“กรี๊ด หยุดนะ กลับมาทำไม ออกไป กรี๊ด ฮือ ฮึก ออกไป ออกไปนะ” เสิ่นหรงลี่ตกลงไปในหลุมดักสัตว์ ความจริงหลุมนี้นางพอจะมองเห็นแล้ว แต่ในจังหวะที่กำลังหลบเลี่ยง กลับมีเสียงของมารร้ายที่คุ้นเคยดังขึ้นในหัวอีกครั้ง
‘เหตุใดเ้ายังไม่ตาย’ เสียงนั้นถามขึ้นอย่างแข็งกร้าว
‘ชีวิตนี้ของเ้าไม่ใช่ตั้งใจสละไปแล้วหรือ ในเมื่อข้าให้เลือกตายดีๆ เ้าไม่รับไว้ เช่นนั้นข้าจะเลือกทางตายให้เ้าเอง’
“หยุดพูดนะ นังมารชั่ว เ้าไม่มีสิทธิ์มาเอาชีวิตข้า ออกไป” น้ำตาระลอกใหญ่ไหลออกมาจากดวงตาคู่สวย หรงลี่สะอึกสะอื้นอยู่ใต้หลุมนั้น มือทั้งสองกำแน่นหดเข้าหาตัว แม้ปากจะร้องบอกให้มารนั้นออกไป หากแต่ความกลัวกลับทำให้เสียงไล่ดูอ่อนแรงเหลือเกิน
“หรงลี่” ตงเฟยเทียนที่ตามต้นเสียงของนางมาจนเจอ เมื่อเห็นว่าในหลุมดักสัตว์ไม่ได้มีสิ่งใดที่จะทำให้เสิ่นหรงลี่าเ็ ก็วางใจลงเล็กน้อย
“…” ไม่มีเสียงตอบรับจากปากของคุณหนูเสิ่น นางยังคงสะอึกสะอื้นและกอดตัวเองไว้แน่นอย่างเดิม
เมื่อเฟยเทียนเห็นว่าหรงลี่ไม่ตอบจึงได้ะโลงตามไปในหลุมนั้น แต่เมื่อลองสังเกตรอบตัวของแม่นางผู้นี้ให้ดี กลับพบว่ามีไอประหลาดสีดำล้อมรอบอยู่จางๆ แต่ปรากฏอยู่เพียงแค่ครู่เดียวก็จางหายไป เขาจึงคิดว่าตนเองอาจเพียงแค่ตาฝาดไปเอง แต่ความสงสัยก็มิได้ลดน้อยลง
“หรงลี่ เ้าเป็ผู้ใดกันแน่” เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ
หรงลี่เงยหน้ามองและเอียงคออย่างสงสัยในคำพูดของตงเฟยเทียน หากแต่ความกดดันและความกลัวกลับทำให้นางไม่ได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใดออกไป ใบหน้างามชะงักค้างก่อนที่จะเป็ลมล้มพับลงไป
เฟยเทียนจึงช้อนตัวนางขึ้นมาไว้ในอ้อมกอด แล้วใช้วิชาตัวเบาของตนเองที่กลับมาปกติบ้างแล้วเพื่อขึ้นจากหลุม นอกจากนี้ยังไม่ลืมที่จะเด็ดผลเฉิงจึกลับไปให้นางได้ลิ้มลองด้วย “หากไม่นำกลับไปเ้าคงโกรธไม่น้อย วิ่งเข้าหาดั่งเด็กได้ขนมเช่นนี้ คงไม่พ้นเป็ผลไม้โปรดของเ้าใช่หรือไม่หรงลี่”
คนในอ้อมกอดของตงเฟยเทียนยังคงนิ่งเงียบ แต่นั่นก็มิได้ทำให้เขาเป็กังวล ด้วยเพราะนางไม่มีไข้ การสิ้นสติในครั้งนี้คงเป็เพียงความใก็เท่านั้น และเหตุการณ์นี้ทำให้เฟยเทียนเข้าใจอย่างถ่องแท้ ว่าเหตุใดนางจึงไม่มีบ้านให้กลับ อาการร้องไห้และหวาดกลัวอย่างควบคุมไม่ได้ เขาก็เห็นถึงสองครั้งสองคราแล้ว ผู้คนเ่าั้อาจคิดว่านางเป็สตรีบ้า
