หยวนเฉิงตอนนี้อายุมากกว่าเจ็ดสิบปีแล้ว เส้นผมก็กลายเป็สีดอกเลาทั้งศีรษะแล้ว แต่พอเขากินผลฮั่วหยางเข้าไปดูเหมือนว่าผมของเขาจะเปลื่ยนสีเล็กน้อย
หยวนิเย่ััได้ว่าตอนนี้ปู่ของเขาได้เข้าสู่ขั้นสร้างรากฐานแล้ว แม้ว่าจะเป็สร้างรากฐานขั้นต้นก็ตาม แต่ก็นับว่าเป็ก้าวแรกสู่การกลายเป็ผู้ฝึกยุทธ์
สำหรับคนธรรมดาพวกเขามีอายุขัยไม่ถึงหนึ่งร้อยปี อย่างมากก็แปดสิบปี แต่เมื่อไหร่ที่ได้เข้าสู่ระดับสร้างรากฐาน สภาพร่างกายก็จะเปลื่ยนไป
เมื่อกลายเป็ผู้ฝึกยุทธ์ที่แท้จริง ร่างกายก็จะเปลื่ยนไปด้วยเช่นกันอายุขัยของพวกเขาก็จะเพิ่มมากยิ่งขึ้นด้วยเหมือนกัน
“ ท่านปู่ผลฮั่วหยางอีกหนึ่งผล ข้าว่าท่านควรกินเข้าไปด้วยดีไหม? ” หยวนิเย่กล่าวขึ้นพร้อมกับยื่นผลฮั่วหยางไว้ด้านหน้าของหยวนเฉิง
“ ปู่ว่ายกให้เย่เอ๋อร์ดีกว่า เนื่องจากปู่น่ะแก่แล้ว ส่วนเ้ายังอายุน้อยถ้าหากเ้ากลายเป็ผู้ฝึกยุทธ์ได้ปู่ก็จะยิ่งภูมิใจในตัวเ้า ” หยวนเฉิงกล่าวพร้อมกับหยิบผลฮั่วหยางให้กับหยวนิเย่
หยวนิเย่ย่อมปฏิเสธและกล่าวขึ้นว่า “ ท่านปู่ข้ายังเด็ก ส่วนท่านน่ะมีอายุมากแล้ว ท่านสมควรกินมากที่สุดอีกอย่างข้าก็ยังอยากอยู่กับท่านไปอีกนานๆ ”
หยวนเฉิงที่ได้ยินก็มีความสุขก่อนที่จะกล่าวขึ้นว่า “ ถ้าหากเย่เอ๋อร์ว่าอย่างนั้นปู่ก็จะกิน ”
หยวนเฉิงจึงกินผลฮั่วหยางอย่างมีความสุข
หยวนิเย่ััได้ว่าคลื่นพลังภายในร่างกายของปู่เพิ่มสูงขึ้นมากแต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่สามารถทะลวงขั้นย่อยได้ แต่ก็นับว่ามีประสิทธิภาพมากแล้ว
หลังจากนั้นปู่หลานก็นั่งพูดคุยพร้อมกับผสมสมุนไพรไปด้วย
สิบวันต่อมา
ในขณะที่หยวนิเย่กำลังผสมสมุนไพรอยู่ภายในบ้าน จู่ๆก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
หยวนิเย่ไปเปิดประตูก็พบว่าเป็เด็กหนุ่มที่อายุมากกว่าหยวนิเย่ประมาณสี่ปี
“ พี่กั่ว? ” หยวนิเย่ประหลาดใจ
เหิงกั่ว ลูกชายของผู้ใหญ่บ้าน และยังเป็คนที่สนิทกับหยวนิเย่มากที่สุด
“ มีอะไรหรอพี่กั่ว?” หยวนิเย่สงสัย
“ ข้าจะมาบอกเ้าว่าอีกครึ่งชั่วยามจะมีขบวนพ่อค้าจากเมืองหยกศิลามาซื้อของที่นี้ ข้าจึงมาบอกให้เ้าได้เตรียมตัวขายของเอาไว้ก่อน ” เหิงกั่วกล่าวออกมา
หยวนิเย่พยักหน้ารับเบาๆก่อนที่จะกล่าวขึ้นว่า “ เข้าใจแล้วพี่กั่ว เดี๋ยวข้าจะลองถามปู่ดูว่ามีอะไรที่จะนำไปขายบ้าง ”
“ เข้าใจแล้วเดี๋ยวข้าจะไปแจ้งคนอื่นต่อ ” เหิงกั่วกล่าวจบเขาก็วิ่งไปทันที
