อ๊ากกกกกกกกก
เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นกันระงบ งูพิษนิลกาฬซึ่งเต็มไปด้วยอาคมมรณะกำลังดึงดูดวิญญาณของผู้คนจำนวนมากไปเพื่อแปรเปลี่ยนเป็นปราณมรณะเพื่อหล่อเลี้ยงอาคมบนกายของมัน ผู้คนที่เข้าใกล้ร่างของมันถูกสูบวิญญาณออกไปในชั่วพริบตา ร่างกายแห้งเหี่ยวไปจนหนังติดกระดูก พลังชีวิตและวิญญาณถูกสูบออกไปจนไม่เหลือแม้แต่น้อย
“เป็นวิชามารอันน่ากลัว” แม่นางหยางดูจะหวาดกลัวอยู่บ้าง แต่นอกจากนั้นดวงตาของนางยังเจือปนไปด้วยความรังเกียจในวิชานอกรีตเช่นนี้อีกด้วย
อีกด้านหนึ่งหลิวจิวเลี่ยนที่ช่วงชิงผลึกอสูรระดับสี่มาได้แล้วก็ยังคงมองดูไปอยู่ห่างๆไม่ได้เข้าร่วมการสู้รบ นางทำตัวดุจเสือนอนกินที่คอยรับผลประโยชน์ในท้ายที่สุด นางเก็บซ่อนผลึกอสูรไว้ในตัวและแอบลอบฆ่าผู้คนพวกที่เห็นนางเข้าช่วงชิงผลึกอสูรไประหว่างที่เหตุการณ์ทั้งหลายกำลังชุลมุนวุ่นวายอยู่
ก๊าซซซซซซซ
งูพิษนิลกาฬร้องโหยหวนสะท้อนก้องไว้ทั่วทั้งป่า ในครานี้เสียงร้องของมันราวกับมีพลังอันน่าสะอิดสะเอียนและน่าหวาดกลัวแฝงเข้ามาด้วย มันยังคงกัดกินและสูบวิญญาณของผู้คนไม่หยุดหย่อน ไม่นานนักฝ่ายอำนาจที่สามของจิ้นฝานก็ได้ตายจนหมดสิ้นเหลือก็เพียงเทียนเหยาผู้ใส่หน้ากากปีศาจ พลังของมันฟื้นคืนขึ้นมาแล้วกว่าหลายส่วน พิษในกายของมันก็ฟื้นคืนขึ้นมากว่าครึ่งหนึ่งแล้ว ดวงตาอันกระหายเลือดของมันหันไปหาเหล่าผู้คนจากสกุลถังเป็นรายต่อไป พวกเขาเหล่านี้มีจิตวิญญาณอสรพิษมรกตซึ่งหากมันสูบกินวิญญาณของคนสกุลถังไปก็จะเป็นผลดีต่อตัวมันเองมากมายนัก
ฟุ้บบบบบ
ร่างของงูพิษนิลกาฬพุ่งร่างตรงไปยังเหล่าสกุลถัง กัดกินดื่มกินเลือดเนื้อและสูบวิญญาณของพวกเขาไปนับสิบในพริบตา ร่างของมันยิ่งขยายขนาดจนใหญ่ขึ้น เกล็ดสีดำดูหนาขึ้นกว่าเดิมหลายต่อหลายเท่า อีกทั้งหน้าผากของมันยังบังเกิดหงอนสีดำงอกเงยขึ้นมาเพราะสูบกินวิญญาณและสายเลือดสกุลถังไป
สำหรับสัตว์อสูรสายพันธุ์อสรพิษ การดื่มกินเลือดของคนสกุลถังนั้นราวกับเป็นยาอายุวัฒนะสำหรับพวกมัน มันร้องคำรามด้วยความตื่นเต้นยินดี มันไม่เคยรู้สึกเปี่ยมไปด้วยพลังเช่นนี้มาก่อน มันจับจ้องไปยังพวกที่มีดวงตาสีเขียวและกลืนกินพวกมันเข้าไปในทันที ผู้คนจำนวนมากของสกุลถังลดไปกว่าหนึ่งในสามในเวลาเพียงไม่นาน
“บัดซบ! มันเห็นพวกเราเป็นอาหารหรือยังไงกัน!!” ถังชิงจับจ้องไปยังงูพิษนิลกาฬด้วยความโกรธแค้น แม้ตัวของเขาจะบาดเจ็บจนเหลือแขนเพียงข้างเดียวแต่ถ้าหากเขายังมีลมหายใจอยู่ก็จะไม่ยอมให้คนของสกุลถังบาดเจ็บล้มตายไปเช่นนี้!
