ตอนที่ 18
การแข่งขันวงจรประจำปี
เสาร์เช้า สมาคมวิศวกรวงจรแห่งเมืองหยุนนาน ลานด้านหน้าสมาคมคึกคักจนแทบจะไม่เห็นพื้นหิน นักเรียนในชุดสีน้ำเงินเข้ม วิศวกรในชุดสีเทา คณาจารย์ในชุดสีขาว บุคคลทั่วไปในชุดหลากสี — ทั้งหมดหลั่งไหลเข้ามาในลานกว้างเหมือนน้ำที่ถูกเทลงในอ่าง
วันนี้เป็วันที่ทั้งเมืองรอคอย
การแข่งขันวงจรพลังงานประจำปีของสมาคมวิศวกรวงจรแห่งเมืองหยุนนาน — งานที่จัดมาทุกปีั้แ่สมาคมก่อตั้งเมื่อสองร้อยปีก่อน งานที่ตระกูลทุกตระกูลส่งตัวแทนเข้าแข่ง งานที่ชื่อเสียง เงินทอง และอนาคตของวิศวกรรุ่นใหม่ถูกตัดสินในเวลาไม่กี่ชั่วโมง
แสงเช้าสีทองทอดผ่านคริสตัลสีน้ำเงินขนาดใหญ่สองลูกที่แขวนอยู่เหนือเวทีกลางแจ้ง ส่องลงบนแผ่นป้ายไม้ที่แกะสลักชื่อผู้เข้าแข่งขัน ตัวอักษรสีทองเรียงเป็แถวยาว — สามสิบสองชื่อจากสิบหกตระกูล
ชื่อหนึ่งในนั้นทำให้ผู้คนกระซิบกันั้แ่เช้า
"เซียนหยู — ที่ปรึกษาของปรมาจารย์ซ่างซี — ระดับ 3 — ตระกูลหลิง"
✦ ✦ ✦
หลิงเซินเดินเข้ามาในลานสมาคมพร้อมกับเซียนหยู เสียงกระซิบที่ดังอยู่แล้วดังขึ้นอีกเท่าตัวเมื่อทั้งสองคนปรากฏตัว
นางสวมชุดนักเรียนสีน้ำเงินเข้มรีดเรียบ ผมดำยาวรวบขึ้นด้วยริบบิ้นสีน้ำเงินเข้ม — เส้นเดิมที่ใช้ทุกวัน — แต่วันนี้รวบแน่นกว่าปกติ ไม่มีเส้นผมหลุดออกมาปกหน้า ทำให้เห็นใบหน้าชัดเจน คิ้วเข้มที่ขมวดเล็กน้อยจากความจดจ่อ ดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่กวาดมองรอบลาน สแกนทุกใบหน้า ทุกมุม ทุกทางออก — นิสัยใหม่ที่เกิดขึ้นั้แ่รู้ว่ามีคนเฝ้ามอง
เซียนหยูเดินอยู่ข้างๆ ไม่ใช่ข้างหลังสามก้าวเหมือนเดือนแรก ไม่ใช่ข้างหลังหนึ่งก้าวเหมือนสัปดาห์ที่สอง แต่ข้างๆ ไหล่เกือบเท่ากัน ห่างกันแค่ฝ่ามือ ชุดที่ปรึกษาสีเทาเข้มของสมาคมพอดีตัว เสื้อรีดเรียบ กระดุมทุกเม็ดตรงแนว แต่ท่าทางที่สวมมันยังเหมือนเดิม — ผ่อนคลาย ราวกับชุดเกิดมาพร้อมตัวเขา มือสอดอยู่ในกระเป๋ากางเกง ดวงตาสีดำลึกมองตรงไปข้างหน้า ไม่สนใจสายตาที่หลั่งไหลเข้ามาจากทุกทิศ
ผมดำที่ปกติปล่อยยาว วันนี้รวบขึ้นด้วยเชือกผ้าสีดำ เผยให้เห็นต้นคอเรียวและกระดูกไหปลาร้าที่ยื่นออกมาเล็กน้อย — ร่างกายที่ผอมลงจากการเสียพลังงานอย่างต่อเนื่อง แต่ดวงตาที่เปล่งประกายในแสงเช้า ไม่ได้ดูอ่อนแอแม้แต่น้อย
"คนเยอะ" หลิงเซินพูดเบาๆ
"ทุกปีก็เยอะ" เซียนหยูตอบ ไม่ได้มองรอบ
"เ้าเคยมาดูเหรอ"
"ไม่เคย" เขาตอบ "แต่ข้าเคยดูการแข่งขันที่ใหญ่กว่านี้มาก"
หลิงเซินอยากถามว่า 'ที่ไหน' แต่รู้คำตอบอยู่แล้ว ที่ที่เขา 'เคยอยู่' — โลกอนาคตที่เขาไม่ค่อยพูดถึง โลกที่มีห้องแล็บควอนตัมแต่ไม่มีม้านั่งหิน
"หยิงหยิง!"