หยวนิเย่เดินกลับไปในบ้านพร้อมกับบอกเื่ที่ขบวนพ่อค้าจากเมืองหยกศิลามาที่หมู่บ้านให้กับปู่ฟัง
ขบวนพ่อค้าคือขบวนพ่อค้าที่มาจากเมืองหยกศิลา ซึ่งพวกเขาจะแวะตามหมู่บ้านต่างๆที่อยู่รอบๆเมืองหยกศิลาเพื่อที่จะซื้อของหรือไม่ก็แลกของกัน หรือไม่ก็จะมีข่าวสารมาบอก
ส่วนขบวนพ่อค้าที่จะมาที่หมู่บ้านฟ้าครามก็คือขบวนพ่อค้าของตระกูลกวง
ตระกูลกวงเป็เพียงตระกูลขนาดกลาง พวกเขาเป็ตระกูลพ่อค้าซึ่งจะรับซื้อของจากหมู่บ้านต่างๆไปขายที่เมืองหยกศิลา
ขบวนพ่อค้านี้จะมาที่หมู่บ้านฟ้าครามทุกๆหนึ่งเดือน
“ งั้นก็เอาพวกนี้ไปขายให้หมด ” หยวนเฉิงกล่าวพร้อมกับนำสมุนไพรที่เขาผสมลงในขวดหยกจำนวนสองร้อยขวดมาวางไว้บนโต๊ะ
หยวนิเย่มองดูขวดหยกสองร้อยขวดบนโต๊ะด้วยความประหลาดใจ นอกจากนี้เขายังรู้อีกว่าภายในขวดหยกเหล่านี้คือผงสกัดโลหิต
ผงสกัดโลหิต เมื่อทาไปยังาแ เืก็จะหยุดไหลอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณในการบรรเทาอาการเ็ปอีกด้วย นับว่าเป็ของที่มีค่ามากๆ
“ เย่เอ๋อร์ ถ้าหากพวกเขามาแล้วก็นำสิ่งเหล่านี้ไปขายเลย ส่วนราคาก็… ” หยวนเฉิงครุ่นคิดก่อนที่จะกล่าวต่อว่า “ หนึ่งขวดต่อหนึ่งร้อยตำลึงเงิน ”
“ หนึ่งตำลึงทอง? ” หยวนิเย่ประหลาดใจ
ภายในอาณาจักรแสงจันทร์พวกเขาใช้ค่าเงินสกุลตำลึง โดยมีตำลึงเงินและตำลึงทอง
หนึ่งพันตำลึงเงินเท่ากับหนึ่งตำลึงทอง
สำหรับหนึ่งตำลึงทองสามารถใช้เลี้ยงดูครอบครัวธรรมดาสี่คนได้ถึงหนึ่งเดือน
แต่เมื่อหยวนิเย่มาคิดถึงสรรพคุณของผงสกัดโลหิตก็เห็นด้วยทันที นอกจากนี้เขาคิดว่าถ้าหากนำไปขายที่เมืองหยกศิลาก็น่าจะได้กำไรไม่น้อย
ไม่นานขบวนพ่อค้าก็มาถึงหมู่บ้านฟ้าคราม
ขบวนพ่อค้าประกอบด้วยรถม้าจำนวนมากกว่าสิบคัน พร้อมกับมีผู้คุ้มกันอีกหลายสิบคนที่ติดตามมาด้วย ผู้คุ้มกันเ่าั้ต่างก็ปล่อยคลื่นพลังของระดับสร้างรากฐานออกมาและมีผู้คุ้มกันสองคนที่มีออร่าของผู้ฝึกยุทธ์
เมื่อขบวนพ่อค้ามาถึงพวกเขาก็ได้รับการต้อนรับจากชาวบ้านอย่างดี
ผู้นำขบวนพ่อค้าในครั้งนี้คือกวงเหยียน เขาเป็ผู้าุโคนหนึ่งของตระกูลกวง นอกจากนี้ยังมีความแข็งแกร่งในระดับปรมาจารย์ยุทธ์อีกด้วย
หยวนิเย่เดินออกมาพร้อมกับตะกร้าใบใหญ่ที่ใส่ขวดหยกเอาไว้
ไม่นานหยวนิเย่ก็มาถึงสถานที่แลกเปลื่ยนของขบวนพ่อค้า
สถานที่แลกเปลื่ยนเป็รถม้าขนาดใหญ่คันหนึ่ง
ซึ่งมีโต๊ะขนาดใหญ่ตั้งอยู่ด้านข้างรถม้า