ถังชิงเตะกระบี่พิษงูเขียวบนพื้นให้หมุนขว้างลอยขึ้นมาในอากาศ จากนั้นก็ใช้มือข้างที่ยังสามารถใช้ได้อยู่ในการคว้ากระบี่นั้นไว้ในมือของตน เขาเดินพลังจากภายในตันเถียนของตนและเผาผลาญแก่นโลหิตของเขาเองเพื่อแลกกับพลังฝีมือที่สูงขึ้นมาชั่วขณะหนึ่ง เขาไม่เหมือนกับแม่นางหยางที่หวาดกลัวพิษร้าย ในมือของเขาคืออาวุธจิตวิญญาณซึ่งไม่หวาดเกรงต่อพิษ! พิษต่างหากที่เป็นพลังให้กับเขา!
พลังของถังชิงพุ่งทะยานขึ้นอย่างไม่หยุดหย่อนเพราะการเผาผลาญแก่นโลหิต ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยเส้นเลือดราวกับคนที่สูญเสียสติไปแล้ว เขาเผาผลาญแก่นโลหิตไปอย่างไม่หวาดกลัวต่อความตายจนพลังของเขาเทียบเท่ากับขอบเขตปราณขั้นแปดระดับสุดยอด ถังชิงเดินพลังของปราณหกสังหารสีน้ำเงินขึ้นมาปกคลุมทั่วร่างจนเกิดภาพมายาของงูเกล็ดสีน้ำเงินอันดุร้ายปรากฎขึ้นที่ด้านหลังของเขา ถังชิงร้องตะโกนกู่ก้องสะท้านจิตใจของผู้คนเพื่อเรียกร้องความจนใจจากงูพิษนิลกาฬ
ซึ่งดูเหมือนมันจะได้ผลดีเสียด้วย งูพิษนิลกาฬได้จับจ้องไปทางถังชิงและเห็นคนผู้นี้เป็นเนื้อชิ้นโตซึ่งเหมาะกับการเพิ่มพลังให้มันมากยิ่งนัก ทันใดนั้นมันพุ่งทะยานออกไปด้วยความรวดเร็วและยังไม่ลืมที่จะฆ่าผู้คนที่ขวางทางมันและดูดกลืนวิญญาณของพวกเขาไปอีกด้วย
ถังชิงไม่หวาดกลัวแม้แต่น้อย กระบี่ในมือของเขาจับไว้อย่างมั่นคงราวกับเป็นหนึ่งเดียวกับร่างกายของเขา ถังชิงฟาดฟันไปไม่หยุดส่งปราณกระบี่พุ่งทะยานเข้าสู่ร่างของงูพิษนิลกาฬอย่างไม่หวาดกลัวว่าจะปราณเหือดแห้งจนตาย นั่นก็เพราะในมือเขามีกระบี่พิษงูเขียว! เขาดูดกลืนพิษของศัตรูและเปลี่ยนมันเป็นปราณของตนเองก่อนจะใช้ปราณนั้นโจมตีกลับไปที่งูพิษตรงหน้า!
“ย๊ากกกกกกก!! ตายสะเถอะ!”
ตู้มมม ตู้มมมม ตู้มมมมมม
ปราณกระบี่ปะทะเข้ากับร่างของงูพิษนิลกาฬอย่างถนัดถนี่ แต่ในตอนนั้นเองที่มันหยุดร่างของมันลงและปะทุพลังของมันขึ้นมาเพื่อขับไล่ปราณหกสังหารที่แฝงเข้ามาในร่างของมัน แม้ถังชิงจะยังโจมตีต่อไปโดยไม่คิดชีวิตแต่มีผู้หนึ่งที่จับจ้องไปยังการกระทำของงูพิษนิลกาฬด้วยความไม่สบายใจ ซึ่งคนผู้นั้นก็คือเทียนเหยา
ชายหนุ่มในหน้ากากปีศาจนั้นแม้อยากจะเข้าไปช่วยเหลือแต่ก็ไม่มีโอกาสเลยแม้แต่น้อย นั่นก็เพราะถังชิงโจมตีอย่างบ้าคลั่งไร้สติสิ้นดี เขาหันกลับไปมองแม่นางหยางสหายของตนก็พบว่านางนั้นดูจะไม่ค่อยสนใจอะไรสักเท่าไหร ดูเหมือนว่านางจะดูดีใจเสียด้วยซ้ำไปที่มีคนลงมือลดพลังของงูพิษตอนนี้ไป นางคงหวังจะหาโอกาสที่เหมาะสมในการฆ่ามันอยู่เป็นแน่
“เจ้าเป็นอะไรเหรอ?” แม่นางหยางถามต่อเทียนเหยา
“…ข้ากำลังสงสัยอะไรบางอย่างอยู่” เทียนเหยา
“แล้วมันคือ...?” หญิงสาวผู้มีตาสีแดงเอียงคอเอ่ยถามคนด้านข้างด้วยความสงสัยเป็นอย่างมากซึ่งคนได้ข้างก็เพียงแต่ส่งสายตาที่ดูแปลกประหลาดกลับมาให้นางเท่านั้นจนนางต้องถลึงตาใส่คนผู้นี้ด้วยความไม่พอใจเล็ก “ตามใจเจ้าสิ! ไม่อยากบอกก็ไม่ต้องบอกก็แล้วกัน!”
