เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เล่มที่ 3 บทที่ 83 สอบ สอบ สอบ

            ฮูหยินผู้เฒ่ามองเฉียวเยว่กินผิงกั่ว[1] ก่อนถามอย่างจริงจัง"ท่านลุงของเจ้ากล่าวเช่นนี้จริงรึ?"

            เฉียวเยว่พยักหน้า "จริงเจ้าค่ะ ข้าได้ยินมา"

            ฮูหยินผู้เฒ่าเงียบไปสักพักแล้วเอ่ยเสียงเบา "จือโจวช่างมีน้ำใจ"

            เฉียวเยว่ไม่พูดอะไรมากนางถือผิงกั๋วในมือแล้วยิ้มแป้น

            ฮูหยินผู้เฒ่าลูบศีรษะเฉียวเยว่พลางเอ่ยว่า "คนดีเช่นนี้เหตุใดมีบุญแต่กลับไร้วาสนา"

            ไม่แปลกที่บุตรสาวจะโศกเศร้าเสียใจหัวใจของนางผู้เป็นมารดาก็เป็นเช่นเดียวกันเพียงแต่หลายเรื่องมิเรียบง่ายดังคิดหมาย 

            เฉียวเยว่เอียงคอมองฮูหยินผู้เฒ่าด้วยสีหน้าจริงจัง "ในโลกนี้ไม่มีคำกล่าวที่ว่ามีบุญแต่ไร้วาสนาหรอกเจ้าค่ะ"

            ฮูหยินผู้เฒ่าตกตะลึงร้องอ้อ ก่อนถามขึ้น "เหตุใดเฉียวเยว่จึงกล่าวเช่นนี้เล่า?" 

            "มีบุญแต่ไร้วาสนาเท่ากับไม่มีบุพเพสันนิวาสต่อกัน เมื่อไร้บุพเพสันนิวาสจะมีสิ่งใดต้องเสียดายกันเล่า" 

            ฮูหยินผู้เฒ่านิ่งงันไปชั่วขณะหลังจากนั้นถึงกล่าวว่า "ยังเล็กแค่นี้แต่วาจาเรื่อยเปื่อยของเจ้ากลับมีประโยชน์ดียิ่ง"  

            เฉียวเยว่ยิ้มยิงฟัน "ใช่วาจาเรื่อยเปื่อยที่ไหนกันที่ข้าพูดล้วนเป็นความจริง"

            นางกัดผิงกั่วกร้วมๆสองคำ หลังจากนั้นก็ลงไปนอนแผ่เป็นรูปอักษร 大 พลางเอ่ยด้วยความดีใจ "พรุ่งนี้ก็ฉลองปีใหม่แล้วข้าก็จะพ้นโทษเสียที" 

            ฮูหยินผู้เฒ่าไหนเลยจะไม่รู้เรื่องที่นางทำผิดอดกลั้นที่จะหัวเราะยื่นนิ้วไปจิ้มหน้าผากของนาง "ข้าว่าไม่แน่หรอกเพียงพริบตาเดียวเจ้าอาจจะทำความผิดอะไรอีกก็ได้ เด็กซุกซนอย่างเจ้าพูดได้ยากจริงๆ"

            เฉียวเยว่ทำปากยื่น "ท่านย่ารังแกข้าเช่นนี้ได้อย่างไร"

            ผู้หยินผู้เฒ่าหัวเราะออกมา "วันนี้ท่านลุงหมิ่นกับพี่จื้อรุ่ยของเจ้ามาเหตุใดเจ้าไม่มาเรือนหลัก? นี่มิใช่วิสัยปรกติของเด็กที่ชอบสอดรู้สอดเห็นเช่นเจ้า" 

            เฉียวเยว่ประสานมือ "เพราะข้าเชื่อฟังท่านลุง เขาบอกให้ข้ารออยู่ที่ห้องแหะๆ ข้าก็เลยรออยู่ในห้องของตนเองเจ้าค่ะ" 

            ฮูหยินผู้เฒ่าพยักหน้า "เช่นนี้ถูกต้องแล้วย่าไม่อยากให้ไกวเยว่น้อยแต่งเข้าไปอยู่อย่างเดียวดายเฝ้าห้องหอว่างเปล่า" 

            เฉียวเยว่ยกมือเท้าคาง "ข้ายังเด็กอยู่อย่าคุยหัวข้อนี้กับพวกเขาสิเจ้าคะ" 

            ฮูหยินผู้เฒ่า "..."

