บทที่ 10 เวลาแห่งความสุขผ่านไปอย่างรวดเร็ว
หลังจากนั้นโม่เฟิงจึงจูบอย่างแ่เบาที่บริเวณหางตาของจูลี่ด้วยความรักใคร่ พร้อมกับพูดว่า “ที่รัก ฉันจะทะนุถนอมเธอเป็อย่างดี วางใจเถอะนะ ปล่อยให้เป็หน้าที่ของฉันเอง ไม่ต้องกังวลอะไรทั้งนั้น ในเมื่อฉันอยู่ตรงนี้แล้ว!”
ผู้ชายบางคนนั้นก็จ้องแต่จะข่มขู่ผู้หญิงให้ขึ้นเตียง คิดจะพูดอะไรก็ได้งั้นเหรอ?
หัวใจของจูลี่ราวกับถูกสะกิดขึ้นมาในทันที น้ำตาค่อย ๆ รินไหลออกมา สุดท้ายแล้วสิ่งที่ผู้หญิงคนหนึ่ง้านั้นไม่ได้มากมายอะไร หนึ่งในนั้นคืออยากให้ผู้ชายรักและเข้าใจเธอจากใจจริง
ในตอนนี้เธอกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่อีกต่อไป เสียงสะอื้นดังออกมาจากลำคอของจูลี่ เธอกัดไหล่ของโม่เฟิงอย่างแรง
โม่เฟิงใกับการกระทำของจูลี่ แต่ก็ไม่มีทางเลือก จึงเริ่มขยับตัวอย่างช้า ๆ เขาไม่คาดคิดว่าความฝันอันยาวนานของเขาจะกลายเป็จริง และครั้งแรกยังเป็หญิงสาวที่น่ารักน่าเอ็นดูแบบนี้อีกด้วย โม่เฟิงบอกกับตัวเองในใจว่า ตราบใดที่เธอไม่้าจากเขาไป เขาจะไม่ทำให้เธอผิดหวัง
ไม่นานภายในห้องก็มีเสียงครางอ่อนหวานเย้ายวนดังขึ้นมาอีกครั้ง ตามมาด้วยเสียงเรือนร่างกระทบกันอย่างแรง หากมีใครเดินผ่านไปมา ต้องเดาได้แน่นอนว่าภายในห้องนี้กำลังดำเนินกิจกรรมอะไรอยู่
เช้าตรู่ แสงแดดยามแรกสาดส่องมายังผืนดิน ผู้คนในเมืองเริ่มต้นชีวิตที่วุ่นวาย บางคนก็เพื่อปากท้อง บางคนเพื่ออุดมการณ์ สรุปแล้วทุกคนล้วนมีเหตุผลมากมายแตกต่างกันไป แต่ตราบใดที่มีเหตุผล พวกเขาก็จะลุกออกจากเตียงที่แสนสบายในเช้าวันนี้ มุ่งหน้าสู่สถานที่ที่พวกเขาต้องต่อสู้ นั่นคือการทำงาน
วันอันแสนวุ่นวายได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว เมื่อแสงแดดส่องกระทบเข้ามาในห้องของโม่เฟิง ผิวขาวเนียนที่โผล่พ้นผ้าห่มออกมาถูกอาบไล้ไปด้วยแสงแดดจนกลายเป็สีทองอร่าม
จูลี่ส่งเสียงพึมพำอย่างสบายใจ พลิกตัวกลับไปมาอย่างรวดเร็ว แล้วก็ตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกเ็ป และพบว่าเธอไม่ได้นอนอยู่ที่บ้านของตัวเอง อีกทั้งตอนนี้คนข้างกายก็ไม่อยู่แล้ว ในใจของจูลี่จึงรู้สึกผิดหวังขึ้นมาทันที
ทันในนั้นเอง ประตูห้องครัวก็ถูกผลักเปิดออกเบา ๆ จูลี่รีบดึงผ้าห่มบนเตียงมาคลุมร่างกายเปลือยเปล่าของตัวเองทันที แต่ในไม่ช้าดวงตาของจูลี่ก็เต็มไปด้วยความดีใจ ราวกับอยากจะโผเข้าไปในอ้อมกอดของชายคนนี้ อยากให้เขาบรรเลงเพลงรักกับตัวเองอีกครั้ง และเธอเองก็อยากทำให้เขาพอใจอีกสักครั้ง