เสียงที่คุ้นหูดังขึ้นจากทางซ้าย หนานกงยุนวิ่งฝ่าฝูงชนมาด้วยท่าทางเหมือนลมพายุเช่นเคย ผมสีแดงเข้มที่ปล่อยไม่ได้รวบปลิวไปตามลม เหมือนเปลวไฟที่เดินได้ ชุดนักเรียนสวมไม่ครบแบบ — กระดุมบนหายสองเม็ด เข็มขัดรัดหลวม — แต่ดวงตาสีแดงเข้มที่เปล่งประกายด้วยความตื่นเต้นทำให้ไม่มีใครสนใจเื่ชุด
"มาแต่เช้าเลย!" เธอจับแขนหลิงเซินแน่น เอนตัวพิงไหล่เพื่อนตามนิสัย "เ้ารู้ไหมว่าข่าวดังแค่ไหน ทั้งเมืองพูดถึง 'ทาสของตระกูลหลิง' ที่ลงแข่ง"
หลิงเซินถอนหายใจ "ข้าอยากให้เขาไม่ได้เป็ข่าว"
"สายไปแล้ว" หนานกงยุนยิ้มกว้าง แล้วเหลือบมองเซียนหยูที่ยืนอยู่ข้างๆ ดวงตาสีแดงเข้มหรี่ลง ท่าทางเปลี่ยนจากเล่นๆ เป็จริงจัง "เซียนหยู"
"หนานกง"
"เ้าพร้อมหรือยัง" เธอถาม เสียงไม่เล่นแล้ว
"พร้อม" เขาตอบ
"ดี" เธอพยักหน้า จากนั้นเอนมากระซิบที่หูหลิงเซิน เสียงเบาจนเซียนหยูไม่ได้ยิน "ดูแลเขาด้วยนะ เขาผอมลงกว่าเมื่อก่อน"
หลิงเซินนิ่ง ไม่ได้คาดว่าหนานกงยุนจะสังเกตเห็น แต่เธอลืมไปว่าเพื่อนของนาง — แม้จะดูเหมือนลมพายุ — มีสายตาที่คมเหมือนเข็ม
✦ ✦ ✦
เสียงเรียกจากเวทีดังขึ้น ทุกคนหันไปมอง
ซ่างซียืนอยู่ตรงกลางเวที ชุดนักวิชาการสีขาวสะอาด ไม้เท้าหัวคริสตัลในมือ หลังตรงแม้วัยเจ็ดสิบ เคราขาวยาวพลิ้วตามลมเช้า ดวงตาลึกที่มองลงมาจากเวทียังคมชัดเหมือนเดิม
"สมาคมวิศวกรวงจรแห่งเมืองหยุนนาน" เสียงของท่านดังก้องออกไปทั่วลาน ไม่ได้ใช้วงจรขยายเสียง เพียงแค่เสียงแก่ที่ฝึกฝนมาจนมีพลังเกินตัว "ขอประกาศการแข่งขันวงจรพลังงานประจำปี"
ฝูงชนเงียบลง แม้แต่เด็กที่วิ่งเล่นอยู่ก็หยุด
"วิศวกรทั้งหมด ระดับหนึ่งถึงสาม สามารถลงแข่งขันในนามตระกูล" ท่านพูดต่อ ไม้เท้ากระทบเวทีเสียงก๊อกเป็จังหวะทุกประโยค "ประเภทแข่งขันมีสามระดับ — ระดับหนึ่ง วงจรธาตุเดียว ระดับสอง วงจรธาตุรวม และระดับสาม วงจรพลังงานผสม"
เสียงกระซิบดังขึ้นเมื่อท่านพูดถึงระดับสาม วงจรพลังงานผสมเป็ระดับสูงสุดที่อนุญาตในการแข่งขัน เพราะระดับสี่ขึ้นไปถือว่าอันตรายเกินกว่าจะใช้ในที่สาธารณะ
"การตัดสิน" ซ่างซีพูดต่อ "พิจารณาจากสามส่วน — ความเร็วในการสร้างวงจร ความถูกต้องของโครงสร้าง และคุณภาพพลังงานที่ปล่อยออกมา"
ท่านหยุด มองลงมาจากเวที สายตากวาดผ่านผู้เข้าแข่งขันทุกคน
