บทที่ 3
ผู้ถูกผลักไสไปตายในความมืดมิด
นับจากวันที่ซุนเย่ได้ทำการสังหารหมู่พวกล้ำเส้นไปนับสิบกว่าชีวิต เหล่ามารในเขตสิบที่รู้เห็นว่าพวกมันมาที่บ้านเขาเป็ครั้งสุดท้ายก่อนจะหายตัวไปอย่างเป็ปริศนาก็ต่างพากันมายุ่งวุ่นวายที่บ้านเขา กล่าวหาว่าเขานำตัวพวกมันไปซ่อน แต่เพราะไม่มีหลักฐานและไม่พบร่างของมารที่หายตัวไป อีกทั้งเขตสิบยังเป็เขตไร้กฎหมายจึงไม่สามารถทำอะไรเขาได้ดั่งใจ
เขาจึงสามารถใช้ชีวิตต่อไปได้แบบไม่ต้องกังวลอะไร นับจากวันนั้นก็ผ่านมาแล้วครึ่งเดือน เขายังคงเข้าป่าเหมือนในทุก ๆ วัน และยังพูดคุยกับจอมมารที่หลับใหลอยู่ในผนึกมากขึ้นอีกด้วย เขาเริ่มพูดถึงเื่ราวในชีวิตประจำวัน แม้มันจะเดิม ๆ ซ้ำ ๆ และมีเพียงเขาที่พูดอยู่คนเดียว แต่อย่างน้อยก็ไม่ได้เหงาเท่าเมื่อก่อนเพราะรู้ว่าข้างในนั้นมีจอมมารถูกผนึกอยู่จริง ๆ
“วันนี้ก็ยังเหมือนเดิมไม่ค่อยมีอะไรน่าตื่นเต้นผ่านเข้ามาเลย มีแต่เื่ที่น่ารำคาญเท่านั้นแหละ ไม่รู้ว่าข้าเคยบอกท่านไปรึยังนะ? ว่าข้าเองก็มีเพลิงทมิฬเหมือนกัน มันควบคุมยากมาก ๆ เลยล่ะ ข้าใช้เวลาตั้งสามปีกว่าจะใช้มันได้อย่างคล่องแคล่วแต่ก็ยังไม่ได้เชี่ยวชาญจนสามารถเปลี่ยนรูปแบบของมันได้เหมือนที่ท่านทำ ข้านึกอยากจะเห็นเพลิงทมิฬของท่านบ้างว่ามันจะยิ่งใหญ่และแข็งแกร่งมากเพียงใด ข้าอยากจะทำให้ได้อย่างท่านบ้าง ข้าใฝ่หาความแข็งแกร่งและยิ่งใหญ่ให้พวกที่เคยทอดทิ้งข้าได้รู้สำนึก ว่าข้าไม่ได้มีค่าแค่เป็เกอ แต่ข้าเป็ได้มากกว่านั้น”
“……”
“สี่เดือนแล้วนะ ที่เราได้พูดคุยกัน ไม่สิ เป็ข้าที่พูดกรอกหูท่านอยู่ทุกวัน ไม่รู้ว่ารำคาญบ้างรึเปล่าแต่ถ้ารำคาญก็ขอโทษด้วย ข้าแค่เหงาน่ะ ไม่เคยมีเพื่อนคุยด้วยเหมือนเด็กคนอื่น ๆ เลย”
เปรี๊ยะ! เสียงนั่นอีกแล้ว คราวนี้เขามั่นใจแล้วว่าไม่ได้หูฝาดอย่างแน่นอน! เสียงที่เหมือนมีบางอย่างกำลังจะแตกร้าวออกมา! เขาอดความสงสัยเอาไว้ไม่อยู่จึงตัดสินใจเดินผ่านลำธารเข้าไปยังอาณาเขตของดินแดนแห่งความว่างเปล่า สายน้ำที่กระเพื่อมอยู่บนกำแพงสีมรกตราวกับเชิญชวนให้เขาแตะต้องมัน มือก็ยกขึ้นแตะโดยไม่รู้ตัว!