โม่เฟิงตื่นนอนแต่เช้า เพราะเคยอ่านเจอมาว่าผู้หญิงที่เสียตัวครั้งแรก มักจะรู้สึกไม่มั่นคงและหวาดระแวง ผู้ชายจึงต้องเอาใจใส่เป็พิเศษเพื่อเอาชนะใจเธอ โม่เฟิงจึงลุกขึ้นมาทำอาหารเช้าให้เธอ แน่นอนว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้น ทรงพลังจนแทบจะละลายธารน้ำแข็งได้เลยละ
โม่เฟิงวางอาหารเช้าไว้บนโต๊ะ แล้วเดินไปที่เตียงก่อนจะดึงผ้าห่มที่บดบังสายตาออก มองดูเรือนร่างของเธอที่เขาเพิ่งจะพิชิตมาเมื่อคืนนี้ บนเรือนร่างของเธอยังคงมีร่องรอยของความรักปรากฏอยู่ โม่เฟิงจึงรู้สึกตื่นตัวอีกครั้ง เพราะผู้ชายทุกคนรู้ดีว่า ตอนเช้าแบบนี้เป็่เวลาที่ตื่นตัวง่ายที่สุด
ตอนนี้จูลี่ก็รู้สึกถึงปฏิกิริยาโม่เฟิง เธอเห็นสายตาของเขาที่กำลังมองดูเรือนร่างของเธออย่างไม่ละสายตา เธอจึงยิ้มและพูดว่า “พี่เฟิงคะ เมื่อคืนนี้พี่ทำได้ไม่ค่อยดีเลยนะ!”
ผู้ชายทุกคนคงไม่อยากให้ผู้หญิงบอกว่าตัวเองทำเื่อย่างว่าได้ไม่ดีหรอก เพราะนี่ถือเป็การดูถูกชัด ๆ ดังนั้นจึงต้องลบล้างคำสบประมาทนี้ทิ้งไปซะ และที่สำคัญโม่เฟิงที่เป็มือใหม่ย่อมทนรับคำพูดนี้ไม่ได้ จากนั้นเสียงคำรามดังออกมาจากปากทันที ก่อนจะกระโจนใส่จูลี่จนเธอล้มลงบนเตียง
ทั้งสองคนไม่มีความลังเลเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย กลับมาเคลื่อนไหวอย่างเร่าร้อนอีกครั้งราวกับว่าความเหนื่อยล้าเมื่อคืนได้หายไปหมดแล้ว ร่างกายเปลือยเปล่าสองร่างแแ่เข้าหากัน ความปรารถนาในร่างกายของกันและกันพลันพลุ่งพล่านออกมา
เวลาแห่งความสุขผ่านไปอย่างรวดเร็ว ทั้งสองคนที่กำลังเร่าร้อนต่างใตื่นเพราะเสียงนาฬิกาปลุก ที่แท้ก็ถึงเวลาต้องไปทำงานแล้ว จากนั้นทั้งคู่จึงรีบแต่งตัวด้วยความรู้สึกหงุดหงิด แล้วนัดแนะกันว่าจะสานต่อความรักในคืนนี้
ทั้งสองทานอาหารเช้ากันอย่างรีบเร่ง แล้วก็ออกจากบ้านทันที ทันใดนั้นก็บังเอิญเจอกับอู่เหมาและล่ายผี่ที่รออยู่นานแล้ว พวกเขาตั้งใจจะต่อว่าโม่เฟิงยกใหญ่ แต่ทว่าประโยคที่เตรียมไว้ทั้งหมดกลับถูกกลืนไปหายไปทันที ได้แต่จ้องมองจูลี่อย่างสุดงง
จูลี่ถูกสายตาของทั้งสองคนมองมาจนทำให้เธอรู้สึกกลัว จูลี่เหลือบมองชุดของตัวเอง เมื่อเห็นว่าไม่ได้แต่งผิดไปเพราะความรีบร้อนจึงถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่แล้วก็รู้สึกกลัวขึ้นมาอีกครั้ง เธอจึงขยับไปหลบอยู่ด้านหลังของโม่เฟิง
