นอกเมืองไห่ซี
คนตระกูลบิหลายสิบชีวิตรีบเร่งออกจากเมือง ทุกคนต่างเกรงว่าหากก้าวช้าไปเพียงก้าวเดียว จะต้องถูกโตซางทุบตีจนเนื้อถลอกยับเยินเหมือนกับคุณชายรองของพวกเขา
บนรถม้า บิฮองที่ถูกพันด้วยผ้าพันแผลทั่วร่างราวกับมัมมี่ ยังคงนอนหมดสติอยู่เช่นนั้น
"ใครต่อใครต่างบอกว่าบุตรชายทั้งสองของโตเกี๋ยมนั้นไร้ความสามารถ โดยเฉพาะบุตรชายคนโตอย่างโตซาง ทั้งโง่เขลาและอ่อนแอ แต่เมื่อได้เห็นในวันนี้ โตซางกลับโเี้และเ้าเล่ห์ แตกต่างจากคำเล่าลือราวฟ้ากับดิน หรือว่าเขาจะซ่อนคมไว้..." บิเจินใช้มือจับม่านรถม้า พลางมองไปยังเมืองไห่ซีที่ค่อย ๆ ห่างออกไป ในดวงตาดุจดวงดาวส่องประกายด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน
ขณะที่กำลังตกอยู่ในภวังค์ บิฮองที่เดิมทีหลับใหลอยู่ ในที่สุดก็ฟื้นคืนสติขึ้นมา บิเจินดีใจยิ่งนัก นางถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก รีบประคองเขาให้ลุกขึ้นนั่ง และป้อนน้ำให้ด้วยตนเอง
ครู่หนึ่งต่อมา เมื่อบิฮองได้สติครบถ้วนและนึกถึงเื่ที่ตนเองถูกทุบตีก่อนหน้านี้ จิติญญาที่เดิมทีอ่อนล้าก็พลันเปลี่ยนเป็โกรธเกรี้ยวอย่างยิ่ง เขาะโด่าทอว่า "โตซาง เ้าคนชั่ว กล้าโเี้ถึงเพียงนี้ ทุบตีข้าจนเป็สภาพนี้ หากข้าไม่ฆ่าเ้า ข้าก็ไม่คู่ควรที่จะใช้แซ่บิ"
"พี่รอง ท่านมีอาการาเ็ อย่าเพิ่งโกรธเคืองเลยเ้าค่ะ" บิเจินทอดถอนใจ "โตซางผู้นี้ไม่ธรรมดา แตกต่างจากที่ข้าคิดไว้โดยสิ้นเชิง ไม่ได้รับมือได้ง่ายขนาดนั้น พวกเรากลับไห่ซีก่อน แล้วค่อยวางแผนจัดการในระยะยาวเถิดเ้าค่ะ"
"มีอะไรต้องวางแผนอีก เ้าเด็กนั่นไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ทั้งยังหยามเกียรติข้าถึงเพียงนี้ หากข้าไม่ฆ่ามัน ตระกูลบิของพวกเราจะยืนหยัดอยู่ในซีจิ๋วได้อย่างไร!" บิฮองคำรามด้วยความโกรธแค้น ถูกยั่วยุจนขาดสติ ไม่ฟังคำทัดทานของบิเจินแม้แต่น้อย
"แล้วพี่รองตั้งใจจะทำอย่างไรเ้าคะ?" คิ้วเรียวงามของบิเจินขมวดมุ่น
"ทำอย่างไรน่ะหรือ หึ" บิฮองแค่นเสียงเ็า แววตาฉายแววสังหารอันเยือกเย็น "เงินสามารถจ้างผีให้โม่แป้งได้ อาวุธที่ร้ายกาจที่สุดของตระกูลบิก็คือเงิน ข้าไม่เชื่อหรอกว่าใช้เงินแล้วจะซื้อหัวของเ้าเด็กนั่นมาไม่ได้!"