ส่วนทางด้านถังชิงนั้นดูไปแล้วน่าจะทนได้อีกไม่นานนัก แม้จะมีอาวุธจิตวิญญาณที่สามารถเติมเต็มพลังปราณได้ตลอด แต่ร่างกายของเขาก็ยังคงมีเลือดเนื้ออยู่ ย่อมต้องรู้สึกเหนื่อยอ่อนเป็นธรรมดา ถังชิงหอบหายใจราวกับคนจะขาดลมจนตาย ร่างกายหลั่งไหลเหงื่อกาฬออกมาราวกับสายน้ำ
ฟุ้บบบบ ฟุ้บบบบ ฟุ้บบบบ
ในตอนนั้นเองที่ด้านหลังของถังชิงได้มีเงาพุ่งทะยานแหวกอากาศมาจากสามทางและมาหยุดอยู่ด้านหลังของถังชิง เมื่อสังเกตดีๆแล้วก็พบว่าทั้งสามเงานั้นคือสี่อสรพิษจากสกุลทั้งอีกสามคนที่เหลือซึ่งฟื้นฟูอาการบาดเจ็บจนทุเลาลงบ้างแล้ว ทั้งสามคนหยุดอยู่ด้านหลังของถังชิงและต่างประทับฝ่ามือบนแผ่นหลังของถังชิง จากนั้นถังเหยียน ถังหลิวและถังฝูจึงได้ถ่ายทอดพลังปราณของพวกตนเข้าสู่ร่างของถังชิง
สิ่งที่ทั้งสามคนกระทำนั้นไม่ใช่เพียงแค่การถ่ายทอดลมปราณธรรมดาสามัญเพียงเท่านั้น แต่มันกลับคือการสละพลังฝึกตนของพวกตนถ่ายทอดให้แก่ถังชิงเพื่อเพิ่มพลังให้แก่ถังชิงเป็นการชั่วคราว เพียงเวลาไม่นานนักพลังของทั้งสามซึ่งอยู่ในขอบเขตปราณขั้นสี่ระดับสุดยอดกลับถดถอยลงไปอยู่ในปราณขั้นสี่ระดับต่ำ แต่มันยังไม่หยุดเพียงเท่านั้น ทั้งสามคนนั้นกลับตั้งใจจะสละพลังฝึกตนทั้งหมดให้แก่ถังชิง ความหวัง ความฝัน เป้าหมายทั้งหมดขอฝากฝังไว้ให้แก่ถังชิง
เพราะถึงอย่างไรหากในวันนี้พวกเขารอดจากสัตว์ร้ายตรงหน้าไม่ได้ก็มีแต่ต้อง ตายเท่านั้นแหละ ผู้ที่มีพลังอ่อนแอหลายต่อหลายคนแม้ช่วยกันสู้กับสัตว์อสูรชั้นพิภพซึ่งถูกหนุนเสริมด้วยอาคมมรณะเช่นนี้ก็ราวกับเป็นการใช้ไข่กระทบเข้ากับหินไม่มีผิด แต่หากไข่ใบนั้นเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นเล่า? หากไข่ใบนั้นถูกฟักออกมาเป็นราชามังกรซึ่งมีพลังมากพอจะต่อกรกับหินตรงหน้านี้ละ มันจะเกิดอะไรขึ้น? นี่จึงทำให้สี่อสรพิษทั้งสามยินดีเสียสละพลังฝึกตนของพวกตนเพื่อหนุนเสริมผู้แข็งแกร่งที่สุดจะดีกว่า
