เมื่อรถแอสตัน มาติน รุ่นใหม่ล่าสุดของ ออเวน ตีโค้งเข้ามาจอดเลยประตูทางเข้าตึกโรงแรมไปเยอะเลยทีเดียว เพราะความตั้งใจของชายหนุ่มหรืออะไร ยังไงไม่รู้
“ขอบคุณนะคะ ที่มาส่ง” ขวัญสุตา หันไปเอ่ยขอบคุณพร้อมกับทำท่าจะเปิดประตูรถลงจากรถ
“เดี๋ยวสิ ผมไม่รับคำขอบคุณจากคุณ” ออเวน เอ่ยพร้อมกับดึงรั้งแขนเรียวไว้
“แล้วคุณ้าอะไรไม่ทราบ?” ขวัญสุตา ขมวดคิ้วเข้าหากัน เอ่ยถามกลับทันควันอย่างสงสัย
“ก็้าอย่างนี้ไง” ว่าแล้ว ออเวน ก็ดึงร่างบางให้เข้ามาประทะกับอกกว้าง พร้อมกับใช้อีกมือใหญ่จับท้ายทอยหญิงสาวไว้ ค่อยๆ ก้มลงประกบจูบเรียวปากบางสวยได้รูปนั้นอย่างไม่รั้งรอ
“อื้ออ!..” ขวัญสุตา ใ เบิกตากว้างตั้งรับไม่ทันเอาเสียเลย เพราะไม่คาดคิดว่าชายหนุ่มจะกล้าทำอย่างนี้ พยายามดิ้นรนให้หลุดพ้นจากอ้อมแขนแกร่ง และจูบอันเร่าร้อนนั้น แต่ด้วยพลังอันน้อยนิด บวกกับความช่ำชองชำนาญการของคนตัวโต ทำให้ไม่อาจหลุดพ้นในวงวนนี้ได้ เหมือนยิ่งดิ้นก็ยิ่งแนบชิดเข้าไปมากขึ้นกว่าเดิม
ออเวน ใช้ความช่ำชองของตนเล้าโลม หลอกล้อ หยอกเย้า จนร่างบางเริ่มค่อยๆ เปลี่ยนจากการขัดขืน มาเป็ตอบรับและตอบสนอง
“อื้ออ!..” ออเวน จูบซับวนเวียนไปรอบๆ เรียวปากบางได้รูป สอดลิ้นร้อนลื่นเข้าไปในโพรงปากเล็ก เพื่อค้นหาน้ำหวาน ลิ้นสากร้อนลื่นไล่ต้อน หลอกล้อ ตวัดดึงดูดลิ้นเรียวเล็ก จนร่างบางสั่นสะท้าน ซาบซ่าน อ่อนระทวยงวยงง อยู่ในอ้อมแขนแกร่ง
“คุณจะต้องเป็ของผม จะไม่มีใครมาซ้ำรอยผมได้ และผมจะรุกคุณให้หนัก เตรียมรับมือไว้ให้ดีนะคนสวย” ออเวน เอ่ยขึ้น หลังจากที่ได้ถอนจูบออกจากปากบางได้รูปนั้นแล้ว
“คุณออเวน บ้าที่สุดเลย!” ขวัญสุตา เมื่อตั้งสติได้แล้ว กัดปากล่างตัวเองเบาๆ เพื่อข่มความอายที่ปล่อยอารมณ์ให้เคลิบเคลิ้มไปกับการกระทำของชายหนุ่ม หน้าแดงระเรื่อขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ต่อว่าชายหนุ่มออกไป ก่อนจะเปิดประตูรถออกไปด้วยมือไม้อันสั่นเทา
ขวัญสุตา ออกจากรถยนต์คันหรูของ ออเวน ได้ก็เร่งเดินเข้าไปในโรงแรม โดยไม่หันมองกลับมาในรถอีกเลย แต่คนข้างในรถนี้สิมองตามร่างบาง ไปจนหายเข้าไปในโรงแรม จึงค่อยเคลื่อนรถออกไป และมุ่งหน้าตรงกลับบ้านของตนเองทันที
ขวัญสุตา เมื่อขึ้นมาถึงห้องพักของโรงแรม ความวาบหวาม ความซาบซ่าน และรสััที่เกิดขึ้นจากการจูบของผู้ชายคนนั้น ยังคงติดตรึงอยู่ไม่เลือนหายไป ขวัญสุตา ยกมือขึ้นแตะปากบางได้รูปของตนเบาๆ
“จะคิดถึงเขาทำไมเนี้ย บ้าไปแล้วหรือไงยายขวัญ เขาคงทำอย่างนี้กับคนอื่นไปทั่วนั้นแหละ ไม่ใช่แค่เธอคนเดียวหรอกนา” ขวัญสุตา พึมพำกับตัวเองพลางสะบัดหน้าไปมา
“ไม่คิด.. ไม่คิด..”
ขวัญสุตา วางกระเป๋าสะพายลงไว้บนโต๊ะ แล้วทำการเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็ชุดนอน มุดเข้าไปใต้ผ้าห่มทันที พยายามนอนให้หลับ เพราะพรุ่งนี้จะต้องตื่นแต่เช้าเพื่อไปดูงานแทน หัศนัย กับคณะผู้บริหารที่มาด้วยกัน แต่จนแล้วจนรอด พลิกกลับไปกลับมาก็แล้ว เธอก็ยังนอนไม่หลับอยู่ดี จิตใจหวนคิดถึงแต่รสััแห่งรอยจูบที่ ออเวน ได้ฝากฝั่งไว้ และคำพูดที่เขาได้เอ่ยบอกก่อนที่จะลงจากรถมา
“โอ้ย!.. อะไรกันนักหนาเนี้ย จะตามหลอกหลอนกันไปถึงไหน คนจะหลับจะนอน”
ขวัญสุตา ที่ทำยังไงก็ยังคิดถึงแต่ชายหนุ่มผู้ขโมยจูบเธอไป จนไม่เป็อันได้หลับได้นอนเอาเลยทีเดียว ซึ่งกว่าเธอจะหลับตาลง ได้นั้น ก็ปาเข้าไปเกือบค่อนคืน พอตื่นขึ้นมาในตอนเช้าจึงทำให้เธอดูไม่สดชื่นเอาเสียเลย
“ฉันจะไหวมั้ยเนี้ย ทำไมเป็งี้เนี้ย เฮ่ออ!..” ขวัญสุตา ตื่นขึ้นจากการถูกปลุกด้วยนาฬิกาของโรงแรม ที่เธอตั้งไว้ก่อนนอน แล้วบ่นพึมพำกับตัวเองด้วยอาการที่ยังง่วงงุน เหนื่อยเพลีย อยากจะนอนต่ออยู่เลย ซึ่งหากทำได้เธอคงจะล้มตัวกลับลงไปนอนแล้ว แต่กลัวว่าหากกลับลงไปนอนคงจะได้สายกันพอดี
จึงพยุงร่างอันปวกเปียกลุกไปทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำ กลับออกมาแต่งตัว และลงไปยังห้องอาหารของโรงแรม เพื่อทานอาหารเช้ากับคณะผู้บริหารที่มาด้วยกัน และจากนั้นก็ไปดูงานที่บริษัทต่อ
๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