"รางวัล" เสียงของท่านเปลี่ยนไป มีน้ำหนักมากขึ้น "ตระกูลที่ชนะจะได้รับเงินหนึ่งหมื่นเหรียญ และใบประกาศรับรองจากสมาคม"
หนึ่งหมื่นเหรียญ
สำหรับตระกูลใหญ่ นั่นเป็เงินไม่มาก แต่สำหรับตระกูลหลิง — ตระกูลที่กำลังนับเหรียญทุกวัน — หนึ่งหมื่นเหรียญหมายถึงสามเดือนของค่าใช้จ่ายทั้งหมด หมายถึงเวลาหายใจ หมายถึงโอกาส
หลิงเซินมองเซียนหยู
เขามองกลับ ดวงตาสีดำลึกไม่แสดงอะไร ไม่ตื่นเต้น ไม่กังวล แค่สงบ
แต่มุมปากข้างซ้ายยกขึ้นนิดเดียว
หลิงเซินเริ่มอ่านรอยยิ้มนั้นได้แล้ว มันหมายถึง 'ข้ารู้ว่าเ้าคิดอะไร และคำตอบคือใช่'
✦ ✦ ✦
โต๊ะลงทะเบียนตั้งอยู่ที่มุมลานด้านตะวันออก แถวยาวเหยียดออกไปจนถึงบันไดหิน นักเรียนและวิศวกรยืนต่อแถว บ้างคุยกัน บ้างตรวจดูม้วนคัมภีร์ที่ถือมา บ้างฝึกวาดวงจรในอากาศด้วยนิ้ว
หลิงเซินยืนอยู่ในแถว เซียนหยูยืนข้างๆ ไม่ได้ต่อแถวเพราะเขาไม่ต้องลงทะเบียนด้วยตัวเอง — ในฐานะที่ปรึกษา หลิงเซินเป็คนลงทะเบียนแทน
"ชื่อผู้เข้าแข่งขัน" เ้าหน้าที่ที่โต๊ะถาม ปากกาพร้อมเขียน
"เซียนหยู" หลิงเซินตอบ "ที่ปรึกษาของปรมาจารย์ซ่างซี ระดับสาม ตระกูลหลิง"
เ้าหน้าที่หยุดเขียน ยกหัวขึ้นมอง สายตาเลื่อนจากหลิงเซินไปที่เซียนหยูที่ยืนอยู่ข้างหลัง จากนั้นกลับมาที่กระดาษ
"เซียนหยู" เขาเขียนซ้ำ เสียงพึมพำ "ที่ปรึกษา... ซ่างซี... ระดับสาม... ตระกูลหลิง"
เขาจดเสร็จ พยักหน้า ไม่แสดงอาการอะไร แต่หลิงเซินสังเกตเห็นว่ามือที่ถือปากกานั้นหยุดนิ่งไปครู่หนึ่งเมื่อเขียนคำว่า 'ตระกูลหลิง'
ข่าวนี้จะแพร่ภายในชั่วโมง
เมื่อหลิงเซินและเซียนหยูเดินออกจากแถว สิ่งที่เห็นทำให้นางหยุดฝีเท้า
หานเจาหลงยืนอยู่ที่ปลายแถวอีกด้าน
ชุดผู้ช่วยอาจารย์สีเทาอ่อนรีดเรียบเหมือนเดิม แขนเสื้อพับขึ้นเหนือข้อศอก ดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่เคยมองคนอื่นด้วยสายตาดูถูก ตอนนี้เปลี่ยนไป มันนิ่งกว่า เย็นกว่า ราวกับเรียนรู้ที่จะซ่อนมากขึ้นจากลุงของเขา ปลายริมฝีปากเรียบเป็เส้นตรง ไม่ยิ้มเยาะเหมือนครั้งแรกที่พบกัน
เขาลงทะเบียนในนามตระกูลหาน
ระดับสาม
หลิงเซินรู้สึกท้องหนักลง ราวกับมีก้อนตะกั่วถูกหย่อนลงไปในกระเพาะ
"เขาลงแข่งด้วย" เธอกระซิบ
"ข้ารู้" เซียนหยูตอบ ไม่หันไปมอง "ข้าเดาว่าจะเป็อย่างนี้"
"เ้าเดา?"