แต่มีเหรอถังชิงจะยินยอมให้สหายของตนสละเพื่อตนเองมากมายถึงเพียงนั้น แม้จะเลือดขึ้นหน้าเพียงไหนแต่ก็ยังพอรับรู้ได้ว่าด้านหลังของตนเกิดอะไรขึ้นบ้าง ภายในตันเถียนของเขาเกิดการเคลื่อนไหวและขยับขยายขึ้นเพราะพลังที่ก้าวกระโดดจากการถ่ายทอดพลังฝึกตนของสหายตน พลังของถังชิงเข้าสู่ขอบเขตปราณขั้นเก้าระดับต่ำแล้ว! ถังชิงตัดสินใจระเบิดพลังขึ้นที่ด้านหลังของตนเองเพื่อกระแทกให้สหายของตนหยุดการกระทำนั้นไปเสีย
วิ้งงงงง
ในตอนนั้นเองที่กระบี่ของทุกคนในที่นั้นสั่นสะเทือนอื้ออึงออกมา ราวกับพวกมันร้องคำรามเพื่อตอบสนองต่อพลังของถังชิงที่ปลดปล่อยออกมา ด้วยการบีบคัดจากความเป็นความตายและการเสียสละของพวกพ้องทำให้ถังชิงไม่สนใจสิ่งใดนอกจากกระบี่ในมือเท่านั้น ความคิดและจิตใจของเขาไร้ซึ่งสิ่งใดนอกจากกระบี่ในมือ ทั้งคนทั้งกระบี่หลอมรวมกันจนเป็นหนึ่งเดียว ในตอนนี้ภายใต้สถานการณ์ที่บีบคั้น...
ถังชิงบังเกิดสำนึกกระบี่ขึ้นมาแล้ว!
“ย๊ากกกกกก!!”
กระบี่อสรพิษหมื่นแปร หมื่นพิษไม่หวนคือ!!
ถังชิงกระทืบเท้าลงสู่พื้นจนพื้นดินแตกสลายเพื่อส่งตัวพุ่งทะยานไปด้านหน้า ถังชิงพุ่งทะยานไปลอยอยู่กลางอากาศพร้อมกับปลดปล่อยปราณจำนวนมหาศาลออกมาเพื่อสร้างเป็นปราณงูนับหมื่นถักทอรอบกระบี่และร่างของเขา ถังชิงและกระบี่ที่รวมกันเป็นหนึ่งส่งพลังสะกดข่มออกมาใส่งูพิษนิลกาฬด้านหน้าอย่างไม่หยุด หนึ่งคนหนึ่งกระบี่หมุนวนเป็นเกรียวราวกับพายุหมุน กระบวนท่านี้เมื่อถูกใช้โดยถังชิงนั้นนับว่ายังเหนือกว่าตอนถังเฟยหู่ใช้ออกมาเสียอีก นั่นก็เพราะหนึ่งคือถังชิงในตอนนี้มีขอบเขตพลังที่เหนือกว่าหลายต่อหลายขึ้น สองคือถังชิงไม่หวาดกลัวต่อการสูญเสียลมปราณเพราะอาวุธจิตวิญญาณในมือของเขาดึงดูดพิษจากศัตรูและเปลี่ยนมาเป็นปราณเพื่อเติมเต็มให้แก่ตัวเอง นั่นจึงทำให้กระบวนท่าของเขาสมบูรณ์กว่ามากมายนัก
เมื่อกระบี่ของถังชิงเข้าใกล้ร่างของงูพิษนิลกาฬ ปราณพิษอันหนาแน่นนั้นไม่มีผลต่อหน้ากระบี่พิษงูเขียวแม้แต่น้อย กับอาคมมรณะก็มีผลต่อถังชิงบ้างแต่ก็ยังนับว่าช้าจนเกิดไป สภาวะกระบี่ของถังชิงมารวดเร็วจนเกินไป กระบี่ของถังชิงจวนเจียนจะสัมผัสกับผิวหนังของมันอยู่รอมร่อแล้ว!
