เซี่ยซือซือบอกน้องสาวให้สงบจิตใจเอาไว้ก่อนนางกำลังพยายามหาหนทางให้สามพี่น้องได้อยู่ด้วยกัน ระหว่างนี้เซี่ยซานซานยังต้องแกล้งนอนติดเตียงเช่นเดิมอยู่แม้แต่น้องเล็กก็ห้ามบอกความจริง เหตุเพราะเขายังเด็กนัก เกิดออกไปวิ่งเล่นแล้วมีชาวบ้านมาหลอกถาม อาจทำให้หลุดพูดความจริงออกไปแบบไม่รู้ตัว
“ข้าเชื่อฟังท่านพี่เ้าค่ะ”เซี่ยซานซานไม่มีทางเลือกอื่น นางจำเป็ต้องนอนติดเตียงไปก่อนสักระยะ เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยนางจะกลับมาใช้ชีวิตได้ดังเดิม
“ลำบากเ้าต่อไปอีกสักพักนะอาซาน แต่ไม่นานนักหรอกเ้าอย่าได้กังวลเกินเหตุให้ข้าไปดูลาดเลาที่บ้านท่านป้าถานก่อน ข้าไม่รู้ว่าทางนั้นเขาอยู่กันอย่างไร”เซี่ยซือซือมีความคิดแก้ไขสถานการณ์อยู่ในใจ แต่ยังไม่กล้าตัดสินใจในทันทีนางเพิ่งทะลุมิติมาที่นี่ได้ไม่กี่วัน ผลีผลามเกินไปย่อมไม่เป็ผลดี
“ท่านพี่ท่านคงไม่คิดจะพาข้ากับน้องเล็กไปอยู่กับท่านที่บ้านท่านป้าถานหรอกนะเ้าคะ”
“ทำไมเล่า ทำเช่นนั้นไม่ได้หรือ”นางเอียงคอมองน้องสาวคล้ายไม่เข้าใจ
“ไม่ได้เ้าค่ะ มีชาวบ้านคนไหนแต่งภรรยาแล้วต้องให้ที่อยู่อาศัยแก่น้องของภรรยาด้วยเ้าคะอีกอย่างท่านพี่ท่านไม่ได้แต่งเข้าบ้านถานนะเ้าคะท่านถูกท่านป้าถานซื้อตัวไปเป็ภรรยาพี่จ้าน ทางบ้านถานไม่มีทางเลี้ยงดูข้ากับน้องเล็กหรอกเ้าค่ะไม่ใช่ว่าทางนั้นก็อดมื้อกินมื้อหรอกหรือท่านพี่”
ได้ฟังคำของน้องสาวแล้วเซี่ยซือซือพลันเข้าใจได้ไม่ยาก“น่าแปลกเหตุใดท่านป้าถานถึงมาซื้อข้าไปเป็ภรรยาลูกชายของนาง ทั้งที่ทางบ้านก็ลำบากอยู่ก่อนหน้าแล้วว่าแต่ลูกชายท่านป้าถานมีชื่อเสียงเรียงนามว่าอันใดนะอาซาน”
“ท่านพี่ ! ท่านลืมกระทั่งชื่อสามีของตัวเองหรือเ้าคะ” เซี่ยซานซานรู้สึกขัดใจยิ่งนัก
“ข้าตกน้ำตกท่าไปความจำมันก็เลือนรางอยู่บ้าง”
เซี่ยซานซานหลุบตามองมือบนตักของตนเองใช่ว่านางจะไม่รับรู้ว่าพี่สาวคนนี้ หาได้ตกน้ำไปเองอย่างที่ชาวบ้านทุกคนคิดเห็นไม่แต่พี่สาวของนางไม่อยากมีสามีพิการ จึงเลือกจบชีวิตตัวเองไปเช่นนั้น
“อาซานเ้าเป็อันใดเงียบทำไมเล่า”
“พี่จ้านเ้าค่ะสามีของท่านพี่ชื่อถานจ้านเป็ซิ่วไฉ[1]ั้แ่อายุสิบสองปีน่าเสียดายที่เกิดเื่ขึ้นเสียก่อน ทำให้หมดสิทธิ์เข้าสอบจวี่เหรินไป”
“ถานจ้านหรอกหรืออืมค่อยคุ้นหูขึ้นมาหน่อย ปีนี้เขาอายุเท่าใดแล้วล่ะ”
เซี่ยซือซือพยายามนึกรื้อฟื้นความทรงจำของคนผู้นี้เหตุใดในความทรงจำของนางถึงได้ว่างเปล่าก็ไม่รู้ อาจเพราะไม่เคยได้พูดคุยกันมาก่อนรับรู้เพียงว่าลูกชายท่านป้าถานถูกอันธพาลในอำเภอเจียงรุมทำร้ายได้รับบาดสาหัสทำให้ขาข้างซ้ายหัก หลังจากทำการรักษาแล้วกลับไม่สามารถเดินเหินได้เช่นเดิมทำให้หมดสิทธิ์ในการเข้าสอบรอบจวี่เหรินไปอย่างน่าเสียดาย