"ถ้าข้าเป็ตระกูลหาน" เขาพูดเสียงต่ำ เบาพอที่จะมีแค่สองคนได้ยิน "ข้าจะส่งคนที่เก่งที่สุดมาสกัด ไม่ใช่เพื่อชนะ แต่เพื่อดูว่าศัตรูเก่งแค่ไหน"
"ดูฝีมือ"
"ดูฝีมือ" เขาทวน "ก่อนจะตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรต่อ"
หลิงเซินมองข้ามลานไปที่หานเจาหลง คนสองคนสบตากันข้ามฝูงชน ชั่ววินาทีเดียว ก่อนที่หานเจาหลงจะหันหลังเดินจากไป ท่าทางสงบ ไม่เร่ง ไม่ช้า
ท่าทางของคนที่มีเวลาทั้งวัน
ท่าทางที่เหมือนลุงของเขาอย่างน่าขนลุก
✦ ✦ ✦
เย็นวันนั้น ห้องทดลองชั้นสี่
ซ่างซียืนอยู่หน้าต่าง แสงเย็นส่องลงบนใบหน้าริ้วรอย ไม้เท้าพิงอยู่ข้างผนัง มือทั้งสองข้างประสานอยู่ด้านหลัง ท่ายืนของคนที่กำลังคิดเื่ใหญ่
หลิงเซิน เซียนหยู หลิงเฉิงอู่ นั่งอยู่รอบโต๊ะ
"การแข่งขันเริ่มพรุ่งนี้เช้า" ซ่างซีเริ่มพูด หันมาจากหน้าต่าง "รอบคัดเลือก สิบหกคู่ ผู้ชนะเข้ารอบถัดไป สิ่งที่ข้า้าพูดมีเื่เดียว"
ท่านมองเซียนหยู
"อย่าประมาท" ท่านพูดตรง "หานเจาหลงไม่ได้แค่เป็ผู้ช่วยอาจารย์ เขาเป็วิศวกรที่เก่งจริง ไม่ใช่เก่งเพราะชื่อตระกูล แต่เก่งเพราะฝึกฝนมาั้แ่เด็ก"
"ข้ารู้" เซียนหยูตอบ
"และอีกเื่" ซ่างซีพูดต่อ เสียงหนักขึ้น "หานเจาหลงไม่ได้แข่งเพื่อชนะ เขาแข่งเพื่อวัดฝีมือเ้า ข้อมูลที่เขาได้จากการแข่งจะถูกส่งกลับไปที่ตระกูลหาน"
หลิงเฉิงอู่ที่นั่งฟังอยู่เงียบๆ ตลอด ขยับตัวเป็ครั้งแรก นิ้วเคาะโต๊ะเบาๆ สามครั้ง — ตึ๊ก ตึ๊ก ตึ๊ก
"หมายความว่า" เธอพูด เสียงเรียบเฉย "ยิ่งเซียนหยูแสดงฝีมือมาก ตระกูลหานยิ่งรู้มาก"
"ถูกต้อง" ซ่างซีพยักหน้า
ห้องเงียบ ทุกคนมองเซียนหยู
เขานั่งอยู่ที่เดิม มือสอดอยู่ในกระเป๋า ขาขวาพาดบนซ้าย ท่าทางผ่อนคลายราวกับกำลังนั่งดูเมฆ ไม่ใช่กำลังถูกบอกว่าการแข่งขันพรุ่งนี้เป็กับดัก
"ข้ารู้" เขาพูดอีกครั้ง คำเดิม น้ำเสียงเดิม
"แล้วเ้าจะทำอย่างไร" หลิงเซินถาม
เซียนหยูเงียบอยู่ครู่ ดวงตาสีดำลึกมองตรงไปข้างหน้า ไม่ได้มองใครเฉพาะ มองอากาศ — ท่าทางที่เขาทำเมื่อกำลังวางแผน