แต่ก่อนที่กระบี่จะได้สัมผัสตัวของงูพิษนิลกาฬนั้น ตาของมันก็ได้ส่องแสงลึกลับสีน้ำตาลเหลืองทอประกายออกมา! ผิวหนังของมันแปรเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลดุจหินผ่าขึ้นในชั่วพริบตา ร่างของมันถูกหนุนเสริมด้วยพลังลึกลับจากปราณสีน้ำตาลซึ่งได้เปลี่ยนร่างของมันให้แข็งแกร่งดุจหน้าผาที่ไม่อาจถูกทำลาย
เคร้งงงงงงงงงง
กระบี่ของถังชิงสัมผัสถูกร่างของงูพิษนิลกาฬพร้อมกับสีหน้าของถังชิงที่ดูตื่นตกใจเป็นอย่างมาก กระบี่ของเขาไม่อาจทำอันตรายอันใดต่อร่างของงูพิษนิลกาฬตนนี้ได้เลยแม้แต่น้อย งูพิษนิลกาฬสลายสภาวะป้องกันของตนเองและอัดกระแทกลมปราณใส่ร่างของถังชิงที่ทุ่มเททุกอย่างในกระบี่นี้ให้กระเด็นถอยไป ถังชิงหัวอยู่ล่างเท้าอยู่บนร่างของเขาลอยละลิ่วไปไกลจนกระแทกเข้ากับป่าไม้ด้านหลังจนพังทลายไปแทบทั้งแถบ และในตอนนั้นเองที่เทียนเหยาในสภาพพร้อมรบกว่าหลายส่วนแล้วมองงูพิษนิลกาฬด้วยแววตาแปลกพิกล เขายิ้มเยาะออกมาเมื่อพบเห็นเรื่องราวทั้งหมด
“เป็นอย่างที่ข้าคาดเดา” เทียนเหยา
“เรื่องที่เจ้าคาดเดางั้นเหรอ?” แม่นางหยางกล่าวถามออกมาด้วยความสงสัยอีกครั้งหนึ่งและหันไปมองทางชายหนุ่มด้านข้าง
“ไม่ใช่ว่าเจ้าไม่อยากรู้แล้วหรอกเหรอ?” เทียนเหยาเอียงคอถามหญิงสาวด้านข้างจนทำให้นางนั้นรู้สึกหมั่นไส้คนด้านข้างผู้นี้ขึ้นมาตงิดๆจนต้องถลึงตาใส่เขาด้วยความโมโหเพราะรู้สึกคัดใจ ไม่ทราบว่านางทำกรรมอะไรมาถึงได้รู้จักและได้สหายเป็นคนนิสัยเช่นนี้นะ ตั้งแต่เล็กจนโตนางนั้นถูกตามใจมาแต่เด็ก ทำอะไรก็ได้ตามแต่ใจตนเองไม่เคยมีผู้ใดขัดใจนางมาก่อน เป็นผู้มีอิสระเสรีที่สุดในแผ่นดิน แต่คนตรงหน้านี้กลับกลั่นแกล้งนางหลายต่อหลายครั้ง มันน่าโมโหนัก!
“เอาละๆ ข้าจะบอกต่อเจ้าก็ได้ว่าคือเรื่องอะไร แต่เจ้าจะต้องจ่ายค่าจ้างให้ข้าเพื่อง้างปากให้ข้าพูดออกมานะ”
“ข้าจ้างอันใด เจ้าคิดว่าเรื่องของเจ้าสำคัญมากนักเหรอ!” หญิงสาวยิ่งโมโหเป็นอย่างมากเมื่อคนผู้นี้คิดหยอกล้อนางอีกแล้ว
“เจ้าฟังข้าก่อน...ค่าจ้างของข้าคือนามของเจ้า ตั้งแต่รู้จักเจ้าข้ายังไม่เคยทราบนามจริงๆของเจ้าเลย ก็แค่อยากรู้น่ะ” เทียนเหยายังคงพูดหยอกล้อต่อนางท่ามกลางสถานะการณ์อันน่าหวาดกลัวเช่นนี้จนแม่นางหยางอยากจะฟาดให้เจ้าคนตรงหน้านี้ตายไปสักหลากทีได้คงจะดี
“ได้! งั้นก็ตกลงตามนี้ก็ได้ แล้วตกลงเรื่องที่เจ้าสงสัยคือเรื่องอะไร?”