“หากเป็เช่นนั้นจริง ก็คงไม่พ้นข้าต้องดูแลเ้าสินะ” สิ้นคำพูดและห้วงความคิด เขาพานางมาถึงถ้ำที่ใช้เป็บ้านชั่วคราวแล้ว
เมื่อวางนางลงก็นำพัดเล็กๆ ที่หรงลี่มักจะนำมาพัดให้เขาอยู่เสมอ มาพัดให้นางกลับบ้าง พัดโบกไปได้ไม่นานเสิ่นหรงลี่ก็ฟื้นคืนสติขึ้นมา
“ข้ากลับมาได้อย่างไรเ้าคะ” เสิ่นหรงลี่เอ่ยถามกะพริบตาถี่ๆ
“จะกลับมาอย่างไรเล่า ก็พี่เฟยเทียนของเ้าเป็ผู้อุ้มกลับมาน่ะสิ” เขาตอบอย่างอ่อนโยน ป้องกันไม่ให้นางเกิดอาการหวาดกลัวซ้ำอีกครั้ง แม้จะไม่ถนัดในการทำท่าทีเช่นนี้ แต่ตัวเฟยเทียนก็คิดว่าควรจะต้องลองกระทำดู ยื่นน้ำให้นางจิบ “มันเกิดอันใดขึ้นเ้ากลัวผู้ใด”
“พี่เฟยเทียนพูดจาอย่างปกติเถิดเ้าค่ะ ยิ้มแปลกๆ เช่นนั้นก็ไม่ต้องทำด้วย ข้าไม่ได้กลัวท่าน” หรงลี่เกือบสำลักน้ำออกมา เมื่อเห็นรอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความเป็ธรรมชาติออกมาจากใบหน้าของตงเฟยเทียน แม้เขาจะไม่ใช่คนที่ใบหน้าเ็าอยู่ตลอดเวลา แต่ก็มิได้เป็คนที่ยิ้มไปเรื่อยเปื่อย การพยายามยิ้มเช่นนี้จึงดูผิดวิสัย
“เดี๋ยวนี้เ้าหัดล้อเลียนข้าแล้วหรือ” รอยยิ้มที่จงใจสร้างหุบลงทันใด
“เพียงกล่าวตามจริงเท่านั้น” หรงลี่หลุดขำออกมาเล็กน้อย
“ตกลงแล้วกลัวสิ่งใด”
“หากข้าบอกออกไป พี่เฟยเทียนไม่ใช้สิ่งนี้เป็ข้อตัดสินในการรับข้าเป็บ่าวได้หรือไม่เ้าคะ”
“ข้ารับปาก”
“ข้ามักจะได้ยินเสียงสตรีผู้หนึ่งอยู่ในหัวเสมอ นางมักบอกให้ข้าทำสิ่งต่างๆ ดีบ้างร้ายบ้าง แต่่หลังมานี้มักจะเป็เื่ร้าย ข้า…” เสิ่นหรงลี่พูดเพียงเท่านี้น้ำตาก็ไหลออกมา นางไม่ได้กล่าวสิ่งใดต่อ และมิได้เปิดเผยว่าตัวนางเคยหลงเชื่อคำของมารร้ายจนฆ่ามารดาตนเอง เพราะเพียงแค่เื่ที่นางเป็สตรีประหลาดได้ยินเสียงมารก็ย่ำแย่เกินพอแล้ว
“ผู้อื่นเลยมองว่าเ้าบ้าใช่หรือไม่” เฟยเทียนถามไปตามตรง
“ข้า…ข้าเก็บเื่นี้ไว้เป็ความลับ หากจะมีรู้กันก็เพียงไม่กี่คน ทุกคนต่างคิดว่าข้าหายจากอาการนี้แล้ว เพียงแต่มิอาจทนไหวต่อไปได้อีก จึงต้องหนีออกมาก่อนจะถูกขับไล่” คุณหนูเสิ่นขบเม้มปากของตัวเองลง แล้วค่อยๆ ยันตัวขึ้นมานั่งพิงกำแพงถ้ำ