“สิบเจ็ดปีเ้าค่ะ”ดูท่าพี่สาวของนางคงเลอะเลือนแล้วจริง ๆ
“น่าเสียดายอุตส่าห์สอบซิ่วไฉได้แล้วแท้ๆ”
“เ้าค่ะ เดิมทีท่านอาเหมยลี่ของเราก็แอบชอบพี่จ้านอยู่เหมือนกันให้ท่านย่าไปทาบทามเื่หมั้นหมายกับท่านป้าถานอยู่บ่อยครั้ง แต่ถูกท่านป้าถานปฏิเสธมาตลอดพอสองปีก่อนที่พี่จ้านถูกตีจนพิการเดินไม่ได้ ท่านย่าเลยรีบให้ท่านอาเหมยลี่หมั้นหมายกับคนอื่นและได้แต่งงานกับพ่อบ้านในอำเภอเจียงไปเมื่อปีที่แล้วนี่เองเ้าค่ะ เหตุใดท่านพี่ถึงลืมเื่พวกนี้ได้เล่า”
“โอ้ ท่านอาเหมยลี่เคยชอบสามีข้าหรอกหรือข้าไม่ได้ลืมเสียหน่อยอาซาน แค่จำได้เป็บาง่บางตอน” เซี่ยซือซือพอจะนึกหน้าลูกสาวคนเล็กที่มีอายุเพียงสิบหกปีของแม่เฒ่าเซี่ยออกต่อหน้าผู้อื่นนางมักเสแสร้งแกล้งทำเป็คนดีมีเมตตา แต่พอลับหลังนั้นดั่งนางมารร้ายมาจุติก็ไม่ปานรังแกพวกนางสามพี่น้องออกบ่อยครั้ง จิกหัวใช้งานพวกนางแทบไม่ว่างเว้น
เซี่ยเหมยลี่ถูกท่านย่าของนางประคบประหงมราวกับคุณหนูในจวนใหญ่เพราะคาดหวังจะได้แต่งงานกับขุนนางใหญ่โตในเมือง ที่ไหนได้เพราะความรีบร้อนจนเกินเหตุเป็ผลให้ได้แต่งงานกับพ่อบ้านในอำเภอแทน ยามนั้นแม่เฒ่าเซี่ยตีอกชกหัวตนเองอยู่หลายวัน
เป็เหตุมาจากความเข้าใจผิดไปเองของทุกคนใครจะคาดคิดว่าพ่อบ้านคนหนึ่ง จะมีสง่าราศีดั่งเถ้าแก่ของบ้านก็ไม่ปาน เกี้ยวเ้าสาวหามมาถึงหน้าบ้านของเ้าบ่าวทุกคนถึงได้ล่วงรู้ความจริง กระนั้นก็ถอยหลังกลับไม่ได้แล้ว ปีนั้นแม่เฒ่าเซี่ยเลยต้องกล้ำกลืนฝืนทนให้ลูกสาวที่ตัวเองหวงแหนนักหนา ได้แต่งงานกับพ่อบ้านอายุอานามสามสิบห้าปีอย่างเลี่ยงไม่ได้
“ยิ้มเช่นนี้ ท่านพี่นึกออกหมดแล้วใช่ไหมเ้าคะ”
“อื้มพอจะจำได้อยู่”
เซี่ยซานซานมองพี่สาวที่กำลังทำท่าคิดทบทวนความทรงจำของตนเองอยู่พลันรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่เข้าท่าอยู่ “ท่านพี่บ้านเราไม่มีครัวนะเ้าคะ”
“เอ๋ ครัว จริงด้วยสิมื้อเย็นของพวกเรา” เซี่ยซือซือรีบลุกพรวดขึ้น
เปิดประตูเดินกลับไปยังลานหน้าบ้านสกุลเซี่ย
เห็นตะกร้าสามใบวางอยู่ที่เดิมพลันนึกโล่งอกแต่พอเข้าไปดูใกล้ ๆ ก็ต้องหัวเราะออกมาเบา ๆ ผักป่าถูกคนนำออกไปจนหมดเหลือไว้เพียงมันฝรั่งในตะกร้าของนางเอง
เ้าพวกโง่ ไม่รู้จักของอร่อย
นางบ่นในใจก่อนหิ้วตะกร้าทั้งสามใบกลับเข้าบ้านตนเองไปตะกร้าพวกนี้เป็ท่านพ่อของนางสานให้เองกับมือ คนบ้านใหญ่ไม่มีสิทธิ์ฉกมันไปจากนาง
“ผักป่าเล่า” เซี่ยซานซานหน้างอเมื่อเห็นตะกร้าเปล่าของตนเองของน้องเล็กของนางก็ไม่ต่างกัน ก่อนนางลงมือผลักอวี่ไป๋ชิงนางวางตะกร้าผักป่าลงก่อนแล้วไม่น่าได้รับความเสียหายจากเหตุทะเลาะวิวาทกัน