“เรื่องที่ข้าสงสัยก็คือตัวจริงของคนบงการและเป็นเจ้าของงูดำตรงหน้านี้อีกด้วย เจ้าตามข้ามาและช่วยข้าจับเจ้างูพิษนั่นหน่อยสิ” เทียนเหยากล่าวเสร็จก็พุ่งทะยานออกไปหาร่างของงูพิษนิลกาฬซึ่งเริ่มเข่นฆ่าผู้คนอีกแล้ว หญิงสาวดวงตาสีแดงด้านข้างก็พุ่งทะยานตามติดออกไปเช่นกัน
“เจ้ามั่นใจอย่างงั้นเหรอว่าจะชนะได้ ไม่ใช่ว่าเจ้าคนก่อนหน้านี้ก็ถูกซัดคว่ำกลับมาไม่ใช่เหรอ? แถมเจ้านั้นยังเก่งกว่านายอีกนะ” แม่นางหยางกล่าวถามด้วยความฉงนปนความเป็นห่วงเล็กน้อยที่ก่อเกิดขึ้นภายในใจนาง
“แน่นอนว่าข้ามีอาวุธลับ”
“อาวุธลับอย่างงั้นเหรอ? มันคืออะไรกัน?”
“ก็เจ้ายังไงละ...” เทียนเหยายังคงไม่เลิกล้อเล่นกับนาง แม่นางหยางถลึงตามองคนด้านข้างด้วยความไม่สบอารมณ์ เจ้าคนผู้นี้ช่างไม่รู้จักกาลเทศะเสียจริงๆ ในช่วงเวลาอย่างนี้ยังจะมาล้อเล่นอีก แต่ก็จริงของคนด้านข้างนาง ในที่นี้นับว่านางนับว่ามีพลังมากที่สุดแล้วในป่าอสูร แต่ติดเพียงว่าพิษของงูพิษนิลกาฬนั้นร้ายแรงเกินไปสำหรับผู้ที่ไม่ได้ฝึกฝนในศาสตร์ของพิษ
วิชาในศาสตร์ของพิษนั้นแม้จะไม่แข็งแกร่งกร้าวเท่ากับการฝึกฝนลมปราณที่บริสุทธ์ หรือแหลมคมเท่ากับการโจมตีโดยอาวุธ ไม่ได้ดีเด่นทางการป้องกันของร่างกาย แต่พิษก็มีข้อดีของตนเองอยู่ที่ไม่ว่าผู้ฝึกตนนั้นจะอยู่ในระดับสูงกว่าเพียงใด หากคนผู้นั้นไม่ได้ป้องกันมาเป็นอย่างดีแล้วละก็ คงไม่อาจต่อกรกับศาสตร์วิชานี้ได้โดยง่ายเป็นแน่
เพราะเหตุนี้จึงทำให้ความแข็งแกร่งโดยรวมของเทียนเหยานั้นไม่ได้เพิ่มสูงขึ้นมากจนน่าตกใจถึงแม้จะฝึกฝนสำหรับ เพราะอย่างไรลมปราณห้าพิษก็ไม่ได้โดดเด่นในด้านพลังของลมปราณและพลังกาย แต่มันเป็นลมปราณสายสนับสนุนที่เพิ่มความเก่งกาจให้แก่วิชายุทธ์อื่นๆและความสามารถด้านพิษต่างหาก
เทียนเหยาได้บอกออกไปว่าอาวุธของเขาคือแม่นางหยางนั่นก็ไม่ผิดเสียทีเดียว นั่นก็เพราะเขาไม่มีความสามารถพอจะต่อกรกับศัตรูตรงหน้าอยู่แล้ว ในตอนนี้สิ่งที่เขาทำได้ก็เพียงแต่สนับสนุนเท่านั้น ยังไงเสียผู้ที่สามารถเป็นคู่ต่อสู้กับงูพิษนิลกาฬได้จริงๆก็มีเพียงแต่นางเท่านั้น แม้เขาจะเจ็บใจในพลังที่อ่อนแอและไม่สามารถปกป้องใครได้ของเขาก็ตาม แต่ยังไงเสียในวันนี้สิ่งที่เขาทำได้ก็มีเพียงเท่านั้น เขาสะบัดหน้าไล่ความคิดอันว้าวุ่นของตนเองออกไปและตั้งเป้าหมายของตนให้ชัดเจนว่าจะต้องรอดกลับไปให้ได้
เมื่อทั้งสองมาถึงใกล้กับจุดที่งูพิษนิลกาฬกำลังเล่นงานคนสกุลถังอยู่นั้นมันก็ได้หยุดเคลื่อนไหวและหันกลับมาจ้องมองทั้งสองอย่างอาฆาต มันย่อมจนจำทั้งคู่ได้อย่างแน่นอน ผู้ที่ทำให้มันถึงกับต้องยอมแลกชีวิตของตนเองเพื่อหลุดรอดจากการดูดกลืนพิษที่ไร้ที่สิ้นสุด หนี้แค้นนี้จำต้องล้างด้วยเลือด!
