เกิดใหม่ต่างโลกกับการผจญภัยครั้งใหม่ในโลกเวทมนตร์

    ตอนที่ 13 เรียนรู้ทักษะ "ตรวจสอบ"

    “แกออกมาเดี๋ยวนี้นะ โรเบิร์ต ซัมเมอร์อย่าให้ฉันคนนี้ได้ออกไปไล่ตรวจดูทีละคน แล้วแกจะต้องเสียใจ”
    “นี่คุณออสก้าคุณรู้ไหมว่าคุณทำลายทรัพย์สินของกิลด์อยู่นะ”
    โซเฟียเห็นท่าไม่ดีรีบเข้ามาห้ามปราม
    “โซเฟียฉันมีเงินมากพอที่จะซ่อมแซมมันได้แต่ตอนนี้ ฉันต้องลากหัวไอ้เจ้าฆาตกรนั่นออกมา”
    ออสก้าตอนนี้ยิ่งเต็มไปด้วยความโกรธที่พร้อมปะทุออกมาได้ทุกเมื่อ ถ้ามันรู้ว่าผมอยู่ตรงไหนคงไม่แม้แต่จะตัดสินใจมันก็น่าจะพุ่งเข้ามาแล้วอัดผมจากนั้นก็พาตัวผมไป หลังจากนั้นก็ไม่ต้องไปคิดต่อแล้วว่าจะเป็นยังไง พวกมันก็คงเอาไปทรมานจนตายนั่นแหละ
    “คุณทำแบบนั้นไม่ได้นะ เพราะคนที่คุณเรียกว่าฆาตกรเขาไม่ได้ผิดอะไร เป็นของคนของคุณเองที่ทำตัวของพวกเขาเอง”
    “โซเฟียฉันยังเห็นว่าเธอเป็นน้องสาวของภรรยาฉันอยู่นะเพราะฉะนั้นเงียบปากไปซะ ถ้ามีอะไรเดี๋ยวฉันไปคุยกับกิลด์มาสเตอร์เองไม่ต้องไปสนใจเรื่องเล็กน้อย”
    “ไม่ได้นะคุณออสก้า”
    “ไปจับเธอเอาไว้ เดี๋ยวมาทำเรื่องของฉันพังหมด”
    ผู้ติดตามที่มากับออสก้าสองคนพุ่งเข้าไปล็อกตัวของโซเฟียเอาไว้ก่อนจะใส่ผ้าปิดปากเอาไว้เพื่อไม่ให้โซเฟียพูดอะไรออกมาอีกเป็นครั้งที่สอง
    “ออกไปก่อนเถอะ ออสก้าเจ้านั่นไม่อยู่ที่นี่หรอกนะ เขาอาจกลับมาอีกในไม่กี่วันต่อจากนี้ ถึงตอนนั้นก็ค่อยมาหาก็แล้วกัน”
    เจ้าของเสียงคือกิลด์มาสเตอร์ที่เป็นคนพูดออกมา เขาช่วยผมไว้อีกแล้วกิลด์มาสเตอร์เขามีเป้าหมายอะไรกันแน่นะ?
    “ก็ได้ วันนี้ฉันกลับก็ได้ รอดตัวไปก่อนเถอะ โรเบิร์ต ซัมเมอร์ ฉันจะให้แกได้รำลึกความหลังและความสุขในชีวิต สองวันต่อจากนี้ฉันจะมาหาแกใหม่ อย่าคิดว่าจะออกไปจากเมืองนี้ได้เลย พวกเรากลับ”
    เฮ้อ ผมไม่ได้กลัวหรืออะไรนะคือว่ามันสุดจะเอือมระอาจริงๆ ถ้าเป็นพวกของมันแล้วทำไมมันไม่สั่งสอนลูกน้องมันให้ดีก่อน พอมันมาทำท่าอวดดีใส่แล้วผมจะยืนให้มันรังแกเล่นเหรอ ผมไม่ใช่คนที่จะให้ใครมาทำท่าทีอวดดีแล้วไม่แน่จริงใส่ผมแบบนี้เอามากๆ
    มันที่เป็นถึงคนที่มีความสามารถกลับมารังแกผมที่เลเวลก็ต่ำเตี้ยเรี่ยดินแบบนี้ ทักษะต่อสู้อะไรสักอย่างก็ยังไม่มีนอกจากทักษะกลืนโลหิตของผมเท่านั้นแต่มันก็ใช้ออกไปโต่งๆไม่ได้นี่สิเดี๋ยวตัวตนของผมจะโดนเปิดเผย นอกจากนั้นก็เป็นทักษะในการสร้างทักษะอัพเกรดไป
    ต่อจากนี้ผมคงต้องหาทักษะร่ำเรียนแล้วละ ไม่อย่างนั้นต้องถึงจุดลำบากเข้าสักวันแน่
    “นั่นมันเจ้าหญิงแห่งดาบนิเธอเดินไปตรงนั้นคิดจะทำอะไร”
    “หรือว่าเจ้านั่นไปทำให้เธอโกรธกันนะ ถ้าเป็นอย่างนั้นคงศพไม่สวย”
    “ฉันรอดูเจ้านั่นไปกองที่พื้นไม่ไหวแล้วพวก ถ้าเธอสั่งสอนเจ้านั่นเสร็จแล้วบอกทีนะ”
    …
    “คุณซัมเมอร์ ฉันมีเรื่องอยากจะพูดกับคุณไปกับฉันได้รึเปล่า?”
