย่างไม่พอใจ

                    “น้องแม่ของเธอนะ..”ย้ำความผูกพันทางสายเลือด แต่กระนั้นหญิงสาวก็ทำแค่ยักไหล่อลินตาหาได้ใส่ใจไม่เพราะเธอมัวแต่กำลังคิดห่วงชีวิตของคนที่ไม่รู้เรื่องอะไรในบ้านหลังนี้ถ้าเธอไม่อยู่เด็กรับใช้พวกนี้อาจจะถูกกินทั้งตอนเป็นมนุษย์และตอนเป็นวิญญาณอีกด้วยใครเล่าจะช่วยได้ ขณะที่หญิงสาวกำลังคิดหาทางออกให้กับสาวใช้ทั้งสามอยู่นั้นเสียงของเนตรนภาก็ดังขึ้น

                    “ปล่อยแม่ไปสักพักเดี๋ยวก็คงจะดีขึ้นเองค่ะเอ่อ.. พี่อลินคะ เนตรรบกวนขอกุญแจบ้านท้ายสวนของคุณแม่แล้วก็เฮือนทอผ้าของเนตรด้วยนะคะ” ซุ่มเสียงของเนตรนภาดูจะเกรงอกเกรงใจอลินตาอยู่มากที่เมื่อได้รับมรดกก็รีบมาขอเอาจากทายาทของเขาทันทีแต่นั่นเพราะเนตรนภาทำตามคำสั่งของแม่เธอหญิงสาวจึงอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

                    แต่อลินตากลับไม่ได้คิดมากในเรื่องนั้นหากทว่าหญิงสาวยืนนิ่งรู้สึกสัมผัสประหลาดบางอย่างในกระแสเสียงที่เนตรนภาเปล่งออกมาถามเธอ อลินตาหวนนึกไปถึงคำใบ้ปริศนาที่เธอครุ่นคิดเมื่อคืนก่อนจะหันไปมองทางเนตรนภาช้าๆเนตรนภาเห็นสายตาของญาติผู้พี่ของเธอก็รู้สึกกังวลใจหรือพี่อลินจะไม่พอใจที่เธอกับแม่รีบร้อนย้ายที่อยู่ ไปอยู่ที่ที่ตัวเองได้รับเป็นมรดกเนตรนภาหน้าซีดเผือดรีบพูด

                    “เอ่อ..ถ้าพี่อลินยังไม่สะดวกตอนนี้ก็ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวเนตรจะไปบอกแม่ก่อน..” แต่ทันควันนั้น

                    “เนตร..!!”เสียงอลินตาห้วนหนัก และเข้ม เพราะเหมือนหญิงสาวจะนึกอะไรบางอย่างที่กระจ่างอยู่ในอกได้จึงรีบเรียกญาติผู้น้องเอาไว้ด้วยน้ำเสียงเช่นนี้

                    “เนตรรู้คำปริศนาในห้องทอผ้าพวกนั้นได้ยังไง? ไหนลองเล่าให้พี่ฟังอีกรอบซิ” เนตรนภาที่รู้สึกกังวลเรื่องมรดกก็คลายความกังวลทันใด แต่ก็อดแปลกใจไม่ได้ที่อลินตาถามถึงเรื่องกลุ่มคำปริศนาเหล่านั้นเนตรนภารีบเล่าเท้าความสิ่งที่อลินตาสงสัยให้ฟัง

                    “วันนั้นเนตรเดินดูความเรียบร้อยรอบๆกี่ทอผ้า แล้วจู่ๆ เนตรก็ได้กลิ่นหอมแปลกๆคล้ายกลิ่นดอกไม้อะไรสักอย่างรู้แต่ว่ากลิ่นหอมมากค่ะแล้วก็เหมือนมีคนมากระซิบคำใบ้พวกนั้นข้างๆ หูเนตรตอนแรกเนตรก็คิดว่าเสียงบทสวดมนต์เพราะมาเป็นคำๆแต่พอถึงคำใบสุดท้ายเนตรก็รู้สึกเหมือนศีรษะถูกบีบอย่างแรง จนล้มลงไปที่พื้นหัวแทบจะระเบิด เนตรนึกอะไรไม่ออกก็ได้แต่หายใจเข้าออกลึกๆ แล้วภาวนาในใจว่าพุทโธไปเรื่อยๆ จนอาการดีขึ้นค่ะ” อลินตาได้ฟังก็รู้สึกเหมือนมีประกายแสงสว่างกระจ่างจ้าอยู่ภายในใจ

                    คนที่เธอมองข้ามตลอดมาคนที่อยู่เฮือนไม้ชายป่าซึ่งมีผีนางตะเคียนโคตรจะดุ แต่กลับไม่เป็นอะไรเลยไม่เคยโดนผีหลอกเลย ยกเว้นแค่วิญญาณเจ้านางละอองทองมาปรากฏตัวเพื่อมอบกำไลทองให้ก็เท่านั้นอลินตาวาบในใจภาวนา ขอให้ใช่ อย่าให้เป็นอื่น ขอให้สิ่งที่คิด เป็นความจริงถ้าสิ่งที่คิดเป็นความจริง เรื่องทุกอย่างจะงวดสั้นลงแน่