ก๊าซซซซซซซ!
งูพิษนิลกาฬร้องคำรามก่อนจะพุ่งทะยานไปทางทั้งสองอย่างบ้าคลั่ง ร่างของมันเร่งเร้าพลังของอาคมมรณะออกมาในชั่วพริบตาจนส่งผลกระทบต่อคนทั้งสอง ปราณมรณะที่ถูกส่งออกมาจากร่างของมันส่งผลกระทบต่อทุกชีวิตในใต้หล้า แต่ดูเหมือนมันจะส่งผลต่อคนผู้หนึ่งน้อยเป็นพิเศษ สำหรับเทียนเหยาผู้เคยอาศัยอยู่ในห้วงอเวจีเพื่อฝึกวิชาช่วงเวลาหนึ่งแล้ว พลังของมันดูเหมือนจะส่งผลกระทบต่อเขาไม่ได้มากมายอันใด แต่สำหรับแม่นางหยางด้านข้างนั้นต่างไป ราวกับปราณมรณะนั้นกัดกินดวงวิญญาณของนางอยู่ นางเร่งเร้าอำนาจวิญญาณของตนขึ้นต้านทานในทันที
อำนาจวิญญาณของนางช่วยเหลือไว้ได้มากมายนัก พลังของมันมีผลต่อพื้นฐานและอำนาจสะกดข่มทางดวงวิญญาณ พลังของปราณมรณะนั้นเดิมทีเกิดจากแรงอาฆาตและวิญญาณแค้นของผู้ตาย อำนาจวิญญาณจึงสามารถใช้ต้านทานปราณมรณะได้อย่างพอดี แม่นางหยางนั้นในคราแรกจะส่งอำนาจวิญญาณของตนออกไปคุ้มครองชายหนุ่มด้านข้างด้วย แต่เมื่อหันไปพบว่าเขานั้นไม่ได้เป็นอะไรเลยก็แปลกใจยิ่งนัก นางจึงไม่ได้ส่งอำนาจวิญญาณออกไปและสังเกตชายหนุ่มผู้นั้นแทน นางสงสัยจริงๆว่าเขามีความลับอันใดหรือไม่ถึงได้ต่อต้านปราณมรณะนี้ได้
เข็มทิพย์ดอกเหมย บงกชสีชาด
ฟิ้ววว ฟิ้ววว ฟิ้ววว ฟิ้ววว ฟิ้ววว
เข็มดำนับพันเล่มพุ่งทะยานออกจากฝ่ามือทั้งสองข้างของชายหนุ่ม ด้ายปราณสีแดงเชื่อมต่อกับเข็มนับพันก่อเกิดดอกบัวสีแดงซึ่งยังไม่บานพุ่งทะยานออกไปล้อมกรอบร่างของงูพิษที่พุ่งทะยานมา ชายหนุ่มใช้สมาธิเป็นอย่างมากในการควบคุมดอกบัวนับพันให้เข้าต่อกรกับงูพิษตนนั้น แม้มันจะไม่สามารถแทงทะลุร่างของมันได้อีกแล้วหลัวจากที่มันดูดกลืนสายเลือดคนสกุลถังไปเป็นจำนวนมากจนเกิดการพัฒนาขึ้น แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลหลักที่เขาเข้ามาจู่โจมมัน เหมือนดั่งที่เขาได้ตัดสินใจมาก่อน
หน้าที่ของเขามีเพียงสนับสนุนเท่านั้น!
ซูมมมมมม
ดอกบัวแดงที่แยกย้ายกันจู่โจมนับพันถูกบังคับให้ถอยออกมาก่อนที่จะบานออกพร้อมกันทั้งพันดอก ในครานี้มันไม่ได้พุ่งทะยานออกไปเพื่อหมายเล่มงานศัตรูด้วยเข็มดำ เทียนเหยาเร่งเดินปราณห้าพิษเคล็ดดึงดูดพิษผ่านเข็มนับพันเล่มอีกครั้งหนึ่ง! เหตุผลที่ดอกบัวสีชาดแยกย้านกันไปตามทิศต่างๆรอบกายของงูพิษนิลกาฬก็เพราะต้องการกำจัดม่านปราณพิษที่ปกคลุมร่างของมันอยู่ต่างหาก! นั่นก็เพื่อสร้างหนึ่งโอกาส
ดัชนีหงส์ฟ้า หงส์สาสะบัดหาง!