ดวงตาคู่สวยทรงแววตาร้องขอช้อนขึ้นมองใบหน้าที่ยากจะอ่านออกของตงเฟยเทียน หรงลี่ไม่รู้เลยว่าในใจเขากำลังคิดสิ่งใดอยู่ นางหวังแค่เพียงว่าเขาจะไม่รังเกียจสตรีวิปลาสอย่างนาง
“หากเ้าไม่เหลือผู้ใดแล้วเช่นนี้ ข้าจะยอมยกตัวข้าเป็โลกทั้งใบให้เ้าเพื่อตอบแทนบุญคุณ” ตงเฟยเทียนกล่าวออกมาอย่างหนักแน่น
เสิ่นหรงลี่มิได้ตอบรับสิ่งใด แต่น้ำตาของนางเอ่อล้นคลออยู่ เมื่อตงเฟยเทียนเห็นดวงตาฉ่ำน้ำนี้ เขาจึงยื่นมือออกไปลูบบนศีรษะของนางเบาๆ พร้อมกับพยักหน้าเป็การยืนยันว่าสิ่งที่เขาพูดออกไปเป็เื่จริง
“ข้าสัญญาว่าเ้าจะอยู่กับข้าได้นานเท่าเ้า้า เ้าเองก็นับว่าเป็ผู้มีพระคุณในชีวิต หากจอมมารเฟยเทียนผู้นี้ยังไม่ตาย เ้าจะกินอิ่มนอนหลับและปลอดภัย”
“นับว่าเป็โชคของข้าที่ช่วยถูกคน พี่เฟยเทียนอาจดีที่สุดแล้ว”
“เื่นั้นเห็นจะจริงดังเ้าว่า ฮ่าๆ ข้าดีที่สุดแล้วจริงๆ”
หลงตัวเองเสียด้วย
“พี่เฟยเทียนมีมุมเช่นนี้ด้วยหรือเ้าคะ”
“แค่ล้อเล่นเพื่อให้เ้าผ่อนคลายเท่านั้น ข้าออกจะเป็คนจริงจัง” ตงเฟยเทียนดึงมือกลับมาไว้ข้างกาย และวางสีหน้าเคร่งขรึมอย่างปกติ
“เ้าค่ะ”
“เ้าเตรียมตัวเถอะ ไม่เกินสองสามวันนี้เราต้องเริ่มออกเดินทาง ขอให้เ้าใช้ค่ำคืนนี้เพื่อทบทวนอีกครั้ง เพราะเมื่อไปแล้วเ้าจะไม่สามารถกลับมาที่นี่ได้อีก”
“ที่แห่งนี้ไม่เหลืออะไรสำหรับข้าอีกแล้ว ข้ามั่นใจ” เสิ่นหรงลี่ตอบด้วยสีหน้าสลด
ตงเฟยเทียนที่เห็นความเศร้าสร้อยพรั่งพรูออกมาจากตัวของหรงลี่ ก็หยิบเฉิงจึที่คว้าติดมือมาด้วยยื่นให้นางไปสองลูก ทันใดนั้นเองสีหน้ายิ้มแย้มสดใสของหรงลี่ก็กลับมาปรากฏอีกครั้ง
เมื่อเห็นเช่นนั้นแล้วตงเฟยเทียนจึงสบายใจที่จะหลบมุมไปเตรียมทำสมาธิ เพื่อฟื้นฟูร่างกายของตนเอง และปล่อยให้เสิ่นหรงลี่เพลิดเพลินไปกับผลไม้สองผลนี้ตามใจของนาง
“ต่อให้เ้าบ้าก็เป็สตรีบ้าของจอมมาร” ตงเฟยเทียนหลับตาลง เข้าสู่ห้วงสมาธิ
.
.
.
“มะ ไม่นะ”
เสียงแ่เบาของหรงลี่เรียกให้ตงเฟยเทียนออกจากสมาธิ เขาเห็นไอสีดำนั่นอีกครั้ง เฟยเทียนผู้เป็จอมมารได้แต่คิดกับตัวเองว่าครั้งนี้ไม่ผิดแน่แล้ว มีไอดำออกมาจากตัวของมนุษย์ผู้นี้อย่างแท้จริง
“เป็ไปไม่ได้…“