“ อ่าวหลานิเย่เองหรือ วันนี้พี่เฉิงไม่มาหรือ? ” ชายวัยกลางคนอายุประมาณห้าสิบถามขึ้นด้วยรอยยิ้ม เขาชื่อต้าเถียน เขาเป็ผู้ติดตามของกวงเหยียนมานานหลายปี เขารับผิดชอบเื่การแลกเปลื่ยนสิ่งของ
“ ปู่เถียน วันนี้ปู่กำลังผสมส่วนสำคัญอยู่จึงไม่สามารถออกมาได้ ” หยวนิเย่กล่าวขึ้นพร้อมกับวางตะกร้าไว้บนโต๊ะ
แน่นอนว่าทั้งสองพบเจอกันมาหลายครั้งแล้วทำให้ทั้งสองสนิทกัน นอกจากนี้ต้าเถียนก็ยังเคยถูกหยวนเฉิงช่วยเหลือมาหลายครั้งทำให้ทั้งสองสนิทกันมาก
ต้าเถียนหยิบขวดหยกออกมาหนึ่งขวดก่อนที่จะเปิดขวดดมทันที
“ โอ้ ผงสกัดโลหิต ” ต้าเถียนรู้ได้ทันที
“ ไม่เลวๆ แถมมีตั้งสองร้อยขวด นับว่ามากกว่าเดือนที่แล้ว ” ต้าเถียนยิ้มออกมาและกล่าวต่อว่า “ ถ้าจะให้เดาปู่ว่าพี่เฉิงจะต้องตั้งราคาไว้ที่หนึ่งขวดหนึ่งร้อยตำลึงเงินสินะ ”
“ สมแล้วที่ปู่เถียนคบหากับปู่มานาน สามารถคาดเดาได้อย่างยอดเยี่ยม ” หยวนิเย่หัวเราะออกมา
ต้าเถียนหัวเราะพร้อมกับลูบเคราของตัวเองไปด้วย
ไม่นานต้าเถียนก็นำถุงเงินมาวางไว้บนโต๊ะก่อนที่จะบอกให้หยวนิเย่นับเงินทั้งหมดในถุง
หยวนิเย่นับอย่างรวดเร็วก่อนที่จะขอตัวกลับ
“ ไว้เจอกันใหม่นะิเย่ ” ต้าเถียนกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ เช่นกันครับปู่เถียน ” หยวนิเย่พยักหน้ารับเบาๆก่อนที่จะเดินไป จู่ๆเขาก็หยุดชะงักและเดินไปหาปู่เถียนอีกครั้ง
“ ปู่เถียน ปู่มีแผนที่อาณาจักรแสงจันทร์บ้างไหม?” หยวนิเย่ถามด้วยความสนใจ
“ แผนที่ของอาณาจักรแสงจันทร์งั้นหรอ? มีสิ เดี๋ยวไปเอามาให้ ” ต้าเถียนกล่าวจบเขาก็เข้าไปในรถม้า
ไม่นานต้าเถียนก็ออกมาพร้อมกับแผนที่แผนใหญ่
“ เอ้านี้แผนที่ที่เ้า้า แผนที่นี้ข้ามอบให้เ้าแล้วกัน” ต้าเถียนกล่าวพร้อมกับยื่นให้หยวนิเย่
“ ขอบคุณปู่เถียน ” หยวนิเย่กล่าวก่อนที่จะเดินกลับไปยังบ้านของตัวเอง
หยวนิเย่มอบเงินทั้งหมดให้กับปู่ก่อนที่เขาจะกลับเข้าไปในห้องของตัวเอง
หยวนิเย่มองดูแผนที่ที่กางอยู่บนเตียงด้วยความสนใจ
ไม่นานหยวนิเย่ก็พบกับเมืองหยกศิลา
เมืองหยกศิลาอยู่ทางใต้ของแคว้นกุ่น
จากนั้นสายตาของเขาก็มองหาเมืองทะเลสาบซึ่งเป็เมืองที่ตระกูลเสวียนและเสวียนปิงหยุนเกิดใหม่
“ ก็นับว่าห่างไกลพอสมควร ” หยวนิเย่ส่ายหน้า
เมืองทะเลสาบอยู่ทางทิศตะวันออกของแคว้นกุ่น
แม้ว่าจะบอกว่าเป็แค่แคว้นแต่ก็มีขนาดใหญ่พอๆกับประเทศจีนเลยทีเดียว และเมื่อนำทั้งหกแคว้นมารวมกันอาณาจักรแสงจันทร์ก็มีขนาดใหญ่กว่าประเทศรัสเซียเสียอีก