ที่ด้านหลังของชายหนุ่มปรากฏร่างของสตรีในคราบบุรุษผู้หนึ่ง นางคือแม่นางหยางซึ่งรอคอยโอกาสงามให้มาถึง! พิษทั้งหมดที่ขัดขวางนางและกัดกร่อนปราณของนางไม่อยู่อีกต่อไปแล้ว! แม่นางหยางสะบัดฟาดแส้ปราณสีแดงเพลิงอันเจิดจ้าออกจากนิ้ว! แส้ปราณแดงเพลิงฟาดเข้าสู่ร่างของงูพิษนิลกาฬอย่างถนัดถนี่ ร่างของสัตว์ร้ายตนนี้ถึงกับกระเด็นลอยออกไปด้วยพลังอันเหนือชั้นของนาง!
ในตอนนั้นเองที่เทียนเหยาดวงตาเป็นประกาย! ในที่สุดโอกาสก็ได้มาถึงอีกครา เขาสั่งบังคับให้ดอกบัวสีชาดทั้งพันพุ่งทะยานเข้าปะทะร่างของงูพิษนิลกาฬ แม้เข็มจะแทงไม่ทะลุผิวหนังของมัน อย่างน้อยก็ยังใช้พันธนาการมันได้อยู่! ดอกบัวสีชาดพันรอบร่างของงูพิษนิลกาฬที่ลอยอยู่กลางอากาศ จากนั้นเทียนเหยาก็ได้ดึงกระชากด้ายปราณทั้งหมดลงไปทางพื้นดินเพื่อฟาดร่างของงูพิษนิลกาฬเข้ากับพื้นปฐพี!
ตู้มมมมมมมม
ร่างของงูพิษนิลกาฬฟาดเข้ากับพื้นดินอย่างแรงจนจมลงไปในพื้นหลายชุ่น ส่วนแม้นางหยางที่เตรียมตัวอยู่แล้วก็ได้สร้างธนูปราณขึ้นมาและยิงดัชนีออกไปด้วยธนูปราณนั้นจนกลายเป็นกระบวนท่าศรเพลิงดับตะวันไป
ตู้มมม ตู้มมม ตู้มมม ตู้มมม ตู้มมม ตู้มมม ตู้มมม
ศรเพลิงจากดัชนีหงส์ฟ้านับสิบพุ่งทะยานออกไปไม่หยุดยั้ง แม่นางหยางยิงศรด้วยความแม่นยำไปในทิศทางต่างๆกันและตรึงร่างของงูพิษนิลกาฬไว้บนพื้นตรงที่มันถูกส่งลงไปกระแทก ธนูนับยิงขวางทั้งซ้ายและขวาของลำตัวมันเพื่อตรึงไม่ให้มันจากไปโดยง่าย แม้จะยิงทะลุผ่านผิวหนังมันได้ยาก หากแต่ยิงขวางเป็นกากบาทเพื่อตรึงร่างมันไว้กับพื้นในหลายจุดก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้
เทียนเหยาพุ่งทะยานลงไปพร้อมกับแม่นางหยาง เขาเปลี่ยนปลอกแขนอสูรหมื่นเข็มกลับเป็นกระบี่งูดำจากนั้นก็ใช้มันชี้ไปยังดวงตาของงูพิษนิลกาฬ สายตาของเขาจับจ้องไปยังมันอย่างไม่ว่าง ในตอนนี้เขาเพียงอยากยืนยันความคิดของเขาเท่านั้น เขาใช้ดวงตาสีเขียวมรกตข้างที่เผยออกมาจากรอยแตกบนหน้ากากมองไปทางมัน
“เอาละ..เจ้าออกมาจากตัวของเจ้างูนี่จะดีกว่านะเจ้าผู้บงการ...ไม่สิ จิ้นฝาน!”
====================================เป็นการเดินทางที่ยาวนานจริงๆนะครับ ก็ถ้าเทียบไซส์นิยายปกติ ตอนนี้ก็บุกเข้ามาในป่าอสูร Eventเดียวก็ประมาณ 70 หน้าได้แล้วนะครับ ไรท์ชอบดำเนินเรื่องแบบค่อยๆไป หวังว่าคงไม่เบื่อกันก่อนนะครับบ