    หืม! เสียงนี้มันคุ้นๆนะ เอาเถอะผมอาจคิดไปเองก็ได้เธอไม่น่าจะมาอยู่ที่นี่ได้ ตั้งหน้าตั้งตากินข้าวต่อดีกว่า
    “ฉันมาหาคุณนะ คุณซัมเมอร์ คุณไม่ต้องมาทำเป็นจำฉันไม่ได้”
    ผมเงยหน้าขึ้นก็เห็นใบหน้าที่สวยเต็มไปด้วยเสน่ห์ของเธอ ใช่แล้วเธอคือไอรีน เธอมาที่นี่เพื่อมาเจอผม? แล้วทำไม?
    “ขอโทษด้วยนะครับพอดีผมหิวข้าวมากไปหน่อย ไม่นึกว่าว่าคุณจะมาหาผมแบบนี้”
    “ฉันมีเรื่องที่จะคุยกับนายเพราะฉะนั้นนายจะทานข้าวให้หมดก่อนก็ได้ ฉันรอได้”
    ไอรีนนั่งลงเก้าอี้ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับผมก่อนที่จะจ้องมองผมอย่างไม่วางตา เธอคิดจะฆ่าผมทางอ้อมใช่ไหม? เทพธิดาผู้งดงามที่เป็นถึงนักผจญภัยแรงค์ A เจ้าหญิงแห่งดาบ นั่งที่โต๊ะของผมแบบนี้มันยิ่งทำให้ผมโดนสายตาอาฆาตมากมายจ้องมองมา แล้วตอนที่ผมออกไปนอกกิลด์พวกเขาคงไม่ดักกระทืบผมหรอกนะ
    “ทานสิ ฉันรอได้”
    แล้วมันเป็นเพราะใครกันละ เอาเถอะรีบกินให้เสร็จก่อนดีกว่าจะได้รีบออกไปจากสถานการณ์นี้สักที พอกินข้าวเสร็จเรียบร้อยผมที่ยังไม่ได้ส่งแม้แต่ภารกิจก็โดนไอรีนลากออกไปในทันที จุดที่พวกเราอยู่ตอนนี้ห่างออกมาจากกิลด์เล็กน้อยในซอยๆหนึ่งที่คนไม่ค่อยเดินผ่านไปมากันมากนัก
    “นายรู้ไหมว่านายกำลังหาเรื่องกับกลุ่มภาคีนภาสีครามอยู่นะ”
    “ผมก็พึ่งรับรู้ตอนที่เจ้าสองคนนั้นนั่งโต๊ะที่อยู่ข้างผมนั่นแหละ มันก็ชัดเจนขึ้นไปอีกตอนที่เจ้านั่นมันมาด้วยตัวเอง และได้วางท่าทีอวดเบ่งขนาดนั้นเอาไว้ก่อนไป”
    “แล้วนายจะทำยังไงต่อ?”
    “ไหนคุณบอกผมว่าเราจะเป็นคนแปลกหน้ากันหลังจากที่ดูแลผมสามวันนั้นยังไงละทำไมดูเหมือนกับว่า คุณกำลังเป็นห่วงผมอยู่เลย หรือว่าคุณ...”
    “นาย...นายพูดบ้าๆอะไรของนาย ฉันแค่จะมาเตือนก็แค่นั้นเองอย่างน้อยฉันก็เป็นคนรู้จักของนาย”
    “เอาเถอะไม่ว่ายังไงผมก็เอาตัวรอดได้คุณไม่ต้องกังวลไปหรอก เรื่องนี้ผมจัดการได้ มันยังอยู่ในการคาดการณ์ของผมอยู่”
    “จัดการได้ตรงไหนกัน นายยังไม่มีความสามารถมากพอที่จะรับมือกับเจ้านั่นได้เลยนะ”
    ตอนนี้ดูเหมือนเธอเป็นห่วงผมมากจริงๆด้วยนั่นแหละนะ แต่เรื่องที่ผมรับมือได้มันก็เป็นเรื่องจริงเหมือนกันจะปล่อยให้สาวสวยเป็นห่วงไม่ได้เดี๋ยวเสียแผนในอนาคตหมด(แผนอะไรหนอ?)