“ ช่างเถอะ ข้าอยู่ที่นี้ไปเรื่อยๆก่อนแล้วกัน ” หยวนิเย่ยิ้มบางๆ อีกอย่างที่แห่งนี้แม้ว่าจะมีพลังิญญาที่น้อยมากๆแต่ก็ยังพอที่จะฝึกฝนตัวเองได้อยู่ นอกจากนี้ภายในป่าเฮยกังก็ยังมีสมบัติมากมายที่รอสำรวจอยู่
หลังจากนั้นหยวนิเย่ก็เอาแต่ฝึกฝนตัวเองจนกระทั้งเวลาผ่านไปรวดเร็ว
สามปีต่อมา
ภายในป่าเฮยกัง ส่วนที่ลึกที่สุดของป่า
เวลานี้ทั่วทั้งป่าเต็มไปด้วยสีขาวเพราะหิมะที่ตกหนัก
หยวนิเย่กำลังนอนเล่นอยู่บนต้นไม้ใหญ่ พร้อมกับกินผลไม้ภายในป่าไปด้วย
แม้ว่าอากาศจะหนาวเย็นแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรกับผู้ฝึกยุทธ์อย่างหยวนิเย่ได้
เวลานี้หยวนิเย่อายุเก้าขวบแล้ว เขามีรูปร่างสูงใหญ่กว่าเด็กในรุ่นเดียวกันมาก
หลังจากที่นอนเล่นได้ไม่นาน หยวนิเย่ก็ปัดหิมะในมือเล็กน้อยและพึมพำขึ้นมาว่า “ อีกไม่กี่วันก็ถึงวันปีใหม่แล้ว คาดว่าท่านปู่ก็น่าจะกลับมาแล้วเหมือนกัน ”
ใน่สามปีที่ผ่านมา
หมู่บ้านฟ้าครามก็ยังสงบสุข
หยวนิเย่เองก็ฝึกฝนตัวเองอย่างต่อเนื่องจนตอนนี้เขามีความแข็งแกร่งในระดับปราชญ์ยุทธ์และเพียงอีกนิดเดียวก็จะเข้าสู่ระดับราชันยุทธ์แล้วด้วย
ถ้าหากมีใครรู้ว่าหยวนิเย่มีความแข็งแกร่งในระดับนี้ั้แ่อายุไม่ถึงสิบขวบ กองกำลังระดับสูงทั่วทั้งอาณาจักรคงได้นำตัวตนระดับสูงมาเชิญให้หยวนิเย่เข้าร่วมกับพวกเขาอย่างแน่นอน
ซึ่งมันก็มีข้อเสียอยู่เหมือนกัน ถ้าหากหยวนิเย่เลือกเขาร่วมกับกองกำลังระดับสูงกองกำลังหนึ่ง กองกำลังที่เหลือจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะกำจัดเขาทิ้ง
ซึ่งหยวนิเย่ก็ไม่คิดที่จะเปิดเผยความแข็งแกร่งของตัวเองให้ใครเห็นอย่างแน่นอน
ความจริงแล้วหยวนิเย่อาจจะเข้าสู่ระดับราชันยุทธ์หรือแม้แต่จักรพรรดิยุทธ์ได้ตั้งนานแล้ว แต่เขาต้องฝึกฝนทักษะอย่างอื่นตามไปด้วย ทำให้พลังยุทธ์ของหยวนิเย่ช้ากว่าที่ควรจะเป็มาก
ทันใดนั้นบนท้องฟ้าก็เกิดเสียงะเิดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
หยวนิเย่ใก่อนที่เขาจะเงยหน้ามองหาต้นตอของเสียงะเิ
“ ัันี้มัน!! จักรพรรดิยุทธ์!! ” หยวนิเย่ใ
ตัวตนระดับจักรพรรดิยุทธ์นับว่าเป็ตัวตนที่อยู่บนจุดสูงสุดของแคว้นกุ่น พวกเขาสามารถพลิกฟ้าและทำลายูเาได้เพียงการสะบัดมือ
แถมบนท้องฟ้าก็ยังมีตัวตนระดับจักรพรรดิยุทธ์สองคนกำลังปะทะกันอย่างดุเดือด
คลื่นลมกระจายไปทั่วพื้นที่ ต้นไม้บินลอยอยู่บนท้องฟ้า สัตว์ป่าและสัตว์อสูรพากันวิ่งหนีตายด้วยความกลัว