แสงสีมรกตเริ่มเรืองแสงออกมาราวกับตอบรับััของเขาแต่ไม่ได้ทำร้ายอะไร รู้สึกอบอุ่นอย่างน่าประหลาด มืออีกข้างก็ยกขึ้นทาบไปที่เขตแดนด้วย ใบหน้าด้านข้างแนบลงไป อยากที่จะรับรู้ความรู้สึกของจอมมารบ้าง อยากจะรู้ว่าอยู่ในนั้นทรมานมากหรือไม่?
“ข้าอยากจะเห็นท่าน ‘อีกสักครั้ง’ จริง ๆ ข้ามีความสุขมากที่ได้พูดคุยเื่ราวต่าง ๆ กับท่านในทุก ๆ วัน” เขากระซิบถ้อยคำผ่านเขตแดนไป “เอาไว้พบกันใหม่วันพรุ่งนี้นะ”
วันนี้พอแล้ว เพียงเท่านี้เราก็ใกล้กันมากขึ้นแล้ว เพลิงทมิฬที่แสนยิ่งใหญ่ เขาปรารถนาอย่างแรงกล้าว่าสักวันต้องได้เห็นมัน
ยามเมื่อกลับมาถึงบ้านก็พบว่ามีทหารจากเขตต้น ๆ เดินกันอยู่หลายนาย ท่าทางดูแล้วไม่น่ามาส่งมารตนใหม่หรือมาตรวจดูสภาพบ้านเมืองทั่วไปแน่ ๆ เมื่อพบว่าเขาเดินออกมาจากป่าพวกทหารก็เดินเข้ามาหาเขา
“เ้าเข้าไปทำอะไรที่นั่น?” เป็น้ำเสียงที่จริงจังน่าดู
“หาอาหาร”
“ทุกวัน?”
“ใช่”
“ไม่กลัวรึ? สิ่งที่ถูกผนึกเอาไว้”
“ไม่มีอะไรต้องกลัว ข้าพูดคุยกับเขาทุกวัน”
“!!!”
หึหึ หน้าตาดูไม่ได้จริง ๆ คงไม่คิดว่า ในใต้หล้านี้จะมีมารประหลาดที่ไหนกล้าพูดคุยกับจอมมารที่บ้าคลั่งที่สุดในประวัติศาสตร์กระมัง
“เรามาตรวจสอบผนึกในทุก ๆ ครึ่งปี เ้ากล่าวว่าพูดคุย เ้าไม่กลัว เช่นนั้นเข้าไปด้วยกันดีรึไม่?”
“นั่นไม่ใช่งานของข้า” ดูก็รู้แล้วว่าทหารพวกนี้มันขี้ขลาด ท่าทางคงจะเปลี่ยนนายทหารทุกรอบที่มาตรวจด้วยกระมัง
“แฮ่ม! มีค่าตอบแทนแต่เก็บเื่นี้ให้มิดเลยนะ!”
“......ก็ได้”
ไม่ได้เสียหายอะไรถ้าหากเขาจะเข้าไปอีกรอบ ก็เหมือนปกตินั่นแหละ แค่มีมารไปเพิ่มพร้อมได้ค่าตอบแทนเท่านั้นเอง วัน ๆ ก็ไม่ได้ทำอะไรนอกจากขายสมุนไพรให้ร้านยาอยู่แล้ว……แม้จะเห็นหมายเลขห้าประดับชุดเกราะของพวกมันอยู่ก็ตาม เขตที่เขาจากมา อยากรู้เสียจริงว่าตั้งใจ ‘มาทำอะไรกันแน่?’
เขาเดินนำเหล่าทหารกลับเข้าป่าไปอีกครั้งจนมาถึงสถานที่ที่เพิ่งจากมา เดินลัดลำธารไปอย่างไม่เกรงกลัวใด ๆ ทั้งสิ้นผิดกับพวกทหารที่ตามมาอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ามันเริ่มไกลตัวมากไปแล้วสินะ พวกทหารถึงได้อ่อนแอแบบนี้ ชาวบ้านธรรมดา? อย่างเขายังอดสมเพชไม่ได้เลย เขาทาบมือลงไปบนเขตแดนสีมรกตพร้อมส่งเสียงบอกจอมมารให้ได้รับรู้
“บอกว่าเจอกันพรุ่งนี้แต่มาเร็วเกินไปหน่อยสินะ ทหารพวกนี้อยากให้ข้านำทางมาตรวจดูท่านน่ะ พวกเขาน่าจะมาใหม่ ขอโทษด้วยหากท่านรำคาญใจ”
เมื่อบอกกล่าวเสร็จเรียบร้อย พวกทหารก็ขึ้นจากลำธาร เหยียบย่างเข้ามาในอาณาเขตดินแดนแห่งความว่างเปล่า ทว่า! ทันทีที่ขาหนึ่งข้างของนายทหารนายแรกเหยียบถึงพื้นก็ถูกพลังบางอย่างซัดพวกเขากระเด็นกลับไปที่เดิม!