ยามค่ำคืน ภายในห้องโถงหลังจวนนายอำเภอ กลิ่นสุราหอมฟุ้ง กลิ่นเนื้ออบตลบอบอวล
วันนี้โตซางมีความสุขยิ่งนัก หลังจากพี่น้องตระกูลบิจากไป เขาก็จัดงานเลี้ยงสุราขึ้นในจวนทันที เพื่อดื่มฉลองให้เต็มคราบ
"หมู่หลาน วันนี้เ้าช่วยระบายโทสะให้ข้าได้มาก มาเถิด ถ้วยนี้ข้านายท่านขอคารวะเ้า พวกเราดื่มให้หมด!" โตซางอารมณ์ดีเป็พิเศษ ยกจอกเหล้าคารวะหมู่หลานครั้งแล้วครั้งเล่า
ด้านหนึ่งคือเขาขอบคุณฮวาหมู่หลานจริง ๆ แต่อีกด้านหนึ่ง เขามี ‘แผนการ’ ที่บอกใครไม่ได้
เขา้ามอมเหล้าฮวาหมู่หลาน จากนั้นอาศัยจังหวะที่สติเลอะเลือนจากฤทธิ์สุรา เปลี่ยนข้าวสารให้เป็ข้าวสุก ทำให้นางกลายเป็ผู้หญิงของตน
แม้ฮวาหมู่หลานจะมีนิสัยเด็ดเดี่ยวกล้าหาญ แต่ถึงอย่างไรนางก็ยังเป็สตรีในยุคสมัยที่บุรุษเป็ใหญ่เช่นนี้ วิธีที่ง่ายและหยาบที่สุดในการพิชิตใจพวกนาง คือการพิชิตร่างกายของพวกนางเสียก่อน
โตซางเชื่อว่า ไม่ว่าหมู่หลานจะแข็งกร้าวเพียงใด ขอเพียงนางมอบร่างกายให้เขา ไม่ว่าจะเต็มใจหรือไม่ ตั้งใจหรือไม่ นางย่อมเลือกที่จะติดตามเขาอย่างซื่อสัตย์ ถึงตอนนั้นการแต่งงานกับนางเพื่อสานสัมพันธ์ทางการเมืองก็จะเป็เื่ง่าย และค่าความจงรักภักดีจะพุ่งทะลุร้อยอย่างถาวรทันที
เวลาบีบคั้น เขาไม่มีเวลาว่างพอที่จะค่อย ๆ เพิ่มค่าความจงรักภักดีของฮวาหมู่หลาน จึงต้องมั่นใจว่านางมีความจงรักภักดีต่อตนเองเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ ก่อนที่ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่กว่าจะมาถึง
ความคิดนั้นดูดี แต่ผลลัพธ์กลับไม่เป็ไปตามบทที่โตซางวางไว้เลย
ฮวาหมู่หลานไม่เพียงแต่สู้เก่ง แต่ยังดื่มเก่งอีกด้วย หลังจากเหล้าหลายสิบจอกลงท้อง โตซางเองกลับเมาจนยืนไม่อยู่ แต่ฮวาหมู่หลานกลับสีหน้าเรียบเฉย หัวใจไม่เต้นผิดจังหวะ ไม่มีวี่แววของความเมาเลยแม้แต่น้อย
"นายท่าน ขออนุญาตพูดตรง ๆ ในฐานะบุรุษ ท่านดื่มเหล้าได้แย่เกินไปแล้วเ้าค่ะ ไปเถิด ข้าจะพาท่านกลับห้องไปพักผ่อน" ฮวาหมู่หลานส่ายหน้าทอดถอนใจ แขนเล็ก ๆ ออกแรงเพียงนิด ก็หิ้วโตซางขึ้นมาเหมือนลูกไก่ตัวหนึ่ง แล้วพยุงเขากลับไปยังห้องนอนด้านใน
"สู้เก่งขนาดนั้น นึกจะฆ่าก็ฆ่าจนหมด แล้วยังดื่มเก่งอีก เป็สตรีจริงหรือ..."
โตซางที่เมาได้ที่ พึมพำอยู่ในปากโดยไม่มีโอกาสขัดขืน ถูกฮวาหมู่หลานลากกลับมาถึงห้องนอน และถูกวางลงบนเตียงอย่างไม่เบามือนัก
ในขณะที่ฮวาหมู่หลานกำลังจะปล่อยมือ โตซางพลันดิ้นรน สองมือคว้าหมับเข้าที่ไหล่ของนาง นางไม่ทันตั้งตัวจึงถูกผลักอย่างแรงจนเสียหลัก ล้มหงายหลังลงบนเตียง
จากนั้น โตซางที่ร่วงตามลงมา พร้อมกับใบหน้าที่เมามายเลื่อนลอย ก็ซุกหน้าลงไปในทรวงอกอันอวบอิ่มของฮวาหมู่หลานพอดี
สบายจัง...