            ตอนเย็นเฉียวเยว่ไม่กลับเรือนแต่ถือวิสาสะค้างคืนที่เรือนหลักโดยไม่เกรงใจแม้แต่น้อยเช้าวันรุ่งขึ้นซูซานหลางก็มาอุ้มกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้ากลายเป็นตุ๊กตาน้อยน่ารักดูดีอย่างยิ่ง

            เฉียวเยว่ร่าเริงสดใสนางสวมอาภรณ์สีแดง ฉีอันสวมอาภรณ์สีฟ้าสดใสทั้งสองดูราวกับเด็กน้อยชายหญิงในภาพเขียนปีใหม่ 

            เสียงประทัดจากด้านนอกดังมาไม่ขาดสายฉีอันวิ่งไปเล่นกับพี่ชายสองสามคน เฉียวเยว่อยู่ในเรือนหลัก

            เหล่าผู้อาวุโสต่างคุยเล่นสนทนากันเหมือนกับปีก่อนๆหลังจากรับประทานอาหารพร้อมหน้าพร้อมตาตอนเที่ยงวันก็ร่วมวงเล่นไพ่หม่าเตี้ยว [2] ส่วนเด็กๆรุ่นเยาว์ต่างก็ออกมาเล่นกัน วันนี้ไม่มีแขกจากข้างนอกมีแต่คนในครอบครัวอยู่ร่วมกัน 

            วันพรุ่งนี้เป็นวันที่หนึ่งของปีใหม่ถึงจะมีคนมากมายมาเยือนเพื่ออวยพรปีใหม่ 

            เฉียวเยว่กางนิ้วมือออกคำนวณ "ประเสริฐยิ่งพรุ่งนี้ข้าก็จะมีเงินยาซุ่ยเพิ่มขึ้นอีกเยอะเลย ข้านับดูก่อน ข้านับดูก่อน"

            เฉลียวฉลาดจริงๆ

            ชิงเยว่แค่นเสียงหึพูดเหน็บแนม "รสนิยมต่ำ"

            เฉียวเยว่คร้านจะสนใจอีกฝ่ายนางเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง"พี่สาว พวกเรามาพนันกันเถอะปีนี้ผู้ใดจะให้อั่งเปาข้าเยอะที่สุด?"

            อิ้งเยว่เงยหน้ามองนางแล้วตอบ "ท่านลุง"

            เยือกเย็นเป็นที่สุดแทบจะไม่มีความลังเล

            เฉียวเยว่หัวเราะแหะๆ "ท่านนี่น่าเบื่อเสียจริงนี่คือคำตอบที่ข้าคาดเดาเหมือนกัน เช่นนั้นข้าไม่พนันกับท่านแล้วดีกว่า"

            นับว่าเป็นเด็กน้อยที่เฉลียวฉลาด

            "ท่านย่าท่านย่า ข้าชอบต้นนี้ ที่เรือนของพวกเรามีปลูกไว้เยอะเลยเจ้าค่ะ" 

            เฉียวเยว่เริ่มหัวข้อสนทนาใหม่เพื่อเบี่ยงเบนไปจากเรื่องเดิมที่คุยกันอยู่มืออวบเล็กจ้อยชี้ไปที่ต้นส้มสีทอง

            "ข้าชอบชื่อของมันฟังดูเป็นมงคลดี ส้มสีทอง แค่ได้ยินคำว่าทองข้าก็รู้สึกมีเงินขึ้นมาแล้ว"