ตู้ม! นายทหารล้มลงกระแทกลงน้ำกันเป็แถบ ๆ ยามเมื่อตั้งสติได้สายตาที่มองมาทางเขาก็เปลี่ยนไป!
“นี่เ้าคิดจะทำอะไร!?”
“ข้าเปล่าทำ”
“หากไม่ใช่เ้าแล้วจะเป็ใครกัน!? หากบอกว่าเป็เขตแดนแล้วเหตุใดเ้าถึงเหยียบย่างเข้าไปได้!?”
“……”
“ตอบมา!” พวกทหารชักดาบออกมาแล้วชี้มาทางเขา ความสงบสุขจบลงแล้วสินะ
“ใช่ ข้าทำ”
“เ้าคิดจะทำอะไร!?”
“ข้าไม่จำเป็ต้องตอบ” เขาไม่ได้ทำ เขาจึงไม่รู้ว่าถ้าหากทำแบบนั้นจริง ๆ แล้วจะได้อะไร
“ทหารทุกนาย จับกุมมาสอบสวน!!”
ตู้ม!! ดูเหมือนสมองจะมีปัญหานะ ความจำสั้นเสียจริง เมื่อครู่แค่ก้าวเดียวก็ถูกซัดกระเด็นล้มไม่เป็ท่าแล้วยังจะโง่ซ้ำซากอีก
“โจมตีระยะไกล!”
“รับทราบ!!”
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม! พลังปราณถูกซัดเข้าใส่ร่างเขาจนควันคละคลุ้งไปหมด ยามเมื่อควันจางลงกลับพบว่า มารที่ถูกรุมยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิมไร้ซึ่งรอยาแ! นั่นเพราะเขากางม่านพลังป้องกันเอาไว้ก่อนที่ม่านพลังนั้นจะโจมตีย้อนคืนไปหาเ้าของ! ตู้ม!
“เ้าทำอะไรพวกข้าไม่ได้หรอก! เพราะพวกข้ามีเกราะที่ทำมาจากโลหะคุ้มภัย!”
น่ารำคาญจริง ๆ ลืมไปเสียสนิท
โลหะคุ้มภัยก็คือโลหะชนิดพิเศษที่หล่อหลอมมาจากบ่อลาวาเืในแดนมารเขตหนึ่ง มันมีคุณสมบัติป้องกันพลังมารทุกชนิด แต่ต้องเป็พลังจากมารเท่านั้น เพราะฉะนั้นก็เลยเหมาะสำหรับพวกทหารยศล่าง ๆ ที่ส่วนใหญ่มักจะได้รับหน้าที่คุมตัวมารที่ทำผิดกฎไม่ค่อยร้ายแรงเท่าไหร่นัก ไม่ค่อยได้ใช้ในศึกาต่างเผ่าเท่าไหร่
“เช่นนั้น หากข้าเดินกลับไปข้าจะถูกจับกุม ถ้าอยู่ที่นี่ จะต้องมีทหารระดับสูงมาโจมตี?”
“หรืออีกทางเลือก เข้าไปในดินแดนแห่งความว่างเปล่าเสีย!”
“นั่นเป็ความผิดเทียบเท่าฏ”
“เ้าทำร้ายทหารที่มาตรวจสอบเขตแดนสิบสังเวย นั่นก็เทียบเท่ากับฏแล้ว!”
“ทั้งที่จอมมารคือผู้ปกครองเผ่าพันธุ์ของพวกเ้า?”