    มันก็จริงที่ว่ากลุ่มเจ้าพวกนั้นมันมีอำนาจมากมายอิทธิพลล้นฟ้าแต่แล้วมันจะทำไมระดับตัวผมเองแล้วยังต้องกลัวอะไรอีกตายก็เคยตายมาแล้ว โลกก่อนในตอนที่ยังอยู่ในวงการธุรกิจผมเฉียดตายไม่ต่ำกว่าพันๆครั้งเจอปัญหาใหญ่กว่านี้ก็เคยมาแล้ว พวกมันที่มาเล่นละครลิงต่อหน้าผมก็เป็นได้แค่เด็กอมมือที่พึ่งลืมตาดูโลกก็แค่นั้น
    “วางใจเถอะครับ ผมรับมือได้แน่นอนตราบใดที่พวกมันไม่หน้าด้านเอาแรงค์ A มาผมก็รับมือได้อยู่แล้ว”
    “อืม ฉันจะเชื่อนายก็ได้”
    “ผมว่าคุณบอกธุระของคุณจริงๆมาดีกว่านะ ว่าคุณต้องการให้ผมทำอะไรกันแน่?”
    “คือว่าที่จริงแล้วฉันต้องการคนไปปาร์ตี้กับฉันสักสองสามวันแต่ไม่มีใครที่ฉันเชื่อใจได้ส่วนพี่สาวของฉันก็ไม่มีความสามารถในการต่อสู้ที่สูงมากนักทำให้ฉันไม่มีทางเลือกเพราะฉะนั้นอยากให้นาย…”
    “ได้สิครับ ไปที่ไหนกันละเรื่องผจญภัยเป็นของถนัดของผมอยู่แล้ว แต่ว่าผมมีเงื่อนไขข้อหนึ่ง”
    เมื่อได้ยินผมพูดแบบนั้นไอรีนก็เอามือปิดหน้าอกของตนเองเอาไว้แล้วเดินถอยหลังไปสองก้าว
    “เรื่องแบบนั้นไม่ได้นะ”
    “เอ่อ...คุณเข้าใจผิดแล้วครับผมแค่จะถามเรื่องเกี่ยวกับทักษะก็แค่นั้นเอง”
    “หืม! เป็น...เป็นอย่างนั้นเองเหรอ”
    แล้วที่คุณคิดไว้มันคืออะไร? เฮ้อ การโดนผู้หญิงสวยเข้าใจผิดนี่มันทำเอารู้สึกผิดไปสิบวันเลยนะ การที่ผมไปเอ่อ...สัมผัสมันตอนนั้นคงกลายเป็นปมในชีวิตที่เธอเข้าใจผิดผมไปตลอดแน่ๆ
    “นายต้องการถามเกี่ยวกับทักษะอะไรกันละ”
    “มันมีทักษะที่สามารถมอง “แถบสถานะ”ของฝ่ายตรงข้ามได้ไหมครับ”
    “จะว่ามีก็มีนะแต่ว่ามันไม่ใช่อะไรที่จะฝึกก็ฝึกได้ในเวลาอันสั้น ทักษะที่ว่านั้นถูกบันทึกไว้ในหอสมุดที่อยู่ใกล้ๆนี้เองแต่จนถึงตอนนี้ก็มีเพียงไม่กี่คนบนอาณาจักรแห่งนี้สามารถเรียนมันได้”
    “ถ้าเช่นนั้นคุณริฮานน่าก็มีทักษะที่ว่าด้วยสินะครับ”
    “ทำไมนายถึงคิดแบบนั้น?”