                    “เนตรเดี๋ยวเอากุญแจไปให้น้าปลายนภานะ แล้วพี่ขอไปดูเฮือนทอผ้ากับเนตรด้วยละกัน”เนตรนภาได้ยินก็ยิ้มดีใจที่ญาติผู้พี่ให้ความสนใจกับมรดกเล็กๆ น้อยๆที่เธอได้รับจากป้าของเธอจากนั้นอลินตาก็หันไปสั่งลูกน้องของเธอทั้งสองคนที่ยืนอยู่ไม่ไกล

                    “หมิงเต๋อ เป๋าตุงเก็บของนะ เตรียมออกเดินทางฉันจะปิดบ้านหลังนี้กระเป๋าของฉันพร้อมแล้วขนลงมาได้เลย” ลูกน้องทั้งสองของอลินตารับคำสั่งแต่เป๋าตุงก็มิวายจะสงสัย

                    “อ้าวปิดคฤหาสน์หลังนี้แล้วคุณเนตรจะไปอยู่ที่ไหนคะ?” อลินตายิ้มหันกลับมามองเป๋าแล้วตอบคำถามค่อนข้างมั่นใจ แม้ว่าจะไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ตามที

                    “อนาคตคงจะไปๆ มาๆระหว่างที่นี่กับบ้านของฉันที่กรุงเทพ แต่คืนนี้เนตรนภาจะไปนอนที่เฮือนไม้ชายป่ากับเรา”สองเพื่อนรักเป๋ากับหมิงกลืนน้ำลายเอื้อกทันที ที่กลืนน้ำลายไม่ใช่เพราะว่าเนตรนภาจะไปพักด้วยหรอกนะแต่เป็นเพราะว่า ที่นั่นมีผีแม่ตะเคียนอยู่ด้วยน่ะสิ..

                    บ้านหลังใหม่ของปลายนภาซึ่งอยู่ท้ายคฤหาสน์โหราตระกูลปรากฏว่าภายในบ้านที่ปลายนภาคิดว่าหลังเล็กแต่ความจริงแล้วมันคือบ้านไม้เรือนไทยหลังงามที่อยู่กันได้เป็นสิบๆ คนเลยทีเดียว ปลายนภายืนมองบ้านหลังดังกล่าวแววตานิ่งงันก่อนจะปลายสายตามองดูเหล่าคนงานที่กำลังช่วยกันตัดต้นไม้ ถางหญ้าทำความสะอาดบริเวณพื้นบ้าน

                    ภายในบ้านมีเหล่าคนงานผู้หญิงกำลังช่วยกันทำความสะอาดตัวเรือนทั้งภายในและภายนอกเป็นการใหญ่เนตรนภายืนมองบ้านหลังนี้ด้วยสายตาเปี่ยมสุขเพราะหลังจากที่เอากุญแจมาให้ผู้เป็นมารดาหญิงสาวก็คอยดูแลจัดการนั่นจัดการนี่ คอยบอกคนงานให้เข้าหน้างานตรงไหน ทำอะไรตัดต้นไม้ตรงไหน ยกตรงไหนไปวางตรงไหนบ้างอย่างน้อยแม่ก็จะได้มีบ้านที่ขึ้นชื่อว่าเป็นบ้านของตัวเองอยู่เป็นหลักเป็นแหล่ง เนตรนภาไม่เคยเกี่ยงว่าบ้านจะหลังเล็กหลังใหญ่ขอแค่แม่มีบ้านเป็นของตัวเองแค่นี้เธอก็พอใจมากแล้ว เนตรนภาเดินเข้ามาจับแขนแม่ของตนเบาๆ

                    “บ้านหลังใหญ่อยู่นะคะคุณแม่คุณแม่น่าจะอยู่ได้สบาย ขาดเหลืออะไรก็สั่งมาเพิ่ม แต่งเติมนิดหน่อยเนตรว่าก็สะดวกและครบครันเลยนะคะ” แม้ดวงตาของปลายนภาจะแข็งกระด้างแต่หากเวลาที่เหลียวมามองดูบุตรสาวของตัวเองก็จะอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด

                    “เนตรจะมาอยู่กับแม่ไหม?”เนตรนภายิ้ม แม้ว่าเธอจะรักแม่มากแค่ไหนแต่ส่วนหนึ่งเธอก็รู้สึกอยากมีชีวิตเป็นของตัวเองเสียเหลือเกินหญิงสาวได้แต่อ้อมแอ้มตอบ

                    “เนตรก็ต้องอยู่กับคุณแม่สิคะเนตรจะไม่ทิ้งคุณแม่แน่นอน แต่ระหว่างนี้เนตรคงจะต้องไปๆ กลับๆอีกอย่างก็ต้องคอยดูแลบ้านใหญ่ให้พี่อลินด้วย” เมื่อเนตรนภาพูดถึงบ้านใหญ่ปลายนภาดวงตาแข็งกร้าวขึ้นอย่างฉับพลัน...