“เ้านั่นมันก็แค่มารบ้าคลั่งที่สมควรตายเท่านั้น!”
ตู้มมมม!!!! ทันทีที่ปากพล่อย ๆ ของมันพูดจบ ความโกรธของเขาก็พาลเอาะเิเพลิงทมิฬออกมาเผาผลาญพวกมัน!
“เพลิงทมิฬ! มันมีเพลิงทมิฬของจอมมาร!!”
พวกที่ไม่ได้ถูกเพลิงทมิฬเข้าไปเริ่มะโออกมาด้วยความหวาดกลัว! ส่วนพวกที่ได้รับการโจมตีเข้าไป แม้แต่ชุดเกราะป้องกันพลังมารก็ไม่อาจต้านทานเพลิงที่แข็งแกร่งที่สุดได้!!
“ดี! ดียิ่ง! พวกเ้าผลักไสเขาเข้าสู่ดินแดนแห่งความว่างเปล่า หล่อหลอมความแค้นภายในใจเขาจนกลายเป็มารร้ายในสายตาผู้คนทั้ง ๆ ที่เขาไม่ใช่ผู้ที่เริ่มมัน!! แล้วยังกล่าวหาว่าเขาเป็ฝ่ายผิด! ปิดผนึกเขาให้ต้องอยู่โดดเดี่ยวมานับสองล้านปี!! พวกข้าไม่เคยทำสิ่งใดให้พวกมันเจ็บช้ำน้ำใจมาก่อนเลยด้วยซ้ำ!! แล้วมาโทษว่าพวกข้าผิดอะไร!? พวกเ้านั่นแหละที่นำพาความเสื่อมเสียมาให้เผ่ามาร!!”
ฟู่!!!! ความโกรธในใจเขาพุ่งจนถึงขีดสุดจนเพลิงทมิฬไล่เผาผลาญพวกมันอย่างรุนแรง! ยิ่งได้ยินพวกมันกล่าวหาว่าร้ายจอมมารก็ยิ่งสะท้อนภายในใจของเขาเอง เขาทำผิดอะไรกัน!? แค่เพราะเกิดมาเป็ลูกอนุงั้นรึ? เพราะมีมารดาเป็นางโลมงั้นรึ? เขาเลือกเกิดไม่ได้เสียหน่อย! แล้วทำไมต้องเป็เขาที่ถูกทอดทิ้งให้โดดเดี่ยวด้วยเล่า!?
จอมมารเองก็ไม่ได้ผิดอะไรเลย!! ทุกคนผลักไสเขาให้กลายเป็มารร้าย หากเขาจะแก้แค้นแล้วมันผิดอะไร!? การแก้แค้นของเขาในหน้าประวัติศาสตร์ก็ไม่เคยมีผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องต้องตายตกไปเลยสักครั้ง แล้วทำไมต้องปิดผนึกเขาให้อยู่อย่างโดดเดี่ยว? ทำไมถึงไม่เอาพวกที่สร้างความแค้นให้กับจอมมารมาเซ่นสังเวย!?
“เหลือคนเดียวสินะ” เขาจ้องมองไปยังนายทหารคนสุดท้ายที่ยังมีชีวิตเหลือรอดอยู่ “จำชื่อของข้าเอาไว้ให้ดี ๆ ข้าคืออวี๋ซุนเย่ อีกไม่นานจะตามไปเอาคืนพวกที่สร้างความแค้นเอาไว้กับข้าให้หมดทุกตัวรวมถึงพวกตระกูลอวี๋ด้วย! ทั้งหมดนี้เป็เพราะพวกเ้าผลักไสให้ข้าลงไปตาย!!”
อ๊ากกกก!!!! ความหวาดกลัวต่อเพลิงทมิฬ ทำเอามันวิ่งหนีเตลิดออกไปในที่สุด
ทั้งที่อยากอยู่อย่างสงบแท้ ๆ ก็แค่อยู่อย่างสงบในเขตสิบแล้วแข็งแกร่งขึ้นเพื่อพิสูจน์ว่าเขาไม่ได้มีค่าแค่เป็เกอ แต่ทหารพวกนี้กลับผลักไสเขาให้ไปตายเหมือนกับจอมมาร! ทหารจากเขตห้าพวกนี้เป็ตระกูลอวี๋ที่ส่งมาเพื่อกำจัดเขา!!