    “การมองสาวสวยของผมไม่มีทางผิดพลาดไปได้หรอกครับ เพราะคุณตรงตามแบบฉบับของผู้หญิงที่ดีที่ระบุไว้ในแนวคิดของผมเองทุกอย่าง”
    “เจ้าบ้า! เวลาแบบนี้ยังจะมาทำเป็นเล่นอีก”
    ไอรีนใช้มือของเธอเพื่อจะทุบตัวของผมแต่ว่าผมเบี่ยงหลบไปได้อย่างเฉียดฉิว คิดว่าจะใช้การจู่โจมทีเผลอแบบนี้ใส่ผมอย่างนั้นเหรอ ผมหลบมันได้จนชำนาญแล้วในโลกก่อน เพราะถ้าไม่ฝึกเอาไว้การหยอกล้อกับภรรยาตนเองผมก็คงโดนพวกเธออัดจนเละแน่ๆ
    “ผมก็พูดตามที่ผมคิดก็แค่นั้น เอาเถอะคุณบอกมาได้แล้วแค่ทักษะเดียวคงไม่ใช่เรื่องอยากที่จะอธิบายให้ผมฟังหรอกนะครับ”
    “จริงๆฉันก็มีมันนั่นแหละเพียงแต่ว่ามันก็แค่เลเวลหนึ่งเท่านั้นเอง อย่างมากก็สามารถสอดส่องตรวจสอบนักผจญภัยแรงค์ F ลงไปได้”
    แต่ที่เธอตกใจมากกว่าปกติก็คือตัวของเธอไม่สามารถตรวจสอบ “แถบสถานะ” ของผมได้ ทำไมเธอถึงไม่ได้ถามผมมานั้นก็คงเป็นเพราะเห็นว่าเป็นคนรู้จักกันและคิดได้ว่าทุกคนไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามล้วนมีความลับที่บอกใครไม่ได้สักเรื่องหนึ่ง
    “แบบนี้นี่เองคงจะสะดวกมากนะครับ ผมอยากเรียนมันแล้วสิ”
    “ตอนนี้น่าจะยังทันอยู่นะไปดูด้วยกันเลยก็ได้ตอนนี้ เพราะพรุ่งนี้ก็จะถึงเวลาออกเดินทางแล้ว”
    “ถ้าอย่างนั้นก็ไปกันเถอะครับ จะได้ไม่เสียเวลา”
    ผมกับไอรีนใช้เวลาเดินทางห้านาทีก็เดินมาจนถึงหอสมุดที่เก็บทักษะตรวจสอบเอาไว้ภายใน ผมไม่รอช้ารีบเข้าไปภายในก่อนจะลงทะเบียนยืนยันตัวตนเข้าไปในหอสมุดเสร็จในที่สุดก็มายืนที่บันทึกของทักษะตรวจสอบที่ไอรีนพูดถึงแล้ว
    ผมเปิดหน้าที่หนึ่งของบันทึกขึ้นมาแล้วใช้ทักษะเรียนรู้อย่างรวดเร็วเพ่งเข้าไป
    ติ๊ง!
    เรียนรู้ทักษะใหม่ ทักษะ ตรวจสอบ เลเวล 1
    ตรวจสอบ คือการที่ผู้ใช้ทักษะสามารถมอง “แถบสถานะ”ของฝ่ายตรงข้ามได้ รายละเอียดที่มองเห็นได้นั้นจะขึ้นอยู่กับเลเวลของทักษะ

    ผมจึงใช้มันตรวจสอบไอรีนในทันทีโดยที่เธอไม่รู้ตัวแต่ผลที่ออกมาผมก็คาดการณ์เอาไว้แล้ว
    ติ๊ง!
    ไม่สามารถตรวจสอบได้ ทักษะเลเวลต่ำเกินไป
    ผมไม่อยากเสียเวลาจึงเก็บบันทึกทักษะตรวจสอบกลับไปที่เดิม
    “เห็นไหมละ มันเรียนยากมากต้องใช้เวลาสักเล็กน้อย หลังจากที่ไปทำภารกิจกับฉันเสร็จเดี๋ยวฉันจะแนะนำกับนายเองก็ได้ นายจะได้เข้าใจมากขึ้นและเรียนรู้มันได้ในเวลาอันรวดเร็ว”
    “ฮ่า ฮ่า คงต้องขอรบกวนคุณแล้วสิคุณริฮานน่า”
    ตามจริงผมก็อยากจะบอกกับเธอว่าผมเองเรียนรู้มันได้แล้วแต่ว่าการที่ไปบอกความลับของตนเองให้คนอื่นรู้มากเกินไปภัยมันจะมาเข้าตัวเองนี่สิ ไม่ใช่ว่าผมไม่เชื่อใจไอรีนนะแต่ว่ายิ่งคนรู้น้อยเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้ผมเก็บรักษาความลับไว้ได้ดีมากเท่านั้น
    จากนั้นเองดวงตาของผมก็มองไปเห็นบันทึกอีกอันที่อยู่ห่างไกลกันออกไปไม่มากนัก ดวงตาของผมก็พลันเบิกกว้างขึ้น
    “นี่มัน...” . .

    .

    นิยายแนะนำ