            ถ้อยคำของเด็กน้อยทำให้ทุกคนหัวเราะกันครืน 

            ญาติฝ่ายหญิงต่างพูดคุยกันอยู่ที่เรือนของฮูหยินผู้เฒ่าเฉียวเยว่ยังคงแสดงความขี้เล่นขายความน่ารักน่าเอ็นดูต่อไป "ท่านย่าเจ้าคะสองสามวันมานี้ข้าฝึกร่ายรำ ข้าเรียนรู้บทเพลงใหม่มา ตอนเย็นจะแสดงให้พวกท่านชม"

            เย็นนี้เชิญคณะงิ้วมาขับร้องทำการแสดงฮูหยินผู้เฒ่าจิ้มหน้าผากของนาง"เจ้านี่นะ ดูอย่างไรก็ไม่เหมือนคนที่ชอบดูงิ้วเลย"

            เฉียวเยว่สะบัดมือ "ข้ารู้สึกว่าการแสดงเช่นนั้นไม่น่าสนใจ"

            ฮูหยินผู้เฒ่าหัวเราะฮ่าๆ "เช่นนั้นอย่างไรถึงจะน่าสนใจล่ะ?"

            เฉียวเยว่เอานิ้วมือชนกัน "ปีนต้นไม้จับนก ลงทะเลจับปลา?"

            พรืด! 

            "เจ้าเด็กคนนี้จะทำอันใดอีกแล้วล่ะ" 

            ซูซานหลางสามพี่น้องเดินเข้าประตูมายังมีบุตรชายเฉิงกวานอิงเดินมาพร้อมกันซูซานหลางได้ยินเสียงเจื้อยแจ้วของบุตรสาวดังมาแต่ไกลเฉียวเยว่เห็นบิดาก็วิ่งโผเข้ามา"ท่านพ่อ อุ้ม หลายวันมานี้ข้าตัวเบาขึ้นแล้วนะเจ้าคะ" 

            ซูซานหลางอุ้มนางขึ้นมาพลางอมยิ้ม "เป็นเด็กดีหรือไม่?"

            เป็นบุรุษอ่อนโยนงามสง่าประดุจหยกโดยแท้

            ซูต้าหลางมักเคร่งครัดในกฎเกณฑ์หลังจากคารวะผู้อาวุโส ก็นั่งลงด้านข้าง "อุ้มบุตรอันใดไร้มารยาทกฎเกณฑ์"

            แท้จริงแล้วจะด้วยเหตุอันใดก็สุดรู้เฉียวเยว่มักรู้สึกว่าท่านลุงใหญ่ไม่ค่อยชอบพวกเขา เมื่อเปรียบเทียบกับท่านอาความเย็นชาของท่านลุงใหญ่เป็นอีกอย่างหนึ่ง ไม่เหมือนท่านป้าสะใภ้ใหญ่แม้ว่านางจะมีชาติกำเนิดเป็นสตรีตระกูลสูงศักดิ์ปฏิบัติตัวกับผู้อื่นอย่างมีมารยาทเจือไปด้วยความห่างเหินแต่ส่วนใหญ่ก็ยังแสดงให้ผู้คนเห็นสี่อารมณ์ [3] ของนางได้

            ป้าสะใภ้ใหญ่เอ็นดูนางจริงแต่ท่านลุงใหญ่ไม่ใช่ มักให้ความรู้สึกห่างเหินไม่ชิดใกล้ราวกับมีกำแพงแก้วขวางกั้นอยู่ตรงกลาง 

            "อุ้มบุตรสาวของตนเองไร้มารยาทกฎเกณฑ์อันใดตอนนี้ไกวเยว่ยังเด็ก หากรอจนโต ข้าอยากอุ้มก็อุ้มไม่ได้แล้ว" ซูซานหลางใบหน้าอาบรอยยิ้มกล่าวอย่างไม่นำพา 

            "ข้าว่าไม่ต้องรอให้โตหรอกแค่นางอ้วนขึ้นกว่านี้อีกหน่อย เจ้าก็อุ้มไม่ไหวแล้ว" ฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยหยอกเย้า