สำหรับผู้ฝึกยุทธ์ที่จะบินบนท้องฟ้าได้นั้นจะต้องมีความแข็งแกร่งในระดับราชันยุทธ์ขึ้นไป
“ บ้าเอ้ยพวกนี้จะมาสู้อะไรกันที่นี้ ” หยวนิเย่บ่นออกมาด้วยความไม่พอใจ เนื่องจากพวกเขาทำลายทัศนียภาพของป่าแห่งนี้ไปจนหมด
จนกระทั้งเวลาผ่านไปประมาณสองเค่อ จักรพรรดิยุทธ์ทั้งสองก็หายตัวไปอย่างรวดเร็ว
“ อย่าให้ข้าจับได้นะว่าเป็ใคร ข้าจะให้มาเฝ้าป่าแห่งนี้ตลอดกาลเลยคอยดู!! ” หยวนิเย่กัดฟันกล่าวด้วยความไม่พอใจ
“ ให้ตายเถอะป่าพังระเนระนาดไปหมดแล้ว ” หยวนิเย่ส่ายหน้าเบาๆก่อนที่จะกลับหมู่บ้าน
เวลานี้ที่หมู่บ้านฟ้าครามเต็มไปด้วยโคมไฟหลากสีสัน เนื่องจากว่าบุตรชายของผู้นำหมู่บ้านอย่างเหิงกั่ว สามารถเข้าร่วมกับสำนักบัวครามได้สำเร็จ
สำนักบัวครามเป็กองกำลังระดับสามในอาณาจักรแสงจันทร์ แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็เป็กองกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดในพื้นที่แถวนี้ แม้กระทั้งเ้าเมืองหยกศิลาเมื่อพบเจอผู้าุโของสำนักบัวครามก็ยังต้องเชื่อฟังอย่างเคารพ
กองกำลังภายในอาณาจักรแสงจันทร์มีมากมายนับไม่ถ้วน ซึ่งจะถูกแบ่งออกเป็สี่ระดับด้วยกันคือระดับสาม ระดับสอง ระดับหนึ่ง และระดับสุดยอด
ซึ่งการที่จะเป็กองกำลังระดับสามได้นั้นจะต้องมีตัวตนระดับราชันยุทธ์อยู่
กองกำลังระดับสองจะต้องมีตัวตนระดับจักรพรรดิยุทธ์อยู่
กองกำลังระดับหนึ่งจะต้องมีตัวตนระดับเหนือยุทธ์อยู่
ส่วนกองกำลังระดับสุดยอดนั้นจะต้องมีตัวตนระดับเซียนยุทธ์หรือเหนือกว่านั้น
เนื่องจากเหิงกั่วได้เข้าร่วมกับสำนักบัวครามทำให้หมู่บ้านฟ้าครามได้รับการคุ้มครองจากสำนักบัวคราม
ถ้าหากมีเื่อะไรเกิดขึ้น สำนักบัวครามจะต้องส่งผู้าุโมาตรวจสอบเื่ราวที่เกิดขึ้นและจะต้องให้ความเป็ธรรมแก่ศิษย์ของสำนักบัวคราม
สำหรับตัวเอกภายในงานเลี้ยงก็นั่งพูดคุยกับสหายด้วยความตื่นเต้นและเมื่อเหิงกั่วเห็นหยวนิเย่เดินเข้ามา เขาก็รีบวิ่งไปหาทันที
“ ิเย่ ถ้าหากเ้าอายุสิบสาม เ้าจะต้องเข้าร่วมกับสำนักบัวครามให้ได้นะ แล้วก็ถ้าหากข้ามีโอกาศข้าจะนำโอสถมามอบให้กับเ้า เพื่อให้เ้าได้เตรียมรากฐานของตัวเองให้พร้อม ” เหิงกั่วกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ ขอบคุณมากพี่กั่ว ” หยวนิเย่ยิ้มและใบหน้าเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง พวกเขามีอายุใกล้เคียงกันทำให้ทั้งสองสนิทกันราวกับพี่น้องจริงๆ
หลังจากนั้นพวกเขาก็พูดคุยกันอย่างสนุกสนาน