“จะเหลือรอดคนบ้านใหญ่หรืออย่างไรยังดีที่คนพวกนั้นไม่รู้จักมันฝรั่ง ในตะกร้าข้ามีเหลืออยู่ตั้งเยอะ นี่ไงหัวมันที่ข้าเผาเอาไว้กินมื้อเย็นก็ยังอยู่”นางหยิบหัวมันสุกแล้วออกมาวางไว้บนโต๊ะไม้เก่าข้างเตียงนอน
“เป็ท่านพี่ที่คิดรอบคอบ ไม่เช่นนั้นมื้อเย็นของพวกเราคงไม่มี”
“ท่านหมออวี่ให้ยาทามาตลับหนึ่ง ส่วนยาต้มข้าฝากท่านหมออวี่เข้าไปซื้อที่ตัวตำบลคาดว่าเย็น ๆ คงเอามาส่งให้เรา เ้าอดทนหน่อยนะอาซาน”
“เ้าค่ะท่านพี่ ท่านหมออวี่ทายาให้ข้าก่อนหน้านี้แล้วไม่เป็อันใดมากหรอก ข้าแค่ปวดหัวตุบ ๆ ไม่นานก็หายแล้วล่ะท่านพี่”
“อื้ม เ้านอนต่อเถอะ ตอนเย็นค่อยลุกมากินมันเผากันข้าจะนั่งอยู่ในห้องเป็เพื่อนพวกเ้าเอง”
“เ้าค่ะ” เพราะขึ้นเขามาค่อนครึ่งวันอีกทั้งยังเกิดเื่ราวมากมายขึ้นอีก ทำให้เซี่ยซานซานเหนื่อยล้ามากกว่าทุกวันนางล้มตัวลงนอนไม่นานก็หลับไปในทันที
เป็โอกาสทีที่เซี่ยซือซือจะได้สำรวจมิติพิเศษของตนเองนางมองจนแน่ใจน้องสาวหลับสนิทไปแล้ว จึงได้เอนตัวพิงผนังข้างห้องปล่อยใจให้สงบเพื่อเข้าสู่มิติพิเศษของนางเอง
วูบ ! นางปรากฏตัวขึ้นในมิติพิเศษ สถานที่แห่งนี้ยังคงเหมือนเดิมทุกประการราวกับมันถูกเทพเซียนตนใดสร้างขึ้นมาแบบนี้ เซี่ยซือซือไม่เข้าใจความเป็ไปของมิติแห่งนี้ไม่แน่ใจว่าน้ำพุกลางลานสามารถรักษาอาการผู้คนได้หรือไม่นางไม่อยากใช้น้องสาวเป็หนูทดลอง แต่ความอยากรู้อยากเห็นทำให้นางใช้มือวักน้ำมาหยดน้อยๆ หยดลงบนแผลที่ถูกกิ่งไม้เกี่ยวบนหลังมือของตนแทน
แม่เ้า !แผลหายสนิทในทันที
เ้าสิ่งนี้ใช้กับน้องสาวของนางในยามนี้ไม่ได้หากาแหายเร็วจนเกินไป ย่อมเกิดความสงสัยไม่รู้จบสิ้น ภายนอกใช้รักษาาแได้ส่วนภายในนางยังไม่เคยลอง ได้แต่ดื่มตอนร่างกายอ่อนแรง เพราะยังไม่เคยได้รับาเ็ภายในแบบรุนแรงจึงไม่สามารถรู้ผลลัพธ์ที่แท้จริงของมัน ที่แน่ ๆมันน่าจะรักษาได้ทั้งภายนอกและภายใน แบบทั้งทาทั้งดื่มได้สองวิธี
นี่มันยาวิเศษชัด ๆ
[1]ระบบการสอบเข้ารับราชการของจีนนั้นเรียกว่า"เคอจวี่" มีสามรอบ
1.รอบที่หนึ่ง เป็การสอบคัดเลือกระดับท้องถิ่นผู้ที่สอบผ่านจะได้คุณวุฒิเรียกว่า "ซิ่วไฉ" มีอีกชื่อเรียกว่า"การสอบซิ่วไฉ"
2.รอบที่สอง เป็การสอบคัดเลือกระดับภูมิภาค(มณฑล) ผู้มีสิทธิเข้าสอบระดับนี้จะต้องได้คุณวุฒิซิ่วไฉก่อน ผู้สอบผ่านขั้นนี้จะได้คุณวุฒิ"จวี่เหริน" มีอีกชื่อเรียกว่า "การสอบจวี่เหริน"
3.รอบที่สาม เป็การสอบรอบสุดท้ายผู้สอบผ่านรอบนี้จะได้รับการขึ้นบัญชีเพื่อรอการเรียกบรรจุเข้ารับราชการและได้คุณวุฒิที่เรียกว่า "จิ้นซื่อ” มีอีกชื่อเรียกว่า “การสอบจิ้นซื่อ"