ตระกูลอวี๋แม้เป็ตระกูลพ่อค้าแต่ก็มีลูกหลานเป็ถึงรองแม่ทัพในเขตห้า! ตรวจสอบเขตแดนงั้นหรือ!? เขาไม่ได้โง่ที่จะไม่รู้ว่าการตรวจสอบมีแค่ปีละครั้งในวันสิ้นปีเท่านั้น!
“พวกตระกูลอวี๋ พวกเ้าไม่เคยเห็นข้าเป็สายเืเดียวกันเลยสักครั้ง! พอข้าหมดประโยชน์ก็คิดกำจัดทิ้งสินะ!!” ยามที่พูดออกมา หัวใจพลันรู้สึกเ็ปรวดร้าวยิ่งนัก! น้ำตาไหลออกมาอย่างเงียบงัน เขาผิดที่เกิดมามากขนาดนั้นเลยรึ!?
เมื่อได้ร้องไห้จนพอใจ เขาจึงลุกขึ้นเดินไปยังหลุมที่เคยผลักไห่ลิ่วตกลงไป พวกทหารต้องมาตามล่าตัวเขา พวกมันรู้เื่เพลิงทมิฬแล้วด้วย พวกมันจะคิดว่าเขาเกี่ยวข้องกับจอมมารและออกตามล่าไปในทุกดินแดน แข็งแกร่งแค่ไหนก็ไม่อาจต่อกรกับแม่ทัพมารที่มีโอกาสได้เกิดในตระกูลทหารดี ๆ ได้หรอก ยิ่งคิดก็ยิ่งสมเพชเวทนาในตัวเองจริง ๆ
“ท่านหลงเฟยิ ข้าจะไปหาท่านเดี๋ยวนี้แหละ”
อย่างน้อยก็ขอให้ได้ใกล้ชิดกันอีกสักครั้ง ก่อนที่เขาจะสูญเสียตัวตนหรืออาจถึงขั้นสูญเสียชีวิตไป และแล้วร่างของซุนเย่ร่วงลงไปในหลุมลึกที่แสนมืดมิด
ตุบ! ร่างกายกระแทกกับพื้นด้านล่างอย่างแรงแต่เพราะใช้ปราณห่อหุ้มไว้ได้ทันจึงไม่ได้รับาเ็มากนัก เบื้องหน้าคือบันไดที่ทอดยาวขึ้นไป เขาเดินขึ้นไปอย่างช้า ๆ จนกระทั่งเห็นแสงสว่างที่ทอดยาวลงมา เขาจึงเร่งจังหวะให้เร็วขึ้นจนมาถึงขั้นสุดท้ายได้ในที่สุด!!
ร่างของบุรุษรูปงามกำลังหลับใหลอยู่ในกำแพงสีมรกตช่างงดงามเหลือเกิน ที่แท้จอมมารก็อยู่ห่างกันเพียงกำแพงกั้นเท่านั้น! ความอบอุ่นยามเมื่อได้ัักับเขตแดนสิบสังเวยคือความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างของจอมมาร เขาเดินเข้าไปใกล้ร่างนั้นแล้วทาบฝ่ามือลงบนเขตแดนในฝั่งที่ไม่เคยได้เห็น
“ในที่สุดก็ได้พบแล้ว น่าเสียดายจริง ๆ ที่จะไม่มีโอกาสได้พบท่านในสภาพที่ลืมตาตื่น เพราะข้าไม่อาจรู้ได้ว่าจะมีชีวิตรอดกลับออกมาหรือไม่ ไม่ว่าจะหนีไปที่ใดพวกทหารก็จะตามล่าข้าไปทุกที่ มีเพียงดินแดนแห่งความว่างเปล่าเท่านั้นที่พวกมันไม่สามารถตามข้ามาได้ หากข้ารอดกลับมาโดยไม่ได้สูญเสียตัวตนของตัวเองไป ข้าสัญญาว่าจะแก้แค้นพวกที่ทำให้พวกเราต้องเจ็บช้ำให้หมดทุกตัว! เพื่อที่ข้าจะได้พูดคุยกับท่านอย่างสงบสุขเสียที!”