โมเฟิงเข้าใจดีว่าสายตาของทั้งสองคนนั้นค่อนข้างล่วงเกินจูลี่ แต่เขาก็ไม่ได้สนใจ แต่ยังอวดดีจ้องตากลับไปอีกต่างหาก ผู้ชายมีสิ่งที่น่าภูมิใจไม่มากนักหรอก…
โม่เฟิงไม่ได้หล่อเหลาอะไรมากมาย เงินทองก็ไม่มีเลย รถหรูยิ่งไม่ต้องพูดถึง แม้แต่เงาของมันก็ยังหาไม่เจอ ดังนั้นสิ่งที่เหลืออยู่ก็มีแต่ความรู้และแฟนสาวเท่านั้น
เมื่อคิดดูแล้ว โม่เฟิงก็มีทางเลือกให้อวดแค่อย่างหลัง นั่นคือเื่ของแฟนสาว และจูลี่ก็ถือว่าเป็ผู้หญิงที่สวยมาก ถึงจะสวยสู้ติงว่านหรูไม่ได้ หรือไม่มีเสน่ห์เย้ายวนใจเหมือนติงหรูจวินก็จริง แต่ก็นับว่าสวยน่ามองทีเดียว การที่โม่เฟิงมีแฟนสาวที่สวยขนาดนี้ก็ถือว่าเป็หนุ่มโสดที่หาได้ยากแล้วในหมู่ชาวบ้าน
เมื่อเห็นว่าทั้งสองคนยังคงจ้องมองจนตาค้าง โม่เฟิงก็เคาะหัวพวกเขาอย่างภูมิใจ พร้อมกับหัวเราะแล้วพูดว่า “พวกแกไม่มีปัญญาหรอก!”
จากนั้นโม่เฟิงก็โอบไหล่จูลี่อย่างอ่อนโยนแล้วเดินทางไปทำงาน เมื่อทั้งคู่หายไปจากสายตาแล้ว พวกเขาทั้งสองคนที่จ้องมองจนตาค้างก็รู้สึกเสียใจและตื่นขึ้นมาทันที อู่เหมาจึงถามล่ายผี่อย่างไม่แน่ใจว่า “นายเห็นสาวสวยคนนั้นที่เดินออกมาจากห้องของโม่เฟิงหรือเปล่า?”
ล่ายผี่ยังคงมึนงงอยู่ จึงพยักหน้าตอบไปตามสัญชาตญาณ แล้วก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ จึงสะดุ้งตื่นขึ้นมาทันทีแล้วพูดว่า “เมื่อกี้นายบอกว่าเดินออกมาจากห้องของไอ้โง่โม่เฟิงงั้นเหรอ?”
อู่เหมาชะงักไปเล็กน้อย เพราะล่ายผี่เคารพนับถือโม่เฟิงมาก ไม่อย่างนั้นก็คงโดนตีแน่ ๆ แต่ครั้งนี้ไม่รู้ว่าล่ายผี่เป็บ้าอะไรไป อู่เหมาจึงพยักหน้าตอบว่า “ใช่แล้ว!”
สีหน้าของล่ายผี่เปลี่ยนไปในทันทีราวกับเห็นเื่ที่ะเืฟ้าดิน เขาโกรธจัดพูดว่า “ไอ้บ้าโม่เฟิง ไปคว้าสาวสวยใสซื่อแบบนั้นมาได้ยังไง? ทำไมฟ้าดินถึงโหดร้ายกับฉันขนาดนี้!”
อู่เหมาเพิ่งจะนึกออก เขาเองก็โกรธเหมือนกัน “หมอนั่น ดันได้เป็ผู้ชายตัวจริงได้ก่อนพวกเราอีก แถมผู้หญิงคนนั้นยังสวยมากด้วย ขอให้มันตายซะเถอะ ั้แ่วันนี้เป็ต้นไป ฉันจะสาปแช่งมันทุกวัน!”
เห็นได้ชัดว่าคำพูดของทั้งสองคนไม่ได้ทำให้์ะเืใจ และโม่เฟิงก็ไม่ได้ยินด้วย ตอนนี้เขากำลังมีความสุข โอบกอดแฟนสาวของตัวเอง เดินไปยังสถานที่แห่งความสุขของเขา