            เฉียวเยว่ปิดหน้า "ข้าผอมมาก ข้าผอมมาก"นางพยายามสะกดจิตตนเอง "ข้าไม่อ้วน"

            ทุกคนต่างหัวเราะเฉียวเยว่มองลอดผ่านช่องว่างระหว่างนิ้วมือมาที่ท่านลุงใหญ่รู้สึกได้ว่ามุมปากของเขาโค้งขึ้นเล็กน้อย แต่ดูฝืนเกินกว่าจะเป็นรอยยิ้ม 

            แม้ท่านลุงใหญ่จะปฏิบัติต่อผู้อื่นรวมถึงบุตรชายบุตรสาวของตนเองอย่างเย็นชาแต่เฉียวเยว่มีความรู้สึกว่าท่านลุงใหญ่ไม่ชอบนาง แน่นอนว่าเขาก็ไม่ชอบอิ้งเยว่กับฉีอันเหมือนกันเป็นความรังเกียจเดียดฉันท์โดยไม่รู้สาเหตุ

            "แม่หนูเจ็ดร่าเริงสดใสดียิ่ง"เฉิงกวานอิงกล่าวพลางอมยิ้ม

            "นั่นเพราะผู้ใหญ่สอนมาดีเจ้าค่ะ"เฉียวเยว่ตอบอย่างฉาดฉาน

            ซูซานหลางลูบศีรษะของนาง "เจ้านึกว่าเป็นคำชมจริงๆหรือ นี่คือการบอกว่าเจ้าเป็นลิงน้อยแสนซนต่างหากเล่า" 

            เฉียวเยว่แค่นเสียงหึ "ท่านอาเขยของข้าต้องไม่ได้หมายความเช่นนี้แน่ท่านอาเขย ความหมายของท่านคือชมเชยว่าข้าน่ารักใช่หรือไม่?"

            เดิมทีเฉิงกวานอิงรู้สึกเก้อเขินเพราะคำกล่าวของซูซานหลางแต่พอได้ยินนางเอ่ยเช่นนี้กลับเป็นการหาทางลงให้แก่เขาพอดี "ถูกต้อง ถูกต้อง"

            "ในหัวใจของท่านข้าเป็นสตรีที่งามพิลาสที่สุดของที่สุดใช่หรือไม่?" เฉียวเยว่ถามต่อ

            "ชะ...ใช่" เฉิงกวานอิงเริ่มอับจนถ้อยคำ 

            คำพูดของเขาฝืดและฝืนมาก

            เฉียวเยว่หัวเราะคิกคัดทันใดเกาบ่าของซูซานหลาง "ท่านอาเขยน่าแกล้งจริงๆ"

            ก้นน้อยๆพลันถูกตีทีหนึ่ง

            เห็นพวกเขาสองพ่อลูกแสดงความผูกพันรักใคร่ซูต้าหลางก็รู้สึกขุ่นเคืองในชั่วพริบตา แต่เพราะซ่อนความรู้สึกเก่งจึงไม่มีผู้ใดเห็นความผิดปรกติของเขา 

            "เอาล่ะนั่งกันก่อนเถอะ อย่าเอะอะเสียงดัง" เขากล่าวเสียงเรียบ

            ฮูหยินผู้เฒ่าอมยิ้มมองเขาปราดหนึ่ง "เจ้าน่ะเคร่งครัดจริงจังเกินไป ปีใหม่ทั้งที ครึกครื้นสนุกสนานหน่อยจะเป็นอันใดเล่า"

            "ท่านแม่กล่าวถูกต้อง"ซูซานหลางตอบ

            "คนในครอบครัวไม่จำเป็นต้องจุกจิกมากถึงเพียงนั้น แค่มีความสุข สุขภาพแข็งแรงก็พอเอ่ยถึงเรื่องนี้ ข้ากับบิดาเจ้าปรึกษาหารือกันไว้ว่า รอหลังจากฉลองปีใหม่แล้วจะเชิญหมอหลวงมาตรวจสุขภาพให้กับพวกเจ้าสักคราต่อไปภายหน้าจะมีการเชิญหมอหลวงมาตรวจทุกปีสุขภาพของตนเองจะประมาทเลินเล่อมิได้เป็นอันขาด" ฮูหยินผู้เฒ่ากล่าวด้วยรอยยิ้มผ่อนคลาย

            เฉียวเยว่ปรบมือ "ยอดเยี่ยมไปเลย!"