ในความสะลึมสะลือ ในหัวของโตซางพลันผุดคำสองคำนี้ขึ้นมาทันที
[ติ๊ง... ระบบตรวจพบว่าฮวาหมู่หลานััได้ถึงความรักของนายท่าน ได้รับแต้มเมตตา 5 แต้ม]
"เกิดอะไรขึ้น ข้าเอาหน้าซุกอกนาง แต่นางกลับไม่โกรธ แล้วยังมีแต้มเมตตาเกิดขึ้นด้วย..." โตซางรู้สึกยินดีอย่างยิ่ง แต่ภายใต้ฤทธิ์สุรา เขายังไม่ทันได้ขบคิดว่าเพราะเหตุใด ก็หลับลึกไปในพริบตา
"นายท่าน ท่านทำอะไรน่ะ!" ฮวาหมู่หลานดุเสียงเบา รีบผลักโตซางออกจากตัว ใบหน้าของนางซับสีระเรื่อ ก่อนจะะโลุกขึ้นหมายจะหนีไป
เดินไปได้ไม่กี่ก้าว ฮวาหมู่หลานอดไม่ได้ที่จะหยุดฝีเท้า เมื่อหันกลับมาเห็นโตซางนอนแผ่หลาอยู่บนเตียง นางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง กัดริมฝีปากเบา ๆ แล้วจึงเดินกลับมาที่ข้างเตียงอีกครั้ง
ครั้งนี้ นางไม่ได้หยาบกระด้างเหมือนก่อน แต่กลับประคองโตซางให้นอนราบอย่างอ่อนโยนซึ่งหาได้ยากยิ่ง จากนั้นจึงห่มผ้าให้เขา หลังจากจ้องมองเขาอย่างลึกซึ้ง นางจึงหันหลังเดินจากไปเงียบ ๆ
ประตูห้องถูกปิดลงเบา ๆ ด้านนอกประตู มีเสียงทอดถอนใจแ่เบาดังขึ้น
"โจรทะเลบุกโจมตี เรียนท่านนายอำเภอ โจรทะเลบุกโจมตีขอรับ"
โตซางที่หลับจนถึงยามบ่าย ถูกปลุกให้ตื่นด้วยเสียงะโอย่างตื่นตระหนกของลูกน้องหน้าประตู เขาสร่างเมาทันที พลันะโลุกขึ้นจากเตียง รีบสวมชุดเกราะและอาวุธ รุดไปยังประตูทิศตะวันออก
ฮวาหมู่หลานที่ทราบข่าวก็นำทหารท้องถิ่นกว่าห้าสิบคนตามมาติด ๆ พร้อมสั่งการให้ทหารท้องถิ่นวางกำลังป้องกันบนกำแพงเมือง
โตซางมองออกไปไกล ๆ และเห็นเรือโจรทะเลหลายสิบลำนำลงจอด โจรทะเลนับร้อยกรูกันขึ้นฝั่ง มุ่งหน้าเข้าโจมตีอำเภอไห่ซีอย่างดุดัน
ไม่นานนัก โจรทะเลกว่าห้าร้อยคนก็บุกมาถึง และตั้งค่ายอยู่หน้าประตูทิศตะวันออก แสดงท่าทีเตรียมจะตีเมือง
ท่ามกลางกองทัพศัตรู มีธงผืนใหญ่เขียนคำว่า ‘ซี’ โบกสะบัดอย่างโอหัง ภายใต้ธงรบนั้น มีขุนพลหนุ่มผู้หนึ่งยืนถือดาบอย่างสง่างามและน่าเกรงขาม คงจะเป็หัวหน้าของกลุ่มโจรทะเลนี้
เมื่อเห็นสถานการณ์เช่นนี้ โตซางอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว รู้สึกได้ถึงวิกฤตที่กำลังมาเยือน
น่านน้ำใกล้กับอำเภอไห่ซีมักมีโจรทะเลชุกชุม แต่ที่ผ่านมาโจรทะเลส่วนใหญ่เพียงแค่ปล้นสะดมชาวบ้านหรือดักปล้นพ่อค้า น้อยครั้งนักที่จะกล้าบุกโจมตีตัวเมืองโดยตรง
ไม่นึกเลยว่าหลังจากโตซางเข้ารับตำแหน่งได้ไม่นาน จะมีโจรทะเลมาบุกเมืองไห่ซี อีกทั้งยังบุกมาทันทีหลังจากพี่น้องตระกูลบิเพิ่งจากไป เื่นี้ช่างน่าสงสัยยิ่งนัก
ขณะที่โตซางกำลังสงสัย หัวหน้าโจรทะเลผู้นั้นก็ควบม้าออกมา ชี้ดาบไปยังกำแพงเมืองแล้วะโเสียงดังว่า "ซีเซ่งอยู่ที่นี่ บอกให้นายอำเภอโตซางของพวกเ้าออกมาคุยกัน"
ซีเซ่ง! หัวหน้าโจรทะเลผู้นี้ กลับเป็หนึ่งในสิบสองขุนพลพยัคฆ์แห่งเมืองกังตั๋งเองรึ!