"แสดงฝีมือ" เขาตอบในที่สุด
"แต่เพิ่งบอกว่ายิ่งแสดงมาก ศัตรูยิ่งรู้มาก" หลิงเซินขมวดคิ้ว
"ถูก" เขาพยักหน้า "แต่ถ้าไม่แสดง ตระกูลหลิงไม่ได้เงินหนึ่งหมื่น ไม่ได้ใบประกาศ ไม่ได้ชื่อเสียง สิ่งเหล่านี้จำเป็กว่าการซ่อนฝีมือ"
เขาหันมามองหลิงเซิน สายตาตรง ไม่ถอย
"ข้าจะให้ศัตรูเห็นพอที่จะกลัว" เขาพูด "แต่ไม่มากพอที่จะรู้"
"ต่างกันยังไง" หลิงเฉิงอู่ถาม
"กลัว" เซียนหยูอธิบาย "คือรู้ว่าอันตรายแต่ไม่รู้ว่าอันตรายแค่ไหน ความกลัวทำให้คนระมัดระวัง ระมัดระวังทำให้ช้า ช้าทำให้เราได้เวลา"
ซ่างซีมองเขา ริ้วรอยที่มุมตาซ้อนกันเป็พัด — ท่าทางที่ท่านทำเมื่อประทับใจแต่พยายามไม่แสดง
"รู้" เซียนหยูพูดต่อ "คือรู้ว่าอันตรายแค่ไหนพอดี รู้ว่าจะรับมืออย่างไร รู้ทำให้คนไม่กลัว ไม่กลัวทำให้กล้า กล้าทำให้เราเสียเปรียบ"
"ดังนั้น" เซียนหยูยิ้มมุมปากข้างเดียว — รอยยิ้มที่หลิงเซินรู้แล้วว่าหมายถึง 'ข้ามีแผน' "ข้าจะแสดงพอให้กลัว ไม่พอให้รู้"
หลิงเฉิงอู่พยักหน้าช้าๆ ดวงตาสีน้ำตาลเข้มจนเกือบดำเปล่งแสงบางอย่าง — ไม่ถึงกับยิ้ม แต่มุมปากที่เป็เส้นตรงเสมอนั้นอ่อนลงนิดเดียว
"ดี" เธอพูดคำเดียว ไม่้ามากกว่านั้น
✦ ✦ ✦
กลางคืน สวนหลังบ้านตระกูลหลิง
ม้านั่งหินเก่า บ่อน้ำเล็กๆ คริสตัลสีน้ำเงินใต้น้ำส่องแสงรำไร ต้นกะทิที่มุมสวนที่เซียนหยูวางคริสตัลไว้ที่ราก ตอนนี้แตกใบใหม่หลายใบ ใบเขียวอ่อนเรืองแสงจางในยามค่ำ ราวกับต้นไม้เรียนรู้ที่จะเปล่งแสงเอง
หลิงเซินนั่งอยู่บนม้านั่ง เท้าแช่ในบ่อน้ำตามนิสัยยามค่ำ แสงคริสตัลสีน้ำเงินทำให้นิ้วเท้าของเธอดูเรืองแสง น้ำเย็นช่วยให้สมองแจ่มใสขึ้น — เทคนิคที่เธอค้นพบเองว่าได้ผล
เสียงฝีเท้าจากโรงเก็บของ
เซียนหยูเดินมา ถือแก้วน้ำสองใบ ยื่นให้เธอใบหนึ่ง แล้วนั่งลงบนม้านั่งตัวเดียวกัน ห่างหนึ่งศอก — ระยะที่เป็มาตรฐานไม่รู้ั้แ่เมื่อไหร่