            "ยอดเยี่ยมอันใดของเจ้า"ฮูหยินผู้เฒ่าหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก 

            เฉียวเยว่ทำสีหน้าจริงจัง "ตอนที่ข้าเป็นไข้ท่านแม่ให้ข้าพบท่านหมอ หลังจากนั้นก็ให้ข้าดื่มยาค้มขม ตอนนี้ถึงตาของพวกท่านแล้วลั้นหลั่นลา" 

            ช่างเป็นกระต่ายที่มีความสุขบนความทุกข์ของผู้อื่นจริงๆ 

            "แต่ทั้งครอบครัวก็รวมกระต่ายโง่อย่างเจ้าด้วย"อิ้งเยว่เอ่ยเสียงเบา

            เฉียวเยว่ชะงักคอพับตกลงมา "หวา...ข้าไม่เอาด้วยแล้ว ข้ายังเด็ก สุขภาพแข็งแรง ข้า..."

            ฮูหยินผู้เฒ่า "หากยังพูดเจื้อยแจ้วไม่หยุดจะไม่ให้เงินยาซุ่ยกับเจ้าแล้วนะ"

            เฉียวเยว่เงยหน้าทันควัน "ท่านย่าปราดเปรื่องปรีชาเช่นนั้นก็ตรวจเถิดเจ้าค่ะ ข้ากล้าหาญมาก" 

            เปลี่ยนแปลงเร็วจนน่าตกใจซูซานหลางมุมปากกระตุก ก้นน้อยๆ ของนางถูกตีอีกที "เจ้าช่วยสงบเสงี่ยมให้ข้าหน่อย"

            เฉียวเยว่หัวเราะยกมือขึ้นบอกว่าได้!

            เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วหลังกินมื้อกลางวันเสร็จ ไท่ไท่สามก็อุ้มเฉียวเยว่ที่ง่วงงุนในอ้อมแขนกลับไปนอนนางเคยชินกับการนอนกลางวัน ไม่นอนไม่ได้ ยิ่งไปกว่าคืนนี้ยังต้องมีการอยู่เฝ้าปีย่อมต้องพักผ่อนออมแรงมากหน่อย 

            หลังจากวางบุตรสาวลงนางก็หันกลับไปมองซูซานหลาง"ซานหลางเหตุใดไม่ไปเล่นไพ่กับพวกเขาล่ะ?"

            ปรกติการเล่นสนุกเล็กๆน้อยๆ ถือเป็นกิจกรรมผ่อนคลายช่วงปีใหม่ 

            "ข้าไม่วางใจเฉียวเยว่ต้องมาดูหน่อย" ซูซานหลางทอยิ้มน้อยๆ

            เขาชำเลืองมองบุตรสาวซึ่งกำลังหลับราวกับหมูน้อยตัวหนึ่ง "เด็กคนนี้ต้องเข้าใจความหมายของท่านแม่เป็นแน่มิเช่นนั้นไหนเลยจะให้ความร่วมมืออย่างดีเช่นนั้น"

            ไท่ไท่สามจัดแต่งอาภรณ์ให้เขาพลางเอ่ยเสียงเบา "เด็กฉลาดหาใช่เรื่องเลวร้าย"

            นึกอยู่ครู่หนึ่งก็เอ่ยอีกว่า "เหมือนท่าน"