โตซางค้นหาความทรงจำ และนึกขึ้นได้ว่าซีเซ่งผู้นี้เป็ชาวเมืองซีจิ๋ว หลังจากย้ายไปอยู่ที่เมืองกังตั๋งจึงได้เข้าสังกัดซุนกวน สร้างผลงานการรบมากมาย จนในที่สุดกลายเป็ขุนพลชื่อดังแห่งยุค
"จิติญญาแห่งระบบ สแกนความสามารถของซีเซ่งให้ข้าที" โตซางรวมสมาธิ สั่งการไปยังระบบ
[ติ๊ง... ค่าสถานะของเป้าหมายมีดังนี้ : ความเป็ผู้นำ 74, พลังโจมตี 76, สติปัญญา 70, การเมือง 60]
ให้ตายเถอะ ค่าสถานะทุกด้านของซีเซ่งผู้นี้สูง และยังสมดุลมาก ไม่ต้องพูดถึงเื่อื่น แค่พลังโจมตี 76 ของเขาก็สูงกว่าฮวาหมู่หลานถึง 4 แต้ม
นี่คือศัตรูที่รับมือได้ไม่ง่ายเลยจริง ๆ
เมื่อเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่ง โตซางกลับสงบนิ่ง เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วะโเสียงดังว่า "นายอำเภออยู่ที่นี่ ซีเซ่ง เ้าช่างกล้าดีนักที่บังอาจมาบุกเมืองไห่ซีของข้า"
ซีเซ่งชำเลืองมองโตซาง แววตาดุจเหยี่ยวฉายความดูแคลน เขาชี้ดาบแล้วะโว่า "โตซาง ข้าซีเซ่งรับเงินใคร ย่อมช่วยกำจัดภัยให้ผู้นั้น วันนี้บุกไห่ซีเพียงเพื่อเอาหัวของเ้า หากเ้าไม่อยากให้ชาวเมืองไห่ซีต้องเดือดร้อน ก็จงปลิดชีพตนเองเสีย มิฉะนั้นหากกองทัพข้าตีเมืองแตก มันจะไม่จบลงแค่เ้าตายคนเดียวอย่างแน่นอน"
รับเงินใคร ย่อมช่วยกำจัดภัยให้ผู้นั้น?
เมื่อได้ยินคำพูดของซีเซ่ง โตซางก็เข้าใจทันที นี่ต้องเป็ฝีมือของบิฮองที่โกรธจนขาดสติ อาศัยความร่ำรวยของตระกูลบิ จ้างซีเซ่งด้วยเงินจำนวนมหาศาลมาฆ่าเขา
เมื่อพิจารณาสถานการณ์ระหว่างตนเองกับศัตรู ซีเซ่งมีพลังโจมตีที่แข็งแกร่ง และมีโจรทะเลในสังกัดห้าร้อยคน ส่วนเขามีเพียงทหารประจำอำเภอห้าสิบคนที่พลังต่อสู้ต่ำ ขุนพลเพียงคนเดียวคือฮวาหมู่หลาน ซึ่งพลังโจมตียังด้อยกว่าซีเซ่ง
ตามสถานการณ์นี้ ซีเซ่งไม่ได้พูดจาโอ้อวดเกินจริง หากเขา้าตีเมืองไห่ซีให้แตก ย่อมเป็เื่ง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ
ในทันใดนั้น โตซางก็ตระหนักได้ว่าตนเองได้ตกอยู่ในวิกฤตความเป็ความตายเสียแล้ว!