กล่าวจบแล้วก็จำต้องจากลา เขายอมละมือออกมาจากเขตแดนอย่างอาลัยอาวรณ์ แล้วกลับหลังหันมองไปยังความมืดมิดที่อยู่อีกด้านหนึ่ง
วี้ดดดด เสียงของลมที่พัดผ่านความแคบของถ้ำฟังดูราวกับเสียงโหยหวนของเหล่าดวงิญญาที่ต้องทนทรมานอยู่ภายในนั้น เขาไม่มีความกลัวใด ๆ อยู่ในใจและก้าวเดินต่อไปอย่างอาจหาญ เมื่อก้าวผ่านจุดหนึ่งมาได้ เปลวเพลิงสีดำก็โหมกระหน่ำรอบกายพาร่างของเขาหายลับเข้าไป
เขตแดนสิบสังเวยสีมรกต เมื่อรับรู้ได้ว่าซุนเย่หายเข้าไปในดินแดนแห่งความว่างเปล่าแล้วพลันเริ่มเรืองแสงสีมรกตออกมาอย่างไม่ทราบสาเหตุอีกครั้ง พร้อมกับส่งเสียง เปรี๊ยะ! ที่เริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ มากกว่าครั้งก่อนเป็ไหน ๆ
.
.
.
‘แม่ทัพหวังลู่เหอ’ จากเขตห้า ที่ได้รับรายงานเื่ของอวี๋ซุนเย่ เกอที่สามารถใช้เพลิงทมิฬได้เกิดความสงสัยขึ้นในใจว่าเป็เื่จริงหรือไม่? เขาสั่งให้นายทหารที่มาแจ้งข่าวปิดปากเงียบแล้วพาไปดูยังจุดเกิดเหตุในเขตสิบ ทว่ายามที่มาถึงเขตแดนสิบสังเวยก็ต้องตกตะลึงกับเปลวเพลิงสีดำที่กำลังแผดเผาร่างของนายทหารหลายนายอยู่!
เพลิงนี้มีเพียงเ้าของหรือผู้ที่มีพลังเหมือนกันเท่านั้นที่สามารถดับมันได้ หาก้าปิดเื่นี้ไว้เป็ความลับ เห็นทีคงต้องสั่งปิดกั้นบริเวณ ให้ทหารระดับสูงกางม่านพลังและผลัดเวรเฝ้าจนกว่าเ้าของจะมาปรากฏกาย
“ข้ามีคำถาม”
“ขอรับ?” นายทหารผู้รอดชีวิตขานรับ
“นี่ยังไม่ถึงสิ้นปี พวกเ้ามาทำอะไรกันที่นี่?”
“ระ ระ เื่นั้น!” ชิ้ง! กระบี่ของแม่ทัพหวังลู่เหอพาดที่คอทันที “ตอบแล้วขอรับ ๆ ! ตระกูลอวี๋้ากำจัดอวี๋ซุนเย่ก็เลยส่งพวกเรามาขอรับ! ข้าเพียงแค่รับคำสั่งจากท่าน ‘อวี๋จื่อถง’ เท่านั้น!!”
อวี๋จื่อถงผู้นี้คือน้องชายของนายท่านอวี๋ ถึงกับสั่งทหารให้มาตามล่าสังหารหลานเกอของตัวเองอย่างเืเย็น เป็เศษสวะที่ด่างพร้อยต่อกองทัพเขตห้าโดยแท้!
“เป็แค่ ‘รองแม่ทัพ’ มีสิทธิ์อะไรมาสั่งการทหารโดยพลการ!?”
ฉัวะ! กระบี่ที่พาดคอจัดการปาดผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาอย่างสิ้นลม ผู้ที่ทำตามคำสั่งที่ไม่ได้ผ่านการเห็นชอบจากแม่ทัพทั้งยังเป็คำสั่งสังหารผู้ที่ไร้ซึ่งมลทินความผิด ย่อมมีโทษถึงปะาชีวิต!!
“เอาล่ะ ตอนนี้เ้าหนีไปอยู่ที่ไหนแล้ว? เกอน้อย”