            ซูซานหลางโอบกอดไท่ไท่สามพลางอมยิ้ม "เหมือนข้าที่ไหนกันเหมือนลุงของนางชัดๆ เต็มไปด้วยแผนการเต็มท้อง โตกว่านี้อีกหน่อยข้าเกรงว่าคงควบคุมนางไม่อยู่แล้ว แต่พรสวรรค์ความสามารถของเด็กคนนี้เหมือนข้า"

            ไท่ไท่สามหยิกเนื้อที่เอวของเขา "ท่านนี่น่ารำคาญนัก"

            รอยยิ้มของซูซานหลางอ่อนโยนขึ้นเรื่อยๆ "ข้าว่าเจ้าชอบมากกว่ากระมัง" 

            สองสามีภรรยาหยอกเย้าเกี้ยวพาราสีกัน

            "ท่านระวังหน่อยบุตรสาวยังอยู่นะ" ไท่ไท่สามท้วงติง

            ซูซานหลางประคองนางไปนั่งข้างเตียงบุตรสาวเฉียวเยว่หลับสนิทมาก

            "เด็กคนนี้เป็นดาวนำโชคน้อยของพวกเรา"เขาเอ่ย

            "ไข่น้อยจอมซนสิไม่ว่า" 

            "ไข่น้อยจอมซนก็ยังเป็นไข่ที่ดี"ซูซานหลางยิ้มน้อยๆ "เมื่อครู่ที่ห้องหนังสือท่านพ่อคุยบางอย่างกับข้า"

            ไท่ไท่สาม "เรื่องอันใด?"

             "ท่านพ่อมีความประสงค์ให้ข้าเข้าร่วมการสอบเคอจวี่ [4] ปีหน้า พี่ใหญ่ก็คิดเห็นเช่นเดียวกัน"

            ความจริงเวลาเช่นนี้ไม่ควรเอ่ยถึงเรื่องนี้แต่ระหว่างพวกเขาสามีภรรยาไม่มีสิ่งใดต้องปิดบัง 

            ไท่ไท่สามตกตะลึง "เพราะเหตุใด?"

            ซูซานหลางไม่คิดจะสอบเคอจวี่หรือเข้ารับราชการเรื่องนี้ทุกคนต่างก็รู้

            "ท่านพ่อหวังดีต่อข้าท่านทราบว่าฝ่าบาทปรารถนาให้ข้าไปเป็นอาจารย์ที่กั๋วจื่อเจียนมาโดยตลอดแต่ถ้าหากไร้ชื่อเสียง ก็ไม่อาจเข้าไปอย่างถูกต้องชอบธรรมได้"

            "แล้วท่านเองเล่าคิดเห็นเช่นไร ท่านปรารถนาที่จะไปหรือ?" 

            ซูซานหลางยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ "แท้จริงแล้วไม่มีอันใดมีความเปลี่ยนแปลงอื่นที่ข้าไม่สามารถควบคุมได้อย่างไรเสียข้าต้องไปที่กั๋วจื่อเจียนแน่นอน เรื่องในราชสำนักเหล่านั้นข้าไม่เคยสนใจอยู่แล้ว"

            ไท่ไท่สามกุมมือของซูซานหลาง "ไม่ว่าท่านจะตัดสินใจอย่างไรข้าล้วนสนับสนุนท่าน"

            "ข้าก็ด้วย"น้ำเสียงฉาดฉานแทรกขึ้นมา

            ทั้งสองก้มหน้าลงมองเฉียวเยว่จ้องพวกเขาตาแป๋ว ไม่รู้ว่าฟังอยู่นานแค่ไหนแล้ว

            ซูซานหลางมุมปากกระตุก "ข้าชักคันมือขึ้นมาแล้วสิ..." 

            ...

            [1] ผิงกั่วหมายถึงแอปเปิล

            [2] ไพ่หม่าเตี้ยวคือไพ่นกกระจอกแบบโบราณ 

            [3] สี่อารมณ์หมายถึงความดีใจ ความโกรธ ความเศร้าโศก และความสุข

            [4] เคอจวี่คือการสอบขุนนาง

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู ที่คุณอ่าน

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663