แต่คืนนี้ หลิงเซินสังเกตว่าเขาไม่ได้นั่งทันที เขายืนอยู่ครู่ มองดาว หน้าอกขยับตามลมหายใจช้าๆ จากนั้นจึงนั่งลง ท่าทางของคนที่เก็บบางอย่างไว้ในใจก่อนจะวางตัว
"พร้อมไหม" เธอถาม ไม่ต้องอธิบายว่าพร้อมเื่อะไร
"พร้อม" เขาตอบ
"จริงเหรอ" เธอถามซ้ำ เสียงเปลี่ยน เบาลง เป็เสียงที่ใช้เฉพาะเมื่ออยู่กันสองคน
เขาหันมามองเธอ ในแสงคริสตัลสีน้ำเงินจากบ่อน้ำ ดวงตาสีดำลึกของเขาดูเหมือนมีทะเลอยู่ข้างใน — ทะเลที่สงบบนผิว แต่มีกระแสลึกอยู่ข้างล่าง
"ข้ากลัวอย่างเดียว" เขาพูดเบาๆ
"กลัวอะไร"
"กลัวว่าถ้าข้าแสดงฝีมือมากเกินไป" เขาพูดช้าๆ ราวกับชั่งน้ำหนักทุกคำ "จะมีคน้าตัวข้ามากขึ้น และคนที่้าตัวข้า ไม่ได้้าข้า — ้าสิ่งที่อยู่ในหัวข้า"
เขาหยุด
"และถ้าพวกเขาจะเอาสิ่งที่อยู่ในหัวข้า" เขาพูดต่อ "พวกเขาจะใช้สิ่งที่อยู่นอกหัวข้าเป็ตัวต่อรอง"
"สิ่งที่อยู่นอกหัว" หลิงเซินทวนเบาๆ
เขาไม่ตอบ แต่สายตาของเขาเลื่อนจากดวงตาของเธอลงมาที่มือของเธอที่วางอยู่บนม้านั่ง ระหว่างตัวทั้งสองคน มือที่ห่างจากมือของเขาแค่คืบเดียว
หลิงเซินเข้าใจ
'สิ่งที่อยู่นอกหัว' ไม่ใช่เงิน ไม่ใช่ร้านค้า ไม่ใช่ตระกูล
เป็เธอ
เืร้อนวูบขึ้นมาจนถึงใบหู ร้อนจนรู้สึกว่าจะเป็ไข้ นิ้วที่วางอยู่บนม้านั่งหินเกร็งขึ้น
แต่เธอไม่ถอยมือ
"ถ้าเช่นนั้น" เธอพูด เสียงสั่นเล็กน้อย แต่ไม่ถอย "เราก็ต้องแข็งแกร่งพอที่จะไม่ต้องกลัว"
"เรา" เขาทวนคำนั้น เสียงเปลี่ยนไป เบาลง อ่อนลง ราวกับชิมคำนั้นแล้วพบว่ามันมีรสหวาน
"เรา" เธอยืนยัน
ลมกลางคืนพัดผ่าน เย็นสบาย ใบไม้จากต้นกะทิร่วงลงมาใบหนึ่ง ตกลงในบ่อน้ำ สร้างวงกลมเล็กๆ ที่ขยายออกไป
เซียนหยูไม่ตอบเป็คำพูด แต่มือที่วางอยู่บนม้านั่งหิน — มือที่ห่างจากมือของเธอแค่คืบ — ขยับเข้ามานิดหนึ่ง
ไม่ถึงกับจับ
แค่ใกล้ขึ้น
พอที่จะรู้สึกว่าอีกฝ่ายอยู่ตรงนั้น
— จบตอนที่ 18 —
อ่านแบบอีบุค...หรือตอนอื่นๆ ก่อนใครได้ที่
แดนนิยาย ดินแดนที่ทุกเื่ราวเริ่มต้น
www.danniyay.com